nawa

สวัสดีค่ะ ถ้าใครหลงเข้ามาแล้วอย่ากดผ่าน ลองอ่านสักตอนก่อนนะคะ นิยายของNawa อินดี้ที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องลึกลับ

ชื่อตอน : สัตว์ปีศาจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.6k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ย. 2560 22:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สัตว์ปีศาจ
แบบอักษร

บทที่55

อูซอชะงันฝีเท้าหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงประหลาดทำให้เกรอะที่เดินตามหลังมาปะทะเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างแรง สายลมพัดหวนทิศทางนำพากลิ่นสาบสางเหมือนกลิ่นของสุนัขลอยเข้าจมูกชายหนุ่ม เสียงของสัตว์ชนิดหนึ่งแยกเขี้ยวขู่ดังแว่วมาอูซอหันลำไฟฉายสาดส่องไปรอบๆแต่ไม่เห็นตัวมันเห็นเพียงเงาดำๆไหววูบไปมาทางซ้ายทีขวาที เหมือนมันเดินล้อมกลุ่มของมนุษย์อยู่

"เกิดอะไรขึ้นอูซอ"นายทหารหนุ่มตื่นจากภวังค์ภาพประหลาดที่เห็นเอ่ยถามอูซอขึ้น

"ฉันคิดว่ามันเป็นหมา แต่ไม่รู้ว่าพวกมันมีกี่ตัว"

"หมา"เกรอะทวนคำได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเหมือนใจหายวาบ ชายหนุ่มร่างเล็กกลัวพวกสัตว์สี่ขาจำพวกสุนัขนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะเมื่่อครั้งวัยเยาว์เจ้าเกรอะโดนกัดจนจมเขี้ยวทำให้ฝั่งใจกลัว 

ทั้งสามหันหลังชนกันสถานการณ์ตอนนี้ไม่สู้ดีนักเพราะมองฝ่าหมอกหนาไปไม่เห็นพวกสุนัขเหล่านั้น ฝ่ายมนุษย์ดูจะเสียเปรียบมากกว่าเพราะจมูกของพวกมันไวต่อกลิ่นมาก นรินทร์กระชับปืนในมือแน่นมองเพ่งเข้าไปในม่านหมอกเห็นเพียงเงาดำสูงใหญ่ที่ถูกไฟฉายสาดกระทบ ตาทั้งสองของนายทหารเบิกโพลงเมื่อร่างของสุนัขตัวสีดำขนาดใหญ่ค่อยๆเดินออกมาจากหมอกหนา หูของมันตั้งชันขนสีดำมันเงาไปทั้งตัว ตาสีแดงฉานเมื่อกระทบแสงไฟ ปากยืนออกมาแหลมยาวมีเขี้ยวขาวเต็มปากน้ำลายยืดย้อยเต็มปากไหลหยดลงเป็นทางอย่างหิวกระหาย เจ้าเกรอะมองภาพตรงหน้าอย่างหวาดกลัว สุนัขทำไมตัวใหญ่ได้ขนาดนี้ ลำตัวของมันสูงปราดเปรียวขนาดน้องๆลูกม้าเลยทีเดียว

"หมาปีศาจ หมาผี"เกรอะร้องเสียงสั่นด้วยความกลัว ทำให้ร่างของมันหายเข้าไปในม่านหมอกขาวอีกครั้ง นรินทร์จึงพลาดเป้าที่จะยิง ชายหนุ่มร่างเล็กเหมือนคนสติแตกเกือบจะวิ่งแล่นออกนอกกลุ่มแต่โชคดีที่มีเชือกรัดเอวไว้และนรินทร์ก็เอื้อมมือตะครุบไหล่ไว้ได้ทัน

"ใจเย็นก่อนเกรอะ ถ้าเอ็งวิ่งออกไป ได้โดนพวกมันขย้ำแน่"เสียงอูซอพูดขึ้นขณะที่ใช้ไฟฉายส่องกดจับที่ตาคู่แดงสะท้อนมาของอีกตัวหนึ่งอยู่ เสียงเดินสวบสาบเหยียบใบไม้และก้อนหินวนรอบมนุษย์ทั้งสามให้อยู่ในวงล้อม นรินทร์สันนิษฐานว่าคงมีประมาณสองตัวแต่เจ้าสัตว์เดรัชฉาจทั้งสองนั้นดูฉลาดเฉลียวพวกมันไม่โพล่มาเป็นเป้าสายตาให้พวกเขาได้ยิงอีก

