มณีน้ำเพชร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 ผู้หญิงเปื้อนบาป # 1

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 ผู้หญิงเปื้อนบาป # 1

คำค้น : ทะเลทราย , ชีค , นางบำเรอ , แดเนียล , เนื้ออุ่น , หื่น

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2560 17:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 ผู้หญิงเปื้อนบาป # 1
แบบอักษร

ตอนที่ 1 ผู้หญิงเปื้อนบาป

       ชายหนุ่มวัย 31 ปี พกพาเรือนร่างแกร่งไปด้วยพละกำลังและความสูงถึง 190 ซ.ม. ยืนอยู่บนหน้าผาหินปูนสูงจากระดับน้ำทะเล 10 เมตร สายตาคมดุจเหยี่ยวสีมรกตหรี่แคบเมื่อมองลงไปเบื้องล่าง สายลมพัดหวีดหวิวไม่ทำให้ร่างสูงสะท้านไหวหรือกริ่งเกรงความสูงระดับนั้นแม้แต่น้อย เรือนร่างเกือบเปลือยเปล่ามีเพียงกางเกงขาสั้นพอดีตัวผูกเอวกระชับตัวเดียวเท่านั้น

       ไม่นานหลังจากนั้น เท้าเปล่าก็สปริงตัวจัดระเบียบร่างกายให้ตรงดิ่ง กระโดดจากหน้าผาสูงระดับที่ทำให้หัวใจหยุดเต้นได้หากไม่กล้าจริง ถ้าเทียบกับการกระโดดบันจี้จั้มพ์แล้วยังจะปลอดภัยกว่าเพราะมีเชือกมัดข้อเท้าไว้ป้องกันตัวเอง แต่นี่...ไร้ซึ่งสิ่งป้องกันใดๆ ทั้งสิ้น หากพลาดหรือไม่คุ้นเคยพื้นที่จริงๆ ก็คงเกิดความผิดพลาดขึ้นได้แน่

       ทว่าเรือนกายแกร่งสูงใหญ่พุ่งลงมาฝ่าแรงลมดังหวีดหวิว จุ่มจ้วงลงสู่ท้องทะเลได้งดงามยิ่งกว่านักกีฬากระโดดน้ำเหรียญทองเสียอีก วงน้ำที่แตกเล็กไม่กระจายออกเป็นวงกว้างเป็นเครื่องยืนยันความสามารถของผู้ท้าทายมัจจุราชได้เป็นอย่างดี

       ใต้พื้นทะเลสีครามปรากฏร่างงดงามของชายหนุ่มดุจปลาฉลามที่คึกคะนอง ดวงตาสีมรกตมองปะการังแสนสวย ปลาตัวน้อยหลากสีสันเข้ามาทักทายทำความคุ้นเคย แหวกว่ายล้อเล่นกับฝูงปลาไม่ต่างจากเพื่อนสนิทแล้วพุ่งทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำ

       “ฮ่า...” ชีคแดเนียล มิคาอิล รอมรี อัคบัร สูดลมหายใจเข้าปอดลึกก่อนจะปล่อยออกมารุนแรง เขาว่ายน้ำเข้าหาชายฝั่ง ฝ่าคลื่นทะเลลูกย่อมๆ เป็นระยะทางค่อนข้างไกล แต่คนที่เก่งฉกาจด้านว่ายน้ำไม่ต่างจากปลาฉลามหาได้รู้สึกเหนื่อย ไม่นานร่างสูงก็ขึ้นฝั่งมานั่งหอบจนตัวโยน

       “กระโดดน้ำอีกแล้วหรือท่านชีค” ซุกรี่ กาบิลรอฟ เพื่อนและองครักษ์คู่ใจวัยเท่ากัน รูปร่างใกล้เคียงกัน ยืนไขว้มือไว้ด้านหลังอยู่ไม่ไกล “หากการกระโดดน้ำจะทำให้ท่านหายคิดถึงเธอคนนั้นได้ล่ะก็ ท่านคงไม่นั่งหอบจนตัวโยนแบบนี้กระมัง”

