เรณุมาศ

ดุจเดือน ต้องการนอนกับเขาเพราะต้องการมีลูก จัสติน หนุ่มลูกครึ่งที่แสนจะเจ้าชู้ คงไม่จริงจังกับใคร ดุจเดือนได้ใจ และได้ตัวเขา แบบไม่ต้องง้อ เมื่อท้องสมใจ เธอจะทิ้งเขา เขาไม่ยอมปล่อยเธอไป เรื่องวุ่นวายจึงเกิดขึ้นในแม่เสือเผด็จศึก เร่าร้อนทุกตอนที่ล็อคค่ะ love making ที่อ่อนหวานและเร่าร้อน เธออารมณ์ร้าย แต่ถ้้าควบคุมได้ เธอจะเร่าร้อน จนเขาแทบไม่ได้หลับได้นอนเลยทีเดียว .......

บทที่ 45 จบบริบูรณ์

ชื่อตอน : บทที่ 45 จบบริบูรณ์

คำค้น : แม่เสือเผด็จศึก, เรณุมาศ

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2561 12:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 45 จบบริบูรณ์
แบบอักษร

บทที่ 45


หลังจากสำเร็จการศึกษาจัสตินขอพักยาว  หนึ่งสัปดาห์ เขาพาครอบครัวไปวัด และไปสวนน้ำ  ซึ่งครอบครัวของน้องตะวันก็ไปด้วย  เด็กชายทั้งสอง  เป็นทั้งเพื่อน ลูกพี่ลูกน้อง  และถือว่าเป็นพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน    ผู้ปกครองให้เรียนโรงเรียนเดียวกัน  เรียนห้องเดียวกัน  และแน่นอนสองคนนี้สนิทกันมาก  


เด็กน้อยทั้งสองสงบเสงี่ยมมากเมื่ออยู่ในวัด  บอกง่ายสอนง่าย  ทำตามผู้ใหญ่  และเชื่อฟังคำสั่งสอน ผู้ปกครองอย่างจัสติน ดุจเดือน ดุจดาว และหม่อมหลวงอภิชาติ ต่างปลาบปลื้ม  ที่ลูกของตนน่ารัก น่าชัง รู้จักว่าอะไรควร หรือไม่ควรทำ


  ทั้งหกคนไปถึงสวนน้ำก่อนเที่ยง   พอไปถึงก็จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดว่ายน้ำกัน  ผู้ปกครองทั้งสี่ พาลูกไปซื้ออาหารก่อน  แล้วค่อยมานั่งรับประทานกันใกล้บริเวณที่เล่นน้ำ  เมื่อกินอิ่ม  จัสตินก็เอนหลัง  ภายใต้แว่นตากันแดดเรแบนสีดำ  ดูไม่ออกว่ากำลังหลับ  แต่มีคนรู้ทัน


"เฮ้ยจัสติน  น้องจอห์นนี่หาย" หม่อมหลวงอภิชาติร้องลั่น   คนกำลังหลับตกใจ  ลุกขึ้นมองหาลูกชาย  เห็นว่ากำลังกินไอศกรีมอยู่กับแม่  เพื่อนคนที่หลอกก็โดนเตะป้าบเข้าให้


"ไอ้บ้า  ตกใจนะโว้ย  อำว่าลูกหาย"


"แกไปอดหลับอดนอนมาจากไหนวะ?"  เพื่อนเชื้อเจ้าถามต่อ


"เมื่อคืนลูกกวน  ตื่นเต้น  นอนไม่หลับ มาขอนอนด้วย  เตะต่อยทั้งคืน"  


"จริงหรือครับคุณเดือน?" เขายังไม่เชื่อ  ต้องมีพยาน


"จริงค่ะ  เมื่อคืนจอห์นนี่นอนตรงกลาง"  เธอไม่ได้เล่าว่า หลังจากลูกชายหลับสนิทแล้ว พ่อกับแม่ก็ยังเข้าห้องน้ำรักกันจนถึงเที่ยงคืน  แต่หลังจากนั้น  เธอเองก็เชื่อจัสติน  เพราะลูกชายชอบนอนดิ้น  เตะผ้าห่มออกทุกที  ต้องเข้าห้องนอนเด็กไปห่มให้ประจำ


จัสตินต้องพึ่งกาแฟในช่วงบ่าย  หม่อมหลวงอภิชาติเชื่อเพราะดุจเดือนไม่ง่วง  ดูปกติทุกอย่าง


