อัศวินสามสี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : การแข่งขัน 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ย. 2560 16:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
การแข่งขัน 2
แบบอักษร

การแข่งขัน 2

****ดวงสุริยันแห่งวสันต์ฤดูส่องแสงเจิดจ้าเหนือศีรษะ หลายผู้คนที่ส่งเสียงเชียร์วุ่นวายในคราแรกต่างเงียบลงจนได้ยินเสียงใบไม้ปลิว หลายคนมองนาฬิกาทรายที่เม็ดทรายละเอียดด้านบนไหลลงมาด้านล่างเจียนจะหมดสลับกับหันไปมองผู้เข้าแข่งขันที่เหลืออยู่ด้วยความลุ้นระทึก ซิ่นหนี่ว์นั่งรออยู่บริเวณพื้นที่สำหรับผู้แข่งขัน ด้านข้างมีโต๊ะวางชุดน้ำชาดอกเบญจมาส ของว่าง และผลไม้รสเปรี้ยวที่ต้าหลางรีบนำมาให้กินกันหลับโอสถที่หลอมถูกเก็บไว้ในขวดและวางไว้บนโต๊ะเพื่อป้องกันการฉ้อโกงหรือสับเปลี่ยน ยิ่งเวลากระชั้นชิดเข้ามามากเท่าไหร่ ผู้แข่งขันที่ยังหลอมโอสถไม่สำเร็จก็ยิ่งกระวนกระวายมากขึ้นเท่านั้นและในที่สุด จำนวนเม็ดทรายที่เหลืออยู่น้อยนิดในนาฬิกาด้านบนก็หมดลง... "หมดเวลา!! " เสียงที่แฝงไปด้วยพลังของชงหยวนดังขึ้นอีกครั้ง ผู้แข่งขันบางคนที่หลอมโอสถไม่สำเร็จแสดงสีหน้าเสียดายออกมาอย่างปิดไม่มิด จากผู้เข้าแข่งขันกว่าสิบคนตอนนี้เหลือผู้ผ่านเข้ารอบเพียงแค่สามคนเท่านั้น คนแรกชิวหย่งฉือ เป็นชายหนุ่มนักเดินทางรูปร่างสูงโปร่ง แต่งกายด้วยชุดผ้าไหนเนื้อดีสีเขียวลายไผ่ลู่ลม สองฮุ่ยเจิน เขาคือชายชราที่หลอมโอสถอยู่ด้านข้างและพยายามพูดจายั่วยุเธอ ฮุ่ยเจินนั้นหลอมโอสถสำเร็จหลังจากเธอไม่นานนักถือว่าเป็นคนเก่งกาจมากเลยทีเดียว "ใครจะเป็นผู้เริ่มรับการตรวจสอบคนแรก" ซิ่นหนี่ว์เพียงเลิกคิ้วยกชาขึ้นจิบ สำหรับเธอจะก่อนหรือหลังก็มีค่าไม่ต่างกันนัก ถ้าพวกเขาอยากรับการตรวจสอบก่อนเธอก็จะให้โอกาสพวกเขาได้โอ้อวดสรรพคุณโอสถที่หลอมให้เต็มที่ ผู้ตรวจสอบและตัดสินโอสถในครั้งนี้คือผู้อาวุโสระดับสูงของเผ่าที่ซิ่นหนี่ว์ไม่รู้จัก เธอไม่รู้ว่าภายใต้ใบหน้าอ่อนเยาว์ดูไม่น่าเชื่อถือนั้นอายุที่แท้จริงของเขากี่พันปีแล้ว และผู้ปรุงโอสถระดับปรมจารย์ขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถตรวจสอบระดับโอสถได้อย่างแม่นยำ "ข้าเอง" ฮุ่ยเจินก้าวออกมาเป็นคนแรกและยื่นขวดโอสถให้ผู้อาวุโสที่เขาคิดว่าเป็นเพียงเด็กหนุ่มตรงหน้า ฮุ่ยเจินเป็นผู้ปรุงโอสถระดับกลางอีกแค่นิดเดียวเขาก็จะบรรลุระดับสูงแล้วรวมกับประสบการณ์การหลอมโอสถมาตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นเขาจึงค่อนข้างมั่นใจว่าโอสถที่เขาหลอมออกมานั้นน่าจะมีสรรพคุณระดับกลางถึงระดับสูงเป็นแน่ "โอสถจิตวิญญาณระดับกลาง" ดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยของผู้อาวุโสเผ่าจิ้งจอกจ้องมองไปยังโอสถเม็ดนั้นชั่วครู่ก่อนจะกล่าวออก ฮุ่ยเจินยิ้มอย่างยินดี เขายืดอกออกมาด้วยความภาคภูมิใจ นี่เป็นระดับและเวลาที่เร็วที่สุดเท่าที่เขาใช้หลอมมา นัยน์ตายโสกวาดมองไปทั่วก่อนจะมาหยุดที่ซิ่นหนี่ว์ แต่พอเห็นเด็กสาวไม่แสดงท่าทีตื่นตกใจซ้ำยังคงจิบชาด้วยความผ่อนคลาย สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็นเรียบตึง หึ คงทำเป็นนิ่งเฉยกลบเกลื่อนสินะ "คนต่อไป" ชิวหย่งฉือส่งโอสถให้ผู้อาวุโสตรงหน้า เขาไม่ใช่คนที่จะมองคนเพียงภายนอกจึงคิดว่าคนผู้นี้ต้องมีอะไรดีสักอย่างถึงได้ขึ้นเป็นผู้อาวุโสและรับหน้าที่ตรวจสอบโอสถในการแข่งขัน "... ระดับต่ำ" "อ่า...