จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 26 หัวใจรักที่เป็นนิรันดร์(จบ)

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 หัวใจรักที่เป็นนิรันดร์(จบ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 558

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2560 21:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 หัวใจรักที่เป็นนิรันดร์(จบ)
แบบอักษร

น้ำพริกไม่เคยโกรธอะไรแบบนี้มาก่อน..

ถึงขนาดจะต้องลงมือลงไม้..ระดับนี้..เรียกว่าไม่เคยเลย..

แต่อินังลำไยคนที่บังอาจทำการยั่วโมโหไม่รู้ดีชั่ว..ไม่รู้เลยหรือว่าวันนี้เป็นวันฉลองสมรสของน้ำพริกเอง..กลับมากอดและแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแม่ชะเอมต่อหน้า..จะให้ใจเย็นอยู่ก็ผิดไป..

ส่วนลำไยเองก็ไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น..

เพราะถือว่าพี่ชะเอมเป็นของตัวเองมาก่อน..แล้วอินังแก้มบวมคนนี้..มันใช้มารยาสารไถยคุณไสยกระไรกัน..ถึงได้ล่อลวงพี่ชะเอมให้หลงรักได้..

ตบกูก็พร้อมตบ..

แต่ทั้งสองก็ไม่ได้ตบทั้งที่กระเหี้ยนกระหือรือเต็มที..

เพราะมือแข็งแรงของชะเอมคว้าข้อมือไว้ทั้งคู่..

“..ใจเย็นก่อน..แม่น้ำพริก..แม่ลำไย..”ชะเอมไม่รู้จะว่าอย่างไรดี..

ทั้งสองสาวกำลังเลือดขึ้นหน้า..แม้ว่าชะเอมจะห้ามเอง..แต่ก็ไม่ฟังเพราะโกรธ..

ชะเอมก็มีเพียงมือเดียว..จะไปห้ามสองคนสี่มือก็กระไร..

อีกมือของน้ำพริกและลำไยตบพร้อมกัน..

ชะเอมตัดสินใจคลายมือจากมือน้ำพริก..และคว้ามือลำไยไว้..

ตัวเองขวางทางให้น้ำพริกตบฉาดที่ใบหน้า..

ท่ามกลางความตะลึงของทั้งลำไยและน้ำพริกเอง..

“..พี่ชะเอม..”ลำไยอุทาน..

น้ำพริกก็หน้าเหวอเพราะตบผัวเข้าไปเต็มที่..ชะเอมกลับหันไปยิ้มให้..

“..แม่น้ำพริกตบหนักดีนะ..”ชะเอมพูดราวกับการตบเต็มแรงเป็นเรื่องที่ปรกติเสียนี่กระไร..

“..แม่ชะเอม..”น้ำพริกอุทาน..

“..ฉันมีอยู่เพียงสองมือ..ถ้าจะห้าม..ก็ต้องตัดสินใจห้ามทางแม่ลำไย..เพราะฉันไม่ยอมให้แม่น้ำพริกถูกตบดอกนะ..”ชะเอมพูดพลางยิ้ม..ก่อนจะคลายมือลำไยออกทั้งสองข้าง..ท่ามกลางความอึ้งของลำไยที่ชะเอมพูดเช่นนั้น..

“..นี่หมายความว่ากระไรเจ้าคะพี่ชะเอม..”

ชะเอมยิ้ม..

“..ขอให้อดโทษพี่ด้วย..แม่ลำไย..ทุกสิ่งที่ทำไปในอดีตอาจจะทำให้แม่ลำไยเข้าใจผิด..แต่สำหรับพี่แล้ว..แม่น้ำพริกคือหัวใจของพี่..”

ลำไยนิ่ง..น้ำตาซึม..แทบจะพังทลาย..

น้ำพริกเองแรก ๆ ก็ใจหายเพราะตบหน้าผัว..แต่พอชะเอมพูดทุกอย่างออกมา..จากที่ตะลึงก็กลายเป็นตื้นตัน..

นี่แม่ชะเอมห่วงใยเราถึงเพียงนี้..ยอมโดนตบเพื่อไม่ให้เราเจ็บตัว..

โถ..แม่ชะเอมของอิน้ำพริก…

….

ส่วนอีกคู่หนึ่ง..ยังต่อปากต่อคำกันไม่ลดละ..

“..มึงกล้าดีอย่างไรมาร่วมงานต้อนรับเจ้านางแม่กู..”เจ้านางน้อยโสมส่องพูดอย่างไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะขายหน้าใหญ่.. “..มึงออกไปจากงานนี้เสีย..ไม่งั้นกูตบ..”

คุณหนูลิงสุดตาเท้าสะเอว..พร้อมตบเต็มที่เช่นกัน..

“..น่าขำ..นี่มึงคิดว่างานนี้เป็นงานกระไรวะ..อิโสม..”

เจ้านางโสมส่องหันมาทางพิศพักตร์ที่ทำหน้าปั้นยาก..เพราะทั้งไม่อยากจะฉีกหน้า..แต่ก็กระอักกระอ่วนใจเพราะขายหน้าธารกำนัลที่นั่งมองเหตุการณ์ตาสลอน…

“..พี่พิศ..ตกลงนี่งานกระไรกันเจ้าคะ..”

พิศพักตร์เหลือบมองสุดตา..เห็นหน้าดุเอาเรื่องก็รู้ว่า..แม้ลิงจะขี้เล่น..แต่ลิงบางประเภท..เช่นหนุมาณ..ก็ถึงกับเผากรุงลงกามาแล้ว..

ส่วนจระเข้อย่างพิศพักตร์ก็เฉกเช่นชาละวัน..หากอยู่ตรงหน้าเมียอย่างนางวิมาลา..ก็อาจจะสำแดงฤทธิ์กระไรไม่ออก..ต้องหงอเมียแต่ประการเดียวเท่านั้น..

“..งะ..งาน..เอ่อ..ฉลองแต่งงานพี่จ้ะเจ้านางน้อย..”พิศพักตร์พูดไม่เต็มเสียงนัก..

เจ้านางโสมส่องมีกริยาคล้ายอะไรหนัก ๆ ทุบหัว…

สุดตาเชิดหน้ามองเหยียด..คว้าร่างพิศพักตร์ซึ่งตอนนี้เหมือนไม่มีแรงเข้ามาควงแขน..

“..ใครควรจะออกไปจากงาน..มึงรู้แล้วใช่ไหม..อิโสมโสม..”

พิศพักตร์มองดูหน้าเจ้านางน้อยโสมส่องที่ซีดเผือด..น้ำตาไหลพรั่งพรู..ก็รู้สึกสงสาร..แต่ก็ไม่อาจจะกระทำกระไรได้..เพราะถ้าถามความสงสารกับความรักแล้ว..ย่อมต้องให้ความรักชนะในเพลานี้..

ตัวเองได้แต่พูดขึ้นว่า..