ผู้ปกครองทั้งสี่พาลูกชายวัยสี่ขวบไปเล่นน้ำก่อนเป็นอันดับแรก  แล้วพาไปเล่นเครื่องเล่นต่างๆ  นั่งรถไฟรางชมป่าจำลอง  ก่อนกลับพากันลงเล่นน้ำอีกครั้งหนึ่ง



ช่วงวันจันทร์-ศุกร์ ทั้งสองครอบครัวต่างผลัดกัน ดูแลเด็กๆ และอนุญาตให้เด็กๆนอนค้างด้วยกันได้ 


หนุ่มๆทั้งห้าคนที่เพิ่งเรียนจบไป  ต้องลงทะเบียนเข้าซ้อมรับพระราชปริญญาบัตรหลังเรียนจบ  ซ้อมพิธีรับฯกลางเดือนสิงหาคม และรับพระราชปริญญาบัตรกันจริงๆคือปลายเดือนสิงหาคม


หลังเรียนจบได้หนึ่งเดือนก็ถึงกำหนดวันวิวาห์สมรสของ จัสตินและดุจเดือน

สถานที่แต่งงาน เป็นรีสอร์ทติดทะเลบนเกาะพีพี   เพราะทั้งสองชอบทะเล  รวมทั้งลูกชายด้วย   ดุจเดือนต้องลางานไปเข้าคอร์สเจ้าสาว  และเตรียมสถานที่  เตรียมงานแต่งเอง  โดยมีมารดา  พี่สาว สาวิกา และพี่สะไภ้ไปช่วยเตรียมงาน  ต่างนำลูกๆของตัวเองมาด้วย




"จอห์นนี่ต้องสัญญาก่อนนะลูก  ห้ามเล่าให้พ่อฟัง ว่าเราทำอะไรกันบ้าง?"  


พอจัสตินมาถึงถามว่า

"เด็กๆทำอะไรกันบ้างวันนี้?" 

แต่ละคนแย่งกันเล่า


"ช่วยแม่เดือนจัดสถานที่ค่ะ  มีซุ้มดอกไม้สีม่วงไอโอเล็ต ริมทะเล สวยมากๆค่ะ  ชุดเจ้าสาวก็สวย............." แพรวาลูกสาววัยสามขวบของอัศวินและสาวิกาแย่งเล่า  จนเด็กชายสองคนต้องฟัง  เพราะพ่อสอนว่า  เลดี้เฟิร์ส


จัสตินหาข้อมูลถูกคนแล้ว  ถามแพรวารับรองรู้ทุกอย่าง  ไม่มีปิดบัง  เพราะพ่อจัสตินใจดี  เด็กๆชอบ


ดุจเดือนและจัสตินแต่งงานแบบสากล เพราะว่า ต่างก็อยากแลกเปลี่ยนคำสาบาน  การแต่งงานไม่ได้เกี่ยวกับศาสนา  แต่เกี่ยวกับคนสองคนที่ต้องการแต่งงานแบบง่ายๆ  แลกเปลี่ยนคำสาบานในการแต่งงานท่ามกลางแขกเหรื่อที่เป็นสักขีพยานรักของทั้งสองนั้นคือสิ่งที่สำคัญยิ่ง


ทั้งสองซ้อมพิธีแต่งงานก่อนงานแต่งหนึ่งวัน เย็นวันเดียวกัน ฌอง จอห์นสันเชิญชวนญาติของทั้งสองฝ่ายร่วมฉลองงานเลี้ยงก่อนพิธีมงคลสมรสรวมทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องอยู่ร่วมงานด้วย    หลังสามทุ่ม  เป็นงานเลี้ยงสละโสด  bachelor party ของเจ้าบ่าว  จัสตินไม่กล้าทำอะไรพิศดาร  โดยเฉพาะโดนยุให้นอนกับผู้หญิงอื่นก่อนแต่งงาน  เขาส่ายหัว  ปฏิเสธท่าเดียว  ทำไม่ได้หรอก  ขืนทำสิ  ดุจเดือนเลิกกับเขาแน่นอน  ไม่กล้าเสี่ยงเด็ดขาด 


เพื่อนๆในกลุ่ม  ทุกคนดูมีความสุขดี ยกเว้นแม็กซิมิเลี่ยนที่เพิ่งเลิกกับแฟนสาวเอมิกา  หลังจากที่คบกันมาเกือบสี่ปี หล่อนเจอผู้ชายที่คลิ๊ก  แบดบอยสไตล์


