หอหมื่นอักษร

นี่! อาจอชี! เรียกคุณนั่นแหละ ทำไมไม่พูดล่ะ? อาจอชี!

ตอนที่ 24 การปรากฏตัวของภูตสัตว์เลี้ยงตัวที่สอง

ชื่อตอน : ตอนที่ 24 การปรากฏตัวของภูตสัตว์เลี้ยงตัวที่สอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2560 15:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24 การปรากฏตัวของภูตสัตว์เลี้ยงตัวที่สอง
แบบอักษร

จางจื่ออันยังคงใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีลูกค้าเหมือนปกติเช่นเดิม ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวว่าได้มีพายุกำลังเตรียมก่อตัวขึ้นบนอินเทอร์เน็ต และตัวเขาเองก็กำลังจะถูกรวมเข้าไปท่ามกลางพายุนี้

"เตรียมพร้อม รายการวิทยุออกกำลังกายตอนที่เก้า..."

วันนี้เป็นวันเสาร์ เด็กหญิงที่ชอบเล่นกับเจ้าหนูแฮมสเตอร์จึงไม่ได้มา อาจจะนอนขี้เซาตื่นสายในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือพ่อและแม่อาจจะส่งเธอให้ไปเรียนพิเศษ สรุปแล้วล้วนก็เป็นไปได้ทั้งหมด

จางจื่ออันเต้นตามจังหวะของดนตรีรายการวิทยุออกกำลังกายเพียงลำพัง ซิงไห่นั่งมองซ้ายมองขวาอยู่หน้าประตูร้าน

เขารู้สึกว่าช่วงนี้ร่างกายเริ่มมีพละกำลังขึ้นมาแล้วบ้าง ตอนที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย เมื่อเต้นเสร็จไปหนึ่งตอนจะหายใจค่อนข้างถี่ ตอนนี้แม้จะไปเต้นสองรอบก็เพียงแค่เหนื่อยหอบนิดหน่อยเท่านั้น

เก็บลำโพงเข้ามาในร้านเสร็จ เพิ่งจะนั่งลงบนเก้าอี้เอนนอน ก็มองเห็นเงาที่ทอดยาวอยู่หน้าประตู ซุนเสี่ยวเมิ่งกำลังเดินเข้ามา

แม้เป็นร้านที่เพิ่งจะเปิดกิจการเหมือนกัน สถานการณ์ที่คลินิกรักษาสัตว์เลี้ยงของซุนเสี่ยวเมิ่งยังดีกว่าร้านของเขาอยู่มาก มีลูกค้าประจำอยู่พอสมควร ดังนั้นจึงไม่ได้มาเดินเล่นเตร็ดเตร่ทุกวันแล้ว จางจื่ออันก็ไม่ได้หวังว่าจะมีลูกค้าประจำอะไร ใครมันจะมาซื้อสัตว์เลี้ยงได้ทุกวัน?

"เอ๊ะ? เจ้าแมวบริติชขนสั้นตัวนั้นละ? คุณเอามันไปซ่อนไว้ที่ไหน? หรือว่า...คุณทำมันตาย?" ซุนเสี่ยวเมิ่งสำรวจดูรอบๆ หนึ่งรอบ ก็พบว่าสัตว์เลี้ยงภายในร้านได้หายไปหนึ่งตัว จึงเบิกตาขึ้นถามทันที

จางจื่ออันถามกลับอย่างเฉยเมย "ในสถานการณ์ปกติ สัญชาติญาณแรกของคนปกติควรจะเป็น 'เจ้าแมวบริติชขนสั้นขายออกไปแล้ว' ไม่ใช่หรือ? สมองของคุณกลับตาลปัตรไม่เหมือนกับคนปกติแล้วเหรอ? อยากจะไปโรงพยาบาลตรวจดูระบบทวารหนักสักหน่อยไหม?"

สายตาของซุนเสี่ยวเมิ่งเต็มไปด้วยความสงสัยและความดูถูก "นี่คุณ ยังไงก็ช่างเถอะ คุณดูสภาพของคุณ ขนขี้เกียจขึ้นเต็มตัว สภาพอย่างนี้จะเรียกลูกค้าได้หรอ? ใครมาซื้อของที่ร้านคุณก็เท่ากับเห็นผีนั่นแหละ!"

เขาตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันทันที "ปัญหาอยู่ที่ คุณไม่ใช่ลูกค้า! คุณก็ไม่มีทางที่จะซื้อสัตว์เลี้ยงที่นี่อยู่แล้ว! แล้วทำไมผมจะต้องเปลืองแรงกายแรงใจในการต้อนรับคุณ?"

เธอเองก็ขี้เกียจที่จะเล่นสงครามน้ำลายกับเขา จึงมองซ้ายมองขวาถาม "ซิงไห่ละ? ซิงไห่อยู่ไหน?"

"แค่เห็นคุณเจ้ามา มันก็วิ่งไปหลบแล้ว" เขาเอาความจริงที่โหดร้ายมาเปิดเผย

ในตอนนี้เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น

เขาคิดว่าเป็นข้อความจากวีแชทหรือข้อความจากโฆษณา พอปลดล็อคดู กลับเป็นคำชี้แนะจากเกม นักล่าสัตว์เลี้ยง


คำชี้แนะ : สัมผัสได้ว่ามีสัตว์เลี้ยงหายากปรากฏตัวขึ้นในเมืองของท่าน จะไล่ล่าจับหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้เล่น

คำแนะนำ : ข้อมูลสัตว์เลี้ยงมีดังต่อไปนี้

ประเภทสัตว์เลี้ยง : ภูตสัตว์เลี้ยง

ระดับความล้ำค่า : ระดับมหากาพย์/ในตำนาน

ระดับความจับยาก : ยืนยันไม่ได้

ระดับความอันตราย : ต่ำ

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับคำชี้แนะจากเกมว่าสัมผัสได้ถึงสัตว์เลี้ยง เขาจ้องมองหน้าจอแล้วตะลึงไปสองสามวินาที

ซุนเสี่ยวเมิ่งรู้สึกได้ถึงสีหน้าของเขาที่เปลี่ยนไป จึงถามด้วยความสงสัยว่า "เป็นอะไรไป? แฟนส่งข้อความมาบอกเลิก?"

เขาลุกขึ้นมาจากเก้าอี้นอน เดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหลังของซุนเสี่ยวเมิ่ง ใช้สองมือผลักไหล่ของเธอออกไปด้านนอก "คนไม่มีกิจธุระก็รีบกลับไป อย่ามากระทบต่อธุรกิจของผม"

ซุนเสี่ยวเมิ่งอยากจะต่อสู้ขัดขืน แต่ถึงอย่างไรก็เป็นผู้หญิง จึงถูกเขาผลักออกนอกประตูอย่างคนไม่มีชีวิต

"จางจื่ออัน! จำไว้เลยนะ!" ซุนเสี่ยวเมิ่งทิ้งท้ายด้วยคำพูดที่ตัวร้ายชอบพูดกันบ่อยๆ เดินกลับไปด้วยความโมโห

เขารอให้เธอเดินไปไกลๆ คิดอยู่ครู่หนึ่ง พอคิดว่าในเมื่อร้านก็ไม่มีลูกค้า ก็ถือเสียว่าออกไปเดินเล่น อีกอย่างเขาก็ขายเจ้าแมวบริติชขนสั้นออกไปได้แล้วหนึ่งตัว อย่างน้อยเดือนนี้ก็พอมีกินมีใช้ แล้วเขาก็ไม่มีแฟน ก็ไม่ได้ไปใช้เงินที่ไหนอยู่แล้วนี่…นี่เป็นเรื่องที่โศกเศร้าจริงๆ!

"ผู้ชี้แนะ ถ้าฉันออกไปข้างนอก แล้วซิงไห่ล่ะ?" เขาถาม

ผู้ชี้แนะ : เนื่องจากระดับความประทับใจของแมวนำโชคที่มีต่อคุณเพิ่มมากขึ้น คุณจึงสามารถพาแมวนำโชคออกไปด้วยได้ นอกจากผู้เล่นแล้วก็ไม่สามารถมองเห็นมันได้ ยกเว้นมันจะยอมปรากฏตัว หรือจะเก็บเจ้าแมวนำโชคกลับเข้าไปในคอกสัตว์เลี้ยงก็ได้จ้า

"ดีที่สุด! ไป ซิงไห่ พวกเราออกไปข้างนอกกัน!" เขาเรียกให้ซิงไห่ออกมา ปิดประตูกระจกลงแล้วล็อคประตู เดินออกจากร้านขายสัตว์เลี้ยง

