Amano

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

วันที่ 17(โลก)/วันที่ 1(โลกโคบอล) 'ติดต่อ&ราชวงศ์เฮิร์บไปไหน'

ชื่อตอน : วันที่ 17(โลก)/วันที่ 1(โลกโคบอล) 'ติดต่อ&ราชวงศ์เฮิร์บไปไหน'

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2560 13:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วันที่ 17(โลก)/วันที่ 1(โลกโคบอล) 'ติดต่อ&ราชวงศ์เฮิร์บไปไหน'
แบบอักษร

​วันที่ 17(โลก)/วันที่ 1(โลกโคบอล) 'ติดต่อ&ราชวงศ์เฮิร์บไปไหน'

.

.

    'ไอ้น้อง ได้ยินพี่ป่าวว่ะ??"

.

    'พี่เบิร์น!!' ผมออกมานอกหอประชุมนั้นแล้วสะกิดดัสให้ตามมา ผมเดินไปที่ต้นต้านภัยศัตรูอีกครั้งเพื่อคุยกับพี่เบิร์นได้สะดวก

.

    'เออ พี่เอง กว่าจะติดเอ็งได้แต่พี่มีเวลาแค่10นาที ฟังดีๆนะเว้ย'

.

    'ได้ๆ' ผมไม่ถามอะไรมากเพราะเสียงของพี่มันดูเร่งรีบมากๆ

.

    'ดาวที่เอ็งอยู่มีชื่อว่า อีโครอฟ เป็นดาวขนาดเล็กที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นโคบอลประมาณ70%ของประชากรทั้งหมด อีก20%เป็นมอนสเตอร์ระดับต่ำและ10%เป็นพวกมอนสเตอร์ระดับสูงที่มีสติปัญญา ไม่มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์อยู่

      จุดประสงค์ที่เอ็งถูกส่งไปไม่ใช่แค่หยุดสงครามเท่านั้น ที่นั้นยังมีพืชหายากอยู่ด้วย มีแค่ที่ดาวดวงนั้น พี่บอกชื่อกับรายละเอียดมันไม่ได้เพราะมันจะกินเวลาแต่เชื่อว่าเอ็งน่าจะรู้โดยสัญชาตญาณว่ามันคือต้นอะไรบ้าง มีเวลาจำกัด2วัน ถ้าเกินกว่านั้นต่อให้เอ็งหาเจอก็เก็บมาเพาะปลูกไม่ได้ นั้นคือเควสย่อย

     แล้วก็นะ มีไอ้มนุษย์เฮงซวยที่แอบอ้างเป็นเผ่าโคบอลอยู่ระวังตัวด้วย'

.

     'นั้นไง ผมว่าแล้วเชียว ตอนนี้มันเป็นหัวหน้านักบวชไปแล้วพี่'

.

     'เวร! พี่ดันไม่ได้ไปกับเอ็งด้วย โคตรหงุดหงิดเลย'

.

     'แล้วมันมีสายอาชีพอะไรพี่บอกได้ไหม'

.

     'ไม่ได้ว่ะ ระบบหลักห้ามไว้...พี่เป็นห่วงเอ็งนะเว้ย แม่งอยู่ห่างสายตากูแล้วเป็นห่วงชิบหาย'

.

     'เอาน่า ผมไม่เป็นอะไรหรอก ฝากพี่ดูแลที่ฟาร์มด้วยนะ'

.

     'เออๆ แน่นอนอยู่แล้ว อีก1เดือนเจอกัน พี่คงติดต่อเอ็งจากนี้ไม่ได้'

.

     'ห๊ะ!! 1เดือน? ทำไมนานจัง?'

.

     'ก็เวลาจำกัดของเควสหลักไง'

.

     'ไม่ต้องหรอกพี่ แค่2วันก็พอแล้ว ตอนนี้ผมตกลงกับพวกโคบอลได้แล้วเหลือแค่จัดการยึดเมืองจากไอ้คนหลอกลวงนั้นแค่นี้ก็จบแล้ว อีกอย่างผมต้องไปขายผลผลิตที่เมืองด้วย'

.

     'ยังจะห่วงพวกที่เมืองอีกนะไอ้น้อง'

.

     'ในฐานะผู้ปกครองเมือง ผมก็ควรจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเล็กๆน้อยๆที่จะตามมาอย่างเรื่องสัญญานี่แหละ'

.

     'เออๆ ดูแลตัวเองดีๆนะเว้ยๆ พี่ติดต่อกับเอ็งต่อจากนี้ไม่ได้แล้วเพราะระบบห้าม'

.

