nawa

สวัสดีค่ะ ถ้าใครหลงเข้ามาแล้วอย่ากดผ่าน ลองอ่านสักตอนก่อนนะคะ นิยายของNawa อินดี้ที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องลึกลับ

ชื่อตอน : ห้ามเลือด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.7k

ความคิดเห็น : 54

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2560 16:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ห้ามเลือด
แบบอักษร

บทที่56

 พิมพลอยเดินกึ่งวิ่งตามหลังคะฉิ่นไปด้วยความลำบากและทุรักทุเลเพราะยังเจ็บแผลที่บริเวณสะโพก  คะฉิ่นเดินฝ่าดงไม้และม่านหมอกออกไปเจอลานกว้างที่เต็มไปด้วยซากผุพังของเมืองโบราณ เสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดของมนุษย์ดังแว่วมาตามลม คะฉิ่นเงี่ยหูสดับฟังแล้วเสียงนั้นก็ค่อยๆหายไป ขนแขนของชายหนุ่มลุกซู่ บรรยากาศเบื้องหน้าชวนให้นึกกลัว พวกของนายทหารหนุ่มกำลังปะทะกับอะไรหรือสิ่งใดอยู่กันแน่ 

 “เสียงมาจากทางนี้หรอ คะฉิ่น”พิมพลอยนึกสงสัยเมื่อเห็นคะฉิ่นหยุดเดินและมองอย่างระวังทางซ้ายและขวา

 “ฉันไม่แน่ใจจะหมอ เสียงปืนเงียบไปแล้วแต่น่าจะเป็นทางนี้ แต่ที่กำลังแปลกใจเพราะทำไมในป่านี้ถึงมีเมืองโบราณซ่อนอยู่” คะฉันพูดสิ่งที่อยู่ในใจ พิมพลอยก็นึกฉงนเช่นกัน

 “เมืองโบราณ คำฉิ่นไม่เคยรู้เลยหรือจ๊ะ ว่าที่นี่มีเมืองอยู่”

 “ไม่เลยหมอ ที่นี่อยู่ลึกเกินกว่าคนในหมู่บ้านจะมาถึง และทุกคนก็หลีกเลี่ยงเพราะคิดว่ามันเป็นป่าอาถรรพ์”

 “ป่าอาถรรพ์”พิมพลอยทวนคำเหม่อมองภาพเบื้องหน้า บัดนี้หมอกสีขาวที่ปกคลุมเริ่มจางลงแล้วเพราะแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณสาดส่อง ซากของอะไรบ้างอย่างสีดำกองอยู่กลางลานกว้างจมกองเลือดอยู่ไกลลิบๆ พิมพลอยสะกิดแขนคะฉิ่นชี้ให้ชายหนุ่มเห็น

 “นั้นอะไรคะฉิ่น”

 “ไม่รู้เหมือนกันหมอ แต่คงเป็นตัวอะไรสักอย่างที่เล่นงานพวกนายทหารเมื่อครู่”

 “งันเรารีบไปกันเถอะพวกของนรินทร์อาจอยู่แถวนี้” พิมพลอยพูดรัวเธอรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเมื่อคิดว่าจะได้เจอนายทหารหนุ่มผู้ที่คอยปกป้องดูแลเธออยู่ตลอด หญิงสาวภาวนาขอให้เขาและคณะทุกคนปลอดภัยดี

 “นายทหารดูนั้นสิ”อูซอชี้ให้นรินทร์ดูภาพของร่างมนุษย์หญิงชายที่เดินโพล่ออกมาจากแนวพุ่มไม้สูง ถึงแม้ระยะทางจะไกลแต่สายตาของชายหนุ่มก็มองไม่ผิดแน่ว่านั้นคือ พิมพลอยคนที่เขาตามหามาตลอดสองวันที่ผ่านมาและความดีใจของชายหนุ่มยังไม่หมดเพียงแต่นั้น การเห็นคะฉิ่นที่พวกเขาคิดว่าได้ตายจากโลกนี้ไปเสียแล้วเดินนำหญิงสาวมาทำให้นายทหารหนุ่มถลันตัวลุกขึ้นจะผละออกจากซากป้อมร้างที่อยู่แต่อูซอคว้าแขนชายหนุ่มไว้ก่อน

