ลีลาวดี ยามค่ำ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ไม่ขออะไรมากแค่กดถูกใจ แล้วก็คอมเม้นเล็กน้อยก็พอจ้าาาาา รักรีดเดอร์ทุกคน จุ๊ฟ

ตอนที่ 20 แขกที่ไม่ได้รับเชิญในยามเช้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 แขกที่ไม่ได้รับเชิญในยามเช้า

คำค้น : พระเอกเป็นปีศาจ,,นางเอกเป็นมนุษย์,อิโรติก,โรแมนติก แฟนตาซี,ลีลาวดี ยามค่ำ,ซีเมล,มุจลินท์

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2560 21:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 แขกที่ไม่ได้รับเชิญในยามเช้า
แบบอักษร

"ได้ข่าวนังลินพาผั- อุ้ย แฟนมาไหว้แม่ ไม่คิดจะพามาแนะนำญาติพี่น้องหน่อยเหรอพี่ชม ดีจังน้อ ไปเรียนกรุงเทพได้ไม่เท่าไหร่ก็พาผู้ชายเข้าบ้าน ระวังจะเรียนไม่จบเอานา" 

"ลูกชั้นมันจะเอาใครก็เรื่องของมันสิ ชั้นเลี้ยงมันกันมือรู้ดีว่ามันรักเรียน ถึงมันจะมีผัวมันก็เรียนได้ ระวังปากหน่อยนะนังนิด!" 

เสียงโหวกเหวกโวยวายตอนเช้าตรู่ ปลุกให้ร่างบางที่นอนขนตัวใต้ผ้าห่มในอ้อมแขนอบอุ่นต้องขมวดคิ้วยุ่งอย่างหงุดหงิด 

ไม่ใช่แค่เสียงดังเท่านั้น แต่บทสนทนาที่แทงใจดำนั่นน่ารำคาญมากกว่าเสียงไก่ขันหมาหอนตอนใกล้รุ่งเสียอีก 

"ตื่นแล้วหรือ" 

เสียงทุ้มถามขึ้นอย่างสงบ อ้อมแขนของเขาไม่ละจากร่างหอมกรุ่นตลอดทั้งคืน 

เสียงมารดาของหญิงสาวและใครอีกคนคือสิ่งที่ทำให้เขาสนใจในตอนนี้ เพียงแค่ฟังจากน้ำเสียงก็รู้ว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญในยามเช้าตรู่เป็นคนจิตใจคับแคบมากเพียงใด แต่ทว่าเขาชอบมารดาของเธอยิ่งนัก พูดจาฉะฉานเจ็บแสบไม่แพ้คนในอ้อมกอดเขาเลยซักนิด ไม่แปลกใจเลยถ้าบอกว่าเป็นแม่ลูกกัน 

"น้านิตมาหาเรื่องแม่ฉันหรอคะ มานานรึยัง" 

เธอถามซีเมลเพราะรู้ดีว่าเขาคงตื่นก่อนเธอแน่ และคงกำลังฟังแม่และน้าของเธอโต้วาทีกันอย่างสนุนสนานต้อนรับเช้าที่แสนจะหนาวเหน็บแบบนี้แน่ 

"เมื่อกี๊นี้เอง" 

เขาตอบอย่างราบเรียบก่อนเกยคางบนศีรษะเธอพร้อมกับถูไปมาเบา ๆ 

"ฉันจะไปช่วยแม่รับแขกซักหน่อย" 

พูดจบก็ดันตัวลุกพรวดออกจากอ้อมกอดอุ่นทันที ซีเมลเอื้อมมือออกไปหมายจะคว้าแต่ก็คว้าได้แค่ความว่างเปล่า ทำได้แค่บ่นไล่หลังร่างบางเท่านั้น

"เรื่องคนอื่นทีไรเหมือนไฟลนก้นทุกที สุดท้ายตัวเองก็เดือดร้อน ให้ตายเถอะ" 

มุจลินท์พรวดออกจากห้อง เธอเห็นมารดาและน้ายืนโต้วาทีกันอย่างเอาเรื่องหน้าประตูบ้านแล้วได้แต่ถอนหายใจ อากาศหนาวเย็นตอนเช้าตรู่กำลังกัดกินทุกอณูผิวหนังของเธอที่โผล่จากเสื้อยืดตัวบาง นึกก่นด่าตัวเองในใจว่าทำไมถึงได้ไม่คว้าเสื้อแขนยาวติดมือมาด้วย โง่จริง ๆ 