“..เจ้านางน้อย..พี่รักแม่สุดด้วยหัวใจ..ที่ผ่านมา..หากทำให้เจ้านางน้อยเจ็บช้ำ..ก็ต้องขออภัยนะเจ้าคะ..”พลางหันมาทางสุดตา..“..แม่สุด..นึกว่าเห็นแก่ฉัน..เจ้านางน้อยเป็นคนคุ้นเคยมาแต่ก่อนเก่า..เรื่องราวหากทำให้แม่สุดไม่สบายใจ..ฉันต้องขอโทษด้วย..นึกเสียว่าเป็นความผิดของฉันแต่ผู้เดียวเถิดนะ..”

“..แม่พิศ..แค่ได้ฟังจากปากของแม่พิศว่า..แม่พิศรักฉันด้วยหัวใจ..ฉันก็พอใจแล้ว..”สุดตารู้สึกพลุ่งพล่านจนต้องอดชนปากที่แก้มของพิศพักตร์ไม่ได้… “..เรื่องราวในอดีตแต่หนหลัง..มันก็ผ่านไปแล้ว..ต่อให้มีเรื่องราวให้ไม่สบายใจ..ฉันก็จะอยู่กับแม่พิศ..ช่วยเหลือแม่พิศแก้ปัญหาทุกอย่าง..”

สุดตาหันมาทางเจ้านางน้อยโสมส่อง..ก่อนจะพูดว่า..

“…เพียงแค่คำนี้ของแม่พิศ..ก็ทำให้ฉันมั่นใจและเชื่อใจอย่างที่สุด..เจ้านางน้อยจะคุยกระไรกับแม่พิศเป็นการส่วนตัวก็เชิญเถิด..ฉันจะให้คุย..เพื่อไม่ให้แม่พิศลำบากใจ..”

พูดจบก็คลายแขนจากควงพิศพักตร์..ถอยออกไปห่าง..ๆ..

เจ้านางน้อยโสมส่องป้ายน้ำตา..ก่อนจะเชิดหน้า..

“..พี่พิศ..ถ้าพี่พิศจะรักแม่หญิงคนนั้นจริง..น้องคงไม่กล้าขัดขวางกระไร..เชิญพี่พิศมีความสุขของพี่พิศต่อไปเถิด..น้องวาสนาน้อยนัก..แต่ความรักของน้องที่มีต่อพี่..ให้เชื่อน้ำใจของน้องเถิดว่า..ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีวันเสื่อมคลายไปทั้งชีวิต…”..เจ้านางน้อยสะอื้น..แต่พยายามทำตัวเข้มแข็ง.. “..น้องคงไม่อาจจะอยู่ดูหน้าใครในงานนี้ได้อีก..ลาก่อน..”

พูดจบก็ผละออกมาทั้งเจ็บ..ทั้งอายคน…

ลำไยก็ผละจากชะเอม..เดินมากอดเจ้านางน้อยโสมส่อง..ในขณะที่เจ้านางบุญผ่องเห็นเหตุการณ์..ก็รู้สึกเสียหน้า..มองหน้าเจ้าคุณปราบฯอย่างไม่พอใจ…

“..ท่านเจ้าคุณ..นี่หมายความว่ากระไรกัน..”

เจ้าคุณปราบฯเห็นเรื่องราวมันวุ่นวาย..แต่ก็ไม่รู้จะทำประการใดดี..

แต่สุดตาก็ประกาศขึ้นว่า..

“..ต้องขออภัยแขกเหรื่อทุกท่าน..ค่ำคืนนี้..เป็นงานเลี้ยงฉลองแต่งงานของอิฉันกับแม่พิศ..และพี่น้ำพริกกับพี่ชะเอมก็จริง..แต่เนื่องจากเจ้านางบุญผ่องคนบางกล้วยเก่าแก่..ได้ไปราชการเพื่อบ้านเมืองทางเหนือเสียนาน..กลับมายังรกรากถิ่นเก่า..ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี..อิฉันกับทุกคนจึงเห็นสมควรว่า..นอกจากจะเป็นงานเลี้ยงฉลองแต่งงานแล้ว..ก็สมควรจะเป็นงานเลี้ยงต้อนรับท่านเจ้านางบุญผ่อง..ซึ่งได้ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติมาช้านานด้วย..ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้..อิฉันกับแม่พิศและพี่ชะเอมพี่น้ำพริก..ก็จะกราบขอพรจากเจ้านาง..ผู้ซึ่งเสียสละตนเองสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีแก่หัวเมืองประเทศราชทางเหนือกับราชอาณาจักรสยาม..จะนับเป็นมิ่งมงคลสูงสุดของพวกอิฉันทั้งสี่อย่างมากแล้วเจ้าค่ะ..”

พูดจบก็ปรายตาให้พี่น้ำพริกรับทราบ..ซึ่งน้ำพริกก็พยักหน้า..

ทั้งสี่สาวรีบเข้าไปหาเจ้านางบุญผ่องกับท่านเจ้าคุณปราบฯซึ่งยืนคู่กัน..ก้มลงประนมมือขอพร..

เจ้าคุณปราบฯได้จังหวะหันมาทางเจ้านางซึ่งทำหน้าพิกลอยู่..

“..เจ้านางขอรับ..ลูกหลานมาขอพรทั้งที..โปรดอำนวยพรให้ลูกหลานของกระผมด้วยเถิดขอรับ..”

สายตาเว้าวอนและมีประกายความรู้สึกบางอย่างแฝงอยู่..ทำให้เจ้านางบุญผ่องซึ่งสบตาเจ้าคุณปราบฯก็อดถอนหายใจไม่ได้..พูดขึ้นว่า..

“..แต่ลูกฉัน..แม่โสมส่อง..กับพี่เลี้ยงแม่ลำไย..ดูจะเสียหน้ามากมายนัก..”

“..เป็นเรื่องของเด็ก..ๆ..เขานะขอรับ..”เจ้าคุณปราบฯพูด..ก่อนจะหยุดครู่หนึ่ง..และตัดสินใจพูดขึ้นว่า.. “..ไม่เกี่ยวข้องกระไรกับเรื่องของเรา..”

“..ท่านเจ้าคุณพูดเช่นนี้..หมายความว่ากระไร..”เจ้านางบุญผ่องใจหาย..

“..รอสักพัก..เพื่อให้พ้นไว้ทุกข์ท่านเจ้าเด่นเมืองเพื่อไม่ให้คนครหา…กระผมคงจะได้ทำในสิ่งที่อยากจะกระทำมานานเนิ่น..ว่าแต่เจ้านางเถิดขอรับ..หากจะเปลี่ยนคำนำหน้าจากเจ้านาง..มาเป็นคุณหญิง..จะรังเกียจไหมเล่าขอรับ..”

เจ้านางบุญผ่องอดแย้มยิ้มไม่ได้…

“..ท่านเจ้าคุณพูดจริงหรือเจ้าคะ..”

“..กับคนที่ยอมสละความสุขเพื่อประเทศชาติอย่างเจ้านาง..กระผมประทับใจนัก..ที่ผ่านมา..กระผมได้แต่เก็บอัดอั้นความรู้สึกไว้ในใจเนื่องจากไม่อยากให้เจ้าเด่นเมืองท่านเป็นทุกข์ร้อน..ในชีวิตกระผม..มีเพียงผู้หญิงสองคนที่กระผมรัก..คนหนึ่งก็ได้ตายไปนานแล้ว..และคงจะมีความสุขตามกระผม..ที่ได้เห็นคนที่งามพร้อมทั้งกายและน้ำใจเสียสละอย่างเจ้านางมาอยู่เคียงข้างกระผม..”

