Belladonna

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 2.14 ตัวผู้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 808

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2560 14:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2.14 ตัวผู้
แบบอักษร

​ดูเหมือนว่าสิ่งที่ผมทำในห้องเมื่อกี้นี้ส่วนหนึ่งจะมาจากการใกล้เข้าสู่ช่วงอ่อนไหวของร่างอลัน และกลิ่นนั้นทำให้กิจกรรมเมื่อกี้ไม่ใช่ความลับ พวกตัวผู้ที่นอนกองอยู่หน้าห้องเป็นหลักฐานอย่างดี


 ตอนนี้ผมตกอยู่ในฝันร้ายของตัวผู้ทุกตัว ถูกจ่าฝูงตัวเมียกับแม่ๆ ล้อมกรอบประชุมพิจารณาโทษ ส่วนพวกตัวผู้มองผมอยู่ห่างๆ


"ฉันไม่เคยสอนให้แกฉวยโอกาสกับตัวเมีย" แม่ผมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างที่ไม่เคยพูดกับผมมาก่อน

"...................." จะให้ตอบว่าอะไรล่ะครับ

"นั่นน้องสาวแกนะ​ เล่นแรงเกินไปแล้ว" แม่มองตาผม

เล่น? น้องสาว?

"อย่าเล่นแบบนี้อีก ขอโทษอลันซะ"

แต่ผมไม่ได้ล้อเล่น...

​แม่ขมวดคิ้ว เสียงคำรามเริ่มดัง กรงเล็บโผล่ออกมา

โมน่ายึดมือแม่ไว้ "พอเถอะ ร่างของอลันใกล้เข้าสู่ช่วงอ่อนไหว เรื่องแบบนี้พวกอายุน้อยทนไม่ค่อยไหว บาร์ทคงไม่ทันรู้ตัวด้วยน่ะ"

แม่เมินหน้าจากผม พ่นลมหายใจ หันมามองหน้าอลันที่ยังมีร่องรอยบาดเจ็บจากการต่อสู้เพื่อกันฝูงตัวผู้

"ไม่เป็นไรค่ะ" อลันตอบเบาๆ 

ห้องเงียบ

"อย่าให้มีเรื่องแบบนี้อีก" แม่จ้องตาผมด้วยสายตาจ่าฝูงมองลูกฝูงตำแหน่งต่ำที่สุด จ้องด้วยสายตาเย็นชา ทรงอำนาจ สายตาที่สัญญาว่าผมจะพบกับนรกขั้นสุด หากไปล่วงละเมิดคำสั่งอีกครั้ง

สายตาแบบเดียวกับ ป้าเบลล์ ย่าราเวน ยายราโมนา ... พวกนั้นจ้องและจ้อง จ้องเขม็ง สายตาเย็นชาทิ่มแทงมองมาที่ผม  

ถ้าอยู่ร่างเดิมตอนนี้ผมคงห​างจุกตูดแล้ว


"เอาล่ะ มาคุยกันว่าแผนต่อไปจะทำยังไงต่อดีกว่า ข้าได้ข้อมูลเรื่องของพวกมนุษย์พวกนั้นมาแล้วล่ะ" ตาอราเดลเปลี่ยนเรื่อง ปู่เอเดรียนพยักหน้าหงึกหงัก กุลีกุจอช่วยเตรียมเอกสารสถานที่ เมลที่หน้ายังเขียวช้ำยิ้มเบี้ยวๆ เหยเกให้ผม พ่อเอเตียงกับลุงมิลเลอร์พร้อมใจกันลุกขึ้น เข้าไปในครัวเข็นภูเขากองขนมหวานที่พวกแม่ๆกับย่ายายชอบเข้ามาในห้อง ส่วนพ่อเอริคที่ยังคงถูกคิวเกาะหนึบ บังคับให้อยู่ในร่างขั้นสาม ทำได้แค่ยิ้มแหยแบบแวร์วูลฟ กระดิกหาง 

พวกนั้นพยายามช่วยผมไม่ให้ถูกพวกตัวเมียแช่แข็งจนตาย

...........................

...........................


