ลูกตุ้มเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บ้านสวนร่มเย็น (ต่อ)

ชื่อตอน : บ้านสวนร่มเย็น (ต่อ)

คำค้น : เกี่ยวรักมาร้อยใจ, เจ้าชายไอที, แก๊งกาแฟ, คาลาเมลมัคคิอาโต้, ลูกตุ้มเงิน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 241

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2560 11:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บ้านสวนร่มเย็น (ต่อ)
แบบอักษร

              "สวัสดีครับพี่มินสก์ มาครับ..ผมช่วย”

            “ขอบใจปูน เอ้า! เอาไปให้คุณย่าที แล้วนี่ก็ของนาย” คีรีส่งกระเช้าขนมไทย และถุงพลาสติกอีกสองถุงให้กับปูนรับไป

            “อะไรเหรอครับ?” เด็กหนุ่มยกถุงที่คีรีบอกว่าเป็นของเขาขึ้นถาม

            “เสื้อ พี่ไปพารากอนมา เห็นมันสวยดี เลยซื้อมาฝาก”

            “ขอบคุณมากครับพี่ เดี๋ยวผมเอาของไปให้คุณย่าก่อนนะครับ แล้วจะไปลองเสื้อเลย” ปูนยิ้มหน้าบาน พูดจบก็วิ่งเข้าบ้านไปตัวปลิว คีรีมองตามแล้วก็อดยิ้มให้กับน้องชายขี้เห่อต่างสายเลือดไม่ได้ ก่อนจะต้องตะโกนถามหาพิกัดของคุณย่ารื่น

            “ปูน ย่าอยู่ไหน?”

            “หลังบ้านครับ”

            รัวอยู่ทางหลังบ้าน สร้างแยกออกจากตัวบ้าน แต่ทำหลังคาเชื่อมกัน กันแดดบังฝนและทำให้มีพื้นที่วางโต๊ะไม้ตัวใหญ่ความสูงพอ ๆ กับแคร่ไม้ไผ่ที่เคยเห็นกันทั่วไปแต่พื้นที่สำหรับนั่งใหญ่มากกว่าเล็กน้อย เช็ดถูบ่อยจนไม้แผ่นใหญ่ที่ใช้ทำมันวับเพราะคุณย่ามานั่งทำงานอยู่ตรงนี้เป็นประจำ เนื่องจากเป็นช่องลมพัดผ่าน นั่งเย็นสบาย วันนี้ก็เช่นกัน คุณย่ารื่นกำลังนั่งพับเพียบอยู่บนโต๊ะไม้นั้นทำงานไม่ได้หยุดมือ

            “สวัสดีครับคุณย่า ทำอะไรอยู่ครับนั่น” คีรีส่งเสียงทักตั้งแต่ยังเดินมาไม่ถึงตัวคุณย่าของเขา

            “ไหว้พระเถอะลูก ย่ากำลังแบ่งมะม่วงกวนใส่ถุง เดี๋ยวจะเอาไปให้แม่ชื่นขาย มินสก์ขับรถมาเหนื่อยไหม กินอะไรมาหรือยังลูก” แม่ชื่นคือเมียของคนงานในสวน ที่ท่านให้ปลูกเพิงไม้ แล้วใช้เป็นที่ขายของ ซึ่งอยู่บนที่ดินติดถนนของท่าน

            ฟอดดด... คีรีหย่อนก้นนั่งลงข้าง ๆ คุณย่าได้ก็กอดและหอมท่านฟอดใหญ่

            “คิดถึงคุณย่าจังเลยครับ ได้หอมก็อิ่มแล้ว”

            “เหม็นไหมล่ะ? เหงื่อทั้งนั้นย่าน่ะ”

            “ไม่เห็นจะเหม็นเลยครับ หอมดีออก”

            “เอ้า! ชิมดู อร่อยเหมือนเดิมไหม” คุณย่าฉีกมะม่วงกวนเป็นชิ้นเล็ก ๆ ป้อนใส่ปากหลานชายสุดที่รัก

            “อร่อยเหมือนเดิมครับ คุณย่าผมฝีมือไม่มีตกอยู่แล้ว”

            “หึหึ แบ่งไปกินที่กรุงเทพฯ บ้างไหมลูก เอาไปฝากเพื่อนบ้าง เอาไหม?”

