MadamRuby

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ปมชีวิต

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2560 18:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปมชีวิต
แบบอักษร

สวัสดีจ้าเพื่อนๆนักอ่านที่น่ารักทู้กกกคน นิยายเรื่องนี้จัดว่าเป็นนิยายที่แรงที่สุดของนักเขียนเลยก็ว่าได้ เนื้อเรื่องบอกเล่าถึงชีวิตอันเสเพลของโทนี่ดีเจหนุ่มหล่อ นักจัดรายการวิทยุคลื่นเสียวชื่อดัง ที่มีชื่อว่า “คลื่นเหงาชาวคลับเสียว” ที่มีผู้ฟังโทรมาเล่าเรื่องราวประสบการณ์อันซ่านเสียวของตัวเองแบ่งปันความเสียวสะท้านให้กับเพื่อนๆ คนอื่นได้ฟัง ฝากติดตามผลงานของสร้อยด้วยจ้า จุ๊บๆ

ตอน

ปมชีวิต

          **“**บร๊ะ! ดูท่าวันนี้ฝนฟ้าจะตกใหญ่ซะกระมัง ลูกชายคนเดียวของฉันกลับมาบ้านได้”

            เสียงทักทายที่ฟังออกอย่างแจ่มแจ้งว่าเป็นการเหน็บแนมแกมประชดรั้งเท้าของผมให้หยุดกึกอยู่บันไดขั้นแรกของบันไดวนภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ ผมถอนใจก่อนจะหันหลังกลับไปมองชายสูงวัยศีรษะขาวโผลนเจ้าของน้ำเสียงแหนบแนมแกมประชด เขานั่งอยู่บนโต๊ะไม้สักทองสลักลวดลายวิจิตรสวยงาม บ่งบอกสนนราคาค่างวดของมันได้เป็นอย่างดี จะว่าไปแล้วของประดับแทบทุกชิ้นในคฤหาสน์หลังนี้ แต่ละชิ้นราคาของมันแพงหูฉี่ ด้วยรสนิยมเกินธรรมดาสามัญของผู้ชายคนที่เอ่ยทักผม

            “ผมแค่แวะมาเอาของแปบเดียวครับ”

            ผมตอบชายผู้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นบิดาบังเกิดเกล้าไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา ปกติแล้วเราสองคนไม่ค่อยจะลงรอยกันสักเท่าใดนัก มันคงเป็นเพราะเราสองคนมีนิสัยคล้ายกันกระมัง พูดน้อยไม่ค่อยแสดงออกถึงอารมณ์ความรู้สึกในใจ ผมคิดว่าผู้ชายส่วนใหญ่ก็คงเป็นแบบเดียวกันกับผม

            “เอ่อดีโว้ย! บ้านช่องรึก็หลังใหญ่โตยังกับวัง แต่ดันเสือกไม่มีใครอยากจะมาอยู่ ดีไปกันซะให้หมด ปล่อยให้คนแก่อย่างฉันเฝ้าตาเฒ่าเฝ้าสมบัติอยู่แบบนี้แหละ”

            นั่นแหละพ่อผมล่ะ…

            ผมระบายลมหายใจออกมาช้าๆ หวังให้ร่างกายได้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดที่กำลังถาโถมเข้ารุมเร้า มองตามมือแห้งเหี่ยวอันเป็นไปตามวัฏจักรแห่งสังขารของบิดายกแก้วน้ำเมาสีเหลืองอำพันขึ้นกระดกเข้าปากรวดเดียวจนหมด ภาพที่เห็นเหมือนวีดีโอเทปที่ฉายซ้ำไปซ้ำมาจนหัวใจของผมชาชิน

            “ดูแลสุขภาพบ้างนะครับ”

            แม้จะพยายามทำเป็นไม่สนใจใยดีผู้ชายตรงหน้า แต่ลึกๆ แล้วในหัวใจของผมก็อดใจหายไม่ได้ทุกครั้ง ที่มองเห็นสังขารอันร่วงโรยไปตามวัยของบิดา ท่านเป็นญาติเพียงคนเดียวของผมที่เหลืออยู่ในโลกโสมมใบนี้ ไม่อยากจะคิดว่าหากวันที่ท่านไม่อยู่แล้ว หัวใจของผมจะแห้งเฉาปานใด