“..เจ้าคุณพูดเช่นนี้..”เจ้านางบุญผ่องยิ้มแก้มแตก.. “..อิฉันก็ไม่รู้จะปฏิเสธกระไรได้ล่ะเจ้าค่ะ..”

ฟังผู้ใหญ่บอกรักกันต่อหน้าต่อตาทั้งที่ทั้งสี่ซึ่งก้มประนมมือขอพรอยู่นาน..สุดตาก็อดโพล่งขึ้นตามวิสัยคุณหนูลิงไม่ได้..

“..ให้พรอิฉันทั้งสี่เสียทีสิเจ้าคะ..อิฉันเมื่อยแล้ว..”

เจ้านางที่หัวใจพองโตหันมาหาสุดตาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป..จากแรก ๆ..เกลียดขี้หน้า..และก็ไม่พอใจเพราะไปฉีกหน้าลูกสาว..แต่ครั้งนี้..กลับมีแววตาที่อ่อนโยนมากขึ้น..

“..ขอให้ลูกหลานทั้งสี่..จงมีความสุขในความรัก..และรักกันยั่งยืนยาวนานเถิดนะลูก..”

ทั้งสี่ก้มลงกราบรับพร..เมื่อเงยหน้าขึ้น..สุดตาก็พูดขึ้นอีก..

“..ต้องกราบขออภัยคุณหญิงป้าด้วยนะเจ้าคะ..ที่ทำให้เจ้านางน้อยและพี่ลำไยเสียใจปานนั้น..แต่เรื่องของความรัก..มันเป็นเรื่องที่ห้ามความรู้สึกกันไม่ได้จริง..ๆ..เจ้าค่ะ..”

เจ้านางบุญผ่องชะงักชั่วครู่..

“..เมื่อกี้เรียกฉันว่ากระไรนะ..”

“..เรียกว่าคุณหญิงป้าเจ้าค่ะ..อิฉันเรียกด้วยความเคารพล่วงหน้า..หรือว่าไม่ถูกต้อง..จะให้เรียกคุณหญิงแม่ก็ได้นะเจ้าคะ..เพราะอิฉันถือเป็นสะใภ้ของเจ้าคุณพ่อปราบอุดรไพรีไปแล้ว..ก็ถือว่าเป็นสะใภ้คุณหญิงแม่ด้วยเจ้าค่ะ..”

เจ้านางบุญผ่องยิ้มแก้มแตก..เจ้าคุณปราบฯอดยิ้มให้ลูกสะใภ้ไม่ได้เพราะความช่างเจรจาพาทีของสุดตาทำให้บรรยากาศดีขึ้นอย่างมากมาย..

นี่สิวะ..ลูกสะใภ้ข้า…ฮ่าฮ่าฮ่า..

“..เรื่องแม่โสมส่องกับแม่ลำไย..อย่าถือเป็นเรื่องใหญ่เลยนะลูก..”เจ้านางบุญผ่องยิ้ม..และยอมรับการเรียกหาอย่างเต็มใจ.. “..แม่จะหาทางปลอบโยนเอง..”พลางหันมาทางเจ้าคุณปราบฯ.. “..ท่านเจ้าคุณมีสะใภ้ที่น่าเอ็นดูนัก..นี่เป็นลูกเต้าเหล่าใครกันหรือ..”

“..กระผมจะนำพาเจ้านางไปแนะนำและสนทนากับเจ้าคุณคลังฯกับคุณหญิงศรี..เพื่อนรักกระผมเดี๋ยวนี้แหละขอรับ..ทั้งสองเป็นบิดามารดาของแม่สุดสะใภ้ของกระผม..หากเจ้านางจะยังจำได้..เจ้าคุณคลังฯก็คือพ่อผลไงล่ะขอรับ.”

“..อ่อ..ทำไมฉันถึงไม่นึกถึงนะ..สมัยก่อน..เอ่ยถึงพ่อไผ่..ก็ต้องเอ่ยคู่กับพ่อผลเสมอ.ๆ..”

เจ้าคุณปราบฯเชื้อเชิญเจ้านางไปยังที่นั่งสำหรับผู้ใหญ่ซึ่งเจ้าคุณคลังฯและคุณหญิงกับเจ้าคุณพิทักษ์ฯนั่งอยู่ด้วย..แต่ก่อนจะผละไป..ก็อดหันมาหาสุดตาไม่ได้..

“..ขอบใจมากนะลูกสุด..”

สุดตายิ้มและประนมมือ..

“..อิฉันเป็นลูกสะใภ้..ต้องช่วยพ่อผัวเต็มที่อยู่แล้วเจ้าค่ะ..”

ทั้งสี่สาวต่างอมยิ้มให้กัน..ดูจะมีความสุขที่เห็นผู้ใหญ่ที่เคารพรัก..มีความสุขในช่วงอายุมากเช่นนี้..

ต่างคนต่างลุกขึ้น..พิศพักตร์อดมองสุดตาด้วยแววตารักใคร่ไม่ได้..

“..แม่สุด..แม่สุดทำดีมากเลยนะ..”พิศพักตร์เอ่ยชม..

“..ทำดีแล้วจะได้สิ่งดีตอบแทนไหมล่ะแม่พิศ..”

“..คืนนี้..ฉันจะสนองความดีแม่สุดให้เต็มคราบ..เอาให้ตื่นตะวันโด่งเลยทีเดียว..”

สุดตาผวาเข้ากอด..พี่เลี้ยงทั้งสองมองดูคุณหนู..ก่อนจะมองหน้ากัน..ความหมายในสายตานั้น..ก็คงจะประมาณว่า..คู่เราคงตื่นตะวันโด่งไม่แพ้คู่คุณหนูแน่นอน…

…..

งานฉลองสมรสยังคงดำเนินต่อ…

บรรยากาศรื่นเริงดำเนินไปอย่างสนุกสนาน..น้ำพริกขึ้นบนเวที..ทั้งร้องเพลงทั้งเป็นแม่เพลง..ท้ายสุดก็ร้องเพลงรำโทนให้ทุกคนมาร่วมรำวงกันอย่างร่าเริงโดยมีชะเอมช่วยปรบมือเคียงข้าง..การรำวงเป็นที่สนใจของทุกผู้คน..โดยเฉพาะกลุ่มนักเลงเสื้อลายดอก..ซึ่งเพลานี้ตีสนิทกับจมื่นปืนฯพ่อของชะเอมเป็นอย่างดี..

ทุกคนกำลังมีความสุข..พิศพักตร์กับสุดตาจูงมือกันมาที่นั่งของสองหนุ่ม..คือมานพกับเพชร..ซึ่งนั่งจิบสุรากันพลางสนทนากันไปพลาง..

“..ไม่ไปรำวงกับเขาหรือพี่มานพ..พ่อเพชร..”..สุดตาอดถามไม่ได้..