 “เดี๋ยว นายทหารอย่าลืมสิว่าเราเห็นไอ้คะฉิ่นจมกองใบไม้ตายไปต่อหน้าต่อตาพวกเรา แล้วที่เราเห็นจะเป็นหมอพิมกับไอ้คะฉิ่นได้อย่างไร” อูซอพูดขัดขึ้น นรินทร์หวนนึกถึงภาพเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

 “แล้วถ้าที่เราเห็นไม่ใช่คะฉิ่นกับพิมพลอย แล้วมันเป็นอะไรล่ะ”

“อาจเป็นภาพลวงตาที่สิ่งลี้ลับในที่นี่สร้างขึ้นก็ได้”อูซอบอกเสียงเข้ม กำดินที่พื้นมาบริกรรมคาถาไว้ในมือ

 คะฉิ่นเดินนำพิมพลอยมาที่ซากของสุนัขสีดำตัวโตทั้งสองที่นอนจมกองเลือด พิมพลอยถึงกับผงะถอยหลังเมื่อเห็นซากของสุนัขทั้งสอง แบบชัดๆร่างๆของมันใหญ่โตเกินสุนัขธรรมดาแถมยังรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว หญิงสาวไม่อยากจะคิดถึงตอนที่มันมีชีวิตอยู่ หากเธอต้องเผชิญหน้ากับพวกมันจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไร

  “หมานรกชัดๆ ไอ้ตัวนี้โดนมีดฟัดจนเละส่วนตัวนั้นโดนลูกกระสุนไม่ผิดแน่ พวกของนายทหารแน่ๆหมอ”คะฉิ่นพูดขึ้นอย่างดีใจ เพราะซากสุนัขทั้งสองยืนยันได้ว่าพวกที่พลัดหลงกันคงอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก

 “หมอ ไอ้คะฉิ่น”เสียงทุ้มของอูซอดังขึ้นด้านหลังคนทั้งสอง พิมพลอยกับคะฉิ่นรีบหันตามเสียงเรียกอย่างรวดเร็ว ด้วยความดีใจ

 “โอ้ย!!!”เสียงคะฉิ่นร้องเสียงหลง เมื่ออูซอซัดดินในมือมาที่ร่างของชายหนุ่ม

 “นั้น เห็นไหมนายทหาร พวกนี้มันเป็นตัวปลอม”

“ตัวปลอมอะไรพี่อูซอ พี่ขว้างดินใส่หน้าฉันทำไมเข้าตาหมดแล้ว”คะฉิ่นยืนขยี้ตาและหน้าที่มีเศษดินติดเต็มไปหมด

 “อ้าว งันเอ็งก็ไม่ใช่ผีสิวะ”

 “ก็ไม่ใช่สิพี่ฉันยังไม่ตาย”เมื่อคะฉิ่นพูดจบ นรินทร์รีบวิ่งมากอดร่างบางของตนที่ยืนอยู่ด้านหลังคะฉิ่น นายทหารหนุ่มรั้งพิมพลอยเข้าแนบชิดอกราวกับกลัวหญิงสาวตรงหน้าจะหายไป พิมพลอยรู้สึกกระดากอายจึงค่อยๆพลักไหล่กว้างออกเมื่อสายตาอีกสองคู่จับจ้องมา

 “คุณไม่เป็นอะไร ใช่ไหมพิมพลอย”

 “ค่ะ ฉันไม่เป็นอะไร แล้วคุณล่ะคะ”

 “ผมก็ไม้เป็นอะไร แต่ลูกน้องของอูซอกำลังแย่”นรินทร์คิดขึ้นได้หลังจากที่มัวแต่ดีใจที่ได้พบหญิงสาว ว่าเกรอะกำลังนอนซมหมดสติไปเพราะเสียเลือดมาก

 “คนเจ็บอยู่ที่ไหนค่ะ พาฉันไปที”พิมพลอยรีบพูดขึ้น นรินทร์จึงประคองร่างของเธอกลับมาที่ป้อมร้าง ตามด้วยคะฉิ่นและอูซอ

 ร่างของเกรอะนอนหน้าซีดเซียวไม่ได้สติบริเวณต้นแขนด้านขวามีผ้าพันไว้ ทั้งผืนชุ่มโชกเต็มไปด้วยเลือด อาการของเกรอะน่าป็นห่วงมากจากสายตาของพิมพลอย ชายหนุ่มร่างเล็กเสียเลือดมากจนหมดสติไป นรินทร์เล่าให้หญิงสาวฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พิมพลอยยิ่งใจหายไม่รู้ว่าพวกสุนัขเหล่านั้นจะมีเชื้อพิษสุนัขบ้าหรือไม่