"แกมันดีเกินไปไอ้แม็กซ์  ผู้หญิงชอบผู้ชายเลวๆ  แบดบอย เพลย์บอยเหมือนฉันนี่"  จัสตินว่า


"ไอ้บ้า  ข้าจะไปบอกว่าที่เจ้าสาวแก"  ปฏิวัติขู่  


"อย่านะโว้ย  ขี้ฟ้องจริงๆเลยไอ้วัติ ฉันจะฟ้องไอ้เอ็กซ์เรื่องแกกับน้องเหมยเหมือนกัน"  เขาขู่คืน 


"เอาแล้วโว้ย  เงียบเลยจัสติน ไอ้เอ็กซ์ไปห้องน้ำ มาได้ยินเข้า ไอ้วัติมันต้องตายคาตีนพี่ชายจอมโหดแน่ๆ  มันรักจริงหวังแต่ง  แกก็เห็นใจมันหน่อยสิจัสติน"  อัศวินขอร้อง


"ก็ได้โว้ย  และขอร้องนะโว้ยห้ามขี่ม้าสามศอกไปฟ้องเดือนเป็นอันขาด"  เขายื่นคำขาด  กลัวว่าเพื่อนช่างฟ้องจะไปรื้อฟื้นพฤติกรรมชั่วๆของเขาที่รอดหูรอดตาหล่อน  


คืนนี้มันทนาพาหลานชายกลับไปห้องพักด้วย  ดุจเดือนก็มีงานเลี้ยงฉลองสละโสดเช่นกัน  สนุกสนานคุยกันตามประสาผู้หญิงก่อนไปสมทบกับผู้ชายตอนห้าทุ่ม   จัสตินโอบกอดแฟนสาวด้วยมือข้างหนึ่ง  ประกาศทอส ยกแก้วขึ้นดื่มพร้อมกันงาน   ทั้งสองต่างยิ้มแย้มแจ่มใส  สุขกาย สุขใจ  ใกล้ถึงงานวันแต่งงาน  รอมาตั้งสี่ปี  ไม่มีใครเปลี่ยนใจ  ต่างคนก็อยากใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบเหมือนครอบครัวอื่น  


งานเลี้ยงฉลองสละโสดรวมคืนนี้  ฌองบิดาของจัสติน  เป็นคนออกค่าใช้จ่าย ส่วนงานพรุ่งบ้านรุ่งเรืองกิจไพศาล  เป็นผู้รับผิดชอบ  งานเลิกก่อนเที่ยงคืน    ตามธรรมเนียมแล้วไม่ว่าการแต่งงานแบบใด  เจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะไม่นอนด้วยกัน ก่อนแต่งงาน  ดังนั้นจัสตินจึงถูกแยกจากดุจเดือนก่อนวันแต่งหนึ่งคืน  ความจริงแล้วดุจเดือนและเขาต่างแยกกันนอน  เพราะหล่อนเดินทางมาที่นี่ก่อนเขาตั้งหนึ่งสัปดาห์พาลูกมาด้วย  เขาคิดถึงทั้งแม่และลูก    แต่ไม่เป็นไร  พรุ่งนี้ก็สมหวังแล้ว  อดทนอ้างว้างไปอีกหนึ่งคืนก็แล้วกัน  เขาบอกตัวเอง



"เจอกันพรุ่งนี้นะเดือน ที่แท่นประกอบพิธี  คิดถึงจัง  ขอกอดจูบก่อนนอนได้ไหม?"  จัสตินเดินมาส่งดุจเดือนที่ห้องพัก


"โอเค  เดือนก็คิดถึง"  หล่อนโน้มตัวลงมาจูบ  พร้อมกอดหล่อนแน่น


"เฮ้ยไปหลับไปนอนกันได้แล้ว  ไปไอ้จัสติน  แกไม่สมควรมาป้วนเปี้ยนแถวนี้นาน  พรุ่งนี้ก็แต่งกันแล้ว "  หม่อมหลวงอภิชาติมาลากเขากลับไปยังห้องพัก อีกฝากหนึ่งของรีสอร์ท  เขาหันหลังมองดุจเดือนเดินเข้าห้องไป  หล่อนโบกมือ 


"good night baby!"  