จะว่าไปแล้ว นอกจากร้านอาหารที่อยู่ถนนฝั่งตรงข้ามที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องท้องหิวแล้ว ตอนนี้เขาเป็นยิ่งกว่าผู้ชายที่ชอบเก็บตัวที่สุดเสียอีก คือแทบจะไม่ออกจากร้านขายสัตว์เลี้ยง แม้บางครั้งจะกินที่ร้านเบื่อแล้วก็จะเรียกบริการเดลิเวอร์รี่

ซิงไห่เดินอยู่ข้างหลังเขาประมาณสามสี่เมตรอย่างค่อนข้างหวาดกลัว ยกเท้าเบาๆ วางเท้าลงเบาๆ คอยช่วยสำรวจรอบๆ อย่างระมัดระวัง เลี่ยงจุดที่ต้องใกล้กับผู้คน

ร้านขายผลไม้ร้านหนึ่งที่อยู่ห่างจากร้านขายสัตว์เลี้ยงห้าสิบเมตรได้ยกกิจการให้คนอื่นไปแล้ว ตอนนี้เปลี่ยนเป็นร้านขายไก่ทอด ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ร้านหนึ่งน่าจะไปได้สวย กำลังตกแต่งร้านใหม่ คอมพิวเตอร์เครื่องเก่าที่จัดไว้ข้างนอกกำลังลดราคา ผู้คนที่เดินผ่านไปมาไม่รู้เหตุผลว่าทำไมถึงจะต้องทุบตึกแล้วสร้างใหม่ซ้ำแล้วซ้ำอีก ดูเหมือนว่าจะกำลังสร้างท่อเพื่อใช้ลำเลียงแก๊สใต้ดิน พนักงานเทศบาลก็ขุดแล้วถม ถมแล้วขุด ค่า GDP ก็เพิ่มสูงขึ้น

ช่วงเวลาที่เขาเปิดร้านอยู่ที่นี่ ถนนเส้นนี้ก็เปลี่ยนไปไม่น้อย

เกมได้ส่งที่อยู่คร่าวๆ ของสัตว์เลี้ยงมาแล้ว ดูเหมือนว่าจะอยู่ที่สถานที่ครึกครื้น นั่งรถประจำทางจะค่อนข้างสะดวก

เมื่อมาถึงสถานีรถประจำทาง ซิงไห่มองเห็นรถประจำทางที่มีผู้คนเบียดเสียดกันเต็มคันรถจึงลังเลใจไม่กล้าขึ้น

"เมี๊ยว...คนเยอะมาก...ซิงไห่กลัว..."

จางจื่ออันจนปัญญา จำใจต้องจับมันเข้าไปในคอกสัตว์เลี้ยงใหม่อีกครั้ง

"ผู้ชี้แนะ ถ้าฉันจับสัตว์เลี้ยงที่ปรากฏตัวออกมาใหม่ไม่ได้ หรือเลือกที่จะไม่ไล่ล่าตั้งแต่แรก สัตว์เลี้ยงตัวนั้นจะต้องถูกทิ้งไว้ที่นี่ตลอดไปไหม? เขาถามกับโทรศัพท์ด้วยเสียงเบาๆ คนอื่นอาจจะคิดว่าเขากำลังคุยวีแชทอยู่

ผู้ชี้แนะ : ไม่จ้า สัตว์เลี้ยงพวกนี้เป็นสัตว์เร่ร่อน สามารถอยู่ที่นี้ได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ

เดิมทีจางจื่ออันคิดว่าถ้าจับได้ก็ดี ถ้าจับไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ดังนั้นจึงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น

ถนนยามเช้ารถไม่ติด การเดินรถประจำทางจึงราบรื่นมาก

หลังจากที่จางจื่ออันได้ออกจากเมืองไปเรียนมหาวิทยาลัยและทำงาน เขากลับมายังเมืองปินไห่น้อยมาก ถึงแม้จะปิดเทอมก็กลับมาน้อยครั้ง หลังจากที่เยี่ยมพ่อกับแม่เสร็จแปปเดียวก็กลับแล้ว พอพ่อกับแม่มีอุบัติเหตุครั้งนี้ เมื่อกลับมาถึงเขาก็รีบตรงดิ่งไปโรงพยาบาล จากนั้นก็จัดการเรื่องพิธีศพ เริ่มดำเนินการร้านขายสัตว์เลี้ยงใหม่ ก็ยิ่งไม่มีเวลาเข้าในเมืองมาเล่นเดิน สำหรับเขาแล้วเขาจึงไม่ค่อยคุ้นเคยกับเมืองปินไห่สักเท่าไหร่ จึงได้เห็นเพียงตึกเก่าไม่กี่ตึกหรือโบราณสถานอันเก่าแก่และได้เห็นถึงความล้ำค่าในอดีตไม่กี่ครั้ง

