อัศวินสามสี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : การแข่งขัน 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ย. 2560 16:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
การแข่งขัน 1
แบบอักษร

การแข่งขัน 1

ใจกลางลานโล่งกว้างของหมู่บ้านยามนี้มีเหล่าจิ้งจอกที่แปลงกายเป็นชาวบ้านธรรมดาและนักเดินทางต่างถิ่นอยู่เนืองแน่นทำให้บรรยากาศโดยรอบคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นงานประจำปีของหมู่บ้านและมีการจัดการแข่งขันต่างๆ อย่างเช่นการแข่งขันตอบปัญหาเชาว์ การแข่งขันปรุงโอสถ โดยมีรางวัลเป็นสมุนไพร ของหายาก เงินอีกจำนวนหนึ่ง แต่ที่ทำให้ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษคือการประมูลโอสถที่ชนะเลิศในการแข่งขันปรุงโอสถต่างหาก

สถานที่จัดการแข่งขันปรุงโอสถในครั้งนี้คือลานกว้างของหมู่บ้านซึ่งถูกล้อมด้วยเชือกกั้นแบ่งพื้นที่เป็นบล็อกตามจำนวนผู้ที่ผ่านรอบคัดเลือก เตาหลอมและอุปกรณ์ทุกอย่างรวมถึงสมุนไพรถูกตระเตรียมไว้เป็นอย่างดีโดยมีชายชุดดำยืนคุ้มเพื่อป้องกันการสับเปลี่ยนสมุนไพรหรือการโกงเกิดขึ้น กลิ่นสมุนไพรเล็กน้อยบางชนิดลอยตามสายลมเข้าจมูกกระตุ้นความรู้สึกและจิตวิญญาณเหล่านักหลอมให้ตื่นตัวขึ้น

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นทางฝั่งขวามือของลานแข็งขัน ทุกคนที่อยู่ในบริเวณจึงหันไปมอง ชายรูปร่างสูงโปร่งทว่าดูงดงามแข็งแกร่งในอาภรณ์สีดำขลิบเงินไร้ลวดลายจึงปรากฏตัวขึ้น นัยน์ตาสีนิลเฉี่ยวคมกลาดมองไปโดยรอบ จมูกโด่งเป็นสันสวย ริมฝีปากบางเรียบตรงไม่ปรากฏรอยยิ้ม ใบหน้าคมสันดูดุดันทำให้บรรยากาศพลันเปลี่ยนเป็นเงียบกริบและกดดันไปโดยปริยาย เขาคือเหวินหลาง หัวหน้าเผาจิ้งจอกแห่งหมู่บ้านแสงจันทร์

**เมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้นำ สายตาสงสัยของทุกคนจึงเปลี่ยนเป็นสายตาแห่งความเคารพ

เหวินหลางเดินไปแท่นที่นั่งที่ถูกจัดเตรียมไว้ ท่าทางการวางตัวและกลิ่นอายพลังยุทธ์ที่แผ่ออกมาแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งยากที่จะต่อกรด้วยตามคุณสมบัติการเป็นผู้นำอย่างแท้จริง ด้านหลังมีผู้ติดตามสองคนเปรียบเสมือนมือขวาและมือซ้ายยืนขนามข้างด้านหลัง แม้ว่ามนุษย์ที่เป็นนักเดินทางจะมาจากที่ไหนหรือมีตำแหน่งสูงส่งเพียงใดเมื่อมาอยู่ในอาณาเขตหมู่บ้านแสงจันทร์ต่อหน้าเหวินหลางแล้ว พวกเขาไม่กล้าแสดงท่าทางใดๆ ที่เป็นการหาเรื่องใส่ตนเลย ชายวัยกลางคนซึ่งมีเคราสีดำก้าวออกมาจากฝูงชน เขาคือชงหยวน หนึ่งในผู้อาวุโสของเผ่าจิ้งจอก ชงหยวนกายไปกุมมือตัวและโค้งหันคำนับเหวินหลางซึ่งพยักหน้าเบาๆ เชิงให้เริ่มพิธีได้

ชงหยวนลูบเคราของเขาด้วยใบหน้ายิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มพอดีๆ ชวนให้ผู้คนที่ได้มองรู้สึกผ่อนคลายจากความกดดันได้มากทีเดียว