“..กระผมไม่สันทัดเท่าใดขอรับ..”พ่อเพชรพูดตรง.ๆ..

มานพจิบสุรา..ก่อนจะพูดว่า..

“..คุณหนูสุดตาแก้สถานการณ์ได้ดีนัก..กระผมขอชมเชยด้วยหัวใจจริง. ๆ..”

พิศพักตร์มองหน้าสุดตาอย่างแสนรัก..

“..ขึ้นชื่อว่าลิง..ก็ยังใช้การได้ดี..เพราะแม่สุดถ้าเป็นลิง..ก็คงเป็นลิงหนุมาณเสียมากกว่า..”

“..นี่แม่พิศชมหรือด่ากันแน่นี่..”สุดตาสบตาและยิ้มแก้มแตก.. “..ว่าฉันเป็นหนุมาณ..แม่พิศเล่า..จระเข้อย่างแม่พิศเป็นใคร..ชาละวันหรือ..”

“..หนุมาณกับชาละวันก็แต่งงานกันได้นะขอรับ..”พ่อเพชรหัวเราะ..

มานพหัวเราะกับคำหยอกล้อสองสาวครู่หนึ่ง..ก่อนจะถามว่า..

“..คุณหนูทั้งสองพบเห็นเจ้านางน้อยโสมส่องกับแม่ลำไยหรือเปล่าขอรับ..เพราะเจ้านางบุญผ่องยังไม่กลับเรือน..ยังสนทนากับผู้ใหญ่อย่างออกรสอยู่..แต่กระผมไม่เห็นแม่หญิงทั้งสองเลย..”

พิศพักตร์นิ่งคิด..

“..ฉันก็ไม่เห็น..มัวต้อนรับแขกเหรื่ออยู่.เพราะเห็นกำลังสนุกกันเต็มที่..”

สุดตาก็พยักหน้า..

“..ฉันก็ไม่เห็นเช่นกัน..เอ..”คุณหนูลิงนิ่งคิด.. “..วันนี้..สองคนนั่นดูจะอับอายผู้คน..แถมยังเจ็บปวดเพราะแม่พิศกับพี่ชะเอมยืนยันแข็งแรงว่าไม่ได้รัก..จะคิดอ่านกระไรไม่ดีไม่งามกับตัวเองหรือเปล่า..”

มานพกับพ่อเพชรใจหายวูบ..

“..ชักไม่เข้าทีแล้วนะขอรับ..”มานพผลุดลุกขึ้น.. “..พ่อเพชร..เราต้องตามหาสองคนนั่นก่อนแล้ว..”

“.ว่าแต่..สองคนนั่นจะอยู่ไหนล่ะขอรับ..”พ่อเพชรร้อนใจเช่นกัน..

มีเงาตะคุ่มของใครบางคนเข้ามาใกล้ ๆ..

สุดตากับพิศพักตร์อุทานเบา ๆ ..

“..นี่..”ต่างอุทานได้เพียงนี้..

เพราะคน. ๆ นั้นแต่งกายเป็นหญิง..แต่มีผ้าคลุมผม..ปกปิดราวกับจะไม่ให้ใครรู้เห็น..

ไม่เพียงเท่านั้น..ด้านหลัง..ยังมีหญิงผิวคล้ำปากยื่น ๆ ..ยืนอย่างเหนียมอายอยู่..

หญิงคนนั้นเอาผ้าคลุมผมออก..พ่อเพชรกับมานพเห็นเข้าก็อดอุทานไม่ได้..

“..นี่..แม่หญิงคือ…”

“..อิฉันอีมะนาวเจ้าค่ะ..อิมะนาวผู้เอาผู้หญิงทำผัว..”มะนาวดูจะไม่กังวลกระไรอีก.. “..คุณมานพคงไม่จับดิฉันไปกักขังที่กรมเวียงกระมังเจ้าคะ..”

มานพส่ายหน้า..

“..แม่มะนาวยังไม่ได้ทำกระไรผิด..ส่วนเรื่องที่ทำร้ายแม่ชะเอม..หากแม่ชะเอมไม่เอาเรื่อง..ฉันจะให้พลตระเวณจับไปกักขัง..ก็ไม่มีมูลเหตุที่สมควรแล้วล่ะ..”

พิศพักตร์ร้องอย่างยินดี..

“..แล้วนี่..แม่มะนาวมาร่วมงานด้วย..ฉันดีใจจริง ๆ นะแม่มะนาว..”

สุดตาไพล่มองไปด้านหลัง..

“..แล้วนั่น..ดูเหมือนอิจิ้งหรีด..แม่มะนาวมากับอิจิ้งหรีดหรือไง..มานี่ซิ..แม่ตัวดี..”

จิ้งหรีดยิ้มแห้ง ๆ เดินมาหาสุดตาตามคำสั่ง..ประนมมือไหว้..

“..แม่มะนาวอยากจะมาแสดงความยินดีกับคุณหนูทั้งสองกับแม่ชะเอมแม่น้ำพริกเจ้าค่ะ..เลยให้อิฉันช่วยพามาแบบเงียบ ๆ..ไม่อยากให้ใครรู้..”

“..แล้วเอ็งทำไมถึงยอมพามาเล่า..ดูจะรังเกียจนักหนาไม่ใช่หรือ..”

“..ก็..คือ..”จิ้งหรีดกลืนน้ำลาย.. “..อิฉันกับแม่มะนาว..ได้แอบคบหากันมาสักวันสองวันได้แล้วเจ้าค่ะ..คือ..ใครจะคิดเล่าเจ้าคะ..แม่มะนาวจะมีทีเด็ดให้อิฉันติดใจได้ขนาดนั้น..นี่เป็นเพราะคุณหนูนะเจ้าคะ..อิฉันจึงได้กล้าพูด..ถ้าเป็นคุณหญิงคาดคั้น..อิฉันคงตายตรงนั้น..”

สุดตาหัวเราะก๊าก…พิศพักตร์ก็ขำเช่นกัน..

แต่ดูมานพกับพ่อเพชรจะร้อนใจจนไม่อาจจะนึกขำกระไรได้..

“..เรื่องแสดงความยินดี..เดี๋ยวอิฉันจะค่อยแสดงความยินดีกับคุณหนูก็ได้เจ้าค่ะ..แต่ว่า..เมื่อครู่..อิฉันกับแม่จิ้งหรีด..เดินผ่านตลิ่งใต้ต้นโพธิ์..เห็นแม่หญิงสองคนท่าทางกลัดกลุ้ม..และเศร้าหมอง..ดูท่าจะไม่ดีสักเท่าไหร่นะเจ้าคะ..”

มะนาวพูดลอย. ๆ ..มานพกับพ่อเพชรสบตากัน..

“..ถ้าอย่างนั้น..ฉันคงต้องขอตัวไปก่อนล่ะ..”พ่อเพชรพูด..

“..รอประเดี๋ยวนะเจ้าคะ..”มะนาวร้องเรียก..ก่อนจะหยิบของกินจากแคร่ขึ้นมาสองชิ้น..บริกรรมคาถา..แล้วยื่นให้พ่อเพชรกับมานพ..