            “หึ แกเป็นห่วงฉันด้วยหรอว่ะโทนี่ ฉันนึกว่าแกจะเหมือนแม่เลวๆ ของแกที่ไม่เคยห่วงใยใส่ใจความรู้สึกฉันเลย นังสารเลวนั่น! มันทรยศหักหลังฉัน”

            “พอเถอะครับพ่อ ผมไม่อยากฟังพ่อด่าทอแม่อีก ยังไงตอนนี้แม่ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว”

            ผมคิดอย่างพูดออกไป สีหน้าของพ่อผมแดงจัดซึ่งไม่รู้ว่าเกิดจากฤทธิ์แอลกอฮอร์ในร่างกายหรือเกิดจากถ้อยคำของผม

            “ไอ้โทนี่ แกเข้าข้างนังนั่นงั้นเหรอ? ถ้าเห็นว่ามันดีล่ะก็ ทำไมแกไม่ไปอยู่กับมันซะเลยล่ะ… ไปเลย”

            “ผมขอตัวนะครับ”

            ผมตัดบทแล้วหันหลังกลับเดินขึ้นบันได เพื่อตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ท่ามกลางเสียงสบถด่าทอที่ไล่หลังมา ผมไม่อยากได้ยินเสียงพ่อด่าทอแม่อีกต่อไป ถึงแม้ว่าแว่บหนึ่งในใจของผมจะคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่แม่สมควรได้รับก็ตามที                                                 

            แม่ของผมออกไปจากบ้านตอนผมอายุได้ประมาณห้าขวบหลังจากพ่อจับได้ว่าแม่แอบคบชู้กับเพื่อนสนิทของพ่อ ภาพความรุนแรง เสียงร่ำไห้ คำด่าทอ อดีตอันไม่น่าจดจำของวันวานวิ่งย้อนเข้ามาในหัวของผมราวกับคลื่นขนาดมหึมา หัวใจผมสั่นสะท้านทุกครั้งที่เผลอนึกไปถึงเรื่องราวในวันนั้น วันที่ความสุขของคำว่าครอบครัวล่มสลาย วันที่ผมกลายเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด กลายเป็นเด็กมีปมให้เพื่อนๆ สารเลวในวัยเดียวกันล่อว่าเป็นลูกไม่มีแม่

            หลังจากแม่ออกจากบ้านของเราไป พ่อก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน พ่อที่เลยเป็นเหมือนแบบอย่างในการดำเนินชีวิตของลูกชายอย่างผม เปลี่ยนไปกลายเป็นคนดื่มจัด อารมณ์ร้อน เมาขึ้นมาก็ชอบทำลายข้าวของพ่อมักพาผู้หญิงสาวมากหน้าหลายตามาร่วมหลับนอนในบ้าน เรื่องราวเลวร้ายต่างๆ นานาที่ผมต้องเผชิญกับมันมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาทำให้ผมไม่อยากอยู่ในบ้านหลังนี้อีกต่อไป

            ผมไม่อยากเกลียดพ่อ เลยต้องรักษาระยะห่างของเราสองคนเอาไว้ นั่นคือการออกไปใช้ชีวิตเพียงลำพังนอกบ้าน

            ผมเคยตามหาแม่หลังจากมีงานทำมีรายได้มาจุนเจือชีวิตของตัวเอง โดยไม่ต้องพึงพาทรัพย์สมบัติของพ่อ ข่าวคราวที่ได้เกี่ยวกับแม่ของผมมีสองกระแสด้วยกัน บ้างว่าท่านหนีกลับไปประเทศอังกฤษบ้านเกิด บ้างก็ว่าท่านเสียชีวิตไปแล้ว ทว่าทั้งหมดทั้งมวลที่ได้ยินได้ฟังมานั้น ไม่ได้ทำให้ผมอยากจะรู้เรื่องราวของมันต่อ ลิ้นชักแห่งความทรงจำของผมในเรื่องแม่มีทั้งเรื่องราวที่ดีและเลวร้าย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าผมกลัว กลัวที่จะยอมรับความจริงก็เป็นได้

            หากเป็นไปได้ล่ะก็ผมอยากลืมทุกสิ่งทุกอย่างให้หมด…เก็บท่านเอาวในลิ้นชักอันสวยงามในวัยเยาว์ของผม

ความคิดเห็น