หญิงสาวยกแขนขึ้นกอดอกแล้วเดินอาดอย่างวางท่าไปยังทั้งสอง ก่อนยกมือไหว้ผู้เป็นน้าตามมารยาท

"สวัสดีค่ะน้านิต ไม่เจอกันนานเลยนะคะ น้ายังเสียงดังไม่เปลี่ยนเลย" 

อีกฝ่ายมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไร้มารยาท เธอไม่อาจรู้ได้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร แต่กริยานั้นเธอไม่ชอบเลยจริง ๆ 

"ก็แค่อยากมาเห็นหน้าว่าที่หลานเขย ว่าหน้าตายังไง ไม่ใช่ว่าเป็นพวกขี้เหล้าเมายา เดี๋ยวจะพากันล่มจมทั้งวงศ์ตระกูล" 

มุจลินท์หัวเราะหึอย่างสมเพชตัวเอง เธอเรียกคนแบบนี้ว่าน้าได้ยังไงนึกเสียดายไหว้ของตัวเองเมื่อครู่จริง ๆ น้าที่ไหนจะมาดูถูกหลานถึงบ้าน แล้วยังพูดจากไม่ดีกับพี่สาวแท้ ๆ ของตัวเอง...เหลือเกินจริง ๆ นี่เธอกับแม่ทนมาได้ยังไงตั้งนานกัน 

"เอ่อ แล้ว...เกี่ยวอะไรกับน้านิตหรอคะ อืม ลินรู้สึกว่านี่มันเรื่องคนในครอบครัวนะคะ 'คนนอก' ลินไม่อยากให้มา 'ยุ่ง' ด้วยซักหน่อย" 

คนที่ตั้งตาฟังว่าหญิงสาวจะรับมือยังไงถึงกับหลุดขำ อา เจ้าสาวของเขานอกจากจะปากหวานแล้ว ยังปากคอเราะร้ายใช่เล่น สมกับเป็นเจ้าสาวของราขาปีศาจจริง ๆ 

"แกว่าฉันเสือกหรือนังลิน นังหลานเนรคุณ!" 

นิตยาหมายจะพุ่งเข้าหาหลานสาวปากกล้า ทว่าชมพิตเข้ามาขวางอย่างแม่ไก้ปกป้องลูกไก่

"แกจะทำอะไรลูกชั้นนั่งนิต! แกมีบุญคุณอะไรกับลูกชั้นถึงได้หาว่ายัยลินเนรคุณ ข้าวก็ไม่ได้หาให้กิน  สนใจเรื่องตัวเองเถอะ คิดว่าลูกสาวได้ผัวรวยแล้วจะเที่ยวดูถูกคนอื่นได้รึไง ลูกชายก็เดี๋ยวเลิกเดี๋ยวเอาเมียใหม่ ระวังเถ้อะ โรคอะไร ๆ จะได้ถามหาเอา" 

"นี่แกแช่งลูกชั้นหลอ แช่งลูกแช่งหลานระวังมันจะเข้าตัว" 

มุจลินท์เค่นหัวเราะอย่างนึกสมเพชอีกฝ่าย เพราะไม่ว่านิตยาจะพล่ามคำไหนก็เหมือนกับว่ากำลังพูดถึงตัวเองทั้งนั้น 

"ลินเห็นด้วยกับแม่นะคะน้านิต เอาเวลาไปสนใจครอบครัวตัวเองดีกว่าค่ะ ไม่เคยได้ยินหรอคะ คนล้มอย่าข้าม เพราะถ้าหากคนที่ล้มเขายืนได้มั่นคงวันไหน คนที่จะถูกเหยียบย่ำให้ซมซานก็คงจะไม่พ้นคนที่เคยเหยียบย่ำเขา" 

สาบานได้ว่าหากอีกฝ่ายไม่มาระรานครอบครัวเธอก่อน เธอไม่มีทางทำนิสัยแย่ ๆ แบบนี้แน่...เธอมีแม่แค่คนเดียว 

เธอไม่รู้ว่าระหว่างที่เธอเดินตามความฝันแม่ต้องเจอกับอะไรบ้าง คงไม่พ้น คำนินทา คำดูถูก...