“..กระไรหรือ..”มานพอดถามไม่ได้..

“..เพียงแค่ให้รับประทานเท่านั้น..จะว่ากระไรก็ว่าง่ายขึ้น..หากไม่รับประทานเพราะติติงอันใด..เพียงขอให้มีของกินชิ้นอื่นที่ปราถนาหรือน้ำท่าก็ได้..ก็ขอให้เอาชิ้นที่อิฉันเสกบริกรรมแตะต้องชิ้นอาหารหรือภาชนะ..ก็เพียงพอแล้วเจ้าค่ะ..”

มานพอึ้ง..แต่ก็รับมา..

“..ฉันไม่ต้องการใช้มนต์คุณไสยเพื่อทำให้ผู้หญิงรักหรอกนะแม่มะนาว..”

“..แต่หากผู้หญิงคนนั้นมีท่าทีเศร้าโศก..และหมายจะทำร้ายตัวเอง..บางที..มันก็จำเป็นเหมือนกันนะเจ้าคะ..หากคุณจะเสี่ยงกับสิ่งนี้ก็เชิญเถิด..ต่อให้ครั้งนี้..คุณสามารถปลอบประโลมให้คลายเศร้าได้..แต่จะมั่นใจได้อย่างไรเจ้าคะ..ว่าหากลับตาคุณไปแล้ว..จะไม่ทำร้ายตัวเองจนเป็นเรื่องที่ชวนเสียใจภายหลัง..”

มานพเหมือนไม่มีทางเลือกอื่น..

ตนเองกับพ่อเพชรรีบออกจากวงสนทนาไปยังริมตลิ่งใต้ต้นโพธิ์ด้วยความร้อนใจ…

สองหนุ่มเดินไปจนลับความมืด..แม่มะนาวอดหัวเราะไม่ได้..จนสุดตาถามว่า..

“..แม่มะนาวทำไมถึงหัวเราะได้เยี่ยงนี้..”

“..แม่หญิงสองคนนั่นไม่ว่าอย่างไรก็ไม่คิดฆ่าตัวตายหรอกเจ้าค่ะ..”

“..อะ..”พิศพักตร์อุทาน..

“..แรกเริ่มเดิมที..อิฉันกับแม่จิ้งหรีดก็ไปเลียบเคียงสนทนาดูก่อนแล้ว..ทั้งสองถือดีในตัวเอง..มีขัตติยะมานะเพียงพอ..แต่เรื่องเสียใจคงยากจะห้าม..จึงไปหาที่นั่งคุยปรับทุกข์มากกว่าจะไปคิดสั้น..ครั้นพอวางใจว่าไม่กระทำการทำร้ายตัวเองเช่นนั้นแน่..ก็ผละออกมา..แม่จิ้งหรีดเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อิฉันฟังแล้วว่าทั้งหมดมาจากเรื่องราวสาเหตุใด..อิฉันกับแม่จิ้งหรีดก็เลยคิดอ่านกันว่า..แม่หญิงที่งามพร้อมและถือดีเช่นนี้..ควรจะเหมาะสมกับใครสักคนที่มีความเพียบพร้อมเช่นกัน..ก็หมายใจจะให้สมหวังเสียโดยเร็ว..”

สุดตาอดร้องออกมาไม่ได้…

“…ถ้าเป็นพี่มานพกับพ่อเพชร..นั่นสมควรที่สุดแล้วแม่มะนาว..”

“..คนอย่างอิฉัน..ก็มีดีเพียงนี้..คุณไสย์เสกของกิน..ถ้าจะสร้างกระไรที่เป็นเรื่องดี ๆ ให้ปรากฏได้บ้าง..ก็นับว่าไม่เสียทีที่ได้ร่ำเรียนวิชาครูบาอาจารย์มาแล้ว..”

พิศพักตร์อดเหลียวมาทางจิ้งหรีดไม่ได้..

“..แม่จิ้งหรีด..นี่จะรังเกียจหญิงต่อหญิงคบหากันอีกหรือไม่..คราครั้งก่อนทำพี่น้ำพริกสาหัสนัก..”

จิ้งหรีดยิ้มแหย..เข้ามากอดมะนาว..พร้อมกับพูดว่า..

“..อิฉันยอมแพ้แล้วเจ้าค่ะ..ใครจะคิด..ว่าจะเด็ดดวงถึงเพียงนี้..”..พลางหอมแก้มแม่มะนาวดังฟอด.. “..ชื่นใจอิจิ้งหรีดเหลือเกิน..แม่มะนาว..”

“..แม่มะนาวไม่กลัวอิจิ้งหรีดปากยื่นปากยาวคาบข่าวไปสร้างความเสียหายกระไรอีกหรือ..”สุดตาถามขำๆ..

มะนาวยิ้ม..จับแก้มจิ้งหรีด..

“..คนเราทุกคนมีข้อเสีย..แม่จิ้งหรีดนิสัยปากเปราะปากเสีย..แต่ก็รู้กาลควรไม่ควร..รักใครรักจริง..กตัญญูนัก..ข้อสำคัญ..แม้จะหน้าตาพิกลปากยื่น ๆ..แต่หากตัวเปล่าเล่าเปลือย..ก็ชวนมองเย้ายวนอย่างบอกไม่ถูก..นับว่าอิฉันชอบของแปลกเห็นจะไม่ผิดนะเจ้าคะ..”

จิ้งหรีดทำหน้าตาแง่งอน..แต่ก็ทำให้สุดตากับพิศพักตร์ถึงกับหัวเราะออกมาดัง. ๆ.

…..

สองปีผ่านไป..

รุ่งเช้า..ไก่ขันระงม..นกกาออกหากิน..พระอาทิตย์เริ่มส่องแสงเรื่อจับขอบฟ้า..

น้ำพริกพลิกกายโอบร่างหญิงสาวผิวคล้ำที่อยู่ข้าง ๆ ..

ชะเอมลืมตาตื่น..หันไปมองคนผิวนวลขาวแก้มพองที่จับจ้องมาที่ตัวเอง..

“..แม่น้ำพริก..”ชะเอมทักทายก่อนจะยิ้ม.. “..แม่น้ำพริกต้องกอดฉันปลุกฉันทุกเช้าเลยนะ..”

“..ฉันรักของฉันนี่..แม่ชะเอมก็..”น้ำพริกบรรจงจุมพิตเบา..ๆ..ที่แก้ม..

“..ยังไม่เบื่ออีกหรือ..”

“..ยิ่งรักไม่ว่า..จะกี่ปีฉันก็รักแม่ชะเอมแบบนี้แหละ..หรือแม่ชะเอมไม่รักฉันแล้ว..”

“..โถ..หัวใจของอิชะเอม..ไม่รักได้อย่างไรเล่า..”ชะเอมจุมพิตที่หน้าผาก..

“..วันนี้จะโยกโย้เฉไฉไม่รีบลุกเหมือนเดิมไม่ได้นะแม่ชะเอม..เพราะเป็นวันทำบุญเรือนของเรา..จะให้คุณหนูทั้งสองตื่นก่อนก็ไม่งาม..”

