ลีลาวดี ยามค่ำ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ไม่ขออะไรมากแค่กดถูกใจ แล้วก็คอมเม้นเล็กน้อยก็พอจ้าาาาา รักรีดเดอร์ทุกคน จุ๊ฟ

ตอนที่ 21 ดินแดนแห่งพฤกษา (แก้ไขจ้า)

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 ดินแดนแห่งพฤกษา (แก้ไขจ้า)

คำค้น : พระเอกเป็นปีศาจ,,นางเอกเป็นมนุษย์,อิโรติก,โรแมนติก แฟนตาซี,ลีลาวดี ยามค่ำ,ซีเมล,มุจลินท์

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มี.ค. 2561 19:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 ดินแดนแห่งพฤกษา (แก้ไขจ้า)
แบบอักษร

ทุ่งดอกกระเจียวยังคงบานสะพรั่งเต็มทุ่ง พวกมันดูสดใสเหมือนกับเธอในตอนนี้ สวรรค์กลางป่าเขาของเธอ คิดถึงจังเลย

"ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เจ้าสวยจนข้าตาพร่าไปหมด"

พรึบ!

เสียงของใครบางคนทำให้เธอต้องหันกลับไปมองอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจแกมประหลาดใจ

"คุณเป็นใคร!?"

อีกฝ่ายดูจะตกใจยิ่งกว่าเธอเสียอีก

"เจ้ามองเห็นข้าหรือ"


ชายร่างกำยำเปลือยท่อนบนอวดสรีระงดงามดั่งปูนปั้น ท่อนล่างสวมกางเกงประหลาดดูเหมือนกับพระราชายุคโบราณ ที่บ่าซ้ายของเขาสะพายกระบอกที่มีลูกธนู มือขวาของเขาถือคันธนู และที่สำคัญ...แม้เขาจะหล่อน้อยกว่าปีศาจหื่นคู่ชะตาของเธอเล็กน้อย แต่เขาก็หล่อแบบอบอุ่นเหมือนพระอาทิตย์เลย 

"หยุดอยู่ตรงนั้น! อย่าเข้ามานะ!" 

เธอรีบถอยเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามา พอเธอเอ่ยห้ามเขาก็หยุดจริง ๆ 

เธอจ้องเขาอย่างระวัง สิ่งแรกที่เธอคิดออกตอนนี้คือ...อย่าไว้ใจผู้ชายเปลือยอก...แต่แม่เจ้า ผู้ชายหล่อขนาดนี้มาอยู่ในป่าแบบนี้ได้ยังไง...หรือเขา...เป็นทาซาน 

"เจ้ามองเห็นข้าจริง ๆ ข้าดีใจจริง ๆ มุจลินท์" 

ชายผู้ถือธนูยิ้มอย่างมีความสุขจนแทบล้นออกจากตา ความรู้สึกคุ้นเคยนี้น่าประหลาด เธอไม่เคยพบเขามาก่อนเธอมั่นใจ แต่ว่าทำไม... 

"คุณรู้ชื่อฉันได้ยังไง คุณเป็นใคร เป็นคน เป็นทาซาน เป็นผี เป็นเทพ หรือเป็นปีศาจ" 

อีกฝ่ายก้าวเข้ามาหาเธออย่างช้า ๆ ด้วยรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น และตอบคำถาม...ที่ชวนให้รู้สึกประหลาด 

"ข้าเป็นเจ้าบ่าวของเจ้ายังไงล่ะ มุจลินท์" 

"ห๊ะ!?" 

เหมือนกับปรากฏการณ์เดจาวูแวบเข้ามาในหัว ก็เพราะเธอเคยได้ยินคำพูดแบบนี้จากปีศาจหน้าตายที่ตอนนี้อยู่ที่บ้านเธอยังไงล่ะ

"คุณพูดเรื่องบ้าอะไรของคุณ ฉันมีแฟนแล้ว แล้วเขาก็ดุมาก คุณอย่าทึกทักเอาเองนะ" 

เมื่อได้ยินว่าเจ้าสาวที่ตนหมายปองมีคนรักแล้ว ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนก็ทอวาบเป็นสีทอง 

"เจ้าคือเจ้าสาวของข้า ไม่มีทางที่เจ้าจะมีคนรัก ตลอดเวลาที่เจ้าอยู่ที่นี่ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่มีผู้ใด" 

คำพูดแปลก ๆ แบบนี้ คนปกติคงไม่พูดกัน และดวงตาของเขาเปล่งแสงได้ เขาเป็นตัวอะไร กันแน่ เทพ ครึ่งเทพครึ่งปีศาจ หรือปีศาจ แล้วทำไมถึงได้บอกว่าเธอคือเจ้าสาวของเขา...คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวราวกับดอกเห็ด และมันทำให้เธอเริ่มกลัว 

