ลูกตุ้มเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อาหารเช้าแสนง่าย (ต่อ)

ชื่อตอน : อาหารเช้าแสนง่าย (ต่อ)

คำค้น : เกี่ยวรักมาร้อยใจ, เจ้าชายไอที, แก๊งกาแฟ, คาลาเมลมัคคิอาโต้, ลูกตุ้มเงิน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 138

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ย. 2560 12:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อาหารเช้าแสนง่าย (ต่อ)
แบบอักษร

            “สวัสดีครับอาจารย์ อาจารย์ถามหาผมเหรอครับ” คีรีไหว้ทักทายอาจารย์ที่ปรึกษาเมื่อเข้ามาในห้องพักของท่านแล้ว

            “ใช่ ๆ เชิญนั่งก่อนสิ” อาจารย์ถวิลชี้ไปที่เก้าอี้ที่ตั้งอยู่หน้าโต๊ะ “ผมได้อีเมล์ของคุณแล้วนะ เรื่องที่เสนอให้ตั้งศูนย์รักษาคอมพิวเตอร์น่ะ ความคิดดีนี่ แต่ผมอยากให้คุณไปคิดเพิ่มมานะ หนึ่งเรื่องบุคลากร คุณจะหาใครมาซ่อมนัก แล้วจะต้องมีค่าตอบแทนหรือเปล่า? เพราะถ้าเปิดเป็นศูนย์ก็ต้องเตรียมตัวรับงานจำนวนมากด้วย มีแค่คุณคนเดียวผมว่าไม่พอ สองเมื่อมีเรื่องคนจำนวนมากมาเกี่ยวข้อง ก็ต้องมีกฎ มีมาตรการป้องกันการทุจริตเอาไว้ด้วย ทุกอย่างต้องโปร่งใส ส่วนเรื่องสถานที่ พื้นที่จัดตั้งน่ะ ผมเสนอเรื่องขอให้คุณได้ ที่คุณเขียนเสนอมาคือ ใช้พื้นที่ใต้ตึกประมาณสองคูณสามเมตรใช่ไหม?”

            “ใช่ครับอาจารย์”

            “เรื่องนี้ไม่น่าเป็นปัญหาเท่าไหร่ แต่ปัญหาคือมันต้องมีงบในการกั้นห้อง ซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือด้วย ลำดับแรกนะคุณต้องกลับไปลองประเมินราคาดู สองคือหางบ ถ้าคุณจะขอจากทางคณะก็บอกตามตรงว่าทำใจไว้หน่อย แต่ถ้าจะเอาให้เร็ว ผมแนะนำว่าคุณควรจะหาสปอนเซอร์นะ”

            “เรื่องงบไม่ต้องห่วงครับอาจารย์ ผมจัดการเอง”

            “ทำยังไง คุณจะออกเองอย่างนั้นเหรอ ผมว่ามันจะง่ายไปสำหรับคุณนะคีรี ไม่ทำอะไรที่ท้าทายความสามารถตัวเองเสียหน่อยละ ใช้ความสามารถในการเจรจาเพื่อขอเงินจากคนอื่นดูบ้างสิ ไหน ๆ คุณก็จะจบแล้ว ทำแบบอย่างไว้ให้กับน้อง ๆ หน่อย” อาจารย์ถวิลพูดดักคีรีไว้ถูกทาง

            การเข้าไปขอสปอนเซอร์ ไม่ได้มีจุดประสงค์แค่เพียงให้ได้เงินมาอย่างเดียว หากแต่อาจารย์ถวิลยังต้องการให้ลูกศิษย์ได้ฝึกตัวเองให้รู้จักใช้ความสามารถในการเจรจา มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ฝึกความอดทน ลดอีโก้ในตัวเอง และเพื่อเป็นประสบการณ์ที่จะสามารถเอาไปใช้ในชีวิตการทำงานจริง ๆ ได้

            “ก็ได้ครับอาจารย์ ผมจะไปขอสปอนเซอร์เองก็ได้”

            “มันต้องอย่างนี้สิ เอาเป็นว่าคุณกลับไปจัดการเรื่องที่ผมบอกไป แล้วส่งรายละเอียดเข้ามาให้ผมอีกที ส่วนเรื่องขอสปอนเซอร์ก็ไปร่างจดหมายมา เดี๋ยวผมยื่นขออนุมัติให้”

            “ได้ครับอาจารย์ ขอบคุณครับ” คีรีตกปากรับคำอาจารย์ที่ปรึกษา ในหัวคิดประมวลเรื่องที่จะต้องทำทั้งหมด ถึงแม้ว่าจะเริ่มยุ่งยากกว่าที่คิด แต่ชายหนุ่มก็พร้อมจะทำเพื่อพิสูจน์ตัวเองดูสักครั้ง

            ลังจากหมดชั่วโมงเรียน คีรีก็มานั่งที่ร้านกาแฟ หาข้อมูลการสร้างศูนย์รักษาคอมพิวเตอร์ต่อ