            “ก็ได้ครับ เอาไปเป็นลาบปากให้ไอ้พวกนั้นหน่อย”

            “แล้วนั่นของอะไรลูก บอกกี่ครั้งแล้วไม่ต้องซื้ออะไรกลับมา เปลืองเงินเปลืองทองเปล่า ๆ” ผู้สูงอายุพยักพเยิดหน้า ไปที่ถุงที่ปูนเอามาวางไว้ให้

            “ที่ผมซื้อน่ะขนมไทยกระเช้านั้นเฉย ๆ ครับ บ้านของรุ่นน้องเขาทำขาย ก็เลยอุดหนุนเอามาให้คุณย่าชิมครับ ส่วนในถุงนั่นผมไม่ได้ซื้อหรอกครับ มีคนฝากมาให้คุณย่า”

            “หือ! ใครกันฝากมาให้ พ่อคนไหนล่ะ?” คุณย่ารื่นถึงกับแปลกใจ เพราะท่านบอกเพื่อนของหลานชายเอาไว้ทุกคนแล้ว ว่าไม่ต้องฝากของอะไรมาให้สิ้นเปลือง และหนุ่ม ๆ เหล่านั้นก็ไม่ได้ฝากอะไรมานานแล้ว

            “ไม่ใช่ไอ้พวกนั้นหรอกครับ แต่เป็นรุ่นน้องที่มหา’ลัย คนที่บ้านเขาทำขนมนี่ละครับ”

            “ผู้หญิงสินะ?”

            “ครับ ผู้หญิง คุณย่ารู้ได้ยังไงครับเนี่ย”

            “รู้มากกว่านั้นด้วยนะ เพราะย่ารู้ว่าเขาคงมาหลงปลื้มหลานชายของย่าอยู่ด้วยละสิ เข้าตำรารักหลานก็ต้องรักย่าด้วย แล้วหลานชายย่าคิดยังไงกับเขาน้า” คุณย่าพูดอย่างคนที่อ่านเกมขาด

            “ไม่รู้สิครับ ผมไม่ได้คิดอะไร”

            “ไม่ได้คิดกับคนนี้ แล้วมีคิดกับคนอื่นบ้างไหมลูก”

            “ยังไม่มีเลยครับ คิดกับคุณย่าคนเดียวนี่แหละ” คีรียังคงนั่งกอดคุณย่ารื่น เกยคางเอาไว้บนไหล่ของท่าน

            “ฮึ มาเกาะติดย่าอยู่อย่างนี้ ชาตินี้จะไม่มีเมียเหมือนคนอื่นเขาหรือไง”

            “แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น ไม่ดีเหรอครับ พอผมเรียนจบ ทำงานเสร็จก็จะได้รีบกลับมาอยู่กับคุณย่ายังไงละครับ”

            “ไม่ดี เพราะย่าก็อยากจะได้เห็นเหลนตัวเล็ก ๆ มาวิ่งวุ่น ๆ อยู่ในบ้านเหมือนคนอื่นเขาบ้าง จะทันได้เห็นหรือจะตายก่อนก็ไม่รู้นะ”

            “พูดอะไรอย่างนั้นละครับ คุณย่าของผมยังแข็งแรงกว่าสาว ๆ บางคนเสียอีก ยังอยู่กับผมได้อีกน้านนนนนเลยละ” ชายหนุ่มเปลี่ยนมานอนหนุนตักของผู้สูงอายุแทนแถมจับนมท่านเล่นเหมือนตอนเด็ก ๆ อีกด้วย

            “ชีวิตมันไม่มีอะไรแน่นอนหรอกลูก เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันเป็นสัจธรรมของโลก ไม่มีใครหนีพ้นสักคน”