ซีเมล...ฉันต้องรีบกลับไป 

"ฉัน ฉันคิดว่าคงต้องรีบกลับแล้ว แม่แล้วก็ซีเมลคงรอนานแล้ว" 

ชายแปลกหน้าก้าวมาขวางทางเธออย่างรวดเร็ว พลันบริเวณรอบก็ถูกไอหมอกปกคลุม และไม่กี่วินาทีต่อมา ภาพตรงหน้าก็เริ่มพร่ามัวและมืดลงพร้อมกับสติของเธอ 

ซีเมลหันขวับไปยังป่าอีกฝั่ง ดวงตาสีเข้มวาบอย่างน่ากลัวทันทีที่รู้สึกถึงความผิดปกติ 

"เจ้าเทพอารักษ์นั่น"


"ท่านดิวครอส ท่านพานางมาแบบนี้ไม่ได้ นางเป็นมนุษย์ต่ำต้อย" 

เวนเชีย ธิดาแห่งพฤกษาท้วงอย่างไม่พอใจที่เทพอารักษ์หนุ่ม พามนุษย์เข้ามายังดินแดนพฤกษา ดินแดนต้องห้ามที่มนุษย์และปีศาจไม่อาจข้ามอาณาเขตเข้ามาได้ และดิวครอสคือเทพผู้ปกปักษ์รักษาดินแดนและผืนป่าแห่งนี้ จึงไม่ถูกต้องที่เทพผู้ปกปักษ์จะฝ่าฝืนกฎเสียเอง 

ดิวครอสไม่ได้สนใจ เขาสนใจแต่เพียงร่างบางที่หลับใหลบนเตียงภายในห้องกุหลาบเท่านั้น กลิ่นหอมเย้ายวนที่เขาได้สัมผัสตอนนี้ เขาไม่แน่ใจว่ามาจากผนังห้องซึ่งเป็นกลีบกุหลาบนุ่มหรือมาจากคนที่หลับพริ้มตรงนี้กันแน่ 

"เมื่อเจ้าตื่นมา ข้ารู้ว่าเจ้าต้องชอบที่นี่แน่" 

มือหนาไล้ตามกรอบใบหน้าเรียวอย่างหลงใหล  

เวนเชียกำมือแน่นอย่างเกลียดชัง นังมนุษย์นางนี้นี่เองทำให้ดิวครอสไปขลุกอยู่แถวป่าด้านนอกได้ทุกวี่วัน เธอเป็นถึงเทพธิดาที่เหล่าเทพบุตรใฝ่หา แต่ดิวครอสที่เธอหมายปองกลับตาต่ำหลงใหลนังเด็กมนุษย์ต่ำต้อย น่าชิงชังนัก 

"ท่านต้องพานังมนุษย์กลับไป หากท่านผู้เฒ่ารู้เข้าท่านต้องถูกลงโทษ" 

ดิวครอสหันกลับมามองใบหน้าสะสวยสมกับเป็นเทพธิดาของเวนเชียด้วยท่าทีไม่พอใจ 

"ลงโทษข้า?" 

เทพอารักษ์คือเทพผู้มีเกียรติอย่างยิ่งในดินแดนพฤกษา จริงที่ว่าท่านผู้เฒ่าผู้เป็นอดีตมหาเทพจะเป็นใหญ่ที่สุดในดินแดนแห่งนี้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าลงโทษเทพอารักษ์หรอก เพราะนั่นคือหายนะเท่านั้น 

ตู้ม! โครม! 

"ปีศาจ!" 

เสียงอึกทึกครึกโครมจากด้านนอกทำให้ดิวครอสขมวดคิ้วยุ่งอย่างสงสัย 

ปีศาจ? เป็นไปไม่ได้ที่ปีศาจจะเข้ามาในเขตเวทย์ได้ ไม่เคยมีปีศาจตนใดต้านพลังเวทย์ของเทพอารักษ์ได้ 

"พวกเจ้า!" ดิวครอสเรียกสองภูติรับใช้สาวเข้ามาก่อนออกคำสั่ง "เปลี่ยนอาภรณ์ให้นางใหม่เสีย ข้าจะไปดูข้างนอก" 

"เพคะท่านดิวครอส"  

ภูติรับใช้ทั้งสองรับคำสั่งโดยไม่กล้าเงยหน้าสบดวงตาสวยที่มองมาอย่างไม่พอใจของธิดาแห่งพฤกษา 

"ดิวครอส! ท่านต้องพานางออกไปจากที่นี่ นังมนุษย์นี่จะทำให้ดินแดนพฤกษามีมลทิน...ดิวครอส! ท่านอย่าเดินหนีข้านะ!" 

