อักษรามณี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เจ้าสาวสิบแปด 4

ชื่อตอน : เจ้าสาวสิบแปด 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ย. 2560 18:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เจ้าสาวสิบแปด 4
แบบอักษร

“ควงกับอิศราอย่างนั้นหรือ?”

พัลเลเดียมทวนคำนั้นและราวกับมีอะไรบางอย่างวาบเข้ามาในความคิดอย่างรวดเร็วขณะจ้องมองหญิงสาวร่างเล็กบอบบางในชุดรัดรูปที่ทำให้ดูเป็นสาวเปรี้ยวและโฉบเฉี่ยวเดินไปเปิดประตูรถเปิดประทุนคันหรูก่อนที่มันจะแล่นออกไปจากลานจอดรถ ขณะนั้นเองนิโคลัสหันกลับมาจ้องหน้าเพื่อนสนิท

“ทำไมนายมองเธออย่างนั้น นี่นายไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้จริง ๆ หรือ เธอโด่งดังมากนะ เป็นผู้หญิงเอเชียตัวเล็กแต่ขึ้นชื่อเรื่องเสน่ห์เย้ายวน มีข่าวเรื่องควงกับพวกมหาเศรษฐีบ่อย ๆ แต่ดู ๆ แล้วเธอก็สวยน่ารักจริง ๆ นะ​”

“ฉันยอมรับว่าไม่รู้จักเธอจริง ๆ นิค”

“นายคงทำงานมากเกินไปแล้วล่ะ ฉันว่าผู้ชายรูปหล่อและร่ำรวยอย่างนายที่อายุขนาดนี้แล้วน่าจะหาใครสักคนมาเป็นเพื่อนพูดคุยจริงจังด้วยได้ซะทีแล้วนะ”

คำพูดของนิโคลัสราวกับมันไปสะกิดต่อมความคิดและสำนึกได้ถึงอะไรบางอย่างในความรู้สึกของชายหนุ่ม มีบางอย่างแล่นเข้ามาในสมอง มันแจ่มชัดอย่างเหลือเกินโดยเฉพาะกลิ่นสตรอว์เบอรรี่เล็ก ๆ หอมหวานที่ติดอยู่บนริมฝีปากของเขาจนเผลอยกมือขึ้นลูบเบา ๆ อย่างลืมตัว แต่แล้วพัลเลเดียมต้องเรียกสติคืนกลับเมื่อได้ยินนิโคลัสเอ่ยขึ้นอีกว่า

“ฉันรู้นะพีทว่านายทำงานหนักมาตลอด แต่นายคงต้องมีใครไว้บ้างเพื่อที่จะได้เป็นเพื่อนพูดคุยนอกจากพี่สาวที่นายพูดคุยกับเธอได้ทุกเรื่อง อย่างน้อยก็สักหนึ่งคน”

“เห็นนายบอกว่าจะพาฉันไปดื่มกาแฟที่อร่อยที่สุดไงนิค”

นิโคลัสส่ายหน้าเมื่อเห็นพัลเลเดียมเดินไปเปิดประตูรถเหมือนไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเขา

“นายก็เป็นซะอย่างนี้ อยากรู้จริง ๆ ว่าผู้หญิงที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของผู้ชายปากแข็งอย่างนายจะเป็นแบบไหน”

บ่นกับตัวเองแล้วเดินตามไปก่อนที่รถสปอร์ตคันหรูจะแล่นทะยานออกไปจากลานจอดรถของโรงพยาบาล

ลลิลตื่นขึ้นมาในเพนท์เฮ้าส์หรูก็เห็นแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดห้องแต่เช้า ซึ่งคงเป็นแม่บ้านวัยสามสิบกว่าที่คอยดูแลเพนท์เฮาส์พี่สาวของพัลเลเดียมตามที่เขาบอกเธอเมื่อวาน หญิงสาวเก็บผ้านวมบนที่นอนก่อนเข้าไปในห้องน้ำ กระทั่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วแต่พอออกมาก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นที่นอนถูกเปลี่ยนผ้าคลุมผืนใหม่และผ้านวมก็เปลี่ยนเป็นอีกสีเข้าชุดกับผ้าคลุมเตียง ที่โต๊ะริมหน้าต่างกรุกระจกมีอาหารเช้าวางอยู่ ลลิลเดินไปหยุดที่โต๊ะก่อนได้ยินเสียงแม่บ้านกล่าวขึ้น

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณผู้หญิง”

“คะ...ค่ะ...อรุณสวัสดิ์...เอ้อ...คุณคงจะใช่จูลี่”

“ค่ะ...ฉันจูลี่ เป็นแม่บ้านที่คอยดูแลที่นี่ ดิฉันเตรียมอาหารเช้าไว้ให้คุณแล้วนะคะ เชิญรับประทานได้เลยค่ะ”

“เอ้อ...ค่ะ...เอ้อ...”

“มีอะไรหรือคะคุณผู้หญิง?”