     'ครับๆๆ อีก2วันเจอกัน'

.

     'เออ......'

.

     จากนั้นสัญญาณเสียงของพี่มันก็หายไป ผมได้แต่มองขึ้นไปที่ท้องฟ้ายามเย็นที่เริ่มมืดและเริ่มเห็นดาวเล็กน้อยด้วยความเหงาๆ แล้วลองติดต่อกลับไปหาพี่เบิร์นแต่มีเพียงเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่ติดจะเย็นชาตอบกลับมาว่าผมอยู่ไกลเกินกว่าที่จะติดต่อได้ แสดงว่า10นาทีนั้นพี่เบิร์นต้องใช้ความพยายามมากแน่ๆ

.

     "มีอะไรหรอขอรับ" ดัสถามขึ้นหลังจากผมเงียบไปนาน

.

     "พี่เบิร์นติดต่อมาน่ะแต่ตอนนี้สัญญาณหายไปแล้ว"

.

     "ท่านเบิร์นว่าไงบ้างขอรับ"

.

     "ก็เรื่องดาวดวงนี้คร่าวๆ กับเควสย่อยน่ะ เราไปหาพวกโคบอลเถอะ"

.

     "ขอรับ"

.

     เมื่อผมมาถึงหน้าหอประชุมก็พบกับพวกเฮลล์โคบอลที่กำลังเข้ามารวมพลกันอยู่ คนที่บาดเจ็บถูกแยกออกมาและคนที่ยังแข็งแรงดีอยู่ก็ทำหน้าที่ยกของเช่นพวกเต็นท์ อาหาร ฟืน อาวุธ เข้ามาในหมู่บ้าน เรียกได้ว่าย้ายค่ายทหารเข้ามาในหมู่บ้านนี้เลยก็ว่าได้

.

     "ดัส...ใช้มหาเวทย์รักษาอีกครั้งแล้วกันนะ"

.

     "นายท่านไหวหรอขอรับ"

.

     "แน่นอนสิ" ผมบอกยิ้มๆแล้วชูขวดฟื้นฟูมานาให้ดัสดู

.

     "งั้นมาเริ่มกันเลยขอรับ"

.

     ผมสังเวยวิญญาณเพื่อเพิ่มขีดจำกัดมานาอีกครั้งพร้อมกับเอาไม้เท้าตัวแทนรูปมังกรมาถือด้วย วงเวทย์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้ผมรู้ได้ว่าผมไม่เหนื่อยหรือปวดหัวเหมือนก่อนหน้านี้ตอนที่สลบไป

.

      แสงสว่างและละอองแสงทำให้พื้นที่โดยรอบกลายเป็นทะเลดาวไม่ต่างอะไรกับบนท้องฟ้ายามค่ำคืนตอนนี้ เหล่าทหารเฮลล์โคบอลทั้งหลายที่กำลังบาดเจ็บต่างหยุดส่งเสียงเมื่อละอองแสงเหล่านั้นเข้าไปที่บริเวณบาดแผลต่างๆและรักษาหรือฟื้นฟูจนหายเป็นปกติ พวกเขาต่างตกใจและตื่นเต้น มีใครบ้างเหล่าอยากสูญเสียแขนขาหรืออวัยวะต่างๆบนร่างกายไป

.

      "ท่านเทพ!!! ผู้ที่สามารถทำแบบนี้ได้มีแต่เทพเท่านั้น"

.

      "ไม่เจ็บแล้ว เจ้าดูสิ!! แผลที่หลังข้าหายไปแล้ว!!"

.

      "หางของข้า ฮือออ หางที่ท่านแม่ของข้าให้มาและข้ารักมันมาก ก่อนจะมาสงครามนี้ข้าเศร้าแทบตายที่ดันไปโดนมอนสเตอร์ตัดไปตั้งนานแล้วแต่ตอนนี้มันงอกกลับมาแล้ว ท่านเทพ!! มีแต่เทพเท่านั้นที่ทำได้ ฮือออออ"

.

      เหล่าคำชมและสรรเสริญมากมายต่างดังไปทั่วหมู่บ้านไม่เพียงแต่เฮลล์โคบอลเท่านั้นแม้แต่มานาริกที่เคยได้รับการรักษานี้มาแล้วแต่เมื่อมาเห็นความอัศจรรย์นี้กับตาอีกครั้งก็ทำให้พวกเขายอมรับและยกย่องในตัวผู้กอบกู้คนนี้มากยิ่งขึ้น ยังไม่นับเรื่องที่เขาสร้างโดมแสงพิทักษ์และช่วยยุติสงครามนี้ทำให้ไม่มีผู้สูญเสียเพิ่มขึ้น ถึงแม้รูปร่างหน้าตาของผู้กอบกู้จะแตกต่างจากพวกเขาก็ตาม

.