ดิวครอสไม่สนใจ ร่างกำยำก้าวออกจากห้องกุหลาบ ก่อนเหยียบเท้าบนใบไม้ห้าแฉกขนาดใหญ่ที่เป็นพาหนะของเทพอารักษ์เพื่อออกจากปราสาทบุปผา 

ทุกสิ่งในดินแดนแห่งนี้ล้วนแล้วแต่เกิดจากพืชพรรณ แตกต่างเพียงแค่พืชพรรณเหล่านั้นงดงามและมีรูปร่างและขนาดที่ใหญ่เกินกว่ามนุษย์จะคาดเดาได้ 

ดอกไม้และต้นไม้ไม่มีวันเหี่ยวเฉาหรือตาย พวกมันงดงามและเบ่งบานเสมอ ที่นี่...คือดินแดนสวรรค์ขั้นที่สี่ในบรรดาสวรรค์เจ็ดขั้น โดยขั้นที่เจ็ดคือดินแดนของมหาเทพ เป็นดินแดนสูงสุดที่หากไม่ได้รับอนุญาตหรือรับเชิญจากมหาเทพ ผู้ใดก็ไม่สามารถล่วงล้ำได้ 

"คืนเจ้าสาวข้ามาก่อนที่ข้าจะเผาที่นี่ให้มอดไหม้" 

ร่างสูงในชุดฉลองสีดำยิ่งใหญ่แผ่กลิ่นอายของความโกรธจนพรรณไม้โดยรอบเฉาและเหี่ยวแห้ง เทพอารักษ์ที่รวมตัวกันโดยรอบพากันขนลุกกับไอพลังของปีศาจตรงหน้า 

"ครึ่งเทพครึ่งปีศาจงั้นหรอ?" 

"ท่านดิวครอส!" 

เหล่าเทพอารักษ์เริ่มมีกำลังใจเมื่อผู้นำมาถึง แต่ปีศาจผู้บุกรุกกลับหน้าเคร่งขรึม  

"เจ้าเทพขี้ขโมย...เจ้าช่างกล้าลักตัวเจ้าสาวข้า" 

เมื่อเห็นเทพขี้ขโมย ดวงตาสีดำทมิฬวาบเป็นสีแดงด้วยความโกรธ ไอคุกคามพุ่งตรงเข้าใส่ร่างเทพอารักษ์หนุ่มอย่างรวดเร็ว โชคดีที่ดิวครอสกันเกราะเวทย์ได้ทัน ไม่อย่างนั้น ด้วยพลังขนาดนี้อาจทำให้เขาสิ้นชื่อได้ 

ครึ่งเทพปีศาจตนนี้เป็นใคร พลังขนาดนี้ไม่ใช่ระดับธรรมดาเลย เจ้าสาวงั้นหรอ...หมายถึงมุจลินท์?...เป็นไปไม่ได้ หากเทพปีศาจตนนี้คือคนรักที่มุจลินท์บอก เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่รู้สึกถึงพลัง...แค่ปีศาจผ่านอาเขตเวทย์มาได้ก็เหลือเชื่อมากพอแล้ว 

"หากเจ้าหมายถึงมุจลินท์ นางเป็นเจ้าสาวของข้า" 

"ถ้าเจ้าอยากตายก็ลองดูสิ" 

ปีศาจรูปงามตรงหน้าน้ำเสียงเย็นจนคนที่ได้ยินต้องขนลุกไม่เว้นแม้แต่ดิวครอสเอง 

"ท่านดิวครอส...หมายความว่ายังไง ที่ปีศาจตนนี้พูดท่านพาคนนอกเข้ามาในดินแดนงั้นหรือ" 

เทพอารักษ์องค์อื่นเริ่มให้ความสนใจกับสิ่งที่ปีศาจบ้าบิ่นตนนี้พูด 

"นางเป็นเจ้าสาวของข้า" 

ดิวครอสยังยืนยันคำเดิมอย่างไม่เกรงกลัว พลันบริเวณรอบ ๆ ก็มืดสลัวและเย็นยะเยือก 

"คืนมุจลินท์มาให้ข้า แล้วข้าจะไม่ทำลายที่นี่" 

เมื่อพูดจบปีกสีดำขนาดใหญ่ก็กางออกกว้างอย่างน่าเกรงขาม ลมรุนแรงจากการกางปีกทำให้เหล่าเทพอารักษ์ต้องกางอาเขตป้องกันตนเอง แต่พืชพรรณรอบข้างกำลังสั่นเทาอย่างหวาดกลัว 

"ปีกสีดำ? อีกา?" ดิวครอสคลับคล้ายคลับคราปีกนี้เหลือเกิน เพราะมีปีศาจกาเพียงไม่กี่ตนเท่านั้น

"ท่านรีบคืนนางไปเถิด ก่อนที่ดินแดนพฤกษาจะล่มสลายพลังขนาดนี้เราสู้มันไม่ไหวหรอก" 

"ชิ!" ดิวครอสกำคันธนูแน่นอย่างเจ็บใจ เขามีใจให้นางมานาน และหมายปองนางเป็นเจ้าสาวเมื่อพร้อมแล้ว แต่เจ้าเทพปีศาจนีกำลังจะแย่งเจ้าสาวของเขาไปโดยเอาดินแดนสวรรค์เป็นข้อแลกเปลี่ยน...เจ้านี้มันปีศาจชัด ๆ! 