"พี่น้องทุกท่าน ในที่สุดก็ถึงเวลาเสียที ขอให้ผู้เข้าแข่งขันทั้งหลายประจำตำแหน่งตามหมายเลขที่ได้รับ การแข่งขันกำลังจะเริ่มขึ้น" เสียงห้าวที่แฝงด้วยพลังยุทธ์ดังขึ้น ส่งผลให้ผู้ที่ยืนล้อมพื้นที่กลับมาสู่ความสงบ ทุกสายตาจับจ้องไปยังร่างของชงหยวนด้วยความลุ้นระทึก เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันจะได้รับแผ่นป้าย บนแผ่นป้ายจะสลักหมายเลขตามจำนวนแท่นหลอมที่ถูกเตรียมไว้ ใครได้รับหมายเลขอะไรก็ให้ไปประจำตำแหน่งยังจุดนั้น "การแข่งขันมีกติกาเหมือนทุกปีคือ หลอมโอสถชนิดเดียวกันภายในระยะเวลาสองเค่อ ผู้ที่ทำเวลาได้ดีที่สุด ระดับสรรพคุณโอสถสูงสุดจะถือว่าเป็นผู้ชนะ ขอให้ทุกท่านจงโชคดี! "

สิ้นเสียงของชงหยวน ชายหนุ่มคนหนึ่งนำบางสิ่งที่มีลักษณะคล้ายนาฬิกาทรายออกมาหมุนพลิกกลับด้าน และวางมันไว้บนแท่นหินตรงกลางหน้าทุกคน

เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น ผู้เข้าร่วมการแข่งขันต่างหยิบสมุนไพรทั้งสามชนิดที่เตรียมไว้ขึ้นมาตรวจสอบและเริ่มสกัดสิ่งเจือปน สมุนไพรเหล่านี้เป็นสมุนไพรสำหรับหลอมโอสถจิตวิญญาณ ทุกคนต่างมุ่งมั่นสกัดสมุนไพรกันอย่างรวดเร็ว จะมีก็เพียงดรุณีน้อยนางหนึ่งซึ่งสวมชุดสีขาวหม่น ใบหน้าด้านล่างตั้งแต่จมูกเล็กลงไปถูกบดบังด้วยผ้าผืนบางสีเดียวกับชุดที่ดูอายุน้อยที่สุดในงานนี้ นางหยิบสมุนไพรขึ้นมาพิจารณาอย่างเอื่อยๆ ท่าทีเฉื่อยชาเหมือนไม่เต็มใจที่จะมาแข่งสร้างความขัดใจให้คนที่ส่งเสียงเชียร์เป็นอย่างมาก "นังหนูนั่นจะอืดอาดไปถึงไหน คนอื่นเขาสกัดจนเริ่มหลอมกันหมดแล้ว"

“อ่า... นั่นสิ อย่างนี้ต้องแพ้แน่ๆ”

“ใช่ๆ ” "ฮะๆ ๆ ดูทำหน้าเข้าสิ ไม่มีอารมณ์ร่วมเอาเสียเลย" เฟิ่งหยูเบือนสายตาไปมองยังบุคคลที่เป็นเจ้าของหัวข้อสนทนา เมื่อเห็นท่าทางที่ไม่เข้ากับบรรยากาศคึกคักรอบๆ ก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ “เป็นเพราะท่านแกล้งพี่สาวให้หลอมโอสมจนดึกดื่นแล้วยังต้องตื่นไปเก็บสมุนไพรในป่าตั้งแต่เช้ามืดนั่นแหละ พอเวลาแข่งเลยดีไร้เรี่ยวแรงแบบนี้” ต้าหลางเมื่อได้เห็นสีหน้าสนุกเหมือนกำลังได้ชมการแสดงหายากยิ่งของอาจารย์ก็อดที่จะไปยังพี่สาวอย่างเห็นใจไม่ได้

.

. . "นังหนูท่าทางไม่คุ้นเลย คงมาแข่งปีนี้เป็นครั้งแรกสินะ" ชายชราที่อยู่ด้านข้างถามอย่างแสร้งชวนคุย "ท่าทางอ่อนแอปวกเปียกแบบนี้คงไม่ไหวหรอกมั้ง เป็นสตรีควรร่ำเรียนวาดภาพ ร่ายรำ ดีดพิณ ไว้คอยปรนนิบัติสามีเวลาออกเรือนดีกว่า" เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยั่วยุ

เด็กสาวเพียงถอนหายใจ เหลือบตาไปมองอย่างไร้อารมณ์และหันกลับมาสนใจสมุนไพรในมือต่อ ง่วงนอน ไม่มีอารมณ์จะพูดกับใครทั้งนั้น!

