กนกรส มาศอุไร กัมพู

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พายุรัก1(รีไรท์2)ebook

ชื่อตอน : พายุรัก1(รีไรท์2)ebook

คำค้น : ขคราช มารตรี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2560 08:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พายุรัก1(รีไรท์2)ebook
แบบอักษร

วางจำหน่ายในรูปแบบ ebook สามารถเข้าไปโหลดอ่านได้ที่ meb ookbee Hytexts...​

ต่อ...

คำกล่าวหาของเขาในทุกๆครั้ง ดูเหมือนจะหนีไม่พ้นเรื่องเดิมๆสักที ถ้าเธอไม่ไปยั่วผู้ชาย เธอก็ต้องขายตัว มันวนเวียนเรื่องที่ไม่เป็นความจริงมานับครั้งไม่ถ้วน ถามว่าเขาเห็นกับตาตอนเธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใครไหม รึก็เปล่า เธอก็อยากจะรู้เหมือนกัน เขาไปเอาคำกล่าวหาทุเรศนี้มาจากไหนและจากใครกันแน่...

            มารตรียังนั่งจ้องหน้าเจ้าของคอนโดเขม็ง แววตาที่ดูอ่อนโยนอยู่เป็นนิจวาวโรจน์ มันแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและเอาจริง

            “ใครกันที่เป็นคนบอกคุณว่าฉันขายตัว” ขคราชจ้องตอบสายตากลมโตนั้น ด้วยความรู้สึกแปลกใจ ปกติมารตรีไม่เคยสู้สายตามองเขาแบบนี้มาก่อน

            “แล้วเธอจะรู้ไปทำไม...”

มารตรีถอนหายใจหนักหน่วงให้กับความคิดของขคราช ดวงตาหวานเหลือบขึ้นมองไปรอบๆห้อง ถึงจะรู้สึกหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อยกับสถานที่ แต่วันนี้เธอจะต้องพูดกับเขาให้รู้เรื่องให้ได้ ต่อไปจะได้ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างใช้ชีวิตของใครของมัน โดยเธอจะไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวใดๆกับเขาอีกทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัญญาว่าจ้างให้เธอเป็นคนรักปลอมๆของเขา หรือแม้กระทั่งเรื่องที่เกี่ยวกับ ยมดิสรณ์...

            “คุณช่วยแก้มัดให้ฉันก่อนจะได้ไหม ฉันสัญญาว่าจะไม่หนีคุณไปไหนเด็ดขาด วันนี้ฉันจะต้องรู้ให้ได้ ทำไมคุณถึงได้ชอบกล่าวหาว่าฉันเป็นเอ่อ...ผู้หญิงขายตัว”

            เธอยกข้อมือที่ถูกเส้นเชือกมัดเอาไว้ขึ้น ขคราชก้มลงมองลำแขนเรียวเสลา ตรงข้อมือของหญิงสาวเริ่มปรากฏรอยสีแดงจางๆ เป็นรอยมัดของเชือกเส้นน้อย วูบหนึ่งเขารู้สึกตกใจแต่พอนึกถึงเรื่องราวก่อนหน้า ความเห็นใจเล็กน้อยนั้นกลับมลายหายไปในพริบตา

            “ถ้าเธอคิดจะหนีจริง ก็คงหนีไปไหนไม่รอดหรอก...”

             คนเป็นต่อข่มขู่พรางยอมเอื้อมมือไปแกะเชือกให้ พอข้อมือของหญิงสาวได้รับอิสระ เธอจึงก้มตัวลงไปแกะเชือกที่ข้อเท้าด้วยตัวเอง พอเห็นรอยจางสีแดงบนข้อมือของตัวเอง มารตรีก็ได้แต่นึกปวดใจ สมเพชกับสิ่งที่ตัวเองถูกยัดเยียดให้เป็น

            พอเชือกหลุดออกจากข้อมือและข้อเท้า มารตรีรีบยันตัวเองลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปนั่งตัวลีบบนโซฟาหลุยส์สีเดียวกับสีห้อง ขคราชมีรสนิยมเรียบแต่ดูหรู และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นของเขา แน่นอน...ล้วนมีราคาแพงหูฉีกแทบทุกชิ้น มองจากตาเปล่าห้องนี้กว้างกว่าตัวบ้านทั้งหลังของเธอเสียอีก