     "เรียบร้อย อึกๆ" ผมดื่มยาฟื้นฟูมานาทันทีเพื่อรักษาสมดุลของพลังที่เสียไป จะว่าไปตอนนั้นผมก็ดันรีบไปหน่อยทำให้ไม่ได้ใช้อุปกรณ์เพิ่มพลังเวทย์ช่วยในการร่ายเวทย์ที่ต้องรักษาคนจำนวนมากเมื่อเทียบกับครั้งก่อนที่เคยใช้เวทย์รักษาทำให้สลบเหมือดไปเหมือนเมื่อเช้าไงล่ะครับ เฮ้อ~ ถ้าถือไม้เท้านี่แทนดาบแต่แรกก็คงไม่สลบไปแบบนั้นหรอก

.

     "ท่านผู้กอบกู้ ข้าในฐานะตัวแทนเผ่าเฮลล์ขอขอบคุณท่านมาก เวทย์ของท่านช่างทรงพลังยิ่งนัก เทพผู้กอบกู้"

.

      "ไม่เป็นไรครับ จะว่าไปผมยังไม่แนะนำตัวเลยครับ ให้เรียกแต่ท่านผู้กอบกู้แล้วมันแปลกๆอย่างไงไม่รู้"

.

      "นั้นสินะ ข้าเองก็ขออภัยดัวย ข้าคือราชาเฮลล์โคบอลนามว่า เฮกกาซ เป็นพ่อของเฮกราส" เฮกกาซบอกแล้วโค้งตัวให้ผม

.

      "ส่วนข้าอดีตราชาและหัวหน้าเผ่ามานาริก ลักตัส ขอบคุณที่ท่านช่วยเราไว้เช่นกันและข้าก็เป็นพ่อของลักก้า" ลักตันก็โค้งตัวให้เช่นกัน

.

      "ผมชื่อวิศเป็นเกษตรกรแล้วก็อย่างที่พวกคุณเห็น ผมเป็นคนจากต่างโลกครับ ยินดีที่ได้ช่วยเหลือ" ผมโค้งตัวให้เขาทั้งสองคนเช่นกัน

.

      "เกษตรกร!! เช่นนั้นเหตุใดท่านจึงมีพลังขนาดนั้น" มหานักบวชถามผม

.

      "เรื่องพลังผมก็ได้มาจากหลายเหตุผลน่ะครับ เรื่องมันยาวแต่ผมยังไม่ทราบชื่อท่านเลย"

.

      "ฮะแฮ่ม...ขออภัย ข้ามีชื่อว่า ก้าท่า เป็นอดีตหัวหน้ามหานักบวชแล้วยังเป็นพ่อของก้ารา"

.

      "เป็นนักบวชสามารถมีลูกได้หรอครับ?"

.

      "นางไม่ใช่ลูกแท้ๆของข้าหรอกท่านแต่เพราะแม่ของนางเป็นคนใช้ของข้าและนางเป็นคนดีข้าจึงรับนางและลูกเป็นภรรยาและลูกของข้า"

.

      "อย่างนี้นี่เอง ไม้เท้าตัวแทนเป็นอย่างไงบ้างครับใช้ดีไหม?" ผมถามเพราะได้มอบไม้เท้าหอกที่ให้เขาเป็นคนดูแล ซึ่งราชาทั้งสองก็เห็นด้วยที่จะให้มหานักบวชเป็นคนดูแลเพราะท่านเป็นผู้ดูแลไม้เท้าตัวแทนอันเก่ามาก่อน

.

       "ทรงพลังมาก ไม้เท้าตัวแทนของเมืองที่ข้าเคยถือกับด้อยกว่าอยู่หลายส่วน...แต่คงจะน้อยกว่าอันที่ท่านถือ" ก้าท่ามองมาที่มือผม อา ผมลืมเก็บมันเข้าไปที่รอยสักที่มือเหมือนเดิม

.

      "ฮ่าๆๆ ใช้งานได้ก็ดีแล้วอย่าสนใจไม้เท้าของผมเลยครับ" ผมบอกแล้วเก็บมันเข้าไปในมือเหมือนเดิม

.

      "ถ้างั้นข้าคิดว่าเราควรจัดงานฉลองในการร่วมมือกันอีกครั้งของเรา" ลักตัสเสนอ

.