"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับดินแดนพฤกษา หากเจ้าต้องการมุจลินท์ ข้าพร้อมจะสู้กับเจ้า แต่ไม่ใช่ที่นี่" 

แต่ซีเมลไม่ใจดีขนาดนั้น รอยยิ้มเย็นผุดบนใบหน้าหล่ออย่างร้ายกาจ 

"เจ้ามีสิทธิ์ต่อรอง? ข้ายื่น 'คำขาด' ให้เจ้าอย่างสันติ แค่นี้ยังไม่ใจดีพอหรือ" 

ปีศาจ...เขามันปีศาจ!


เปลือกตาคู่สวยค่อย ๆ เปิดขึ้น 

ภาพที่เห็นสิ่งแรกทำให้มุจลินท์ต้องหลับตาอีกรอบก่อนลืมตาอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะกะพริบตา ขยี้ตา ภาพตรงหน้าก็ยังคงปรากฏเหมือนเดิม 

"ทำไมเพดาน...กลีบกุหลาบงั้นหรอ...ไม่ ๆ ๆ ยัยลิน นี่ต้องเป็นความฝันแน่ ๆ เธอฝันแน่ ๆ" 

"เจ้าตื่นแล้ว" 

เฮือก! 

เธอเด้งตัวลุกขึ้นกระโดดลงจากเตียงด้วยความตกใจ ผู้หญิงสองคนยืนมองเธออย่างใสซื่อ แต่ทว่าเสื้อผ้าที่เหมือนกับนางฟ้าทิงเกอเบลสีขาวอมชมพูเหมือนสีของเพดานทำให้เธอแปลกใจปนหวาดระแวง 

"นี่มันเรื่องตลกอะไรเนี่ย!?" 

หญิงสาวก้มมองชุดเดรสยาวสีขาวอมชมพูระยิบระยับงดงามอย่างตะลึง ทั้งตะลึงในความงดงามของชุดและสิ่งน่าอัศจรรย์รอบตัว 

ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบ ๆ ห้องอย่างสำรวจ และสัมผัสจากมือก็ทำให้เธอมั่นใจ...อย่างที่คิดเลย นี่มันกลีบดอกไม้ พื้นนุ่มนิ่มนี่ก็คือเกสร...นี่มันเรื่องอะไรกัน 

"ข้าเป็นเจ้าบ่าวของเจ้ายังไงล่ะ มุจลินท์"

!!! 

"ไม่จริง!...ผู้ชายคนนั้น ที่ถือธนู เขาอยู่ไหน?" 

ภูติสาวทั้งสองหันมามองหน้ากันอย่างลังเล ใบหน้าปรากฏความกังวล ลางสังหรณ์บางอย่างของเธอทำให้เธอเริ่มใจไม่ดี 

"เชิญ พวกเราจะพาเจ้าไปพบท่านดิวครอส" 

กลีบดอกไม้แยกออกจากกัน ทั้งสองจึงเดินนำเธอออกไป เท้าเล็กเปลือยเปล่าเหยียบลงบนดอกไม้ขนาดใหญ่เท่าเสื่ออย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เมื่อเธอยืนอย่างมั่นคง ดอกไม้ก็ลอยขึ้นกลางอากาศ 

"นี่มัน..." 

ต้นไม้ขนาดใหญ่มหึมา หากเทียบความสูงแล้วล่ะก็ ตึกสามสิบชั้นยังน้อยไปมาก และที่เธอคิดว่าเป็นดอกไม้เมื่อครู่ ก็คือดอกไม้จริง ๆ แต่เป็นดอกไม้ที่ใหญ่เท่าบ้านขนาดกลางเลยทีเดียว จุดที่เธออยู่เมื่อครู่ก็คือดอกกุลาบสีขาวอมชมพูดอกใหญ่ และยังมีบ้านดอกไม้นานาชนิดเรียงรายสุดลูกหูลูกตา ข้างล่างมีแต่ดอกไม้เต็มไปหมดจนเธอมองไม่เห็นพื้นดิน มีผีเสื้อบินว่อนเต็มไปหมด...ไม่สิ ไม่ใช่ผีเสื้อ...แต่เป็นคนตัวจิ๋วที่มีปีกต่างหาก! 