            โซฟาหลุยส์ถูกตั้งไว้ข้างริมบานประตูเลื่อน ถ้ามองออกไปจะเห็นสวนดอกไม้ขนาดเล็ก พื้นปูด้วยหญ้าเทียมยาวเหยียด พร้อมชุดเก้าอี้สำหรับนั่งดื่มเครื่องดื่ม ความหรูหราทันสมัยของที่นี่ถูกเนรมิตขึ้นมาได้โดยสติปัญญาของผู้ชายอารมณ์ร้อนตรงหน้าเธอ เขาเกิดมาร่ำรวยทรัพย์สินเงินทองมหาศาล แต่ทำไมถึงได้ยากไร้ความดีนักก็ไม่รู้

             ชายหนุ่มไม่ได้ขัดขวาง ยอมปล่อยให้มารตรีลุกเดินไปนั่งโซฟา ส่วนตัวเขากลับเปลี่ยนมานั่งบนเตียงนอนแทน ใบหน้าคมเข้มหันไปมองยังร่างเล็กบอบบางด้วยสายตาอ่านยาก ก่อนจะเอนหลังกึ่งนั่งกึ่งนอนลงพิงกับพนักหัวเตียงโดยใช้หมอนรองด้านหลังไว้อีกทอดหนึ่ง

            “ไอ้หมอนั้นมันจ่ายให้เธอกี่บาท เธอถึงได้ยอมไปกับมันดีๆไม่พยศเหมือนตอนเวลาเธอมากับฉัน” เป็นคำถามเดิมๆที่มารตรีไม่สามารถหาคำตอบเพื่อจะตอบเขาได้ ในเมื่อเธอไม่ได้ขายตัวอย่างที่เขาปรักปรำ และมันจะไม่มีวันนั้นเกิดขึ้นกับเธอ

            มารตรีตวัดสายตาเหนื่อยหน่ายหัวใจไปหาร่างสูงบนเตียงนอน เธอถอนใจก่อนจะพูด...

            “ในหัวของคุณคงมีแต่เรื่องอย่างว่าสินะ ถึงได้เอาแต่กล่าวหาฉันอยู่แต่ประโยคเดิมๆ”

             “ฉันไม่ได้กล่าวหา แต่เรื่องนี้ฉันเห็นมากับตาตัวเอง หรือเธอจะเถียงว่าไม่เป็นเรื่องจริงอีก” ขคราชไหวไหล่เล็กน้อย ยืนยันว่าเขาพูดถูกทุกอย่าง เขาเห็นและเคยได้ยินมาจากปากกลุ่มเพื่อนของเขา หญิงสาวมีพฤติกรรมแบบนั้นจริงๆ เขาไม่ได้ปรักปรำเจ้าหล่อนอย่างที่เจ้าตัวปฏิเสธหัวชนฝา

            “ตาคุณคงมีปัญหาน่ะสิไม่ว่า ถึงได้มองไม่ออก ระหว่างเต็มใจกับถูกฉุดมันต่างกันยังไง”

            “ก็แค่มารยาที่เธอใช้แสดง เพื่อเอาไว้เรียกคะแนนให้กับตัวเอง ง่ายจะตายใครๆเขาก็มองออก” ชายหนุ่มยังเฉไฉไปเรื่อย

            “ไอ้ใครๆนี่ สรุปมันคือใครกันล่ะคะที่คุณราชหมายถึง อ้อ...แล้วถ้าคุณหมายถึงเพื่อนสนิทของคุณทั้งหลาย ฉันบอกได้คำเดียว ฉันไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องส่วนตัวกับคนพวกนั้น นอกจากพูดคุยหรือติดต่อกันเรื่องงาน ถ้าเป็นเรื่องอื่นฉันไม่เคยไปวุ่นวายด้วย ฉันสาบานได้ ฉันไม่เคยไปไหนต่อกับเพื่อนของคุณเลยสักคนเดียว” เธอตอบเขาเสียงหนักแน่น