      "ดี! เสบียงของข้าเองก็เหลือเยอะนำพวกมันมาใช้ได้เลย ทุกคนฟัง คืนนี้เราจะมีงานเลี้ยงกัน" เฮกกาซเห็นด้วยและสั่งทหารของเขา

.

      "เฮ้!!!!!!"

.

      "ถ้างั้นเชิญท่านวิศไปพักผ่อนก่อนเถอะ ข้าจะให้คนพาท่านไปหาองค์ชายลักก้าและก้าราลูกสาวข้า พวกเขาถามหาท่านหลายครั้งแล้วเมื่องานเลี้ยงจัดเรียบร้อยแล้วข้าจะให้คนไปตาม"

.

       "ได้ครับ"

.

       โคบอลที่น่าจะเป็นแม่บ้านนำผมไปที่บ้านหลังหนึ่ง มันก็ไม่เล็กมากแต่ออกจะคับแคบไปสำหรับผม ผมจึงเข้าไปพร้อมกับดัสที่มิติฟาร์ม ผมให้ดัสนอนพักได้ตามสบายและไปอาบน้ำจากน้ำที่เก็บไว้ในมิติโรงนา...ห้องน้ำ? ของแบบนั้นไม่ต้องมีก็ได้นิครับในเมื่อมีผมแค่คนเดียวที่อยู่ในนี้ดัสเองก็ไปนอนแถวๆทุ่งข้าวโน่นแต่...ช่วยปิดตาซักนิดก็ดีนะครับ

.

    ...หลังจากจัดการตัวเองเรียบร้อยพร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ที่ยังมีเหลือในมิติโรงนา2-3ชุดผมก็เดินไปสั่งเก็บเกี่ยวข้าวและผักที่ปลูกไว้อีกรอบ อ๋อ เพราะก่อนมาที่จุดสงครามผมรีบๆอยู่เลยไม่ได้ไปดูพวกราชวงศ์เฮิร์บเลยต้องไปดูซักหน่อยแต่ว่า...พวกมันหายไป ได้ไง!!??

.

     ผมเดินหาตามดงข้าวก็ไม่เจอ ทั้งๆที่มันเป็นที่ๆน่าจะซ่อนได้แต่ว่าก็ไม่เจอผมเลยเดินไปบนบ้านไม้สักทั้งสามหลัง มันไม่น่าจะขึ้นมาได้นะผมว่า หลังแรกทางขวาเป็นหลังที่ผมขึ้นไปอยู่และใช้งานบ้างแล้วไม่มี หลังที่สองตรงกลางมีแค่ต้นกล้าคุ้มภัยสองต้อนที่เอามาวางไว้ พอมาหลังที่สามทางซ้ายผมก็พบว่าเมื่อผมเดินขึ้นบันไดไปเหมือนผ่านเข้าไปในม่านพลังบางอย่างทั้งๆที่ในมิตินี้มันไม่ต้องใช้

.

     สิ่งที่ผมเห็นสิ่งแรกคือสภาพแวดล้อมที่ต่างออกไป มันไม่ใช่บ้านไม้สักเปล่าๆเหมือนอีกสองหลังก่อนหน้าเพราะ...เนื้อไม้บ้านหลังนี้มันส่องประกายออกมาราวกับวิหารศักดิ์สิทธิ์มากกว่าบ้านไม้สักธรรมดา เมื่อผมเดินขึ้นไปก็สัมผัสได้ถึงพลังเวทย์ที่มากกว่าด้านนอกเขตของบ้านนี้

.

      อีกสิ่งที่น่าแปลกคือผมเห็นพวกเฮิร์บต่างๆกำลังเดินอยู่ ส่วนใหญ่เป็นเฮิร์บระดับธรรมดาแต่พวกเธิร์บขุนนางกำลังรวมตัวอยู่ที่หน้าห้องๆหนึ่งที่ประตูปิดอยู่และประตูนั้นส่องแสงสีรุ้งออกมา ผมจึงเดินเข้าไปใกล้ๆเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ควีนเร้ดเฮิร์บเดินเข้ามาหาผมซะก่อนแถมยังพูดได้อีกด้วย!!

.

     'นายท่าน โปรดหยุดก่อน' เสียงผู้หญิงที่ดูมีอำนาจดังขึ้น

.

     "หือ?? เธอพูดได้!!"

.

     'ก็ไม่เชิงนายท่าน พวกเราไม่มีอวัยวะสำหรับออกเสียงจึงทำได้เพียงใช้การสื่อสารทางจิตเท่านั้น'

.

     "อ๋อ อย่างนี้นี่เองแล้วนี่เกิดอะไรขึ้น พวกเธอยึดบ้านผมไปหลังหนึ่งเลยนะ"

.