"เหลือเชื่อ...ดอกไม้สวยจัง ฉันไม่เคยเห็นดอกไม้ที่บานพร้อมกันมากขนาดนี้เลย" 

แม้เธอจะรู้ตัวว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะแก่การชื่นชมธรรมชาติ แต่ว่าภาพที่เธอเห็นตรงหน้าทำให้เธอละสายตาไม่ได้เลย 

นี่มัน...เหมือนสวรรค์เลย 

"ดอกไม้เหล่านี้ไม่เคยแห้งเหี่ยวหรือตาย พวกมันมีชีวิตนิรันดร์ และที่สำคัญ...พวกมันมีจิตใจ" 

ภูติสาวเห็นมนุษย์สาวที่ดิวครอสพามาให้ความสนใจ จากแววตาคู่สวยนั้น ภูติสาวรู้สึกได้ถึงความบริสุทธิ์และความวิเศษณ์ข้างใน จึงบอกไปอย่างเต็มใจ และสิ่งที่ได้รู้ก็ทำให้มุจลินท์ตื่นตามากกว่าประหลาดใจ 

"จริงหรอเนี่ย...แต่ทำไม...ดอกไม้พวกนี้ถึงได้กำลังหวาดกลัว" 

ดวงตาคู่สวยแปรเปลี่ยนเป็นเศร้าหมอง นั่นทำให้ภูติรับใช้ทั้งสองต้องแปลกใจ เพราะถึงดอกไม้พวกนี้จะมีชีวิตจิตใจ...แต่ดอกไม้แห่งสวรรค์  หากไม่ใช่เทพดินแดนพฤกษาก็ไม่สารถเข้าใจความรู้สึกของดอกไม้เหล่านี้ได้ 

"เพราะมีปีศาจที่น่ากลัวกำลังทำลายดอกไม้ทางฝั่งตะวันตกยังไงล่ะ" 

คิ้วสวยขมวดยุ่งก่อนเอ่ยถามย้ำ "ปีศาจ?..." 

เฮือก!!! 

"ซวยแล้ว! รีบไปเร็วเข้า ก่อนที่เขาจะพังทุกอย่างราบเป็นหน้ากลอง!" 

เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าตอนนี้ทางนู้นจะเป็นยังได้บ้าง 

โครม! 

พูดไม่ทันขาดคำ เสียงระเบิดก็ดังสนั่นหวั่นไหว...โอไม่ หวังว่าเขาคงไม่ทำให้ประวิติศาสตร์ซ้ำรอยนะ 

แต่ทว่าดูเหมือนจะช้าเกินไปแล้ว ร่างของเทพอารักษ์ล้มลงเกลื่อนบนผืนดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาและหวาดกลัว 

ตรงกึ่งกลางมีร่างสองร่างอยู่ตรงนั้น หนึ่งในนั้นคือร่างของเทพอารักษ์ที่ร่างกายบอบช้ำแสนสาหัส อีกหนึ่งคือเจ้าของปีกสีดำขนาดใหญ่ แผ่กลิ่นอายพลังที่พรั่นสะพรึงและยิ่งใหญ่ปกคลุมทั่วทั้งบริเวณ 

"ซีเมลหยุดนะ!" 

มุจลินท์กระโดดลงจากพาหนะของภูติแล้ววิ่งเข้าขวางไม่ให้ปีกสีดำเฉาะร่างของเทพอารักษ์ได้ทัน 

พรึบ!

"ข้าคิดว่าจะไม่ได้เจ้าคืนเสียแล้ว" 

ร่างของเธอถูกรวบเข้าไปกอดแน่น เธอสัมผัสได้ถึงความห่วงใยและความกลัวในใจของเขา เธอเองก็เหมือนกัน เธอคิดถึงเขาและกังวลว่าเขาจะเป็นห่วง แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะอุกอาจขนาดนี้ 

เธอค่อย ๆ ดันตัวออกจากอ้อมกอดของเขาแล้วมองไปรอบ ๆ 

ทั้งเทพผู้พิทักษ์ดินแดนพฤกษาและดอกไม้กำลังบาดเจ็บและหวาดกลัว...นั่นเพราะเธอ 

หยดน้ำอุ่นใหลออกจากตาด้วยความเสียใจและรู้สึกผิด ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเธอ ถ้าหากเธอฟังเขาตั้งแต่แรก ทุกคนคงไม่ต้องบาดเจ็บและดอกไม้เหล่านี้คงงดงามเหมือนเดิม 

"ใครทำอะไรเจ้าหรือ เหตุใดเจ้าถึงร้องไห้มุจลินท์ บอกข้า" 