เพราะมีญาติก็เหมือนแมลงวัน รู้ว่ามี แต่ก็ทำตัวน่ารำคาญ เวลามีประโยชน์ก็ตอมไต หมดประโยชน์เมื่อไหร่นอกจากจะไม่ใส่ใจยังทิ้งสิ่งไม่ดีไว้ให้อีก คิดไปคิดมา...ไร้ประโยชน์ยิ่งกว่าแมงดาอีกนะนี่ 

นิตยาเม้มปากเป็นเส้นตรงอย่างโมโห นังเด็กเมื่อวานซืน ใฝ่สูงเรียนมหาวิทยาลัยดัง แถมยังเป็นของเอกชน ทั้ง ๆ ที่แม่ก็แทบจะกินน้ำปลาราดข้าว ไม่เจียมตัวแถมยังปากเก่ง  หึ สวยขึ้นไม่เท่าไหร่คงคิดจะหาเสี่ยส่งเรียนล่ะสิ จะคอยดูว่าจะไปรอดซักกี่น้ำ 

"จ้าแม่คนเก่ง ดีนี่ บ้านก็...จะพังแหล่มิพังแหล่...ทุนเรียนก็...ดูจากสภาพพี่ชมแล้ว เฮ้อ...ถ้าวันไหนการเรียนแกตก คิดดูว่าแม่แกจะเป็นยังไง ขี้คร้านจะได้ออกมาทำไร่ทำนา เฮอะ" 

"นังนิต!"

"ผมคงไม่ให้คู่หมั้นต้องลำบากหรอกครับ" 

ก่อนที่ชมพิตจะปรี่เข้าขย้ำคอน้องสาว เสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้นดึงความสนใจของทุกคนไปจนหมด 

นิตยามองผู้มาใหม่อย่างตะลึงงัน ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างดี สูงสง่า ดูมีฐานะ คนนี้... 

"คู่หมั้นงั้นหรอ?" 

ซีเมลกระตุกยิ้มก่อนแนะนำตัวด้วยท่าทีเรียบเฉยอย่างเคย ไม่มีความนอบน้อมเช่นน้ำเสียงแม้แต่น้อย พร้อมกับคลุมผ้าบนไหล่บอบบางอย่างห่วงใย 

"ยินดีที่ได้พบครับ ผม...ว่าที่เจ้าบ่าวของมุจลินท์ เป็นว่าที่ลูกเขยของคุณแม่ชม...และเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยที่มุจลินท์เรียนอยู่...ผมมาที่นี่เพื่อไหว้คุณแม่ของมุจลินท์ตามธรรมเนียม...หากมีอะไรข้องใจ ถามผมก็ได้" 

นิตยาขนลุกเกรียวอย่างไม่มีสาเหตุ ตาคู่นั้นที่มองมาเหมือนกับสามารถทำให้นางแข็งเป็นหินได้ง่าย ๆ สวนทางกับคำพูดที่ดูดีอย่างสิ้นเชิง 

"คุณออกมาทำไมเนี่ย"  

ซีเมลกะพริบตาปริบ ๆ อย่างมึนงง จ้องใบหน้างามอย่างไม่เข้าใจ...เขาทำอะไรผิดนี่?

"ฉันมาช่วยเธอนะ เธอต้องขอบคุณฉันแล้วทำตาซึ้ง ๆ สิ คนบ้าอะไรเนี่ย" 

เพี๊ยะ! 

"มันเจ็บนะมุจลินท์"

"ดี สมน้ำหน้า...ช่วยบ้าอะไรเล่า คุณกำลังจะทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ต่างหาก" 

เธออยากจะเอาความมั่นหน้าของเขาโยนทิ้งลงข้างทางจริง ๆ เก่งดีนักเรื่องพูดให้คนอื่นตกใจเนี่ย กับไอ้คำว่าคู่หมั้น เจ้าสาว อะไรพวกนี้น่ะ เธออยากจะเอาหัวโขกผนังบ้านให้ความจำเสื่อมไปเลย 

"เจ้าของโรงเรียนเลยหรอ" 

นิตยาถามซ้ำทั้งยังอึ้งไม่หาย ดูจากหน้าตาอายุของอีกฝ่ายยังหนุ่มอยู่แท้ ๆ...นึกว่าแก่ใกล้ตายหรือไม่ก็เป็นวัยรุ่นเมื่อวานซืนซะอีก...หากบอกว่าเป็นดารายังเชื่อได้มากกว่า 

"มหาวิทยาลัยครับ" 

ซีเมลแก้ใหม่แล้วส่งยิ้มให้อีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มที่ไม่สามารถบอกได้ว่าดีหรือร้าย รู้แต่ว่าชวนให้ขนลุกอย่างน่าประหลาด 

"เป็นนักต้มตุ๋นใช่มั้ย นี่อยากชนะจนต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรอ เฮอะ! คิดว่าแค่หน้าตา การแต่งตัวดีหน่อยแล้วฉันจะหลงกลหรอ"  

ซีเมลก้มมองดูการแต่งกายของตัวเอง...ก็แค่ชุดคลุมสีดำ แต่งตัวดี? 

