มณีน้ำเพชร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 ที่มาของผู้หญิงเปื้อนบาป # 1

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ที่มาของผู้หญิงเปื้อนบาป # 1

คำค้น : ทะเลทราย , ชีค , นางบำเรอ , แดเนียล , เนื้ออุ่น , หื่น

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2560 17:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ที่มาของผู้หญิงเปื้อนบาป # 1
แบบอักษร

ตอนที่ 2 ที่มาของผู้หญิงเปื้อนบาป

       คุณครูน้ำทอง จินดามณี ทิ้งโทรศัพท์ในมือลงแล้วรีบวิ่งกระหืดกระหอบเท่าที่สังขารจะทำได้ แต่กระนั้นผู้หญิงวัย 50 ก็ยังสะดุดล้มหัวคะมำไม่เป็นท่า เลือดที่ไหลลงมาจากขมับเพราะเอาด้านข้างลงสร้างความตระหนกให้กับผู้พบเห็น ครูหนุ่มครูสาวต่างรีบเข้ามาช่วยพยุงคุณครูใหญ่และผู้บริหารโรงเรียนจินดามณี

       “ฉันไม่เป็นอะไร พวกคุณไปดูเด็กๆ เถอะ แบ่งกันไปที่โรงพยาบาลด้วยนะ ฉันจะพาเด็กที่ถูกชิงช้าล้มทับไปส่งโรงพยาบาล”

       “ครูใหญ่คะ ใจเย็นๆ เถอะนะคะ เด็กนักเรียนที่กลับกับรถไม่มีใครสาหัส นายเบ้าโทรมาบอกแล้วและขอโทษที่ควบคุมรถไม่ได้ ตอนนั้นถึงทางโค้งพอดีกับที่ยางระเบิด รถก็เลยเสียหลักพลิกคว่ำ ส่วนเด็กที่เล่นชิงช้าแค่หัวแตกเท่านั้นค่ะ” ครูบุญสิริซึ่งเป็นหนึ่งในครูประจำชั้นอนุบาล 1 บอกทุกอย่างที่ทราบ

       “ฉันวางใจไม่ได้หรอกต้องพาเด็กไปโรงพยาบาลนะครูบุญ คุณไสลพาไปหรือยัง” เจ้าของโรงเรียนไม่เคยพบเจอกับเหตุกาณณ์เช่นนี้มาก่อนก็ร้อนรนกระวนกระวายทุกข์ใจจนแน่นหน้าอก อาการจุกแน่นและหน้าเริ่มซีดเผือดทำให้ครูบุญสิริต้องร้องบอกให้ครูปิยะพาคุณครูใหญ่ไปส่งโรงพยาบาลในตัวจังหวัดอ่างทอง แม้จะพยายามปฏิเสธว่าไม่เป็นไรแค่เพียงสักพักคุณครูน้ำทองก็เป็นลมล้มพับไป

       เหตุการณ์รถนักเรียนของโรงเรียนจินดามณียางหน้าระเบิดทำให้รถพลิกคว่ำในขณะกำลังเลี้ยวโค้ง กับเหตุการณ์ชิงช้าเหล็กฐานน๊อตยึดหลุดตามแรงแกว่งไกวทำให้ชิงช้าล้มทับเด็กนักเรียน โชคดีที่บริเวณที่เด็กถูกทับเป็นพื้นทราย ศีรษะจึงแค่แตกไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ส่วนเด็กนักเรียนในรถตู้รับส่งนักเรียนคันนั้นก็ไม่มีใครอาการสาหัส เรื่องราวเริ่มใหญ่โตมากขึ้นเมื่อผู้ปกครองเด็กๆ ทั้งบาดเจ็บและไม่บาดเจ็บเอาเรื่องโรงเรียน

       คุณครูน้ำทองพยายามอธิบายแต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรหลักฐานบนความเผลอเรอก็ยังรัดตัว เธอมัวแต่มุ่งมั่นสอนหนังสือและดูแลเรื่องการบริหาร หลงลืมความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเด็กๆ รถตู้รับนักเรียนก็เป็นรถตู้มือสองสภาพขับไปซ่อมไป ถึงจะได้พนักงานขับรถที่มีความรับผิดชอบดีก็ยังพลาดพลั้งกับการตรวจตราจึงเกิดเหตุน่าอนาถใจดังกล่าวขึ้น