“..คุณหนูทั้งสองก็คงโยกโย้เฉไฉเหมือนเรานั่นแหละ..”ชะเอมเหมือนรู้ดี.. “..ยังจะอิจิ้งหรีดกับแม่มะนาวอีก..บ่าวไพร่คนอื่นเริ่มจะชินชาเสียแล้วนะ..ว่าถ้าใครมีผัวเป็นหญิง..มักจะตื่นยาก..เพราะมัวแต่รักกันอยู่นั่น..”

“..แต่วันนี้แขกเหรื่อมามากมาย..ต้องฝืนสักหน่อยนะแม่ชะเอม..”

ชะเอมยังอยากจะนอนต่อ..แต่ใบหน้าน้ำพริกที่เหมือนจะกังวลกับงาน..ก็ทำให้จำต้องลุกขึ้น..แต่ก่อนหน้านั้นก็ยังอดหอมแก้มน้ำพริกไม่ได้อีก..

“..ชื่นใจอิชะเอม..ได้ชื่นใจกับแก้มของแม่น้ำพริก..อิชะเอมก็มีเรี่ยวแรงแล้ว..”

“..ปากหวานนัก..”น้ำพริกยิ้มแก้มแตก..

ทั้งสองชวนกันลุกขึ้น..ล้างหน้าล้างตา..สีฟันด้วยก้านข่อย..บ้วนปาก..และลงมาควบคุมดูแลบ่าวไพร่..เพราะวันนี้..เป็นฤกษ์งามยามดีที่หลวงตาเช้าให้ไว้..สำหรับประกอบการทำบุญเรือนเพื่อความเป็นมงคล..

เรือนที่ปลูกไว้ตามทำเลชัยภูมิที่พิศพักตร์วาง..

เรือนของทั้งสองคู่อยู่ร่วมกัน..

เรือนของความรักทั้งชะเอมน้ำพริกและสุดตาพิศพักตร์..

และนับตั้งแต่ปลูกเรือนแล้วเสร็จเข้าอยู่อาศัย..ก็มีแต่ความสุขสงบตลอดมา….

…..

เพลแล้ว…

สี่สาวนั่งประนมมือตรงหน้าหลวงตาเช้า..และยกขึ้นจบหลังจากที่สวดยถาสัพพีเสร็จสรรพ..

ภัตตาหารเพลยกทยอยออกไปให้ญาติโยมรับประทานหลังจากพระ..

หลวงตาเช้าโบกมือ..วางตาลปัตร..

“..เสร็จกิจแล้ว..จะไปไหนก็ไปไป๊..”

สุดตาประนมมือแต้..อดเย้าหยอกหลวงตาไม่ได้..

“..แหม..ไล่เชียวนะเจ้าคะหลวงตา..แต่ก่อนต้องเรียกหาโยม..”

“..ก็มันยังมีเรื่องมีราว..ข้าก็ต้องแก้ไขให้พวกเอ็งสิวะ..ตอนนี้หมดเรื่องแล้ว..จะต้องมาแก้ไขกระไรกันอีก..มีความสุขกันดีไม่ใช่หรือ..ช่วงนี้มีแต่งานมงคล..นี่อีกไม่นานต้องไปงานแต่งอ้ายสินมันอีก..”

สุดตาดูแปลกใจ..

“..พ่อสินจะแต่งงานแล้วหรือเจ้าคะ..”

“..ก็ใช่สิ..มันไม่ได้แต่งกับเอ็ง..มันก็เลยไปคว้านางข้าหลวงในวังเจ้านายมาเป็นเมีย..ข้าเคยบอกเอ็งแล้วไม่ใช่หรือว่าเนื้อคู่ของมันเป็นใคร..วิชาพยากรณ์ของข้าไม่มีพลาดหรอกวะ..”

หลวงตาหัวเราะอย่างพึงใจ..สุดตาก็พลอยยินดีกับสหายสนิทตั้งแต่วัยเด็กไม่ได้เลย…

หลวงตากวักมือเรียกคนสี่คนที่ตั้งท่าจะเข้ามากราบ

“..เรื่องพวกเอ็งคงไม่มีกระไรแล้ว..ให้คนอื่นเขาเข้ามาหาข้าบ้าง..”

สี่สาวถอยไปนั่งห่าง ๆ..ในขณะเดียวกัน..พ่อเพชรกับแม่ลำไย..และมานพกับเจ้านางน้อยโสมส่องก็เข้ามากราบหลวงตา..ทั้งสี่หน้าตาสดใสยิ่งนัก..

“..ว่ายังไงล่ะพวกเอ็ง..”หลวงตาได้แต่ถาม..

พ่อเพชรยิ้มอาย ๆ ..

“..อยากเรียนนิมนต์หลวงตาช่วยตั้งชื่อบุตรคนที่สองให้กระผมกับแม่ลำไยนะขอรับ..เหมือนกับที่ตั้งให้บุตรคนแรกมาแล้ว..ถึงจะรออีกหลายเดือน..แต่ก็อยากจะนิมนต์ไว้ล่วงหน้าเสียก่อน..พร้อมทั้งช่วยประพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นมงคลของลูกคนที่สองนี้ด้วยขอรับ..”

หลวงตาหัวเราะ..

“..นี่ท้องไส้กี่เดือนแล้วล่ะ..”

แม่ลำไยยิ้มอาย ๆ ..

“..น่าจะสักสองสามเดือนเจ้าค่ะ..”

“..วะ....คนเก่าก็เพิ่งคลอดไม่เท่าไหร่..นี่แหมบ ๆ ข้าจะต้องผูกดวงชะตาตั้งชื่อให้อีกคนแล้วหรือนี่..ก็รอจนคลอดก่อนแล้วกันค่อยว่ากันอีกที..แต่ทำไมรีบร้อนท้องนักเล่า..”

“..ก็..”ลำไยหันมาทางชะเอม... “..ต้องทำเผื่อพี่ชะเอมด้วยเจ้าค่ะ..พี่ชะเอมขอลูกอิฉันไว้หนึ่งคน..”

“..แล้วจะให้คนไหนล่ะ..”หลวงตาหัวเราะ..

“..อิฉันว่าจะยกลูกสาวให้..เพราะพี่ชะเอมอยากได้ลูกสาว..แต่นี่คนแรกก็เป็นผู้ชายไปเสียแล้ว..”

พ่อเพชรพูดขึ้นว่า..

“..ธรรมเนียมจีนไม่โปรดลูกสาวเท่าไหร่..เตี่ยของกระผมก็รักและเห่อหลานชายมาก..แต่หากได้หลานชายอีก..เห็นทีจะไม่ได้มอบให้แม่น้ำพริกแม่ชะเอมสักทีล่ะขอรับ..”

หลวงตาหยิบไม้พรมน้ำมนต์และให้ลูกศิษย์ขยับขันน้ำมนต์มาให้ใกล้ตรงหน้า..ก่อนจะประพรมให้พ่อเพชร..และลำไย..สวดพระคาถาองคุลีมาลปะริตรเพื่ออวยพรให้คลอดบุตรง่ายซ้ำเข้าไปอีก..