"นายทหารระวังให้ดีไม่รู้มันจะเข้ามาโจมตีพวกเราตอนไหน"อูซอร้องเสียงดังเรียกสติเพราะดูเหมือนเจ้าเกรอะจะจิตหลุดไปเสียแล้ว

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นจากการเหนี่ยวไกของเกรอะ วิถีกระสุนพุ่งลงที่ดินตรงหน้าไม่ไกลจากตนเองนัก เศษฝุ่นและดินพุ่งกระจายตามแรงอัดของดินปืน เหตุการณ์ชุลมุนเกิดขึ้นเพราะจู่ๆเกรอะก็ลั่นไกเสียงสุนัขเหล่านั้นเห่าขึ้นดังจนแสบแก้วหู

ปัง! ปัง! ปัง! เจ้าเกรอะลั่นไกอีกหลายนัดปลายกระบอกปืนส่ายไปมาไม่ได้ทิศทางเหมือนคนเสียสติ อูซอกระชากปืนกระบอกยาวออกจากมือชายร่างเล็ก แล้วกระทุ้งด้ามปืนเข้าที่สีข้างเพื่อเรียกสติ

"เกรอะ ไอ้เกรอะ"อูซอคำรามลั่น เกรอะตัวสั่นงันงกด้วยความกลัวมองไปในม่านหมอก เสียงสุนัขยังเห่าประสานเสียงกันอยู่ เกรอะยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแต่มันทำให้เชือกที่เอวรั้งคนอีกสองคนที่ผูกติดกันเสียหลักล้มด้วย เจ้าสุนัขปีศาจเหมือนที่เกรอะเรียก ได้โอกาสกระโจนใส่อูซอที่เสียหลัก ชายหนุ่มยกมีดขึ้นกั้นแต่เฉียดไปโดนที่ขาด้านหน้ามันแค่นิดเดียว มันกระโดดเลยหัวอูซออ้าปากกว้างกัดลงที่แขนของเกรอะจนจมเขี้ยวเลือดสีแดงสดไหลทะลัก เกรอะแหกปากร้องลั่นด้วยความเจ็บและกลัว อูซอกระหน่ำฟันลงที่ลำตัวของสุนัขประหลาดรูปร่างสูงใหญ่ แผลเหวอะที่ช่วงลำตัวของมันทำให้มันออกแรงสะบัดหัวเนื้อของเกรอะที่มันกัดคาปากอยู่หลุดออกมาเป็นก้อน อูซอเห็นว่ามันจะเผ่นหนีจึงกดมีดลงที่ก้านคอของเจ้าสุนัขตัวโตอีกครั้ง

เอ๋ง!!!! เสียงหมาปีศาจร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดมันอ้าปากคายเนื้อของเกรอะออก เลือดแดงไหลสาดเต็มพื้น แต่ยังไม่ทันที่จะได้ตั้งแต่ร่างของสุนัขอีกตัวก็วิ่งเข้ามากัดต้นขาของอูซอลากให้ห่างร่างเพื่อนของมัน  นรินทร์หยิบปืนขึ้นเหนี่ยวไกโดยไม่ได้เล็งไปที่ตัวของสุนัขที่คาบขาอูซออยู่แรงปะทะของกระสุนปืนเข้าที่โคนขาด้านหลังของมัน เสียงร้องโหยหวนของสุนัขปีศาจดังลั่นอูซอใช้ขาอีกข้างถีบร่างมันจนกระเด็นไป ในจังหวะที่มันอ้าปากร้องปล่อยขาของเขา นรินทร์ไม่รอช้ายิงปืนอีกนัดส่งลูกกระสุนเข้าที่ตาสีแดงของมันจนเจ้าสุนัขปีศาจลงไปดิ้นกับพื้นจนหยุดลง 