       ผู้ปกครองส่วนใหญ่ทำเรื่องย้ายโรงเรียนกันเกือบหมด เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังอยากให้ลูกเรียนที่นี่เพราะใกล้บ้านใกล้ที่ทำงานของตน ทว่านักเรียนเหลือเพียง 10 คนทั้งโรงเรียนจะเปิดสอนได้อย่างไร เมื่อไม่มีเด็กให้สอนครูก็พากันลาออก หลังจากนั้นไม่นานคุณครูน้ำทองก็ถูกผู้ปกครองที่ไม่พอใจฟ้องเรียกค่าเสียหาย

       น้ำตาไหลหยดบนสมุดบัญชีเงินฝาก เงินที่เหลือเก็บก็มีเพียงไม่กี่แสน เทียบกับจำนวนเงินที่ถูกฟ้องเอาไม่ได้ ครูน้ำทองคิดถึงบุตรสาว เนื้ออุ่น จินดามณี ที่เรียนปริญญาตรีไกลถึงประเทศเยอรมนี อันที่จริงเนื้ออุ่นก็ไม่อยากต้องจากแม่ไปไกล แต่ครูน้ำทองคะยั้นคะยอเพื่ออนาคตของลูก และคิดว่าจะต้องส่งเนื้ออุ่นเรียนต่อจนจบได้

       “แม่คะ อุ่นสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังๆ ในบ้านเราก็ได้นี่คะ อุ่นไม่อยากไปเลย อุ่นเป็นห่วงแม่”

       “ไปเถอะลูก พ่อของอุ่นทิ้งเงินไว้ให้ก้อนหนึ่ง คุณพ่ออยากให้อุ่นไปเรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกับท่าน อุ่นทำตามที่คุณพ่อขอดีกว่านะลูก ไม่ต้องห่วงแม่ แม่ดูแลตัวเองได้”

       เนื้ออุ่นจำต้องบินไปเรียนต่อไกล ทิ้งให้แม่ทำงานบริหารโรงเรียนอนุบาลเล็กๆ ตามลำพัง โรงเรียนจินดามณี เป็นโรงเรียนอนุบาลเล็กๆ ในจังหวัดอ่างทอง เพิ่งจะเปิดการเรียนการสอนมาได้ 5 ปี หลังจากคุณวิรุณ จินดามณี จากไปด้วยโรคมะเร็งและทิ้งมรดกไว้ให้จำนวนหนึ่ง ซึ่งมากพอจะเปิดโรงเรียนเล็กๆ และส่งบุตรสาวไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชื่อดังได้ คุณน้ำทองในตอนนั้นจึงไม่รีรอเลยที่จะสร้างโรงเรียนเล็กๆ ขึ้นมา

       แต่บัดนี้ทุกอย่างกำลังพังลงไม่เป็นท่า เป็นเพราะไร้ประสบการณ์หรือขาดความรอบคอบจนเกิดปัญหา

       “คุณครูคะ พวกเราเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่พวกเราคง...” ผู้ปกครองที่ยังคิดจะให้ลูกเรียนที่นี่เริ่มลังเล เพราะเรื่องราวเริ่มบานปลายไปใหญ่จนไม่น่าจะเปิดสอนต่อไปได้

       “ดิฉันเข้าใจพวกคุณค่ะ ตามสบายเถอะนะคะ อะไรที่ทำแล้วสบายใจก็ทำเถอะ ชีวิตลูกเราทั้งคนนี่คะ ดิฉันก็เป็นแม่คนดิฉันเข้าใจดีค่ะ”

       หลังจากนั้นผู้ปกครองของนักเรียน 10 คนก็ส่งลูกไปเรียนที่อื่น โรงเรียนจินดามณีกลายเป็นโรงเรียนร้างในบัดดล ทว่าครูน้ำทองก็ยังต้องหาเงินมาให้ผู้ปกครองที่ฟ้องร้องรายละ 2 แสนบาท เด็กนักเรียน 50 คน ก็เท่ากับเงิน 10,000,000 บาท แล้วไหนจะยังเงินเดือนค้างจ่ายของครูที่สอนอีก

       “ครูใหญ่คะ พวกเราไม่รับเงินเดือนก็ได้นะคะ ครูใหญ่หาเงินให้ผู้ปกครองเถอะค่ะ” ครูคนหนึ่งพูดอย่างเข้าใจและไม่คิดจะเหยียบซ้ำ

       “ไม่ได้หรอกค่ะ พวกคุณสอนมาเกือบเดือนแล้ว ยังไงก็ต้องได้เงินเดือน แต่ดิฉันขอจ่ายให้ผู้ปกครองก่อนนะคะ” ครูน้ำทองบอกทุกคนเสียงเรียบ ดวงตาแห้งผากไม่มีน้ำเอ่อนองอีกแล้ว ถ้ามัวแต่ร้องไห้ก็ไม่มีวันลุกขึ้นยืนได้ ต้องเข้มแข็งไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

