อัศวินสามสี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กลายเป็นศิษย์อาจารย์

ชื่อตอน : กลายเป็นศิษย์อาจารย์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ย. 2560 16:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กลายเป็นศิษย์อาจารย์
แบบอักษร

**กลายเป็นศิษย์อาจารย์


ค่ำคืนกลางหุบเขาในวสันต์ฤดู แสงจันทร์ทรงวงแหวนไร้ดวงดารามาแข่งขันสาดส่องลงมายังหมู่บ้านชนบทขนาดเล็กห่างไกลตัวเมือง ผืนป่าหนาทึบและแมกไม้ดอกเหมยที่ผลิบานยามค่ำคืนโอบล้อมโดยรอบหุบเขาราวภาพฝัน เสียงร้องประสานของเรไรดังขับกล่อมให้ทุกสรรพสิ่งในผืนป่าแห่งนี้ให้จมลงสู่ห้วงนิทราอันยาวนาน...  

แสงสว่างจากตะเกียงเล็ดลอดออกมาจากกระท่อมไม้หลังหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากหลังอื่นประมาณครึ่งลี้ ภายในปรากฏภาพหนึ่งชายสูงวัย หนึ่งเด็กชาย และหนึ่งดรุณีน้อยยังไม่พ้นวัยปักปิ่นนั่งล้อมวงท่ามกลางเศษซากเตาหลอมโอสถที่แตกละเอียดและสมุนไพรหกเกลื่อนกลาด  

หลังจากวันที่ตกลงรับปากจิ้งจอกเฒ่าอย่างงงๆ เวลาก็ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว เป็นหนึ่งเดือนที่แสนบัดซบสิ้นดี! ใครจะคิดว่าต้องดื่มยาที่รสชาติแย่ยิ่งกว่าติ่มเฮียงผสมหวงเหลียน แช่ตัวในถังสมุนไพรที่กลิ่นเหมือนน้ำหมักชีวภาพ ช่วงเวลาที่พิษขับออกมาจะทรมานเหมือนถูกรถสิบล้อเหยียบจนกระดูกแหลกแต่กลับไม่ตาย! 

แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเหนือความคาดหมายมากทีเดียวไม่งั้นเธออาจสาปส่งจิ้งจอกเฒ่าข้อหาทารุณกรรมเด็กแล้วผูกคอตายใต้ต้นบ๊วยแน่ ถือว่าการรักษาประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดีภายในเวลาเดือนเดียวก็สามารถเปลี่ยนผีให้กลายเป็นเทพธิดาได้ 

ร่างกายที่เคยผ่ายผอมแห้งกร้านกลับมามีเนื้อหนังผิวขาวกระจ่างใสละเอียดลออตาเต็งตึงดูฉ่ำน้ำ ใบหน้าเกลี้ยงเกลา คิ้วสีดำสนิทโก่งสวยราวคันศร จมูกเล็กเชิดรั้นรับกับวงคิ้วงาม ปากอิ่มแดงระเรื่อราวกับผลอิงเถา ดวงตาหวานกลมโตปลายหางตาเชิดขึ้นเล็กน้อยคล้ายนัยน์ตาหงส์ล้อมกรอบด้วยแพขนตายาวดำสนิท ประกอบกับทรวดทรงอรชรบอบบางน่าถนุถนอมที่เธอเฝ้าบำรุงเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนนี่อีก 

  งามเกินใครแล้ว!

ขนาดเธอมั่นใจว่าร่างเก่าสวยแล้วยังอดตะลึงยามเห็นครั้งแรกไม่ได้ เทพหนี่ว์วาคงรักยัยเด็กนี่มากถึงได้ลำเอียงบรรจงสร้างสรรค์ออกมาให้งามล่มแคว้นขนาดนี้  

มือบางเอื้อมไปหยิบสมุนไพรที่ผ่านการสกัดสิ่งเจือปนออกแล้วเตรียมไว้สำหรับการทดลองหลอมโอสถใส่ลงในเตาหลอม สมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่กับกระบวนการตรงหน้าอย่างไม่วอกแวก  

"ศิษย์ข้า... ข้ารู้สึกว่ากลิ่นและสีของโอสถที่เจ้ากำลังหลอมมันแปลกๆ" เฟิ่งหยูทำหน้าครุ่นคิด คิ้วหนาขมวดเป็นปมแน่น 

  แปลกเหรอ... แต่เธอมั่นใจว่าใส่ส่วนผสมตามสูตรเป๊ะๆเลยนะ

จมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นพิสูจน์ กลิ่นก็ปกติ สีก็... เอ่อ อาจจะออกจางกว่าตัวอย่างนิดหน่อยเอง... รวมๆ แล้วต่างไม่มากก็ถือว่ายังปกติอยู่