น่าเสียดาย สงสัยข้าคงไม่เหมาะกับการเป็นผู้ปรุงจริงๆ สินะ" ถึงจะกล่าวว่าเสียดาย แต่สีหน้าของเขากลับระบายยิ้มบางเบาออกมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน ใครๆ ก็บอกว่าเขามีพรสวรรค์ของผู้ฝึกยุทธ์มากกว่าผู้ปรุงโอสถจึงไม่คาดหวังที่จะชนะตั้งแต่แรก ซิ่นหนี่ว์ลุกขึ้นก่อนจะส่งโอสถให้ผู้อาวุโส เขาชะงักไปนิดหน่อยยามเห็นนางแล้วจึงรับขวดไป เมื่อเทออกมา โอสถจิตวิญญาณสีเหลืองอำพันแวววาวกลิ้งอยู่บนฝ่ามือ ผู้อาวุโสหันมามองนางอีกรอบแล้วประกาศออกมา “โอสถจิตวิญญาณระดับสูง” “โกง! พวกเจ้ารวมหัวกันโกง” ฮุ่ยเจินซึ่งยืนอยู่ข้างๆ เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ความรู้สึกบอกเขาว่าแบบนี้ไม่ดีแน่จึงตัดสินใจตะโกนออกมา “หือ…อะไรที่ทำให้ท่านคิดว่าข้ากับนางรวมหัวกันโกง” ผู้อาวุโสของเผ่าหันไปถามฮุ่ยเจิน ใบหน้าของเขายังมีรอยยิ้มประดับอยู่แม้ว่าจะถูกกล่าวหาก็ตาม “ข้าเห็นพวกเจ้าสองสบตากัน เจ้าอาจจะรู้จักหรือเป็นพวกเดียวกันก็ได้” ฮุ่ยเจินเถียงออกมาอย่างไม่ยอมแพ้ ซิ่นหนี่ว์ได้ยินคำพูดของฮุ่ยเจินก็อดแค่นหัวเราะในลำคอออกมาไม่ได้ ตาแก่นี่แพ้แล้วไม่ยอมรับความจริงชัดๆ แค่มองตากันก็หาว่ารู้จักกัน เป็นพวกเดียวกัน “งั้นให้ข้าตรวจสอบให้มั้ยล่ะ?” ทุกสายตาต่างเบือนไปยังต้นเสียงปริศนา ไม่นานนักก็มีชายชราผู้มีผมสีขาว เคราสีขาวที่ยาวมาถึงหน้าอกแถมยังแต่งกายด้วยชุดสีขาวไร้ลวดลายก้าวออกมาจากฝูงชน เขาคือเจียนหมิงปรมาจารย์โอสถแห่งสำนักโอสถสวรรค์ ซึ่งสำนักนี้อยู่ในเมืองเป่ยโจวห่างจากหมู่บ้านแสงจันทร์เพียงแค่ยี่สิบลี้ นักปรุงโอสถต่างรู้จักและเคยได้ยินชื่อเสียงของเขาเป็นอย่างดีเพราะความสามารถในการประเมินโอสถของเขานั้นนับว่าสูงมาก ดังนั้นตราบใดที่โอสถถูกประเมินโดยเขาย่อมไม่มีใครครหาเรื่องผลลัพธ์อย่างแน่นอน เขาแฝงตัวกับฝูงชนเพื่อดูการหลอมโอสถนี้ตั้งแต่แรกแล้วเพื่อเฟ้นหาผู้มีความสามารถไปเป็นศิษย์ของสำนักถ้าไม่มีใครเข้าตาก็จากไปอย่างเงียบๆ ไม่คาดคิดว่าจะต้องแสดงตัวเพื่อตัดสินการแข่งขันนี้ ผู้อาวุโสของเผ่าจิ้งจอกส่งโอสถในมือให้ปรมจารย์สำนักโอสถ เขามองดูและนำมันขึ้นมาสูดดมเล็กน้อย สายตาที่เคยราบเรียบเปลี่ยนเป็นตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้างขึ้น "นี่มัน... เจ้าเป็นคนหลอมโอสถจิตวิญญาณเม็ดนี้งั้นรึ? " ปรมาจารย์โอสถตวัดสายตามาจ้องซิ่นหนี่ว์ด้วยความตื่นเต้น ยาโถว*ผู้นี้ดูแล้วอายุยังน้อยนักแต่กลับมีพรสวรรค์ขนาดนี้ อัจฉริยะ! นี่มันอัจฉริยะฉัดๆ นางยิ้ม "เจ้าค่ะ" ปรมาจารย์โอสถลูบเคราสีขาวของตนเองและพยักหน้า รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าค่อนข้างชัดเจน บรรยากาศรอบตัวเขาพลันดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันตา "โอสถจิตวิญญาณระดับสูง ข้าขอประกาศว่ายาโถวผู้นี้เป็นผู้ชนะ! " หลังจากปรมาจารย์โอสถกล่าวจบ เขาจึงส่งคืนโอสถให้แก่ซิ่นหนี่ว์ และในขณะเดียวกันเสียงกล่าวชมเชยจากผู้ชมรอบข้างดังอืออึงไปทั่ว