"หวานกันจังนะ ชักอิจฉาคนกำลังจะแต่งงานแล้วล่ะสิ"    หม่อมหลวงอภิชาติว่า


"Good night babe." จัสตินตอบกลับ  


เช้าวันแต่งงานจัสตินไม่ได้เจอเจ้าสาวเลย  เขาเจอแต่ลูกชาย และคนอื่นๆ  ส่วนดุจเดือนไม่เห็นแม้แต่เงา   งานแต่งเริ่มเวลาสี่โมงครึ่ง  เขาเดินทางไปที่แท่นประกอบพิธี พร้อมกับเพื่อนเจ้าบ่าวทั้งสี่คน  เมื่อแขกเหรื่อเดินเข้ามานั่งเก้ากี้ที่จัดไว้แล้ว ญาติของดุจเดือนเป็นผู้ประกอบพิธีให้ โดยแปลเป็นไทย  


ในที่สุดเจ้าสาวก็เดินมาพร้อมกับมานพบิดาของหล่อน เขามองเจ้าสาวตาไม่กระพริบ ดุจเดือนดูสวยมากในชุดเจ้าสาวสีขาวฟูฟ่อง เกาะอก มองเห็นหน้าอกแต่พองาม  สวมชุดเพชรที่เขาซื้อให้  ข้างหน้ามีเด็กๆ จอห์น สุริยา  และแพรวา  แพรวา  ถือตะกร้า  โรยกลีบกุหลาบสีแดง  ตามทางก่อน  เจ้าสาว  เดินมางมาสมทบเจ้าบ่าวที่แท่นพิธี  เพื่อนเจ้าสาว ประกอบด้วย สาวิกา  ดุจเดือน  เมวดี   และนันทนา 


มานพพาเจ้าสาว  ลูกสาวคนเล็กมาส่งถึงมือเจ้าบ่าว ที่สวมชุดสูททักซิโด้สีกรมท่า โกนหนวดโกนเครา  หน้าตาหล่อเหลาไม่แพ้ดาราฮอลีวูด


"พ่อฝากเดือนไว้ในมือเราแล้วก็ดูแลลูกสาวพ่อให้ดีนะจัสติน"  เขาฝากลูกสาว 

"ผมจะดูแลเดือนตลอดชีวิตจะหาไม่  ขอบคุณครับคุณพ่อ"  เขาไหว้พ่อตา  ดุจเดือนเองก็ยกมือไหว้เช่นกัน ช่อดอกไม้สีม่วงไวโอเล็ตที่ถือมาด้วยอยู่ตรงกลางมือเรียวทั้งสอง


หลังจากมานพไปนั่งข้างสุชาดาแล้วพิธีแลกคำสาบานก็เริ่มขึ้น  ทั้งสองต่างมองหน้ากันด้วยความตื่นเต้น  สังเกตดูซุ้มดอกไม้สวยๆ  ทะเลสีคราม ฟ้าใส  ลมเย็นๆ พัดผ่าน  เม็ดทรายสีขาวนวล  เสียงนกร้อง  และนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาแถวนั้น


ทั้งสองต่างสูดหายใจเข้าปอด  ทำลายความตื่นเต้น  เมื่อผู้ประกอบพิธีแต่งงาน  เอ่ยว่า


"ในวันนี้เป็นงานแต่งงานของนายจัสติน  จอห์นสัน  และนางสาวดุจเดือน รุ่งเรืองกิจไพศาล  ทั้งสองรัก  ห่วงใย  ใส่ใจ  ถึงมีงานแต่งในวันนี้ขึ้น  ผมอยากให้เจ้าบ่าวแลกเปลี่ยนคำสาบานก่อน  เชิญครับ


จัสตินยิ้มให้เจ้าสาวก่อน    จึงพูดขึ้นว่า


"ผม จัสติน จอห์นสัน ประสบการณ์พบกันวันแรก  ผมจำจนวันตาย  เมื่อผมเช็คอินเข้าพักโรงแรงไฮแอท  ซึ่งเดือนมาทำงานเป็นรีเซพชั่นในคืนนั้น  ผมเห็นครั้งแรกก็หลงรักเลย  at the first sight  แต่เจ้าตัวไม่เคยรู้  เพราะผมตั้งใจจะบอกในวันนี้  คือวันแต่งงาน"  ดุจเดือนเองก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าจัสตินจะชอบตัวเองตั้งแต่แรกเห็น  มีเสียงเป่าปาก มาจากกลุ่มเพื่อน