      'โปรดให้อภัยในความผิดของพวกเราด้วย ก่อนหน้านี้ตอนที่เราอยู่ที่ฟาร์มถึงจะมีการปกป้องจากโดมเซฟโซนของนานท่านแต่พวกเราก็โดนโจมตีจากราชวงศ์เฮิร์บอื่นๆทางกระแสจิตเวทย์'

.

    "โจมตี? จากไหน"

.

    'ราชวงศ์อื่น ท่านต้องทราบว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่มีความสามารถที่เรียกว่า 'นักฝึกพืช' พวกเขาใช้พืชต่างๆในการโจมตีและป้องกัน บุคคลเหล่านั้นเท่าที่พวกเราโดนได้รับรู้จากการโจมตีทั้งหมด พวกนั้นมีกันสองคนและยังเป็นพันธมิตรกัน

      พวกเขาจึงมีราชวงศ์เฮิร์บที่แข็งแกร่งกว่าพวกเรา เพราะตอนแรกท่านมหากษัตริย์เรนโบว์เฮิร์บทั้ง3ยังไม่แข็งแกร่งพอจึงไม่ได้เป็นจุดสนใจนักแต่เมื่อนายท่านเริ่มรวบรวมขุนนางอย่างพวกเรามากขึ้นพลังของเราจึงทำให้ทางราชวงศ์ทั้งสองนั้นสนใจและส่งพลังเวทย์เข้าโจมตีท่านมหากษัตริย์ทั้งสามเพราะแบบนั้นพวกเราจึงค่อยๆอ่อนแอลงเรื่อยๆจากภายใน ถึงดูภายนอกพวกเราจะแข็งแรงดีก็ตาม'

.

     "แล้วป้องกันไม่ได้?"

.

     'กระแสจิตเวทย์นั้นค่อนข้างแตกต่างออกไปจากพลังจิตธรรมดาเพราะพลังเวทย์กระจายอยู่รอบตัวจึงสามารถส่งพลังไปโจมตีในระยะไกลได้ไม่เหมือนพลังจิตที่ใช้ได้ในระยะใกล้ ผู้ที่มีพลังเวทย์อ่อนแอกว่าจึงป้องกันได้ยากนั้นคือสาเหตุให้พวกเราโดนโจมตี

      แต่หลังจากนายท่านพาพวกเราเข้ามาที่นี่ การโจมตีเหล่านั้นก็ได้หยุดลงแต่นายท่านไม่ได้บอกให้พวกเราอยู่ที่ไหนท่านมหากษัตริย์ทั้งสามจึงให้พวกพวกเรามาที่นี่ ตอนนี้พวกท่านกำลังรักษาตัวและทะลวงขั้นเพื่อเพิ่มพลังอยู่ พวกเราจึงได้สร้างโดมพรางตาและกักพลังเวทย์จากการทะลวงขั้นของท่านทั้งสามเพื่อให้เหล่าเฮิร์บอื่นๆเติบโตมากขึ้น'

.

    "อย่างนี้นี่เอง งั้นพวกที่เดินๆอยู่ก็เป็นทหารหรอ"

.

    'ไม่ใช่เพียงทหารแต่เป็นนักเวทย์ นักอาคม และประชาชนอีกด้วย'

.

    "หือ? มีหน้าที่แตกต่างกันไหม"

.

    "เหล่าทหารคือกำลังรบแนวหน้าของพวกเรา นักเวทย์คือแนวหลัง นักอาคมคือผู้ดูแลเฮิร์บต้นเล็กๆ คัดเลือกหน้าที่ และหาพวกเฮิร์บใหม่ๆที่แข็งแรงจากทุ่งปลูกของนายท่านมาเป็นประชาชนของที่นี่ สุดท้ายคือประชาชน พวกเขามีหน้าที่ปรับปรุงให้บ้านหลังนี้ทดทานและมีพลังเวทย์พอที่จะส่งเสริมพวกเราทั้งหมด ด้วยการปลูก ผงประกาย เพราะงั้นต้องขออภัยอีกเรื่องที่พวกเราดึงตัวเฮิร์บมาเพิ่มจากแปลงปลูกของท่านโดยพละการ'

.

     "เรื่องดึงตัวมาผมอนุญาตเพราะผมมีเฮิร์บเยอะอยู่แต่คราวหลังบอกก่อนก็ดีนะ"

.

     'เรื่องนั้นเพราะว่าเราเพิ่งสามารถสื่อสารกับท่านได้เมื่อเข้ามาในมิตินี้'

.