ฮุ่ยเจินจ้องมองไปที่เด็กสาวอย่างโง่งมและคับแค้น เป็นไปได้อย่างไรที่เด็กอย่างนางจะหลอมโอสถขั้นสูงได้ แต่ในเมื่อปรมาจารย์โอสถแห่งสำนักโอสถสวรรค์เป็นผู้ยืนยัน เขาจึงต้องจำใจยอมรับความพ่ายแพ้ "ยินดีกับเจ้าด้วย" ชิวหย่งฉือกล่าวยินดีกับนางด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาไม่ค่อยชอบในฮุ่ยเจินเท่าไรจึงยินดีที่เด็กสาวคนนี้เป็นผู้ชนะ

ซิ่นหนี่ว์แกล้งเมินเฉยต่อสายตาคับแค้นใจของฮุ่ยเจินแล้วหันไปตอบรับคำยินดีกับชิวหย่งฉือ

"เฮ้อ… กะจะหลอมแค่ระดับกลางแท้ๆ กลับพลั้งมือเป็นระดับสูงไปซะได้" เสียงใสกล่าวกับตนเองแต่จงใจให้ใครบางคนได้ยิน

ใบหน้าครึ่งบนที่ปราศจากหน้าผ้าคลุมหันมาทางฮุ่ยเจิน ดวงตาหงส์ปรายตามองแล้วแสระยิ้มให้โดยไม่มีใครทันสังเกต ร่างบอบบางของเด็กสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย



****

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น