"ผมชอบผู้หญิงสวย  และเก่ง  ผมสังเกตดูเค้าทำงาน แล้วสนใจ(ไม่ได้บอกว่าต้องนมใหญ่ด้วย)  ต่อมาโชคเข้าข้างเมื่อมีเหตุการณ์เข้าใจผิดเดือนเข้าใจว่าผมเป็นเอเยนต์ส่งยาในโรงแรมของเธอ(เสียงฮือฮาดังขึ้นมาอีก) เพราะวันนั้นมันมีปัจจัยทำให้เค้าคิดเช่นนั้น ผมไม่สบาย ลูกน้องซื้อยาแก้แพ้มาให้ถุงนึงจำนวนหนึ่งร้อยเม็ด  มาใส่กระเป๋ายาของผม มันมีขนาดและสีเหมือนยาบ้า ผมสั่งให้เลขาถอนเงินมาล้านนึงให้ลูกค้าชาวญี่ปุ่นที่ไม่ชอบการเดินทางไปธนาคารด้วยตัวเอง  ผมและลูกน้องพกปืน  วันนั้นผมถูกจับเข้าคุก  แต่ด้วยเดชะบุญรอดมาได้  ผมก็เลยเอาคืน  ได้ทั้งต้น  ได้ทั้งดอก  ได้ทั้งลูกอย่างที่เห็นนี่แหละครับ  ถึงแม้เดือนเค้าจะเอาแต่ใจไปบ้าง  แต่ก็ไม่เกินงาม  เดือนคือผู้หญิงคนเดียวที่ผมคบแล้ว  ไม่เรื่องมาก  ไม่เรียกร้อง  ไม่เคยขออะไร  นอกจากให้เลิกกับเธอซะ  ผมเคยเจอแต่ผู้หญิงวิ่งเข้าหา  พอเจอผู้หญิงคนนี้ที่วิ่งหนีผม  ผมตามซีครับ   ตามง้อ  ตามขอคืนดี   ยิ่งคบกันนาน  มันก็ยิ่งผูกพันธ์  และที่สำคัญไปกว่านั้น  คือพยานรักของเราที่เป็นโซ่ทองคล้องใจ  มาถึงวันนี้  ผมอยากบอกเจ้าสาวว่า  


'เดือนคือคนที่ผมตามหามานาน  คือผู้หญิงในฝันที่ต้องการสร้างฝันไปด้วยกัน   เดือนคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมอยากได้ในฐานะเพื่อน คนรัก คู่หูในการทำงาน  ภรรยา   และแม่ของลูก  ผมสาบานว่าคุณจะเป็นที่รัก  เป็นคู่ชีวิต  ไม่ว่าเเจ็บจะป่วยจะไข้  จะยากดีมีจน  ผมจะอยู่เคียงข้างคุณ  ร่วมทุกข์ ร่วมสุข  จะแก่จะเฒ่าไปด้วยกัน  ไม่ทิ้งกันจนความตายมาพรากจากกันไป  ผมอยากบอกว่า ผมรักคุณ"  


เขาจูบเธอ    ท่ามกลางเสียงปรบมือ  และโห่ร้อง  สปีชสดๆ  จากใจ  ผู้ชายชื่อจัสติน  จอห์นสัน  เขาอุ้มลูกชายขึ้นมาหอมแก้ม  แล้ว ปล่อยลงสู่พื้น  จอห์นนี่ยกนิ้วโป้งให้พ่อ สองนิ้ว  จอห์นนี่ในชุดสูทสีเดียวกันกับพ่อ  ผิวขาวเหมือนแม่  ผมหยิกยกศก  หน้าตาเหมือนพ่อ  สำเนาถูกต้องทุกประการ  ยืนอยู่ตรงกลางจับมือทั้งพ่อและแม่ไว้