       “เราว่ายน้ำมาตั้งไกล ก็ต้องเหนื่อยบ้างเป็นธรรมดา”

       ซุกรี่กระตุกยิ้มบนมุมปาก เจ้าชีวิตของเขาก็ยังปากแข็งดังเดิม

       “โกหกคนอื่นโกหกได้ แต่โกหกตัวเองโกหกไม่ได้หรอกนะท่าน”

       “อย่ายุ่งกับเราซุกรี่ เจ้าอย่าหลงลืมตัวให้มากนัก อย่าลืมว่าตัวเป็นใครแล้วเราเป็นใคร”

       คำเตือนเสียงเย็นๆ และดวงตาวาวโรจน์หาได้ทำให้ซุกรี่เกรงกลัว เขายังคงยืนนิ่งในท่าเดิมและมุมปากก็ยังกดลึกจนแก้มบุ๋ม

       “ข้ารู้ดีว่าเป็นใครและรู้ดีว่าท่านเป็นใครท่านชีคแดเนียล แต่ตอนนี้ท่านกำลังมีปัญหาใหญ่ และอยากได้คนช่วยคิดไม่ใช่เหรอ”

       “สู่รู้เกินไปแล้วซุกรี่ เราไม่เคยคิดจะขอให้เจ้าช่วยเรื่องอะไรทั้งสิ้น เจ้ามีหน้าที่อะไรก็ทำตามนั้น เรื่องอื่นเราจัดการเองได้ไม่ต้องห่วง”

       ชีคแดเนียลลุกขึ้นยืดตัวเต็มความสูง ใบหน้าขาวคมจัดตัดกับสีผมและไรเคราสีเข้ม ปลายจมูกโด่งแหลมเชิดขึ้นอย่างถือดี ลำคอตั้งตรงขนานกับบ่ากว้างกำยำ เรียวปากได้รูปหยักลึกเป็นกระจับอยู่ใต้หนวดเคราสีเข้ม เพราะไม่ชอบสูบบุหรี่เรียวปากสวยจึงยังคงสีสดอ่อนระเรื่อน่าจูบไม่เบา และเหนือสิ่งอื่นใดดวงตาสีมรกตคมกริบอยู่ในหน่วยตากว้างงดงามชวนฝัน

       “ข้าแค่หวังดีกับท่าน ไม่อยากให้ท่านกระวนกระวายใจอยู่แบบนี้”

       “เรากระวนกระวายใจที่ไหนกันฮึซุกรี่ เรากระโดดน้ำ ว่ายน้ำเล่นกับปลาอย่างมีความสุขมากต่างหาก”

       คนปากแข็งเดินไปทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ไม้สีขาวตัวยาว ทอดตัวลงนอนแผ่หลาปล่อยให้ผิวกายขาวละเอียดอบแดดร้อน แต่ไม่ว่าจะนอนอาบแดดนานเพียงใดผิวกายขาวๆ ก็ไม่ได้เปลี่ยนสีเลยแม้แต่น้อย เรียกว่าแสงแดดไม่มีทางได้แอ้มผิวขาวของเขาได้ ไม่ใช่เพราะใช้ครีมกันแดดกระปุกละเป็นแสนหรอกนะ แต่เพราะผิวขาวไม่แพ้พ่ายต่อรังสียูวีเอยูวีบี ต่อให้แดดเลียยังไงก็ไม่มีทางได้ลิ้มรส

       “เพราะบนบกไม่มีใครให้ความสุขท่านมากกว่า เลยต้องพึ่งพาเจ้าปลาตัวน้อย แล้วให้ความเหนื่อยทำลายความคิดถึง”