     "อ้าว เป็นงั้นได้ แล้วผงประกายคืออะไร แล้วพวกราชวงศ์ทั้งสองนั้นจะทำอย่างไงต่อไปล่ะ"

.

      'ตอนนี้พวกเรากำลังเพิ่มความแข็งแกร่งของเรากันอยู่อีกทั้งไม่ได้รับการโจมตีจากอีกฝ่ายแล้ว คิดว่าน่าจะเพิ่มประสิทธิภาพของราชวงศ์ได้ในเร็วๆนี้ ส่วนผงประกายโปรดตามดิฉันมา' สิ้นเสียงควีนเร้ดเฮิร์บเธอก็ลอยขึ้นและตรงไปยังอีกห้องหนึ่งข้างๆกัน

.

     เมื่อผมเดินตามเข้าไปก็พบว่าภายในห้องถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกมีเฮิร์นตนเล็กๆและต้นปกติอยู่ในวงเวทย์และมีต้นเฮิร์บที่น่าจะเป็นนักอาคมกำลังคัดแยกพวกเขาออกไปอีกหลายกลุ่ม อีกกลุ่มนั้นอยู่บนกิ่งไม้แปลกๆที่งอกออกมา ในห้องนี้ยังมีกิ่งของต้นไม้ขึ้นจากพนังไม้ของห้องพร้อมใบสีทองอีกหลายกิ่งและดูดีๆจะเห็นว่าพวกเฮิร์บได้ใช้เป็นที่อยู่โดยนอนบนใบของกิ่งพวกนั้นๆไม่ได้มีสิ่งก่อสร้างแต่อย่างใดและยังมีการเก็บเกี่ยวผงอะไรซักอย่างจากดอกที่ออกมากิ่งเหล่านั้น เดี๋ยวนะ!! นี่ดอกรักที่ใช้ร้อยมาลัยไม่ใช่หรอ? แต่ไหงใบมันเป็นของต้นโพธิ์

.

     # ต้นโพธิ์ดอกรักละอองทอง #

.

ระดับ : ??? (ไม่สามารถวัดได้เพราะไม่เกิดจากธรรมชาติ)

.

       ต้นโพธิ์ดอกรักละอองทอง ต้นไม้ชนิดนี้เกิดจากการใช้เวทย์บางอย่างของเหล่าเฮิร์บเพื่อสร้างที่พักและแหล่งพลัง โดยรากฐานเกิดจากเนื้อไม้สักจากพนังห้องและกระตุ้นเซลล์ภายในด้วยพลังเวทย์จนเกิดการกลายพันธุ์เพราะก่อนสร้างบ้านหลังนี้ไม้สักเคยเก็บรวมไว้กับไม้ต้นรักและต้นโพธิ์จึงมีเศษไม้ทั้งสองติดมาด้วยทำให้เซลล์เหล่านั้นผสมกัน

        จึงเกิดเป็นกิ่งต้นโพธิ์ที่มีลักษณะใบเป็นใบโพธิ์แต่มีสีทองและออกดอกเป็นดอกรักสีขาว ที่ยอดดอกเป็นเกสรสีทองจะผลิต เกร็ดประกายทอง ออกมาทุกๆ5นาทีประมาณ2-3เกร็ดประกาย เกร็ดประกายทองเมื่อนำมารวมกันจะกลายเป็นของเหลวเรียกว่า น้ำเอล โดราโด้(El Dorado) เป็นน้ำทองคำเวทย์บริสุทธิ์100% สามารถใช้ในการปรุงยาและขึ้นรูปเครื่องประดับเวทย์ได้และเมื่อผ่านกระบวณการพิเศษบางอย่างของพวกเฮิร์บจะสามารถกลายเป็น ผงประกาย เพื่อนำไปเป็นแหล่งพลังเวทย์

.

.

     เมื่อผมมองไปที่กลางห้องก็เห็นบ่อน้ำสีทองขนาดเท่าขันตักน้ำและเฮิร์บที่ใช้เวทย์ได้ค่อยๆตักมันขึ้นมาและร่ายเวทย์บางอย่างและมันก็กลายเป็นผงสีขาวและบางต้นก็ตักน้ำสีทองนั้นไปรดที่กิ่งของต้นโพธิ์ฯต่างๆบนพนัง

.

      "นั้นกำลังทำผงปรกายกันอยู่หรอ?"

.

      'ใช่แล้วนายท่าน ผงประกาย จะช่วยพวกเราให้เราสามารถพัฒนาตัวเองได้โดยจะนำมันมาทาที่รากหรือก็คือขาของเราเพื่อดูดซับพลัง"

.