"ต่อไป  เป็นทีของเจ้าสาวแลกเปลี่ยนคำสาบานครับ"  ผู้ประกอบพิธีแต่งงานประกาศ 


"ฉัน นางสาวดุจเดือน  รุ่งเรืองกิจไพศาล  เมื่อเจอกับจัสตินในครั้งแรก  ก็ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกเลย  ตลอดเวลาที่รู้จักเขา  ไม่เคยคิดจะจริงจังด้วย  เพราะเขาเป็นผู้ชายเจ้าชู้มาก  ฉันเจอกับผู้หญิงทุกคนของเขา  บอกตรงๆว่า ไม่ชอบ  และพยายามหนี  เขาตาม  ตามคำโบราณว่าเลยค่ะ  เกลียดสิ่งใดก็ได้สิ่งนั้น  มันเข้ากับชีวิตรักของเรา  ถ้าไม่นับความเจ้าชู้แล้ว จัสตินก็ดีแทบทุกอย่าง  เขาเสมอต้นเสมอปลาย  เทคแคร์ดูแลอย่างดี    เขารักใครแล้วรักจริง  รักครอบครัว  รักเพื่อน  บอกรักฉันมาตลอดทั้งที่คบกันได้ไม่นาน แต่ฉันไม่เชื่อเขาง่ายๆ   แต่เขาก็อดทน  พิสูจน์ตัวเอง  เขารักลูกและรักฉันมากค่ะ  ฉันรู้  มาวันนี้วันที่ตัดสินใจแต่งงานด้วย  คือ วันที่คิดว่า  ไว้ใจเขาได้แล้ว  พร้อมให้เขาเป็นผู้นำครอบครัว  เขาเป็นพ่อที่ดี  รักจอห์นนี่มาก  รักฉันมาก  ฉันจะตอบแทนความรักที่เขาให้มาด้วยการ  เป็นเพื่อนที่ดี  เป็นคู่รักที่น่ารักน่าใคร่  ใส่ใจดูแลเขา  สาบานว่าจะรักเขา จะอยู่กับเขา  ไม่ว่ายามเจ็บป่วยไข้  จะร่วมทุกข์ร่วมสุข  ยากดีมีจนก็อยู่เคียงข้างเขา  จะเป็นกำลังใจ  เป็นคู่หูช่วยกันทำงานเพื่อสร้างฐานชีวิตที่มั่นคงด้วยกัน จะอยู่ด้วยกัน  แก่เฒ่าไปด้วยกัน    ขอบคุณที่เลือก  และรักกัน  อดทน  ห่วงใย  ใส่ใจดูแลกันมาตลอด  ทั้งหัวใจมอบให้จัสติน  แต่เพียงผู้เดียว  รักนายมาก  รู้ไว้ด้วย"  ดุจเดือนโน้มศีรษะเจ้าบ่าวมาจูบ   ท่ามกลางเสียงปรบมือ  ผิวปาก  โห่ร้องกับคำสารภาพ  เรื่องราวความรัก ของคนคู่หนึ่งที่ฝ่าฟัน  กว่าจะมีวันนี้ได้  กว่าจะรัก  ใช่แค่เพียงสบตากันเมื่อไร  หลายคนที่ร้องไห้  ดีใจไปกับคู่บ่าวสาว  ไม่คิดว่าจะเป็นคู่รักทรหดขนาดนี้


นี่เป็นเหตุผลนึงที่ดุจเดือนต้องการแต่งงานแบบนี้  เพราะการแลกเปลี่ยนคำสาบาน จัสตินเป็นผู้ชายที่พูดแล้วไม่คืนคำ  คำไหนคำนั้นจริงๆ  


"เจ้าบ่าว  เจ้าสาว  แลกแหวนแต่งงานกันได้แล้ว ครับ" 

จัสตินหยิบกล่องใส่แหวนทองกลมเกลี้ยงมาสวมนิ้วนางข้างขวาของเจ้าสาว  และดุจเดือนสวมแหวนทองใส่นิ้วกลางข้างขวาของเขา  


"จากนี้ไปผมขอประกาศให้เจ้าบ่าว เจ้าสาวเป็นสามีภรรยากัน ณ บัดนี้  จูบกันได้"   

จัสตินประกบจูบเจ้าสาวอย่างดูดดื่ม ต้องผละออกออกห้ามใจ เมื่อมีสายตาแขกในงานประมาณสองร้อยคนกำลังเฝ้ามองอยู่




ทั้งสองไม่ลืมลูกน้อยกลอยใจ  จัสตินอุ้มลูกชายขึ้นมา  ทั้งสองหอมแก้มโซ่ทองคล้องใจคนละข้าง   ก่อนที่จะไปสมทบกับเพื่อนเจ้าบ่าว เจ้าสาว  ญาติพี่น้อง แขกที่มาร่วมงาน ถ่ายรูปแต่งงาน อย่างมีความสุข  



              จบบริบูรณ์



..................................................................

แก้ไขเรียบร้อยแล้วค่ะ   แต่ว่าบทที่มีกุญแจ ล็อค ไม่สามารถแก้ไขได้  

Happy ending ค่ะ


ขอบคุณที่ติดตามอ่านตลอดมานะคะ  


ขอบคุณทุกกำลังแรงใจ  ค่ะ


ทำเป็น อีบุ๊ควางขายใน meb แล้วนะคะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMjAxOTQwOCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6Ijc4NzgzIjt9

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}