'หึหึ ใจเย็นกว่าที่คิดแฮะ' ชายชราคิดอย่างยอมรับเมื่อเห็นเด็กสาวไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ เพราะการยั่วยุคู่แข่งขันให้โมโหขาดสติเสียสมาธิ ถือเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งของเขาเหมือนกัน " ... " ภายนอกที่ทุกคนเห็นคือร่างบางเริ่มสกัดสิ่งเจือปนในสมุนไพรด้วยท่าทางเอื่อยๆ โดยไม่สนใจจะตอบโต้แต่อย่างใด แต่เพราะผมด้านหน้าที่ยาวจนบดบังดวงตาทำให้ไม่อาจรู้ได้ว่า แอบหลับ! หลังจากใช้เวลาไม่ถึงอึดใจการสกัดสิ่งเจือปนในสมุนไพรก็เสร็จสิ้น ขั้นต่อไปคือการหลอมรวมสมุนไพรทั้งสามชนิดเข้าด้วยกัน

หลักสำคัญของขั้นตอนนี้อยู่ที่การควบคุมพลังธาตุไฟที่ใช้หลอม ถ้าไฟแรงไปสมุนไพรก็ไหม้ ถ้าไฟอ่อนไปสรรพคุณของสมุนไพรก็จะเจือจางลง เพราะฉะนั้นอุณหภูมิไฟที่พอเหมาะพอดีเท่านั้นจึงจะทำให้โอสถที่ออกมามีระดับสรรพคุณที่เต็มเปี่ยม

ในระยะเวลาสามเดือนที่อยู่กับท่านเฟิ่งหยู เธอฝึกใช้ธาตุไฟเพื่อหลอมโอสถหลายชนิดด้วย หนึ่งในนั้นก็คือโอสถจิตวิญญาณที่ใช้ในการแข่งนี้ เพราะโอสถจิตวิญญาณเป็นโอสถที่เหมาะสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่งถึงเจ็ด เนื่องจากโอสถนี้จะกลายเป็นพลังที่ปะทุออกมาช่วยให้สามารถทะลวงผ่านไปอีกระดับได้จึงเป็นที่ต้องการของผู้ที่ระดับต่ำๆ แต่ขั้นตอนการหลอมโอสถจิตวิญญาณให้ได้รับดับสูงสักเม็ดนั้นไม่ง่ายนักจึงทำให้มันกลายเป็นโอสถล้ำค่า ใช้เวลาไม่นานโอสถจิตวิญญาณสีเหลืองอำพันจำนวนสองเม็ดก็ลอยออกมาจากเตาหลอม ซิ่นหนี่ว์ยื่นมือออกไปรับแล้วเก็บใส่ขวดกระเบื้องไว้อย่างดี ผู้คนต่างมองด้วยความตกตะลึง เด็กสาวผู้นี้หลอมโอสถเสร็จเป็นคนแรกซึ่งรวมกับท่าทางเอื่อยเฉื่อยในตอนแรกแล้วใช้เวลาไปไม่ถึงสองเค่อด้วยซ้ำ

"ฮึ่ม! เสร็จคนแรกใช่ว่าจะออกมาดี" ชายชราด้านข้างเมื่อเห็นเด็กสาวหลอมเสร็จเป็นคนแรกก็อดที่จะจ้องมองอย่างโง่งมมิได้ก่อนจะแปรเปลี่ยนเยาะเย้ย เป็นโอสถจิตวิญญาณใช้เวลาในการหลอมอย่างน้อยสองเค่อ

เฮอะ! อย่างดีคงได้รับดับต่ำ ไม่มีทางที่สรรพคุณโอสถของเด็กสาวผู้นั้นจะเป็นระดับกลางได้แน่ ระดับสูงยิ่งไม่ต้องพูดถึง เมื่อเก็บโอสถเรียบร้อยดีแล้วเด็กสาวจึงหันกายไปทางชายชราที่พูดจาก่อกวนนางตั้งแต่เริ่มการแข่งขัน ริมฝีปากใต้ผ้าคลุมแย้มยิ้มบางเบาก่อนเสียงหวานใสดังระฆังแก้วจะเอ่ยออกมาว่า

"พูดมาก หนวกหู! "**

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น