      "แล้วน้ำที่เอาไปรดที่กิ่งล่ะ"

.

      'เราใช้เพื่อรดไปที่ทุกกิ่งและผนังเพื่อให้ขยายพันธ์ุและบำรุงพวกมันแต่...จริงๆแล้วเราไม่รู้ว่าเก็บน้ำเอล โดราโด้ไว้ทำอะไรซะมากกว่า เพราะเกร็ดประกายทองนั้นมีจำนวนมากตามดอกที่บานและดอกก็เกิดที่กิ่งบนพนังอีกจำนวนมาก เท่าที่เราเคยลองนับดูตอนนี้ในห้องนี้มีกิ่งพวกนั้นทั้งหมด52ต้นแล้ว นอกจากทำผงประกายที่มีจำนวนมากแล้วในตอนนี้พวกเราก็ได้นำมันไปขยายพันธ์ุเท่านั้น'

.

     "หา!! เป็นงั้นไป แล้วทำไมไม่ขึ้นรูปพวกมันล่ะ?"

.

     'ขึ้นรูปคืออะไรงั้นหรอนายท่าน'

.

     "รู้จักเหรียญไหม ที่เป็นกลมๆแบนๆน่ะ ผมจะใช้มันในการใช้จ่าย"

.

     'ขออภัยนายท่าน พวกเราเหล่าพืชไม่จำเป็นต้องใช้เงินตราในการทำสิ่งต่างๆดังนั้นจึงไม่ทราบว่ามันเป็นเช่นไร'

.

      "อา...ช่างมันเถอะ" ผมกุมขมับตัวเองเพื่อคิดอะไรบางอย่าง "แล้วอันนี้รู้จักไหม" ผมหยิบกระดาษรูนแดงที่ได้มาจากการล่าในเมืองเมื่อครั้งก่อนออกมา พวกหนี้ผมยังไม่ใส่เข้าที่แขนทั้งหมดแต่เก็บๆว่ในมิติโรงนาบางส่วน

.

      'รูนวิวัฒฯ!! นายท่าน สิ่งนี้มีค่ามากสำหรับพวกเรา'

.

      "จริงหรอ บอกหน่อยได้ไหมว่ามันใช้ทำอะไรได้เพราะผมรู้แค่ใช้แทนเงินได้อย่างเดียว"

.

      'น่าเสียดายถ้านายท่านจะใช้พวกมันเป็นแค่เงินตรา รูนแดงที่นายท่านถือครองสามารถช่วยพวกทหารเฮิร์บธรรมดาให้วิวัฒนาการเป็น เฮิร์บบุกทะลวง ที่มีประสิทธิภาพมากว่าแต่ไม่มีผลต่อพวกนักเวทย์'

.

       ผมอยากรู้มากกว่านี้จึงนำรูนเขียวและม่วงออกมาให้ดูด้วยจึงสรุปได้ดังนี้ นับลำดับขั้นน้อยไปมากจาก รูนแดง > เขียว > ม่วง

       เฮิร์บทหาร > บุกทะลวง > อัศวิน

       เฮิร์บนักเวทย์ > (ไม่มีผล) > จอมเวทย์

       เฮิร์บนักอาคม > นักอาคม(เพิ่มพลังมากขึ้น) > ผู้ใช้ยันต์

.

     นั้นคือสิ่งที่ผมได้รู้ ผมจึงลงทุนกับการทหารเฮิร์บเหล่านี้เป็นรูนทั้งสามสีอย่างละ50รูน ส่วนรูนทองที่ผมไม่เอาออกมาเพราะมันออกจะเป็นการลงทุนที่มากเกินไปต้องของดูประสิทธิภาพของการพัฒนาเสียก่อน(ก็งกนั้นแหละ) อีกเรื่องที่ผมสงสัยคือส่วนผสมยาจะเพิ่มขึ้นหรือเปล่าเมื่อมีชนิดเฮิร์บแตกแยกออกมานั้นก็คงต้องรอดูไปก่อนเมื่อพวกเฮิร์บวิวัฒนาการเรียบร้อยแล้ว

.

       "แต่ผมไม่ให้เปล่าๆหรือนะ ผมต้องการแลกมันกับน้ำเอล โดลาโด้ นี่คือแกลลอน1แกลลอนนี้ต่อ50รูนแดง หรือ10รูนเขียว หรือ5รูนม่วง ตกลงไหม" ผมบอกแล้วเอาแกลลอนน้ำที่หมดแล้วออกมา2แกลลอน

.