แสงอาทิตย์สาดส่องเข้าสู่ชั้นเมฆ ปิดบังจุดด้อยและเสริมจุดเด่นซึ่งกันและกัน รถประจำทางขับผ่านเข้าสู่ลายเงาต้นไม้ นกทะเลบินฉวัดเฉวียนอยู่บนท้องฟ้าฝั่งทิศตะวันออก รสชาติความเค็มของลมทะเลพัดโชยเข้ามาทางหน้าต่างของรถประจำทาง พัดผ่านหน้าม้าของจางจื่ออันอย่างซุกซน และพัดผ่านออกไปทางหน้าต่างบนหลังคาของรถ พัดล้อมรอบเสาธงของประตูทางเข้าใจกลางเมืองวนไปมา เสียงธงประจำชาติสะบัดคล้ายกับเสียงของแมวร้อง

เมืองปินไห่ที่สงบร่มเย็น อาจจะไม่ได้ถือว่าเป็นเมืองเศรษฐกิจใหญ่โต แต่แน่นอนว่าเป็นเมืองที่เหมาะจะมาใช้ชีวิตในวัยเกษียณมาก แม้กระทั่งความถี่ของสัตว์เลี้ยงที่ปรากฏตามข้างถนนก็สูงมากกว่าเมืองทั่วไป

จำนวนของสุนัขที่อยู่ตามท้องถนน ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ นี่ไม่ได้หมายความว่าประชากรของสุนัขมีเยอะกว่าแมว เพียงแต่หมายความว่าสุนัขต้องการให้จูงเดินเล่น แต่แมวสามารถเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนที่บ้านได้ไม่ต้องจูงเดินเล่น

กล่าวได้ว่าสุนัขมีทักษะสืบทอดมาจากหมาป่า ส่วนแมวมีทักษะสืบทอดมาจากแมวป่า แต่ถ้าพูดถึงเรื่องลักษณะตัวและบุคลิกภายนอกแล้ว ลักษณะเฉพาะของสุนัขจะชัดเจนมากกว่า ความแตกต่างชัดเจนเกินกว่าแมวไปเยอะ ตั้งแต่พันธุ์มาสทิฟฟ์ พันธุ์ชิพด็อกไปจนถึงพันธุ์ปาปิลลอน พันธุ์พุดเดิ้ลทีคัพและพันธุ์ชิวาวา เป็นความแตกต่างที่ต่างกันมากแทบจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นสำหรับการแยกแยะพันธุ์สุนัขจึงเป็นเรื่องที่ง่ายมาก

แต่แมวไม่ได้เป็นแบบนั้น ระดับในการจัดสายพันธุ์แมวนั้นต่ำมาก ดังนั้นในธุรกิจการค้าขายแมวจึงมีการขายพันธุ์ปลอมมากขึ้นตามลำดับ อาศัยการผสมปนเปของสายพันธุ์ที่แพร่หลายมากกว่าในธุรกิจค้าขายสุนัข

แน่นอน ถ้าจะบอกว่าแมวถูกฝึกฝนจากมนุษย์ แต่แมวคงจะไม่ยอมรับก่อนเป็นแน่ ว่าไงนะ? เห็นๆ กันอยู่ว่าพวกเราเรียนรู้จากมนุษย์!

แมวก็เป็นสัตว์ที่หยิ่งยโสและสันโดษอีกชนิดหนึ่ง

สุนัขนับถือเอามนุษย์เป็นเจ้าของ แมวให้มนุษย์เป็นอย่างเพื่อน

เจ้านายเป็นเหมือนมือและขา เพื่อนเป็นเหมือนเสื้อผ้าอาภรณ์...อืม เพอร์เฟ็ค!

วันนี้จางจื่ออันกำลังจะได้พบกับแมวที่เย่อหยิ่งที่สุดในประวัติศาสตร์ และมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น