ทั้งสองถอยมานั่งเคียงข้างคู่ของชะเอมกับน้ำพริก..ซึ่งน้ำพริกก็อดลูบท้องแม่ลำไยไม่ได้..

“..เป็นผู้หญิงเถิดนะ..ฉันจะได้รับไว้เป็นลูก..เพี้ยง..”

ลำไยยิ้มให้..สองปีมานี้..ตั้งแต่พบรักใหม่..และได้แต่งงานสุขสมหวัง..กับชะเอมน้ำพริก..ก็กลายเป็นสหายสนิทกันโดยปริยาย..

ความสุขที่ได้พบกับคู่ครองที่แท้จริง..ทำให้ลำไยมีมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิมมากมายนัก..

“…ต่อให้ผู้ชาย..แต่หากแม่น้ำพริกอยากได้..ฉันก็จะยกให้เป็นลูกเหมือนกัน..ถือว่า..ฉันได้ตอบแทนคุณแม่น้ำพริก..”ลำไยพูด..

น้ำพริกชะงัก..

“..แม่ลำไยพูดแบบนี้..ฉันไม่เข้าใจนะ..”

“..ถ้าแม่น้ำพริกไม่เป็นเมียของพี่ชะเอม..ฉันก็อาจจะไม่ได้ผัวดีอย่างพ่อเพชรน่ะสิ..ไม่ได้หมายความว่าพี่ชะเอมจะไม่ใช่ผัวที่ดีหรอกนะ..เพียงแต่..ฉันคิดได้แล้ว..ว่าบางครั้ง..คนบางคนถูกสร้างให้เหมาะสมกับใครคนหนึ่งเท่านั้น..พี่ชะเอมถูกสร้างมาให้แม่น้ำพริก..พ่อเพชรก็ถูกสร้างมาให้ฉัน..”

น้ำพริกลูบท้องเพื่อน..

“..ฉันดีใจนะ..ที่แม่ลำไยมีความสุขกับพ่อเพชร..”

“..อือ..ไม่น่าเชื่อเลยนะ..ฉันเองยังไม่คิดเลย..ว่าจะรักผู้ชายคนไหนได้มากมายเท่านี้มาก่อน..”

ชะเอมได้ยินการสนทนาก็ยิ้มให้.. ..สำหรับคนหนุ่มที่มากมีน้ำใจอย่างพ่อเพชร..สมควรจะได้รับสิ่งที่ดีงามเป็นการตอบแทน..

หญิงสาวสวยสะคราญอย่างแม่ลำไย..ก็คือสิ่งตอบแทนที่สมควรที่สุดแล้ว..

อีกคู่หนึ่ง..คือมานพกับเจ้านางน้อยโสมส่อง..ซึ่งเวลานี้..เจ้านางน้อยก็ท้องโย้..ใกล้ถึงกำหนดคลอดเต็มที..

มานพประนมมือ..

“..ขอเรียนนิมนต์ให้หลวงตาประพรมน้ำมนต์ให้เป็นมงคลแก่อ้ายตัวน้อยของกระผมกับเจ้านางด้วยขอรับ..”

หลวงตาหัวเราะ..

“..วันนี้..มีแต่คนท้องแฮะ..นี่พ่อมานพดูจะตามหลังพ่อเพชรเขาอยู่นะ..”

“..กระผมถือคติว่า..ของดีไม่ต้องรีบร้อน..ค่อย..ๆ..ปั้นแต่งไปขอรับ..”มานพอดหยอกเพื่อนไม่ได้..

หลวงตาหัวเราะ..พรมน้ำมนต์พร้อมกับสวดองคุลีมาลปริตรให้..เจ้านางโสมส่องก็ประนมมือรับพร..

“..อิฉันชะลอเรื่องท้องไส้ไว้..เพราะไม่อยากจะให้คุณหญิงแม่คลอดน้องทีหลังเจ้าค่ะ..หาใช่เรื่องที่พี่มานพบอกกระไรหรอกนะเจ้าคะหลวงตา..”

“..ข้ารู้..เอ็งก็คงอยากให้ลูกอายุน้อยกว่าน้องชายอยู่แล้ว..แต่ก็มีความสุขดีใช่ไหม..”

“..เจ้าค่ะ..อิฉันได้ผัวดีอย่างพี่มานพ..นับว่าเป็นวาสนานัก..”

“..รักกันนาน..ๆ..นะ..”หลวงตาอวยพร.. “..พ่อมานพมีวาสนาสูง..อนาคตได้เป็นถึงท้าวพระยาเช่นเดียวกับบิดา..เอ็งจะได้เป็นคุณหญิงในกาลข้างหน้าแน่นอน..”

พิศพักตร์กับสุดตาเห็นพี่มานพที่แสนดีมีครอบครัวที่อบอุ่นเช่นนี้..ก็อดดีใจด้วยไม่ได้..

หลวงตาพยักหน้าให้อีกสองคู่สุดท้ายเข้ามาหา..

นั่นคือคู่ของเจ้าคุณทั้งสองกับคุณหญิงนั่นเอง..

กาลเวลาผ่านไปสองปี..ทั้งสองเจ้าคุณก็ยังไม่แก่ลงแม้แต่น้อย..ครั้งนี้..คุณหญิงศรียังอุ้มเด็กมากราบหลวงตาด้วยคนหนึ่ง..เป็นเด็กชายกำลังน่ารักน่าชัง..

เจ้าคุณคลังฯก็ก้มลงกราบ..หลวงตาเห็นก็หัวเราะ..

“..ข้าว่าแล้ว..ไปขอลูกในโบสถ์วัดข้า..ยังไงก็ได้สมกับที่ตั้งใจ..”

“..กระผมโล่งใจแล้วขอรับหลวงพ่อ..พอมีเจ้าลูกชายตัวเล็กคนนี้..ก็คงวางใจเรื่องหลานได้เสียที..”

“..หน้าตาเหมือนกับพี่ชายแม่สุดที่เสียไปตั้งแต่เล็กคนนั้นเลยเจ้าค่ะ..”คุณหญิงน้ำตาคลอ..

“..เลี้ยงให้ดีนะ..เด็กคนนี้มีบุญนักหนา..”หลวงตาเรียกมาใกล้..แล้วเจิมหน้าผากให้..ก่อนจะหันไปทางเจ้าคุณปราบฯและคุณหญิงบุญผ่องภรรยาที่เพิ่งตบแต่งกันปีเศษ..ทั้งสองก็นำพาเอาลูกชายวัยน่ารักน่าชังมาด้วยเช่นกัน..

“..ว่าแต่..ลูกของโยมเจ้าคุณปราบฯกับคุณหญิงบุญผ่อง..ได้ขอมาจากโบสถ์วัดดงค้างคาวหรือเปล่าล่ะ..”