ปีศาจผู้ถูกความห่วงใยทำให้ดวงตามืดบอด โดยไม่รู้ตัวว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากตนเอง ดวงตาสีดำสนิทเข้มขึ้นกว่าเดิม และปีกขนาดใหญ่เริ่มขยับอีกครั้ง นั่นยิ่งทำให้ดินแดนแห่งนี้ตกอยู่ในคสามหวาดผวา 

"คุณกำลังทำให้พวกเขากลัว!...หยุดเถอะซีเมล พวกเขาไม่ได้ทำอะไรฉันแม้แต่น้อย" 

ปีศาจผู้คลุ้มคลั่งเริ่มสงบลงเมื่อสัมผัสอบอุ่นจากมือบอบบางสัมผัสบนอกแกร่ง 

"ซีเมลงั้นหรือ? ราฟาเอล ซีเมล บุตรแห่งมหาเทพและราชินีปีศาจ!?" 

เหล่าเทพเริ่มแตกตื่นและตื่นตระหนกอีกครั้ง ราฟาเอล ซีเมล คือครึ่งเทพปีศาจผู้ที่ถูกจารึกชื่อห้ามเหยียบย่ำดินแดนสวรรค์ การกระทำที่ป่าเถื่อนเมื่อหลายร้อยปีก่อนทำให้ชื่อของเขากลายเป็นที่หวาดกลัว แต่ไม่เคยมีใครที่ได้เห็นใบหน้าของปีศาจผู้ยิ่งใหญ่จนน่าขยาดตนนี้เลยซักครั้ง 

ครึ่งเทพปีศาจที่ถูกเรียกว่าราชาปีศาจ ยากยิ่งที่จะข้องเกี่ยวกับผู้ใด ที่ปราสาทของเขามีเพียงผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่มีสิทธิ์กล้ำกลายและเข้าไปได้ เพราะเพียงแค่ไอหมอกพลังที่เปรียบเสมือนกำแพงป้องกันก็สามารถทำให้ร่างสูญสลายได้ 

แต่เพราะเหตุใด ปีศาจชั่วร้ายตนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้...เพราะหญิงมนุษย์คนนี้งั้นหรือ? 

ซีเมลไม่ได้สนใจเหล่าเทพที่กำลังแตกตื่นเพราะตัวเอง เขาห่วงแต่เจ้าสาวคู่ชะตาของเขาเท่านั้น 

"เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่" 

"ไม่ค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไร...แต่พวกเขาสิ..." 

เธอมองไปยังร่างที่บาดเจ็บบนพื้นแล้วสลดใจ 

"ดอกไม้พวกนี้อีก...พวกเขาบอกว่าดอกไม้พวกนี้ไม่มีวันตาย" 

ร่างบางในชุดเดรสยาวสีขาวอมชมพูย่อตัวนั่งลงสัมผัสกับดอกไม้ที่เคยสีสันสดใสและสวยงาม แต่ตอนนี้กลายเป็นสีน้ำตาลไหม้ไปหมดแล้ว 

"ฉันขอโทษ" 

น้ำตาที่หยุดไปแล้วใหลออกมาอีกครั้งรดบนทุ่งดอกไม้ที่เฉาใกล้ตาย ความเสียใจและความรู้สึกผิดของเธอ เธอรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ เธอไม่สามารถเรียกร้องให้ทุกสิ่งกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ และเธอ...ทำให้เขาเดือดร้อนอีกครั้ง 

ร่างบางลุกขึ้นยืนแล้วก้มศีรษะลงอย่างขอโทษ 

"ฉันขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ ขอโทษแทนซีเมล เป็นเพราะฉันไม่เชื่อฟังเขาถึงทำให้ทุกคนต้องบาดเจ็บ ขอโทษจริง ๆ ค่ะ" 

เหล่าเทพอารักษ์นิ่งอึ้งในการกระทำของเด็กสาวมนุษย์ พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่ามนุษย์ธรรมดาคนนี้จะปกป้องปีศาจกระหายเลือดที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้หรือข้องเกี่ยว ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่ถูกปกป้องโดยไม่รู้ตัว ซีเมลคาดไม่ถึงเช่นกันว่าหญิงสาวจะทำแบบนี้ 

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของปีศาจหนุ่ม แต่ก่อนที่เขาจะรวบเจ้าสาวคู่ชะตามากอด ร่างหนึ่งก็คว้าตัวเธอไปตัดหน้าเขาแค่พริบตาเดียว 

ริมฝีปากนุ่มบัดนี้ถูกครอบครองโดยเทพอารักษ์ผู้ยิ่งใหญ่ อ้อมแขนที่แข็งแรงของดิวครอสโอบร่างบางไว้อย่างทะนุถนอมท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าเทพอารักษ์ ภูติรับใช้ และปีศาจหนุ่มที่กำลังโกรธจนใบหน้าเปลี่ยนสี 

แสงสีทองอบอุ่นเป็นเส้นยาวเหมือนเถาวัลปรากฏขึ้นพันรอบตัวทั้งสอง กลีบดอกสีทองลอยฟุ้งพันเป็นเกลียว 

"มุจลินท์!" 