            “พูดเรื่องอื่นดีกว่าครับ ผมเบื่อสัจธรรมข้อนี้แล้ว คุณย่าอยากไปไหนหรือเปล่าครับ เดี๋ยวผมพาไป” คีรีชวนคุณย่ารื่นเปลี่ยนเรื่องคุย นอนหนุนตักท่านกินมะม่วงกวนสบายอารมณ์

            ช่วงค่ำอากาศที่บ้านสวนเริ่มเย็นจนหนาว คีรีใส่เสื้อไหมพรมออกมานั่งมองพระจันทร์อยู่ที่ระเบียงบ้านชั้นสอง คิดถึงเรื่องที่ตนเองเพิ่งจะเผชิญมาและคำพูดของเพื่อน ที่เตือนสติให้เขารู้ว่าเขาคงวางตัวผิดไปจริง ๆ จึงทำให้เกิดปัญหาวุ่นวายตามมา

            “คิดอะไรอยู่เหรอลูก มินสก์” เสียงของคุณย่ารื่นดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้คนที่กำลังนั่งเหม่อ ละสายตาออกจากพระจันทร์ครึ่งดวง แล้วหันมาหาคุณย่าสุดที่รัก

            “คิดไปเรื่อยเปื่อยน่ะครับ ไม่มีอะไรหรอก”

            “อย่ามาโกหกย่าเลย มองหน้าเรา ย่าก็รู้แล้วว่ามี เดี๋ยวนี้ย่าไม่ใช่คนที่มินสก์จะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังแล้วเหรอลูก” คุณย่ารื่นเดินมาจับบ่าทั้งสองข้างของหลานชาย

            “ไม่ใช่อย่างนั้นครับ คุณย่ายังเป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุดสำหรับผมเสมอ คือผมกำลังคิดว่าที่ผ่านมาผมวางตัวไม่เหมาะสมไปจริง ๆ หรือเปล่า ไอ้สิบรถมันบอกว่าผมดีเกินไปครับย่า”

            “เฮอะ ๆ ดีเกินไปอย่างนั้นเหรอ” คุณย่ารื่นถึงกับหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำที่เพื่อนของหลานชายพูด “ทำไม มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น เราไปดีกับใครจนเป็นปัญหาอย่างนั้นเหรอ?”

            “ปัญหาเรื่องผู้หญิงครับ ทั้ง ๆ ที่ผมยังไม่ได้จีบใครเลยนะครับคุณย่า ยังเป็นปัญหาเขม่นกัน ทำร้ายกันเลย”

            “ขนาดนั้นเลยเหรอ แสดงว่าหลานย่านี่เสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะ..เฮอะ ๆ” คุณย่าพูดไปยิ้มไป ตบท้ายด้วยหัวเราะอีกด้วย

            “คุณย่าหัวเราะอะไรครับ” คีรีแหงนคอมองใบหน้าเจือรอยยิ้มของคุณย่ารื่น

            “ก็หัวเราะเราน่ะสิ มินสก์รู้ตัวหรือเปล่า ว่าเราเป็นยังไง” ผู้เป็นย่านั่งลงถามหลานชาย ที่ยังทำหน้างง และได้แต่ส่ายหัว “ย่าเลี้ยงเรามา สอนให้เป็นคนดี มีน้ำใจ ช่วยเหลือคน จนมินสก์เป็นคนอ่อนโยนจิตใจดีอย่างนี้ แต่มินสก์รู้ไหม การจะช่วยเหลือใครมันก็ต้องช่วยให้ถูกวิธีนะลูก ต้องช่วยเขาและเราก็ปลอดภัยด้วย ถ้าช่วยเขาแล้วเรามาเดือดร้อนตัวเดือดร้อนใจอยู่อย่างนี้ แสดงว่ามันไม่ถูกวิธีเท่าไหร่นา”

            “คงจริงอย่างที่คุณย่าว่านั่นแหละครับ ผมคงช่วยผิดวิธีไปจริง ๆ ถึงได้ทำให้พวกผู้หญิงคิดว่าผมเข้าไปจีบพวกเธอกันหมด”

            “รวมถึงคนที่ฝากของฝากมาให้ย่าด้วยใช่ไหมลูก?”

ความคิดเห็น