“..วันนั้น..โยมไปกับอ้ายผลมันขอรับ..แต่ไม่กล้าขอ..”เจ้าคุณปราบฯหัวเราะ..และหันไปเหล่เพื่อน.. “..ถ้าหากเป็นผู้ชายเหมือนกัน..เดี๋ยวมันจะผูกสมัครรักใคร่กันแบบเดียวกับพี่สาวเห็นทีจะยุ่งกันใหญ่..กระผมเลยต้องไปขอที่วัดมะเดื่อในแทน..ว่าแต่..การผูกพันธะสัญญา..คงหมดสิ้นเฉพาะคู่ของแม่พิศแม่สุดเท่านั้นใช่ไหมขอรับ..”

“..ก็ไม่รู้ว่าขอครั้งนั้น..มันจะแรงแค่ไหนน่ะสิ..จะผูกกันกี่คู่อาตมาก็บอกยาก..”

สีหน้าของสองเจ้าคุณชอบกลอยู่...

“..ไม่เอาแล้วนะขอรับ..คู่เดียวก็พอแล้ว..”เจ้าคุณคลังฯทำหน้าปั้นยาก..

“..ก็บอกแล้วไงว่าพูดลำบาก..”หลวงตาเช้าหัวเราะ.. “..งั้นก็เร่งมีผู้หญิงอีกสักคู่ละคนเป็นไง..จะได้แต่งสลับพี่น้องกันได้..น่าจะดีกว่านะโยมเจ้าคุณทั้งสอง..กันเหนียว..”

เจ้าคุณทั้งสองหันมามองภรรยาตัวเอง..ทำให้คุณหญิงทั้งสองทำเอียงอายเก้อเขิน..

แก่แล้ว..แถมลูกก็โตจนออกเหย้าออกเรือน..ยังจะมามองหน้าหาโอกาสปั๊มลูกกันได้อีก..

พิศพักตร์กับสุดตาได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่..

ทุกอย่างลงตัวไปได้อย่างงดงามจริง. ๆ …

….

เย็น..

เพลานี้..เรือนปลูกใหม่เงียบสงบ..งานทำบุญเรือนเสร็จสิ้นแล้ว…

สี่สาวยืนที่ระเบียง..ทอดสายตาไปที่ลำคลองเบื้องหน้า..

ต่างฝ่ายต่างเกาะกุมมือ..คู่ใครคู่มัน..

“..แม่สุด..”พิศพักตร์พูดอย่างสบายใจ.. “..จริงอย่างหลวงตาท่านพูดไว้..หลังจากที่เราปลูกเรือนนี้เสร็จสรรพ..เรื่องราวต่าง ๆ ก็กลายเป็นลงตัว..ไม่มีปัญหาใดมาแผ้วพานอีก..”

“..แต่ก็รอนานนัก..กว่าจะได้ฤกษ์ทำบุญเรือน..”สุดตาหันมายิ้มไม่ได้.. “..ปลูกเสร็จเป็นปี..เพิ่งได้ฤกษ์วันนี้..”

น้ำพริกอดพูดไม่ได้..

“..ที่แปลกคือ..การครหานินทาเรื่องราวของเราของชาวบ้านชาวช่อง..ก็ห่างหายไปเลย..แม่ชะเอมว่าแปลกไหม..”

ชะเอมก็พยักหน้า..

“..เรื่องราวที่เป็นที่ติฉินของแม่มะนาวก็ห่างหายไปด้วย..เลยมาอยู่ร่วมกับอิจิ้งหรีดและฝากตัวเป็นบ่าวเราจนทุกวันนี้..แม่มะนาวไม่ต้องไปไหนโดยต้องคลุมหน้าอีกต่อไป..”

“..คนบางกล้วยเหมือนจะเปิดรับเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างหญิงมากขึ้นหรือเปล่า..”

พิศพักตร์อดพูดแบบคนฉลาดไม่ได้..

“..ไม่หรอก..พี่น้ำพริก..ความสัมพันธ์ระหว่างหญิงด้วยกัน..หรือระหว่างชายด้วยกัน..ก็คงจะยังเป็นที่แปลกประหลาดอยู่นั่นแหละ..แม้ในอนาคตอีกสักร้อยสองร้อยปีก็ยังประหลาดสำหรับคนทั่วไป..”

“..แล้วทำไม..”น้ำพริกอดสงสัยไม่ได้.. “..เราทั้งสี่..ก็ยังใช้ชีวิตได้เป็นปรกติ..ไปตลาด..คนก็มองด้วยความเป็นธรรมดามากกว่าจะติฉิน..”

“..หลวงตาคงวางฤกษ์แก้ชะตาไว้ดีกระมัง..”สุดตาอดทึ่งไม่ได้..

“..ฉันว่า..”พิศพักตร์กุมมือสุดตา… “..เป็นเพราะเราทั้งหมดเป็นคนดี..ไม่เคยทำกระไรเสื่อมเสีย..รักมั่นคงกับคนที่เรารัก..ไม่ทำผิดศีลธรรม..และเมื่อเรามั่นใจว่าสิ่งที่เราทำไม่ผิด..เราก็กล้าสู้หน้าใคร..ๆ..อย่างเป็นปรกติ..และเมื่อทุกคนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นปรกติ..แม้จะประหลาดแต่พอนานเข้าก็เป็นปรกติ..ก็คงไม่คิดจะเอากระไรมาติฉินให้เมื่อยปาก..”

“..ฉันว่านะ..เป็นเพราะครอบครัวเราด้วย..”สุดตาพูด.. “..เจ้าคุณพ่อคุณหญิงแม่ของเราแม้จะไม่เห็นด้วย..แต่ท่านก็รักพวกเราเกินกว่าอื่นใด..ทุกอย่างถึงผ่านมาได้..”

ชะเอมครางอือม์..

“..อีกสักร้อยสองร้อยปีข้างหน้า..จะมีคู่ที่โชคดีอย่างเราสองไหมนะ..”

“..ถ้าหากไม่กระทำผิดศีลธรรม..ครอบครัวรักจนมองข้ามสิ่งที่พวกท่านเห็นว่าผิดปรกติ..”พิศพักตร์หันมายิ้มกับพี่เลี้ยง… “..โชคดีจะเกิดขึ้นเสมอแหละเจ้าค่ะ..แม้จะกี่ร้อยกี่พันปีก็ตาม..”

แดดยามเย็นโชยแสงอ่อน..พระอาทิตย์กำลังจะลาลับฟ้า…แม้จะตกดินจนสิ้นแสง..แต่เมื่อรุ่งเช้า..ก็ทอแสงอร่ามทองเป็นปรกติของมันจนนิรันดร์..

นิรันดร์เฉกเช่นความรักแม้จะมีช่วงมืดช่วงสว่าง..แต่หัวใจรักเท่านั้นที่คือนิรันดร์…

………

นัยความหมายของ"เรือน"ของเพื่อนรัก

คือความแน่นความหนักของพ่อแม่

เรือนคือความหมายครอบครัวไม่เปลี่ยนแปร

สามารถแก้ไขทุกอย่างทุกเรื่องราว

คำว่าเพื่อนคือนัยของเล่นเพื่อน

คือคำเหมือนของรักของสาวสาว

จะผ่านพ้นอุปสรรครักกันยาว

เพราะครอบครัวสานรอยร้าวของจิตใจ

ที่มาของ #เรือนเพื่อนรัก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น