“ข้าว่ามันก็กลิ่นปกติเหมือนที่ท่านหลอมให้เป็นแบบอย่าง ท่านอาจจะได้กลิ่นสมุนไพรผสมกลิ่นตัวของต้าหลางเลยรู้สึกว่ามันแปลกไปก็ได้” ซิ่นหนี่ว์กล่าวตอบ มือบางเรียวเล็กถ่ายเทพลังธาตุไฟเข้าไปในเตาหลอมเพื่อเร่งอุณหภูมิให้สูงขึ้นพอทีจะทำให้สมุนไพรต่างๆ หลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน  

โลกนี้มีทั้งพลังยุทธ์ พลังธาตุ สัตว์อสูร ปีศาจ ร่างกายของคนในโลกนี้จะมีเส้นชีพจรและเส้นปราณ ทำให้สามารถฝึกยุทธ์พร้อมกับการเป็นผู้ปรุงโอสถได้ภายในคนเดียว แต่โอกาสฝึกทั้งสองสายไปพร้อมกันสำเร็จนั้นยากยิ่งกว่ามากผู้คนจึงเลือกฝึกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วแต่เส้นปราณยุทธ์หรือปราณผู้ปรุงโอสถจะมากกว่ากัน  

ทั่วทั้งยุทธภพนี้ปัจจุบันฝึกสองสายพร้อมกันสำเร็จเพียงแค่ห้าคนเท่านั้น และหนึ่งในนั้นคือหมอมารแห่งแคว้นจูเชว่ที่จางซิ่นหนี่ว์ตามหา... ในช่วงที่ทำการรักษาพิษหนอนเพลิงนิลนั้น เฟิ่งหยูกล่าวกับเธอว่า *'เจ้ามีธาตุหลักคู่ไฟลม ถึงจะไม่ใช่ธาตุคู่ไฟไม้อย่างผู้ที่มีพรสวรรค์การเป็นผู้ปรุงโอสถควรมี แต่ถ้าเจ้ามีพรแสวงบวกกับมีอาจารย์ที่แสนจะเก่งกาจอย่างข้าแล้ว ตำแหน่งผู้ปรุงยาอันดับหนึ่งของแคว้นชิงหลงต้องเป็นของเจ้าอย่างแน่นอน ฮ่าๆๆ '* 

ครั้งแรกที่ได้ฟังประโยคโอ้อวดตนของเฟิ่งหยู เธอถึงกันประท้วงในใจทันควันเลยว่า ‘โม้’

เฟิ่งหยูนั้นเป็นผู้ปรุงโอสถประจำเผาจิ้งจอกสวรรค์ระดับปรมาจารย์ขั้นสูงธาตุไฟจึงสอนวิธีการควบคุมธาตุไฟในร่างกาย การดึงธาตุไฟออกมาใช้ประโยชน์ในการต่อสู้ตามวิถีของปีศาจ วิธีปลูกสมุนไพร ฝึกแยกแยะชนิดและสรรพคุณของสมุนไพรต่างๆ ส่วนธาตุลมนั้นเธอไปฝึกกับท่านเฟยเซียน ปีศาจจิ้งจอกผู้งดงามประจำหมู่บ้านแสงจันทร์ ซึ่งเฟิ่งหยูแนะนำแกมบังคับให้ไปคำนับขอท่านเฟยเซียนให้มาเป็นอาจารย์ให้ได้ เธอจึงต้องไปวนเวียนตามตื้อจนจิ้งจอกสาวยอมในที่สุด และเธอก็ทำได้ดีจนลมแทบจะกลายเป็นอวัยวะที่สามสิบสามเลยทีเดียว 

 "พี่สาว วันนี้ข้ายังไม่ได้ขยับตัวไปไหนจะมีกลิ่นตัวได้เยี่ยงไร" ต้าหลางหน้าตาเหรอหรา ปากน้อยนั้นหุบๆ อ้าๆ ก่อนจะรีบเอ่ยปฏิเสธออกมา ทั้งที่เขาก็นั่งอยู่ตรงนี้ทั้งวันไม่ได้ออกไปวิ่งเล่นให้สักนิด ยามเช้าก็อาบน้ำจนหอมฟุ้งซิ่นหนี่ว์เจี่ยเจียมาว่าเขาตัวเหม็นได้ยังไง 