       “ซุกรี่ ถ้าเจ้าไม่หยุดพูดเสียทีนะ เราจะไม่พูดกับเจ้าอีกเลย” คราวนี้เจ้าชีวิตของซุกรี่อารมณ์กรุ่นได้ที่แล้ว กระแสเสียงกระโชกโฮกฮากทำได้แค่ให้ซุกรี่หน้าเปลี่ยนไปนิด สีหน้าปุเลี่ยนๆ ของเขาทำให้ชีคแดเนียลยกแก้วน้ำส้มครั้นสดๆ ใส่น้ำแข็งเย็นเจี๊ยบขึ้นมาจิบ

       “เฮ้อ...” ซุกรี่ทอดถอนใจ แล้วดึงมือข้างหนึ่งขึ้นมา ในมือนั้นมีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เขาแกว่งมันไปมาอยู่ตรงหน้าก่อนจะกางดูหน้าหลังจงใจหันหน้าแรกให้ชีคหนุ่มเห็น “ท่านจะว่าข้าอย่างไรก็เถอะ ข้าแค่...อยากจะบอกท่านเรื่อง...เธอคนนั้น ถ้าหากท่านยังเชื่องช้าอยู่แบบนี้ อีกไม่นานผู้หญิงคนนั้นจะไปจากท่านอย่างไม่มีวันกลับ”

       ชีคแดเนียลหรี่ตาลงเมื่อเห็นภาพข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ในมือของซุกรี่ มือใหญ่กระชากหนังสือพิมพ์อย่างไม่กลัวขาด พลิกดูหน้านั้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีมรกตกวาดมองไปทุกตัวหนังสือใต้ภาพนั้น ภาพของผู้หญิงสาวสวยสะดุดตากับผู้ชายท่าทางภูมิฐานและน่าจะมีอายุมากกว่าเธอเกือบสองรอบ

       ‘ในที่สุดหนุ่มใหญ่นักธุรกิจชื่อดังก็ถึงเวลาสละโสด หลังจากเปิดตัวแฟนสาวที่อายุน้อยกว่า 18 ปี อย่างเป็นทางการ คาดว่างานหมั้นของทั้งคู่จะต้องมีสินสอดนับร้อยล้าน หนุ่มๆ สาวๆ คงอกหักกันเป็นทิวแถวล่ะงานนี้’

       “ถ้ายังชักช้าจะต้องเสียเธอไปจริงๆ ล่ะนะท่านชีค” กล่าวจบซุกรี่ก็ทำท่าจะปลีกตัว

       “เดี๋ยวก่อนซุกรี่ เราอยากรู้ว่างานหมั้นจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่”

       “ไหนว่าไม่อยากให้ช่วยไงครับท่านชีค” ซุกรี่เอียงคอยิ้มเยาะ ไม่มีใครกล้าทำสีหน้าแบบนี้กับเจ้าชีวิตนอกจากเขา

       “ไอ้บ้าเอ๊ย!!” ชีคแดเนียลสบถ ก่อนขยำหนังสือพิมพ์ทิ้งแล้วลุกขึ้นพรวด ท่าทางโมโหจริงๆ จังๆ เข้าแล้ว ซุกรี่ก็เลยหุบยิ้มทำหน้าจริงจังให้บ้าง

       “สัปดาห์หน้าแล้วครับ แต่ก่อนหน้านั้นเห็นว่าทั้งคู่ได้รับเชิญไปงานวันเกิดของพันเอกชัชวัลย์ ดนัยโชค ที่จัดเป็นงานราตรีหน้ากากภายในโรงแรมระดับห้าดาว ข้าว่างานนี้คงจะเป็นการแจกการ์ดเชิญด้วยเลยกระมัง”

       “ลืมกันได้เร็วขนาดนี้เชียวเหรอเนื้ออุ่น เธอคิดว่าจะหนีฉันพ้นหรือไงห๊า!! เธอเป็นของฉัน ของฉัน!!!”

       ซุกรี่ยิ้มพราย ต่อจากวันนี้เขาคงไม่ต้องอยู่ว่างๆ บนเกาะนี้ไปอีกหลายวัน เฮ้อ...แบบนี้สิถึงจะไม่เบื่อ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}