ลลิลมองแม่บ้านอย่างเก้อ ๆ “คือเมื่อกี๊ฉันเก็บผ้านวมเรียบร้อยแล้วน่ะค่ะ ที่จริงยังไม่ต้องเก็บไปซักก็ได้นะคะ”

“ปกติดิฉันมีหน้าที่ต้องเปลี่ยนผ้าคลุมเตียงกับผ้านวมทุกสองวันตามคำสั่งของคุณแพตน่ะค่ะ เธอชอบให้ฉันเปลี่ยนบ่อย ๆ เพราะเธอชอบสีสันที่ไม่ซ้ำกัน”

“ถ้าอย่างนั้นต่อไปนี้เปลี่ยนสัปดาห์ละครั้งก็ได้ค่ะ ฉันนอนบนผ้าคลุมเตียงผืนเก่า ห่มผ้านวมผืนเก่าได้ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นดิฉันจะทำตามคำสั่งของคุณนะคะ...คุณผู้หญิง”

คุณผู้หญิง...คำนั้นก้องในความรู้สึกที่ยังสับสนของลลิล จริงสินะ...เธอไม่ใช่เด็กสาวสิบแปดที่ต้องตั้งหน้าเรียนหนังสืออีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็น เมีย ของเพื่อนพ่อ ผู้ชายซึ่งเธอเรียกว่าคุณอาตลอดเวลาหลายปีในห้วงเวลาเพียงข้ามคืน เธอยิ้มกับจูลี่ซึ่งเป็นหญิงชาวอเมริกันหน้าตาใจดีและเป็นมิตร

“ขอบคุณนะคะ”

ลลิลกล่าวด้วยความรู้สึกสดชื่นกว่าเมื่อคืนเล็กน้อยเพราะเมื่อตื่นมาในเช้าวันนี้เธอยังไม่เห็นเจ้าของเพนท์เฮ้าส์อีกคนที่ทั้งดุดันและเหี้ยมเกรียม เธอไม่เห็นเขาสองวันแล้วหลังกลับจากเนเธอแลนด์และถูกบังคับให้เซ็นชื่อในสัญญารวมทั้งทะเบียนสมรสซึ่งหลังจากนั้นดูเหมือนเขาไม่ใส่ใจที่จะมองหน้าเธอด้วยซ้ำเพราะพัลเลเดียมลั่นคำว่าเขาจะกลับไปอยู่ที่ห้องชุดของเขาและอยากมาที่นี่เมื่ออยากมา...มาเมื่ออยากมาอย่างนั้นหรือ เขาอาจไม่อยากเห็นหน้าเธอเลยก็เป็นได้ ทว่าไม่ทันที่ความเครียดและกดดันในหัวใจของหญิงสาวได้ทันคลายลงเธอกลับต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น

“จูลี่...เตรียมอาหารเช้าไว้ให้ฉันหรือยัง?”

ร่างสูงใหญ่ก้าวฉับ ๆ เข้ามาหยุดที่โต๊ะริมหน้าต่าง เขาไม่มองหน้าหญิงสาวร่างเล็กด้วยซ้ำแต่กลับหันไปคุยกับแม่บ้านทันทีที่เข้ามาในห้อง จูลี่พยักหน้า

“ค่ะคุณพีท...ฉันเตรียมอาหารเช้าไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ”

พอได้ยินเช่นนั้นลลิลจึงเหลือบมองบนโต๊ะที่เธอไม่ทันได้สังเกตเมื่อครู่ว่ามีอาหารเช้าวางอยู่สองชุด สักครู่พัลเลเดียมจึงหย่อนตัวลงนั่งด้วยท่าทีเหมือนไม่ใส่ใจดังเดิม เขาพูดขึ้นขณะรินกาแฟใส่ถ้วย

“ออกไปได้แล้ว”

เขาสั่งจูลี่และแม่บ้านก็พยักหน้ารับ ลลิลมองหญิงชาวอเมริกันที่เดินออกไปจากห้องนั้นด้วยความรู้สึกเหมือนห้องเล็กแคบลงในทันใดเมื่อเหลือเพียงเธอและพัลเลเดียมแค่สองคน

“เธอจะยืนค้ำหัวฉันแบบนี้อีกนานไหม ลาริมาร์”

เขากล่าวเสียงดุ ลลิลนั่งลงและแทบไม่กล้าหายใจแรงด้วยซ้ำยิ่งเมื่อได้เห็นหน้าถมึงทึงของเขาเธอก็ยิ่งปั่นป่วนในช่องท้อง แม้แต่จะหยิบมีดและส้อมขึ้นมาก็ยังแทบไม่มีเรี่ยวแรงด้วยความหวาดหวั่น

“เมื่อคืนนอนหลับสบายไหม?”

เขาถามแต่ไม่ยอมมองหน้าคู่สนทนา พัลเลเดียมก้มหน้าใช้มีดหั่นสเต๊กในจานแต่หน้าตาเขาดูไม่ดีเลยสักนิด

“หลับ...สบายค่ะ”

“ถ้ามีอะไรขาดเหลือก็บอกจูลี่ได้ เธอเป็นแม่บ้านของที่นี่จะคอยอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง”

“ที่จริงแล้ว...ไม่ต้องลำบากให้แม่บ้านมาคอยดูแลก็ได้นะคะ ลิล...เอ้อ...”

เพล้ง!!

เสียงจานชามและถ้วยกาแฟบนโต๊ะที่ถูกกวาดลงพื้นทีเดียวจนแตกกระจายทำให้ร่างบางถึงกับสะดุ้งและเบิกตาค้าง ลลิลหันกลับมาที่พัลเลเดียมซึ่งนั่งกำหมัดบนโต๊ะแน่นและจ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง เขาคำรามลั่น

“อย่ามาทำเป็นอวดดีกับฉันที่นี่ เธอมีสิทธิ์แค่ทำตามหน้าที่ที่ฉันสั่งให้ทำเท่านั้น!”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น