 "นั่งเฉยๆ ก็ทำให้มีกลิ่นได้เหมือนกันนั่นแหละ แบคทีเรียที่กระจายตัวอยู่ในอากาศอาจลอยเข้าไปเกาะติดเสื้อผ้าและผิวหนัง ยิ่งเจ้านั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนมันก็จะเกาะอยู่อย่างนั้นแล้วค่อยๆ ละลายผสมกับเหงื่อจนมีกลิ่นตัวไง" เอ่ยตอบตรรกะแปลกๆ พลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ โดยไม่สนว่าผู้ฟังนั้นจะเข้าใจไปด้วยหรือไม่ เจ้าเด็กนี่มาคอยนั่งลุ้นว่าเธอจะปรุงโอสถสำเร็จเมื่อไหร่ไม่ได้ลุกไปไหนตั้งแต่เช้าแล้วทั้งที่เวลาปกติจะหายหัวไปไม่เห็นแม้แต่เงา 

  ไม่รู้รึไงว่าเวลามีคนมานั่งจ้องนานๆ มันกดดัน! ซิ่นหนี่ว์พยายามเลิกสนใจ สมาธิกลับมาจดจ่อกับการปรุงโอสถอีกครั้งเนื่องจากก่อนหน้านี้เธอพลาดทำเตาหลอมระเบิดไปแล้วสองใบ ครั้งนี้เธอต้องไม่พลาด ต้องทำให้สำเร็จให้ได้ อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น! 

  เปรี๊ยะ!!

“อ๊ะ... " 

เสียงร้าวของเตาหลอมทำให้ซิ่นหนี่ว์อุทานออกมาอย่างแผ่วเบาและบังคับใจที่เต็นรัวให้สงงบนิ่งที่สุดและควบคุมไฟในมือให้เบาลงจนค่อยๆ ดับ ในที่สุดก็ปรากฏโอสถสีชมพูอ่อนส่งกลิ่นสมุนไพรจางๆ ออกมา 

  เธอทำสำเร็จ!

ซิ่นหนี่ว์มองยาลูกกลอนในมืออย่างภูมิใจ 

"อืม โอสถเพิ่มพลังระดับกลาง ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว" เฟิ่งหยูพยักหน้าอย่างพึงพอใจ 

"ซิ่นหนี่ว์เจี่ยเจียช่างเก่งกาจยิ่งนัก ข้าฝึกหลอมมาเป็นปียังได้แค่โอสถระดับต่ำทุกชนิดอยู่เลย" ต้าหลางขยับเข้ามาใกล้ สายตาจับจ้องไปยังโอรสในมือเธอเป็นประกาย  

"เจ้าเด็กขี้เกียจ! เพราะมัวแต่อู้แอบหนีไปเที่ยวเล่น ฝีมือจึงไม่พัฒนาเสียที" เฟิ่งหยูเคาะไปที่หัวของต้าหลางไม่เบานักหนึ่งทีจนเจ้าเด็กแสบต้องคลานมาหลบด้านหลังเธอ 

"อูย... เจ็บนะขอรับ" มือเล็กลูบหัวตัวเองปอยๆ ปรากฏน้ำใสปริ่มอยู่ที่ปรายหางตา  

"ต่อไปนี้เจ้าต้องฝึกหลอมยาทั้งหลายให้ได้มากที่สุด รวมถึงยาพิษและวิธีถอนพิษต่างๆ ที่ข้ารู้จักเท่าที่ภายในเวลาสองเดือนที่เหลือจะสอนได้ ไม่ใช่เพื่อต้องการให้เจ้าชนะการแข่งขันเท่านั้น แต่ข้าอยากให้เจ้าเรียนรู้ไว้เผื่อภายภาคหน้ามันอาจจะมีประโยชน์กับเจ้าก็ได้" เฟิ่งหยูกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังและยกมือของเขาลูบศีรษะซิ่นหนี่ว์อย่างอ่อนโยน ซิ่นหนี่ว์รู้สึกอุ่นวาบในหัวใจ นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่มีใครมาคอยเป็นห่วงเธอด้วยความจริงใจ ตั้งแต่สูญเสียพ่อแม่เธอก็ต้องอยู่คนเดียว ทำทุกอย่างด้วยตนเองมาโดยตลอด 

"ศิษย์ทราบแล้ว ขอท่านโปรดวางใจศิษย์จะตั้งใจศึกษาเก็บเกี่ยวความรู้จากท่านให้มากที่สุด ขอบคุณท่านอาจารย์ที่คอยชี้แนะ" ซิ่นหนี่ว์ก้มศีรษะคำนับอย่างนอบน้อม 

 "ดี! ดียิ่ง ฮ่าๆๆ " เฟิ่งหยูหัวเราะออกมาในขณะที่ถอนมือของเขากลับคืน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม เขามั่นใจยิ่งว่าศิษย์ผู้นี้เป็นคนดี เขาย่อมที่จะสนับสนุนช่วยเหลือให้นางประสบความสำเร็จ**

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น