            “เอ้า! เลคเชอร์สแตท กูว่าเดี๋ยวนี้มึงขาดเรียนที่คณะบริหารฯ บ่อยไปหน่อยนะโว้ย ระวังจะหมดสิทธิ์สอบ แล้วนี่มึงทำอะไรของมึงวะไอ้มินสก์ ตั้งแต่มานี่กูยังไม่เห็นมึงเงยหน้าออกจากคอมฯ เลย” ตรีวิทย์เดินถือสมุดเลคเชอร์ไปวางไว้หน้าคีรี ส่งเสียงถามเพื่อนด้วยความสงสัย หลังจากที่มองเพื่อนวุ่นวายอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คนานแล้ว

            “หลายอย่างว่ะ”

            “แล้วมันอะไรล่ะวะ ที่ว่าหลายอย่าง มีอะไรให้กูช่วยหรือเปล่า บอกได้นะโว้ย”

            “เรื่องศูนย์รักษาคอมฯ ไง กูเขียนเรื่องเสนออาจารย์ไป วันนี้อาจารย์เรียกไปคุยให้กูจัดการต่อเลย”

            “มันก็ถูกแล้วไง มึงเป็นคนเขียนเสนอ มึงก็ต้องเป็นต้นเรื่องสานต่อให้มันจบโปรเจคสิ”

            “เออ กูก็ทำอยู่นี่ไง หาผู้รับเหมา ส่งแปลนให้เขาตีราคามาอยู่นี่ ร่างจดหมาย แล้วก็หาบริษัทขอสปอนเซอร์ด้วย ทำป้ายรับสมัครช่างซ่อมคอมฯ อีก มึงว่าถ้าไม่มีค่าแรงให้จะมีใครมาช่วยซ่อมไหมวะ?”

            “ก็คงมี แต่อาจจะน้อยว่ะ”

            “กูก็ว่าอย่างนั้น คงไม่มีปัญหาถ้าคนเอาคอมฯ มาซ่อมกันน้อย แต่กูก็คิดแผนสำรองเอาไว้แล้ว ถ้าเกิดมีคนมาใช้บริการเยอะ กูว่าจะเก็บค่าแรงจากคนที่มาใช้บริการนี่ล่ะ คนละร้อยเอามาจ่ายค่าแรงให้ช่าง มึงว่าดีป่ะ?”

            “ก็ดี คนที่เขามาใช้บริการก็คงยินดีเสียอยู่หรอก ร้อยเดียว ค่าอะไหล่ก็ไม่ได้บวกเพิ่มนี่”

            นขณะที่คีรีปรึกษาเรื่องงานอยู่กับตรีวิทย์ในร้านมายด์คอฟฟี่นั้น พลอยใสก็กำลังนั่งรอโทรศัพท์จากเขาอยู่ที่โต๊ะประจำของเธอและเพื่อน

            “พลอยใส แกเป็นอะไรอ่ะ หรือว่ามีนัดกับใครอย่างนั้นเหรอ ฉันเห็นแกดูนาฬิกาเป็นร้อยรอบแล้วมั้ง?” ตะนอยถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ เพราะนั่งมองเพื่อนยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาอยู่หลายครั้ง

            “เปล๊า..ไม่มี้..”

            “เสียงสูงเชียวนะแก บอกมาเลย แกมีนัดกับใคร ไอ้พลอย” จุ๋มร่วมด้วยช่วยคาดคั้นเพิ่มอีกคน

            “ไม่ได้นัด ฉันก็แค่ดูเวลาว่าได้เวลาจะออกไปซื้อของหรือยัง พอดีว่าฉันจะไปซุปเปอร์มาร์เก็ตซื้อพวกของสดเข้าบ้านหน่อยน่ะ ขี้เกียจออกไปเร็วอยากอยู่เม้าท์กับพวกแกก่อนไง แต่ก็ไม่อยากออกไปช้า เพราะถ้าขากลับติดเวลาที่คนเลิกงานแล้วรถมันจะติดน่ะ”

            “เดี๋ยวนี้แกต้องซื้อกับข้าวเข้าบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ไหนว่าแม่ออกไปตลาดซื้อของทำขนมทุกวันไง” อ้อนถามขึ้นอีกคนด้วยความสงสัย

            “มันก็ต้องมีกันบ้างสิวะ บางทีฉันก็อยากกินอย่างอื่นที่แม่ไม่ได้ซื้อมาไง”

            “ก็แล้วแกอยากกินอะไร ทำไมแกไม่บอกแม่แกไปล่ะ” ตะนอยยังคงตั้งคำถามให้กับเพื่อนสาว

            “โอย! พวกแกนี่ก็ขี้สงสัยจัง คือฉันอยากจะมีโมเม้นต์เป็นแม่บ้าน ไปช้อปปิ้งบ้างไรบ้างไง พวกแกจะสงสัยอะไรกันมากมายเนี่ย” พลอยใสใช้วิธีโวยวายกลบเกลื่อนอาการกลัวความลับแตกของตัวเอง ก่อนจะตัดบทบอกลาเพื่อน “ฉันว่าฉันไปดีกว่า เดี๋ยวขากลับรถติดจริง ๆ”