"ถ้ารวยจริงทำไมถึงต้องให้พี่ชัยไปรับล่ะ เป็นถึงเจ้าของโรงเรียนใหญ่โต จะบอกว่าไม่มีรถหรอ ...ไม่เอาน่า ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้นี่ ถ้าคนอื่นรู้เข้าเขาจะนินทาเอาได้ว่าหน้าซื่อ ๆ แต่ขี้โกหก ...อิจฉาล่ะสิที่ลูกสาวฉันได้แฟนรวย ถึงกับกุเรื่องเจ้าของโรงเรียนขึ้นมา เฮอะ!" 

"โว้ว เหลือเชื่อเลย" 

มุจลินท์นึกทึ่งในความมโนแก่กล้าของผู้เป็นน้า เพราะความอิจฉาริษยา ทำให้เราหลอกได้แม้แต่ตัวเอง พยายามหาเหตุผลเพื่อให่อีกฝ่ายดูด้อยค่าลง ไม่ยอมรับหากอีกฝ่ายพบเจอสิ่งดี ๆ เหตุผลขัดแย้งมักจะตามมาเสมอ...อย่างที่ซีเมลเคยพูดไว้ มนุษย์น่ะ จิตใจบอบบาง จนง่ายที่จะถูกครอบงำจากปีศาจ...แล้วอย่างน้าเธอนี่ เป็นเบี้ยล่างขอปีศาจตนไหนกัน 

"ไปเลยนะนังนิต เสนียดติดบ้านชั้นหมด คิดต่ำ ๆ...ความอิจฉามันกินสมองแกหมดแล้วรึไง อิจฉาได้แม้แต่คนที่ไม่มีอะไร ไม่แปลกใจที่ผัวแกมันทิ้งแกเลยนังนิต อวดเบ่งอวดใหญ่แค่ลูกได้ผัวรวย ส่วนไอ้เจมส์ลูกแกก็ไม่ต่างกัน เกาะผู้หญิงกิน หน้าไม่อาย ไปเลยนะ! ออกไปจากบ้านชั้นเดี๋ยวนี้ก่อนที่ชั้นจะหมดความอดทน" 

ชมพิตกำมือแน่นโกรธผู้เป็นน้องจนตัวสั่น ไม่รู้ว่านิตยานั้นเคียดแค้นอะไรครอบครัวนางนักหนา ครั้นจะให้ตักให้เตือนก็โต ๆ จนหัวเริ่มหงอกกันแล้วคงจะไม่เหมาะ ก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย จะว่าอะไรก็ว่าไป อย่ามาทำให้ลูกสาวนางเดือดร้อนก็พอ 

นิตยากลับไปแล้วชมพิตจึงได้เย็นลง แต่ทว่ามุจลินท์ยังคงเคืองปีศาจหนุ่ม...คงต้องเคลียร์กันหน่อยแล้ว 

"ทำไมชอบทำอะไรไม่ปรึกษากันตลอดเลยคุณน่ะ" 

เข้าห้องปุ๊บหญิงสาวก็เปิดฉากทันที 

ซีเมลได้แต่ถอนหายใจ ไม่รู้กับหญิงสาวว่าเธอต้องการให้เขาทำยังไงกันแน่ นั่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่เอา 

"งั้นเจ้าก็บอกมาสิว่าข้าทำอะไรผิด ข้าพูดในสิ่งที่ถูกต้อง ทุกอย่างเป็นความจริง แล้วทำไมเจ้าถึงต้องโกรธด้วยเล่า" 

"ฉันยังเรียนปีสองเองนะ แล้วคุณมาประกาศปาว ๆ อย่างกับว่าเราจะแต่งงานกันวันพรุ่งนี้มะรืนนี้ ใคร ๆ เขาก็ต้องคิดว่าฉันท้องพอดี ฉันน่ะอาจไม่รู้หรอกว่าชาวบ้านจะพูดจะว่าอะไรบ้าง แต่แม่ฉันที่อยู่บ้านจะเป็นยังไง" 

"ข้าไม่ทำให้เจ้ากับท่านแม่เดือดร้อนหรอกน่ามุจลินท์ เรื่องนี้ข้าจะคุยกับท่านแม่เอง เจ้าอย่าได้กังวล" 

"แต่ว่า..." ป่านนี้น้านิตคงเอาไปเม้าท์สนุกปากแล้ว 

"เจ้านี่ช่างดื้อนัก" 