 “อูซอกับคะฉิ่นช่วยไปหาไม้มาก่อไฟ ส่วนคุณช่วยฉันจับเกรอะแล้วแกะผ้าที่พันแผลออกนะคะ” ทุกคนปฎิบัติตามคำสั่งของพิมพลอยอย่างรวดเร็วเพราะชีวิตของเกรอะกำลังตกอยู่ในนาทีวิกฤติถ้ายังไม่สามมารถห้ามเลือดให้หยุดไหลได้ ชายหนุ่มสองพี่น้องรีบแยกกันออกไปหาไม้มาก่อไฟ ส่วนนรินทร์ค่อยๆแกะผ้าพันแผลออกอย่างเบามือ เผยให้เห็นรอยคมเขี้ยวที่กัดเนื้อบริเวณต้นแขนจนแหว่งไปโชคดีที่ลึกยังไม่ถึงกระดูกแต่เลือดของเกรอะยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดไหล พิมพลอยค้นในกระเป๋าเป้ของนายทหารหนุ่มได้ผ้าห่มผืนบางมาหนึ่งผืน  หญิงสาวใช้มีดกรีดผ้าแบ่งเป็นริ้วยาวหลายริ้วไว้สำหรับพันแผลและเช็ดเลือด กองไฟถูกก่อขึ้นด้านในป้อมอย่างรวดเร็ว อูซอนำน้ำใส่หม้อสนามขึ้นต้ม พิมพลอยพยายามเช็ดเลือดออกจากบริเวณรอบๆบาดแผล มีดโบวี่ด้ามเล็กของนรินทร์ถูกรนไฟจนเปลี่ยนสีแสดงถึงความร้อนที่อยู่บนใบมีดเหล็ก

 “ช่วยกันจับเกรอะไว้นะ ฉันจะหยุดเลือดเขา”พิมพลอยรีบบอก ทุกคนรุมเข้ามากดตัวเจ้าเกรอะไว้ ใบมีดที่รนไฟจนร้อนถูกแนบเข้ากับแผลเพื่อทำให้เส้นเลือดฝอยหดตัวทำให้เลือดหยุดไหล โชคดีมากที่ไอ้สุนัขนั้นกัดโดนส่วนกล้ามเนื้อไม่ได้โดนบริเวณเส้นเลือดใหญ่ กลิ่นเนื้อของเกรอะไหม้คละคลุ้งร่างของชายหนุ่มดิ้นทุรนทุรายจากความเจ็บปวด ส่งเสียงร้องโหยหวนพิมพลอยจี้บริเวณบาดแผลเพื่อหยุดเลือดจนทั่ว วิธีนี้ความจริงอันตรายมากเพราะแผลอาจติดเชื้อได้แต่ถ้าปล่อยไว้เกรอะก็อาจจะเสียเลือดตายไปซะก่อน

  “ไอ้เกรอะเป็นไงบ้างหมอ”อูซอถามขึ้นเพราะเป็นห่วงลูกน้องของตนหลังจากที่พิมพลอยพันผ้าที่บริเวณบาดแผล

 “เลือดหยุดไหลแล้ว แต่ก็ต้องดูอีกที่ไม่รู้ว่าเขาจะฟื้นได้เมื่อไหร่”พิมพลอยบอกมองร่างที่นอนแน่นิ่งของเกรอะ

 “งัน เรารีบออกจากที่นี่จะได้พาไอ้เกรอะไปรักษา”อูซอพูดขึ้น พิมพลอยเองก็คิดเช่นนั้นความจริงควรจะพาคนเจ็บออกจากป่าให้เร็วที่สุด แต่ถ้าเกรอะยังไม่ได้สติแบบนี้การออกจากที่นี่คงเป็นไปได้ยาก

 “ฉันว่าเราต้องพักอยู่ที่นี่กันก่อนจนกว่าเกรอะจะฟื้น”


*** ขอคอมเม้นเป็นคำติชมในนิยายนะคะ พิมพ์ยาวๆได้ผู้เขียนไม่ว่า การได้รับคนติชมการทุกท่านเป็นกำลังใจในการปั่นงานให้ผู้อ่านทุกคนได้อ่านกัน เวลาอ่านคอมเม้นแล้วชื่นใจทุกครั้งเลยค่ะ ขอคนละเม้นไม่มากไปใช่ไหมคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น