       “ผู้ปกครองก็น่าเห็นใจบ้าง อะไรเรียกค่าเสียหายตั้งเป็นแสน เด็กก็ไม่ได้สาหัสเลยสักคนอย่างมากก็แค่...แขนหัก นี่มันรีดเลือดกับปูชัดๆ”

       “อย่าไปว่าเขาเลยค่ะ คนเป็นพ่อเป็นแม่หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อได้ยินข่าว ยิ่งเสียงลูกร้องไห้เจ็บปวดหัวใจคนเป็นพ่อแม่ก็เหมือนจะแตกเสียให้ได้ แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำค่ะ”

       ครูทุกคนกลับไปแล้ว ครูน้ำทองก็ขังตัวเองอยู่ในห้องทำงานหลังจากตั้งสติได้แล้ว ก็รวบรวมเอกสารทางทรัพย์สินและสมบัติอันมีค่าทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นแก้ว แหวน เงิน ทอง โฉนดที่ดินโรงเรียนแห่งนี้ โฉนดที่ดินบ้านที่อยู่อาศัย ทุกอย่างที่สามารถจะเปลี่ยนเป็นตัวเงินได้ถูกยัดใส่กระเป๋าและตรงไปยังธนาคาร

       “ต้องการใช้เงินเท่าไหร่ครับ”

       “8 ล้านค่ะ”

       เจ้าหน้าที่ของธนาคารหายกลับเข้าไปในห้องด้านหลัง ก่อนจะออกมาใหม่

       “โฉนด 2 ใบรวมกันได้แค่ 5 ล้านครับ”

       “อะไรนะคะ ทำไมได้แค่นั้นล่ะ ใบนี้มีโรงเรียนด้วยนะคะ ถึงจะเป็นโรงเรียนอนุบาลเล็กๆ แต่ก็น่าจะได้มากกว่านี้ แล้วใบนี้ก็มีบ้านนะคะ เป็นบ้านไม้สักด้วยนะคะ”

       “เสียใจด้วยครับ คุณเป็นเจ้าของโรงเรียนที่กำลังถูกฟ้องร้องใช่ไหมครับ ตามข่าวเท่าที่ได้ยินค่าเสียหายทั้งหมดที่ผู้ปกครองเรียกก็ไม่ต่ำกว่าสิบล้าน คุณมีทรัพย์สินอยู่แค่นี้ ไม่มีอย่างอื่นหรือมีบุคคลมาค้ำประกัน ธนาคารคงปล่อยเงินกู้ให้คุณมากขนาดนั้นไม่ได้หรอกครับ มันเสี่ยงเกินไป ห้าล้านนี่ก็ให้สูงกว่าราคาประเมินแล้วนะครับ ราคาประเมินที่ดินทั้งบ้านและโรงเรียนก็ไม่สูงนัก เนื้อที่ไม่มากมายอะไรด้วย ก็คงสูงสุดได้เท่านี้แหละครับ ถ้าไม่รับจะไปลองกู้กับแบงก์อื่นก็ยินดีครับ”

       คุณน้ำทองที่วันนี้ไม่ได้เป็นครูใหญ่อีกต่อไปน้ำตาตกใน ถ้าไม่รับเงินห้าล้านก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหนได้ ทรัพย์สินทุกอย่างก็รวบรวมมาหมดแล้ว เหลือก็แค่ทีวี ตู้เย็น คอมพิวเตอร์ รถเก่าๆ คันหนึ่ง ถึงเธอจะขายทุกอย่างก็ไม่มีประโยชน์แล้วสินะ

       “6 ล้านได้ไหมคะ” คุณน้ำทองต่อรองเสียงสั่น

       “ถ้างั้นก็เอาไปจำนองกับที่อื่นได้นะครับ ถ้ามีที่ไหนให้มากกว่านี้ แต่ก็คงกินดอกเบี้ยมากโข ถ้าคุณน้ำทองไหวก็ลองดูสิครับ”

       “ก็ได้ค่ะ 5 ล้านก็ได้” ในที่สุดคุณน้ำทองก็ต้องยอมรับเงินจำนวนนั้น เพราะคิดตรองถี่ถ้วนแล้วว่าหากจะไปจำนองไว้กับเจ๊กดอกเบี้ยคงสูงเท่าตัว หมายความว่าที่อยู่ที่กินจะไม่มีเหลือ

       ‘เนื้ออุ่น แม่ขอโทษนะลูก’

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}