เสียงร้องของเกรอะยังคงดังลั่น ชายร่างเล็กใช้มือกุมที่ต้นแขนเลือดสีแดงสดยังไหลมาเป็นสายไม่หยุด นรินทร์รีบใช้ผ้าขาวม้าในย่ามของเกรอะรัดปากแผลไว้ อูซอยันตัวขึ้นดูอาการของเกรอะที่ใบหน้าซีดเซียวและเสียขวัญ

"ไอ้เกรอะเป็นไงบ้างนายทหาร"

"แผลที่แขนลึกอยู่ แต่คงช็อคไปมากกว่า"

"ฉันไม่เป็นอะไรมากโชคดีที่มันกัดโดนปลอกมีดพกเข้าเนื้อฉันแค่นิดหน่อย"อูซอยกปลอกมีดติดที่ต้นขาขึ้นให้นายทหารหนุ่มดู แล้วดึงมีดที่เสียบเข้าที่ต้นคอของสุนัขตัวแรกที่แทงจนมิดออกเช็ดเลือดออกเก็บเข้าปลอก

"นี่มันหมาอะไรทำตัวใหญ่ขนาดนี้" นรินทร์เอาปืนเขี่ยดูซากของเจ้าสุนัขที่นอนจมกองเลือดตายอยู่ใกล้ๆอย่างนึกหวาดเสียวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากผู้ร่วมเหตุการณ์ที่เหลือ อูซอประคองเกรอะลุกขึ้นเดินนรินทร์เปลี่ยนมาเดินนำคอยคุมเชิง หมอกหนาค่อยๆจางลงบ้างแล้วแสงท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเมื่อใกล้รุ่งสางทำให้มองเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดขึ้น

"พวกเราพาเกรอะไปพักที่นั้นกันก่อน ท่าทางเกรอะจะยังเดินต่อไม่ไหว"นรินทร์ชี้ไปที่ซากของเมืองโบราณที่กั้นขึ้นเป็นห้องคล้ายกับป้อมปราการเล็กๆ ทั้งคู่พาร่างของเกรอะเข้าไปนั่งด้านในเลือดยังคงไหลอยู่ จนร่างเล็กของเกรอะใกล้หมดสติเต็มที 

"อาการเจ้าเกรอะน่าเป็นห่วง เราจะเอายังไงกันดีนายทหาร"


เสียงปืนดังขึ้นหลายนัดทำให้พิมพลอยและคะฉิ่นที่เผลอหลับไปด้านความเมื่อยล้าสะดุ้งตื่นขึ้น คะฉิ่นจับมีดขึ้นเงี่ยหูฟังก็ได้ยินเสียงปืนดังมาอีกจึงรีบลุกขึ้นยืน 

"เสียงปืนพวกนายทหารแน่เลยหมอพิม"

"พวกของนรินทร์ แล้วเขายิงอะไรกัน"

"ไม่รู้เหมือนกัน หมอ แต่อยู่ไม่ไกลนักเท่าไหร่ขออย่าให้เป็นไอผีดิบก็แล้วกัน"คะฉิ่นพูดขึ้นเมื่อคิดว่าถ้าพวกของนรินทร์ต้องเผชิญหน้ากับไอ้ผีดิบอีก

"รีบไปกันเถอะคะฉิ่น"

"หมอเดินไหวไหม"

"ไหวจ้ะ ฉันเดินไหว"คะฉิ่นและพิมพลอยมุ่งหน้าเดินไปยังที่มาของเสียงปืนที่ดังขึ้นขึ้นหลายนัด


**มาแล้วจ้า ตอนหน้าพิมพลอยกะนรินทร์จะได้เจอกันแล้วน้า เอาใจช่วยทั้งคู่ด้วยนะคะ ขอบคุณที่ยังติดตามอ่านกันขอคอมเม้นเพื่อเป็นแรงปั่นหน่อยนะคะ ถ้าคอมเม้นมาถูกใจพรุ่งนี้ลงตอนต่อไปให้เลย

***ตอนนี้ถ้าใครกลัวหมาจะเข้าใจความรู้สึกของเกรอะนะคะ เพราะเวลาโดนมันกัดหรือมันไล่เห่าเนี่ยน่ากลัวจริงๆอีกทั้งสถานการณ์ยังกดดันอีก



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น