เรื่องที่อลันใกล้เข้าสู่ช่วงอ่อนไหวทำให้เราต้องเร่งภารกิจ ถ้าดูจากเวลาที่ป้าเบลล์ใช้ ตัวเมียเผ่ามังกรจะมีช่วงอ่อนไหวสั้นเพียงไม่ถึง 3 เดือน ถ้ายังหาของทั้งสองอย่างนั่นไม่ได้ ร่างของอลันอาจทนรับช่วงเปลี่ยนผ่านไม่ไหว  

อมตะที่อ่อนแอเกินไป หรือพลังไม่พอ อาจตายจากหิวจนตาย อวัยวะภายในล้มเหลว หรือหัวใจวายตาย  ผมในร่างอลันอาจเป็นแบบนั้น หรือพวกเราอาจไปทั้งคู่ถ้าทำภารกิจไม่สำเร็จ

"ยากดภาวะอมตะพวกนั้น แกะรอยแล้วมาจากเกาะส่วนตัว" อราเดลจิ้มแผนที่

"เจ้าของเป็นนอมินี พวกข้าสืบได้ข้อมูลว่าคนที่เป็นเจ้าของจริงๆคือพลเอกดาร์วิน" ภาพมนุษย์ตัวผู้วัยประมาณห้าสิบในชุดทหารกับภาพของมันในชุดลำลองถ่ายคู่กับตัวเมียที่อายุน้อยกว่าอีกตัว 

"ลูกสาวของมันมีกลิ่นของซัคคิวบัสกับมนุษย์ และดูเหมือนจะยังไม่โตเต็มวัย ทั้งที่อายุขนาดนี้ซัคคิวบัสต้องเข้าสู่ช่วงอ่อนไหวแล้ว"

ถึงตอนนี้เรามองหน้ากัน ... นั่น ... น่าจะอธิบายได้ว่ายากดภาวะอมตะถูกพัฒนาเพื่อใคร

"เราไม่รู้ว่าแม่ของตัวเมียตัวนี้มาจากเป็นใคร มาจากเผ่าไหน ตายหรือยัง ลูกของมันใช้คนละนามสกุล ถ้าไม่ใช่กลิ่นของมันที่ปนอยู่กับลูกและการสืบต้นตอเงินค่าเลี้ยงดูก็ไม่มีทางรู้"


"ข้าขอเสนอแผน มีเวลาแค่สองสามเดือน เราต้องแบ่งกำลังกัน ส่วนหนึ่งเราจะล่อดึงความสนใจพวกมัน ลูกสาวมันเป็นเป้าที่น่าสนใจ แล้วค่อยส่งกองกำลังอีกส่วนลอบเข้าเกาะ ข้าส่งคนไปสำรวจเกาะนั่นแล้ว อีกไม่กี่วันน่าจะได้คำตอบ ..." 

"ส่วนเรื่องป่าแห่งสัตว์อสูร ..." อราเดลหันไปมองอลัน

"พวกผู้ใช้เวทย์ระบุพิกัดคร่าวๆมาแล้วค่ะ" อลันตอบ

"ดี ทีนี้คงต้องเลือกล่ะนะว่าจะแบ่งคนไปยังไง มังกรที่จุดไฟได้มีสองตน ถ้าจะให้ทันคงต้องแยกส่งไปคนละที่" 

ป่าอยู่ในกระจก ... ถึงตรงนี้ทุกคนพร้อมใจกันหันมามองผม

"บาร์ท ลองเข้าไปในกระจกสิ" ราเวนสั่ง

ผมขนลุก

มิติกระจกเป็นที่สำหรับอมตะที่มีอายุมาก หรือฝึกเวทมนตร์สูงระดับหนึ่ง พวกอายุน้อยอาจเข้าไปได้ถ้ามีพลังเวทย์แต่กำเนิดสูงพอ หรืออยู่ในเผ่าพันธุ์เฉพาะอย่างเด็กที่เกิดจากเผ่าพ่อมด แม่มด หรือมังกร

นอกนั้นจะถูกช๊อต เด้งกลับมา

ในร่างของอลัน ผมอยู่ในนั้นได้สองสามนาที ร้องกรี๊ด ๆ โดนกระจกถีบออกมา

ผมถูกช๊อต ร่างของอลันไหม้แดงตามที่คาด

... แต่ที่คาดไม่ถึงคือร่างของผมก็มีรอยไหม้ด้วย


พวกเราหันไปมองคิว เด็กนั่นอยู่เงียบตลอดการประชุม ไม่ส่งเสียงกวนประสาทอย่างเคยเพราะกำลังจมอยู่ในภูเขาขนมหวาน


"มองอะไร? ก็ตัดสินใจให้แล้วไง มีหน้าที่หาก็หาไปสิ" นางตอบมาแบบนั้น 


สรุปว่าผมต้องไปกับอลันล่ะครับ


.......................