พูดพร้อมกับฉุดร่างของเธอให้นั่งลงบนตักแกร่ง แต่ทว่านั่งไม่ถึงสิบวิเสียงของแม่ก็ตะโกนใช้ให้เธอไปเก็บใบตอง ซีเมลจึงจำต้องปล่อยร่างบางหอมกรุ่นไปอย่างเสียดาย 

"อย่าข้ามไปในป่าเด็ดขาด รีบกลับมา ข้ามีเรื่องต้องคุยกับท่านแม่ของเจ้าเล็กน้อย ถ้าช้า ข้าจะไปตามกลับมาเอง" 

มุจลินท์มึนงงกับคำของปีศาจหนุ่ม ทว่าเธอก็รับปาก แค่เก็บใบตองเธอคงไปไม่ถึงชั่วโมงหรอกน่า  

ลำห้วยเล็ก ๆ ทว่ามีน้ำไหลหล่อเลี้ยงให้บริเวณรอบ ๆ ชุ่มเย็นตลอด มุจลินท์เดินผ่านต้นมุจลินท์หลังบ้านใกล้ม้านั่งไปยังลำห้วย 

ต้นกล้วยขึ้นอย่างหนาแน่นและใบตองกำลังตึงสวยเลยทีเดียว 

"ว้าว ไม่มาตั้งนานยังเหมือนเดิมเลยแฮะ" 

ดวงตากลมโตสุกใสมองน้ำใสที่ดูท่าจะเย็นจับจิตอย่างตื่นตา เธอเดินไปบนสะพานไม้เล็ก ๆ ใต้ซุ้มเถาเสาวรสที่แม่ทำไว้อย่างคิดถึง 

เมื่อก่อนเธอชอบข้ามสะพานนี้ไปวิ่งเล่นในป่าอีกฝั่ง เข้าไปไม่ลึกมามีทุ่งดอกกระเจียวสีชมพูบานสะพรั่ง เธอชอบแอบไปหลบอยู่ที่นั่นเวลามีเรื่องไม่สบายใจหรือเวลาทะเลาะกับแม่ 

ทุกครั้งที่เธอไป ดอกกระเจียวยังคงบานอยู่เสมอไม่ว่าจะฤดูไหน มันแปลกมาก แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนมันบานต้อนรับเธอยังไงอย่างงั้น เธอจึงชอบที่นั่นมาก ไม่รู้ว่าป่านนี้จะยังบานสวยอยู่รึเปล่า... 

รอยยิ้มเล็ก ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าที่งดงามของเด็กสาวพร้อมกับความคิดที่แสนจะท้าทาย 

ไปแค่แป๊บเดียวเขาคงไม่รู้หรอก...ทันทีที่คิดแบบนั้น เท้าของเธอก็ก้าวข้ามสะพานมาอีกฝั่งแล้ว 

ยามเช้ามีหมอกจาง ๆ ชวนให้รู้สึกสดชื่น มุจลินท์วิ่งเหยาะ ๆ อย่างร่าเริงไปยังทางที่คุ้นเคย สองปีแล้วที่เธอไม่ได้เข้ามาที่ป่าแห่งนี้ เธอรู้สึกว่ามันก็คิดถึงเธอเช่นกัน ทันทีทีเธอเหยียบบนผืนหญ้าเขียว ต้นหญ้าก็เริ่มไหวเอนอย่างทักทายทำให้เธอยิ้มไม่หุบ ยิ่งใกล้จะถึงมากเท่าไหร่ เธอยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น 

ถึงซักที... 

"ว้าว" 

ทุ่งดอกกระเจียวยังคงบานสะพรั่งเต็มทุ่ง พวกมันดูสดใสเหมือนกับเธอในตอนนี้ สวรรค์กลางป่าเขาของเธอ 

คิดถึงจังเลย 

"ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เจ้าสวยจนข้าตาพร่าขนาดนี้" 

พรึบ! 

เสียงของใครบางคนทำให้เธอต้องหันกลับไปมองอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจแกมประหลาดใจ ก่อนเอ่ยถามออกไปทันควัน

"คุณเป็นใคร!?" 

อีกฝ่ายดูจะตกใจยิ่งกว่าเธอเสียอีก 

"เจ้ามองเห็นข้าหรือ"



เอาแล้วๆๆ มุจลินท์ของเราช่างซนจนได้เรื่องจริง ๆ อย่างนี้ต้องเรียกเฮียมาเคลียร์ด่วน​

ความคิดเห็น