เปรี๊ยะ! 

มือที่เอื้อมออกหมายจะฉุดดึงตัวเจ้าสาวกลับมาเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าเข้าชนจนต้องชักมือหนีอย่างรวดเร็ว ก่อนแสงนั้นจะค่อย ๆ จางลงและหายไปท่ามกลางความตะลึงของเทพอารักษ์ที่เหลือและภูติรับใช้ 

"นี่ท่านทำพันธะกับนาง" 

หนึ่งในเทพอารักษ์ที่เรียกสติกลับมาได้อย่างรวดเร็วเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ 

ดิวครอสหันไปยิ้มแก่เทพองค์นั่นแล้วบอกอย่างภาคภูมิ 

"ในฐานะองครักษ์ การที่ได้ปกป้องสิ่งที่รักคือความภาคภูมิใจมิใช่หรือ" 

เทพอารักษ์แห่งดินแดนพฤกษา เมื่อมอบจุมพิตที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแก่ใคร นั่นหมายความว่า จิตวิญญาณของทั้งสองจะเชื่อมต่อกันไม่มีวันแยกตลอดกาล แม้ผู้เป็นนายจากไป เมื่อกลับชาติมาเกิด เทพอารักษ์ก็ยังคงรับใช้ และภักดิ์ดีต่อนายไปตลอดกาลนานเช่นเดียวกัน 

แต่ทว่าดิวครอสต้องเตรียมใจในอีกเรื่อง... 

ครึ่งเทพปีศาจที่ตอนนี้โกรธจนแผ่ไอร้อนสีดำทำให้คนที่ยังคงอึ้งปนตกใจต้องรีบเข้าห้าม 

"ซีเมล! ใจเย็น ๆ ค่ะ คุณสัญญากับฉันแล้ว คุณจะผิดสัญญาหรอ คุณจะผิดคำพูดตัวเองหรอคะ" 

หากเขาเป็นมังกร แน่นอนตอนนี้เขาคงพ่นไฟเผาร่างเจ้าเทพอารักษ์นี่ให้กลายเป็นฝุ่นผง แต่ทว่าตอนนี้หญิงสาวผู้เป็นเจ้าสาวและคู่ชะตา กำลังกางแขนปกป้องมันอย่างน่าเจ็บปวดใจ และแน่นอน หากเจ้าเทพอารักอารักษ์ตาย พันธะนั่นก็ไม่มีวันขาด หากเจ้าเทพหน้าโง่เลือกจะเปิดสงครามกันซึ่ง ๆ หน้า เขาก็ยินดี... 

"ได้ หากมันอย่างปกป้องเจ้า ข้าไม่ห้าม...แต่มันต้องรอดฝ่าเท้าของข้าในวันนี้เสียก่อน" 

พูดจบร่างแกร่งก็หาบวับโผล่เข้าใช้ฝ่าเท้าถีบร่างเทพอารักษ์กระเด็นไปไกลก่อนตามเข้าเหยียบซ้ำอีกหลายครั้ง กว่ามุจลินท์จะแยกทั้งสองออกจากกันได้เล่นเอาเหนื่อยหอบ 

"ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ จะทะเลาะกันไปทำไม ฆ่ากันตายก็ไม่เกิดประโยชน์...ถ้าอยากตายก็ตายกันทั้งคู่ไปเลย ส่วนฉันจะรีบกลับไปหาแม่" 

สองหนุ่มหนึ่งเทพหนึ่งปีศาจแยกเขี้ยวใส่กันรั้งหลังร่างบางก่อนโร่เบียดกันพุ่งเข้าหาหญิงสาวที่เดินลิ่วไม่สนใจ 

มุจลินท์นั่งลงตรงทุ่งดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาอีกครั้งก่อนมอบจุมพิตบนดอกหนึ่งอย่างแสดงความเสียใจ 

"ถึงจะแห้งเฉา แต่ดอกไม้ก็คือดอกไม้ สวยงามยังไงก็สวยงามอย่างนั้น ฉันหวังว่าพวกเธอคงกลับมาสวยเหมือนเดิมและสวยยิ่งกว่าเดิม...ขอโทษ...ขอโทษจริง ๆ" 

ดิวครอสส่งสายตาอบอุ่นแก่ 'เจ้าของ' ของเขาด้วยความรักก่อนยื่นมือออกไป 

"ตราบใดที่มันยังงดงามในใจของเจ้า พวกมันจะงดงามเช่นนั้นเสมอ...รีบไปเถิด ข้ายืมเจ้ามาจากท่านแม่ของเจ้านานแล้ว" 

เมื่อคิดถึงแม่ เธอจึงเอื้อมมือออกไปหมายจะจับมืออีกฝ่าย ทว่าอีกมือก็คว้ามือเธอไปก่อน 

"เจ้าขโมยเจ้าสาวข้ามาต่างหากเจ้าเทพหน้าไม่อาย" 

"นางก็เป็นเจ้าสาวข้าเช่นกัน" 

มุจลินท์ถอนหายใจอย่างหนักใจ...