.......................


เราทดสอบศักยภาพของร่างผมกับอลัน 

ร่างของผมจุดไฟมังกรได้ อาจเพราะคุณสมบัตินี้ติดอยู่กับวิญญาณของมังกร แปลงเป็นแวร์วูลฟได้แค่ขั้นสอง มีแรงเพิ่ม ความเร็วเพิ่ม ฆ่าด้วยกรงเล็บกับเขี้ยว วิ่งความเร็วสูงสุดด้วยร่างสองเท้า พลังเวทมนตร์ห่วยแตกเหมือนผมตอนอยู่ร่างเดิม ดีหน่อยตรงที่ทนทานต่ออาการบาดเจ็บและการถูกเวทมนตร์ทำร้าย

ส่วนร่างอลัน ผมแปลงเป็นมังกรได้แค่ขึ้นแรก จุดไฟมังกรไม่ได้ ร่างแปลงอยู่ในรูปสองขา มีเกล็ด บินไม่ได้ แต่เคลื่อนไหวด้วยสองขาหรือวาร์ปเร็วกว่าเดิม พลังเวทมนตร์สูงกว่าที่รู้สึกในร่างผม ทักษะการต่อสู้ด้วยกรงเล็บและเขี้ยวติดตัวมาด้วย แต่ทนอาการบาดเจ็บได้น้อยกว่าร่างผม

... และตายได้ง่ายกว่า แม้จะทนกว่าเผ่ามนุษย์ แต่ร่างนี้ยังไม่เข้าสู่ขอบเขตอมตะ


ราเวนมองหน้าผม มองผมในร่างของอลันที่พยายามเปล่งลูกไฟมนตราสีซีดเซียวกระจ้อยร่อยแล้วกุมขมับ

"มีพลังเวทย์สูงแต่ใช้ไม่เป็น จำเวทมนตร์ไม่ได้ ที่สอนพิเศษทุกเย็นได้แค่นี้เหรอ ไอ้เด็กสมองกล้าม!"

ผมยิ้มแห้ง

ราเวนสบตาราโมนา ยายพยักหน้า ราเวนหันมาแสยะยิ้มให้ผม

"ดูเหมือนต้องใช้หลักสูตรเร่งรัดแล้วล่ะ"


เมลหน้าซีด ผมตัวสั่น มันเข้ามาตบหลังตบไหล่ลูบหัวผม พึมพำปลอบว่าอย่าร้องไห้ ยังไงก็หนีไม่พ้น

ฝันร้ายกลับมาแล้วครับ


.........................

.........................


มืดแล้วหลังจัดการอาหารค่ำ พวกผู้ใหญ่แยกย้ายไปหมดแล้ว ผมเห็นอลันเดินแยกไปอีกด้าน ตรงไปที่กระท่อมแยกส่วนที่เป็นห้องของบาร์ท

... ห้องนั้น

ผมลังเล แต่ตัดสินใจเดินตามไป

นางหยุด แต่ไม่หันกลับมา

เราเงียบ ผมชักรู้สึกหนาว

"มีกระท่อมอีกที่ ไปพักตรงนั่นดีกว่า" ผมเริ่มพูดก่อน

อลันเงียบ

"เตรียมที่ใหม่ให้แล้ว ห้องเดิมกลิ่นมันคงไม่ดีแล้วล่ะ เอากุญแจห้องไปสิ"

นางยังคงไม่หันมามองผม

"....................." 

ผมควรจะพูดอะไรต่อ?

"... อย่างอแงน่าป้าเอ้ย!! ทำตัวเป็นเด็กไปได้ จะให้ทำยังไงล่ะ"

"ฉันไม่ใช่ญาตินาย เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน"

อลันหันมาคว้ากุญแจ แล้วเดินหายไป


หิมะตกอีกแล้ว ... 

คิวเกาะหลังพ่อเอริคเดินมาทางผม นางปรายตามอง

"หมาโง่" นางพูด พ่อคำรามด่า นางเมิน หายวับไป

พ่อมองหน้าผม นั่งข้างๆ เอาหางโอบหลังผม พ่อเอเตียงตามมา มองหน้าผม วาร์ปไปเอาลังเบียร์กระป๋อง


คืนนั้นหิมะตกตลอดทั้งคืน


____________________________





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}