            เพราะถ้าจะมีเรื่องให้ต้องข้องเกี่ยวกันจริงๆ ทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องของงานแทบทั้งนั้น ซึ่งมันเป็นความบังเอิญมากกว่าจงใจ งานถ่ายแบบบางงานหรือแม้แต่งานรับออกแบบที่เธอรับทำ ส่วนมากมักติดต่อผ่านมาทางท่านเจ้าสัวราพเสียส่วนใหญ่ เธอแค่รู้จักชื่อลูกค้า แต่เธอไม่รู้ว่าคนเหล่านั้น บางคนเป็นเพื่อนสนิทของขคราชด้วยซ้ำไป

            “หน้าไม่อาย เอาเรื่องงานขึ้นมาบังหน้า...” คนปักใจเชื่อในเรื่องอย่างนั้นจนฝังใจ ยังทำตัวพาลไม่เลิกรา เขายังจำคำพูดของภารดรเจ้าพ่อสื่อบันเทิงได้ขึ้นใจ

            สวยก็สวยอยู่หรอก แถมยังโดนใจฉันสุดๆ แต่เรียกค่าตัวแพงชะมัดยาด เอาไว้ของฉันขาดมือเมื่อไหร่ค่อยว่ากันใหม่ ตอนนี้ขอบายวะหน้าเลือดชิบ...

            ภารดรเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของเขาอีกคนหนึ่ง มันดำรงตำแหน่งเป็นceoให้กับสถานีโทรทัศน์ช่องใหญ่ เน้นไปทางช่วงสื่อบันเทิงเป็นหลัก จึงมีดารานางแบบแถวหน้ามากมาย ผ่านการปลุกปั้นด้วยสองมือของไอ้หมอนี้มานับไม่ถ้วน และนั่นไม่รู้รวมถึงมารตรีเข้าไปด้วยหรือเปล่า เพราะเขาทนฟังไอ้เพื่อนขี้โอ่พูดไม่ทันจบดี เขาก็ลุกเดินหนีออกมา ใจเขามันร้อนรนอย่างบอกไม่ถูก เพียงได้รู้ผู้หญิงที่ภารดรพูดถึงนั้นคือ มารตรี...

            มารตรีขมวดคิ้วสวย เธอรู้สึกปวดหัวกับผู้ชายเจ้าอารมณ์ตรงหน้านี้เหลือเกิน ต่อให้อธิบายยังไง เขาก็ยังไม่ยอมเชื่อเธออยู่วันยังค่ำ...

            “ฉันขอถามคุณจริงๆเถอะนะ ทำไมคุณถึงได้รังเกียจฉันนักล่ะ เท่าที่จำได้คุณไม่เคยมองฉันในแง่ดีสักอย่าง” น้ำเสียงและแววตาของมารตรีแสดงออกถึงความสงสัย นี่ไม่ใช่หนแรกที่เธอแปลกใจ หากก่อนหน้านั้นเธอไม่คิดหาคำตอบให้กับตัวเองมากกว่า ในเมื่อเธอคิดมาตลอด ระหว่างโลกของเธอกับโลกขคราช อย่างไรมันก็อยู่กันคนละซีกโลก เขาจะคิดหรือจะเห็นเธอเป็นอะไรเธอจึงปล่อยผ่าน แม้เศษเสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกนั้น มันจะทำร้ายให้เธอร้องไห้เสียใจ ยามถูกเขารังแกอย่างไร้เหตุผลก็ตาม

            “ฉันไม่เข้าใจ อะไรที่ทำให้คุณคิดว่า...ฉันเป็นผู้หญิงขายตัว ลักษณะของฉันมันไปเหมือนผู้หญิงพวกนั้นมากนักหรือไง หรือเพื่อนของคุณคนไหนบอกมาอีก...” หญิงสาวยังคงตั้งคำถามคาใจเรื่องเดิม อย่างน้อยในฐานะเป็นฝ่ายถูกกล่าวหา เธอเองก็มีสิทธิ์อยากจะรู้ เพื่อนเขาคนไหนที่เป็นคนบอกว่าเธอเคยขายตัวให้

            “ก็ป๋าฉันไง...” ชายหนุ่มโพล่งออกมาโดยไม่ทันคิด แต่คนฟังถึงกับโมโหปรี๊ด


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น