"ข้าขอให้เจ้าจำเอาไว้ เมื่อเจ้าตกอยู่ในอันตราย หรือมีเรื่องให้ไม่สบายใจ ให้เจ้าคิดถึงข้าและเรียกข้า ข้าจะไปหาเจ้า ไม่ว่าที่ใด ข้าจะไปหาเจ้า"

ดิวครอสมาส่งทั้งสองถึงทุ่งดอกกระเจียว เขาอยากติดตามเธอไปทุกหนแห่ง แต่หน้าที่เทพารักษ์ปกปักษ์ดินแดนพฤกษา ก็เป็นสิ่งที่เขาจะละทิ้งมิได้

"ขอบคุณค่ะ"

เธอยิ้มพร้อมกับกล่าวขอบคุณจากใจจริง พลันไหล่มนของเธอก็ถูกมือหนายึดครอง

"รีบกลับได้แล้ว ป่านนี้ท่านแม่ของเจ้าอาจกำลังเป็นห่วงอยู่ก็เป็นได้"

เมื่อถูกทักมุจลินท์จึงนึกขึ้นได้ "จริงด้วย! ตายแล้ว ฉันนี่ไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ ฉันขอตัวก่อนนะคะ"

ก่อนไปเธอไม่ลืมหันไปเอ่ยลาเทพอารักษ์ เขาส่งยิ้มคืนมาเช่นกัน เธอจึงโบกมือลาอีกครั้ง ทว่านั่นทำให้คนข้าง ๆ ไม่ชอบใจเอาเสียเลย

"อาลัยอาวรณ์กันเสียจริง"

เขาหึงเธองั้นหรอ?

"คุณไม่ชอบเขาหรอคะ"

ดวงตาคมหันมามองเธอ นัยน์ตสีเข้มลึกล้ำฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน

"เจ้าจะให้ข้าชื่นชอบคนที่จะมาแย่งเจ้าไปจากข้าอย่างงั้นหรือ เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ากลัวแค่ไหนมุจลินท์"

เธอรู้...แววตาที่มักจะดุดันและนิ่งเฉยของเขากำลังวูบไหว เธอสร้างปัญหาให้เขาอีกแล้ว

"ฉันขอโทษค่ะ"

ใบหน้างามก้มงุด เธอไม่รู้จะพูดคำไหน ไม่รู้ว่าควรทำยังไง คำว่าขอโทษของเธอมันอาจไม่มีความหมายแล้วก็ได้ เธอใช้มันเปลืองเหลือเกิน

ทันใดนั้นริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอก็ถูกครอบครองโดยไม่ทันตั้งตัว เนิ่นนานก่อนที่ใบหน้าหล่อจะถอยมามองหน้าเธอนิ่ง

"เจ้าก็เป็นซะแบบนี้ น่าหงุดหงิดนัก" ใบหน้านวลแดงระเรื่อ "เจ้าช่างน่าหงุดหงิดจริงๆ"


หลังจากทั้งสองกลับไป เหล่าเทพอารักษ์ ภูติรับใช้ และเหล่าเทพธิดาแม้กระทั้งดิวครอสที่กลับจากส่งทั้งสองยังต้องตกตะลึง เมื่อทุ่งบุปผาที่แห้งเฉาไปแล้วบัดนี้กลับงดงามเช่นเดิม...ไม่สิ มวลบุปผาเหล่านี้งดงามยิ่งกว่าเดิมเสียอีก 

ประกายระยิบระยับและความปรีติของดอกไม้ทำให้พวกเขามึนงงและสับสน หากแต่ไม่สามารถถามดอกไม้ได้ เพราะพวกเขาแค่รับรู้ความรู้สึกของดอกไม้ ตอนนี้...พวกมัน...ดีใจจนงดงามยิ่งกว่าเดิม...เหมือนถูกปลดปล่อย

"นี่มันเป็นไปได้ยังไง..."


​ด้วยว่ามีเหตุประท้วงเกิดขึ้น ไรท์จึงได้ปรับแก้เนื้อหาตอนนี้เล็กน้อย คืนนี้เจอกันในตอนต่อไปจ้าาาา

ความคิดเห็น