       'แน่นอนนายท่าน ได้ตามท่านต้องการ น้ำพวกนี้ไม่มีประโยชน์ต่อพวกเรานัก ว่าแต่ท่านต้องการนำไปทำสิ่งใด'

.

       "ผมคิดจะขึ้นรูปมันน่ะ แต่ก็ไม่ใช่ตอนนี้หรอกเคยอ่านนิยายเรื่องหนึ่งที่พูดถึงมิธรินแต่ผมเองก็ไม่เคยเห็น เพราะงั้นน้ำนี่จึงใกล้เคียงมาที่สุดผม เลยคิดว่าจะสะสมมันไว้ก่อน"

.

       'อย่างนี้นี่เอง ถึงจะไม่เข้าใจนักแต่รูนมีความสำคัญมากกว่าน้ำสีทองพวกเราจะทำการเติมเต็มถังน้ำนั้นให้เต็มตามท่านต้องการ'

.

      "ขอบคุณมาก"

.

      'แล้วรูนมากมายก่อนหน้านี้ที่นายท่านให้มา'

.

      "อันนั้นผมถือว่าเป็นการชงทุนและช่วยเหลือกองทัพของเธอ"

.

       'ขอบพระคุณอย่างสูง'

.

       "เออ ถามอีกเรื่องเห็นไม้ใหญ่สีขาวนั้นไหม"

.

      'ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตอนนั้นพวกเราเห็นแล้วนายท่านแต่พวกข้าที่เป็นเฮิร์บธรรมดาไม่สามารถเข้าใกล้ได้ มีแต่มหากษัตริย์ทั้งสามที่เคยไปใกล้ได้ในระยะ1เมตร'

.

       "มีงี้ด้วยหรอ เกิดอะไรขึ้น" ผมแค่จะบอกให้พวกเขาช่วยดูแลด้วยแต่คงไม่ได้แล้ว

.

       'พลังเวทย์แข็งแกร่งออกมาจากต้นไม้นั้นอาจทำให้พวกเราเหี่ยวเฉาได้แต่สำหรับมหากษัตริย์ทั้งสามพลังนั้นทำให้พวกท่านกำลังปิดตัวเพื่อเลื่อนขั้นอยู่"

.

       "อย่างนี้นี่เองงั้นก็ช่างมันเถอะ ผมไปก่อนนะมีเรื่องต้องจัดการอีก ใช้บ้านหลังนี้ดีๆล่ะอย่าทำสกปรก"

.

       'แน่นอนนายท่าน ฉันจะไปส่ง'

.

       หลังจากนั้นควีนเฮิร์บก็ลอยตามผมมาถึงบันไดบ้านเมื่อผมออกมาเธอก็ลอยกลับไปด้านในเสียแล้ว อืมมม เรื่องการแสดงอารมณ์นี่ยังแข็งๆไปนะพวกเธิร์บเนี่ย

.

       "ดัส อยู่ที่นี่ไปก่อนแล้วกันนะ ที่งานเลี้ยงคงวุ่นวายถ้าดัสออกไปเพราะตัวใหญ่มาก" ผมเดินมาบอกดัส

.

      "ได้ขอรับนายท่าน จริงๆแล้วข้าก็ไม่อยากไปนักเพราะว่าได้กลิ่นเลือดของเนื้อสัตว์ ที่นั้นคงมีแต่เนื้อ พวกกินพืชอย่างข้าย่อมไม่ชอบอยู่แล้ว"

.

      "เอางั้นหรอ"

.

      "แน่นอนขอรับ...แต่ถ้าไม่ว่าอะไร ข้าขอกินผักกาดเวทย์ซัก10-20ได้หรือไม่" ดัสบอกพร้อมกับน้ำลายที่ไหลออกมาแต่ผมเห็นนะว่ามีเศษหลงเหลืออยู่ด้านหลังเขา

.

     "กินไปเถอะเดี๋ยวผมปลูกใหม่ได้แต่ว่า...อย่างทำเลอะเทอะล่ะ" ผมบอกแล้วชี้ไปที่ด้านหลังเขา

.

       "แฮะๆ ก็มันอร่อยนิขอรับ"

.

       "โอเคๆ พักผ่อนที่นี่ล่ะแต่ยังไงก็เตรียมตัวไว้ด้วย ผมคิดว่าจะไปทำเควสย่อยคืนนี้ด้วย" ผมบอกแล้วเดินออกจากมิติไป

.

       "ขอร้าบ ง่ำๆๆๆๆ"

.

.

/////////////--------


       ติได้แต่อย่าด่านะครับ

       1 เม้น = 1 กำลังใจ

       คนเขียน : Amano , ฝ่ายQc: Kibou

ความคิดเห็น