            “อ้าวเฮ้ย! คิดจะไปก็ไปซะงั้น แกจะไปซื้อแถวไหนวะ เผื่อฉันจะไปด้วย” จุ๋มมองพลอยใสรีบเก็บหนังสือด้วยความงุนงงในอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ของเพื่อน

            “ฉันไปซื้อแถวบ้าน มันไกลน่ะ แกไปซื้อแถวบ้านแกสิ จะได้ไม่ต้องนั่งรถย้อนไปย้อนมาไง ฉันไปก่อนแล้วนะ บ๊ายบายทุกคน เจอกันพรุ่งนี้” พลอยใสลุกขึ้นยกมือโบกลาเพื่อนแล้วเดินออกไป ปล่อยเพื่อนทั้งสามคนให้มองตามไปแบบงง ๆ

            “พวกแกว่าไอ้พลอยมันแปลก ๆ ไหมวะ?” อ้อนหันกลับมาถามตะนอยกับจุ๋ม

            “เออ แปลกว่ะ ปกติเวลามันจะไปไหน จะชวนพวกเรายิก ๆ แต่นี่มันเหมือนกับว่าไม่อยากให้พวกเราไปด้วยเลยว่ะ” จุ๋มตอบกลับ อ้อนกับตะนอยพยักหน้าพร้อมกันเห็นด้วยกับสิ่งที่จุ๋มพูด

            ลอยใสไปซื้ออาหารสดที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้คอนโดของคีรี เสร็จแล้วเอาของกลับไปเก็บที่คอนโด ซึ่งพบว่าชายหนุ่มเจ้าของห้องยังคงไม่กลับมา ด้วยความเป็นห่วงว่าเขากลับมาแล้วอาจจะหิว หญิงสาวจึงได้ทำก๋วยเตี๋ยวหมูสับเอาไว้ให้ แล้วเขียนข้อความใส่โพสต์อิทติดเอาไว้ที่หน้าตู้เย็นเพื่อบอกให้เขารู้อีกด้วย แต่ในขณะที่แม่บ้านมือใหม่กำลังจะออกจากห้อง คีรีก็เปิดประตูเข้ามาพอดี

            “เอ้า! พลอยใส พี่คิดว่าเรากลับไปนานแล้ว นี่มันจะมืดแล้วนะ แม่ไม่ห่วงแย่เหรอ”

            “พลอยใสโทรบอกแม่แล้วค่ะ ว่าจะกลับมืดหน่อย พี่มินสก์ทานอะไรมาหรือยังคะ พลอยใสทำก๋วยเตี๋ยวหมูสับเอาไว้ให้ ถ้าหิวก็ทานได้เลยตอนนี้ยังร้อนอยู่ แต่ถ้าจะทานตอนดึกก็เอาน้ำมันเข้าเวฟอุ่นนิดหนึ่งนะคะ” หญิงสาวหมายถึงเตาไมโครเวฟที่เอาไว้ใช้อุ่นอาหารได้

            “โอ้โห! พลอยใส นี่ที่ช้าเพราะมาทำอาหารให้พี่อยู่เหรอเนี่ย”

            “......” ไม่มีคำตอบใด ๆ ยกเว้นรอยยิ้มที่เจิดจรัสจนตาปิดของหญิงสาวตอบกลับมา ทำให้คีรีรู้สึกผิดขึ้นมาทันที ที่ไม่ได้พาสาวรุ่นน้องไปซื้ออาหารสดตามที่บอกไว้ แถมเธอยังมาทำอาหารไว้ให้เขาอีกด้วย

            “ไป! พี่ไปส่งที่บ้านเอง มืดแล้วเดินทางอันตราย” คีรีพูดพร้อมกับดึงประตูเปิดค้างไว้ให้หญิงสาวออก

            “ไม่เป็นไรนะคะพี่มินสก์ พลอยใสกลับเองได้ค่ะ”

            “พี่รู้ว่าพลอยใสกลับเองได้ แต่ว่าวันนี้พี่จะไปส่งไง ไปเถอะครับ” คำตอบที่ชัดเจนของนายจ้างในดวงใจทำให้พลอยใสเดินออกจากห้องนำไปที่ลิฟต์

            ถบีเอ็มดับเบิ้ลยูคันสวยเคลื่อนมาจอดที่หน้าประตูรั้วบ้านไม้สีขาวความสูงประมาณเอว พลอยใสกระชับกระเป๋าก่อนเปิดประตูลงจากรถ

            “ว้าย! โอ๊ยยยย!” เสียงร้องที่ดังออกมาจากในบ้าน เรียกความสนใจจากสองหนุ่มสาวที่เพิ่งมาถึง

            “แม่!” พลอยใสร้องเรียกแม่เสียงหลงก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน

            จากที่คีรีตั้งใจจะออกรถ ก็ต้องจอดแทนแล้ววิ่งตามพลอยใสเข้าไปดูด้วยอีกคนว่าเกิดอะไรขึ้น

ความคิดเห็น