สูญองศา
facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่นิยายอีโรติด ตลก โปกฮา ติดตามกันเยอะๆน๊าาาา อัฟตามใจคนแต่ง จะมีอีบุคด้วยจร้าา

บทที่ 13 เปิดตัว 65%

ชื่อตอน : บทที่ 13 เปิดตัว 65%

คำค้น : นิยายโรมานส์ นิยายรัก นิยายโรเมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2560 12:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 เปิดตัว 65%
แบบอักษร


“ไม่เข้าใจ” ก็ค่อนข้างจะเข้าใจยากทั้งคนพูดและความหมายที่จะสื่อ ไม่มีอะไรเมคเซนส์เลยสักอย่าง ที่นี่รถตำรวจแพงกว่าบ้านอยู่เสียอีกนะ “อธิบายมากกว่านี้ได้ไหมค่ะ”

“ก็อย่างที่รู้ว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยสักเท่าไหร่ คุณอย่าหนีกลับไทยโดยพละกาล อย่าทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง กับสิ่งที่ไว้ใจได้บางทีเราอาจไว้ใจไม่ได้ ถ้าจะไปข้างนอกต้องมีผมไปด้วย”

ชัดเจนมากกกกกกกก!

ช่างเป็นคำอธิบายที่คลุมเครือไม่มีการยกตัวอย่าง และเอ่ยดักคอเธอเรียบร้อยอย่างกับเข้ามาทางในหยังรู้สรรพสิ่ง เธอหรือจะกล้าหนีพลเมืองเถื่อนเช่นเธอนี่นะตอมอคงยอมหรอก

“อันนี้ผมจริงจังนะ” เขาจ้องลึกเข้าในตา อารมณ์ที่เห็นเธอไม่ทุกร้อนกับสิ่งที่เขาพูดมันทำให้รู้สึกไม่สบายใจ กลัวเธอจะเดินไปถากเอาเรื่องอันตราย “ผมรู้ว่าคุณมีเมตตา”

“มันเกี่ยวอะไรกัน”

“เกี่ยวสิ!” เธอมองเขาในตอนนี้ที่จริงจังผิดจากเมื่อครู่ เธออาจชินกับเขาในมาดขี้เล่นเย็นชา แต่แววตาโหดนี่ยังไม่เคยพบเจอ “เพราะถ้ามันทำอะไรคุณผมจะไม่ปล่อยมันไว้ไม่ว่ามันเป็นใคร ฉะนั้นดูแลตัวเองด้วย”

“เราไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้มั๊งค่ะ” เธอพยายามผ่อนคลายบรรยากาศ โดยการกลั้วหัวเราะ

“จริงจังสิ ที่นี่ไม่ค่อยมีคดีใหญ่อะไรหรอกนะ” รั้งรางบางให้มาอยู่ในวงแขน เกยคางสากกับลากไหล่ “ทุกอย่างจะถูกจัดการกันเองให้หายวับหมดจด นั่นเป็นวิถีของพวกเรา” โดยเฉพาะคนใกล้ชิดเขานั่นจะอันตรายเป็นสองเท่าของคนปกติธรรมดาทั่วไป ก็จัดว่าชีวิตนี้ตื่นเต้นดี

“ค่ะ” เธอรับปาก ประโยคลึกซึ้งนั่นอยากจินตนาการว่าเขาห่วงหา แต่ถ้าคิดในอีกแง่ไม่มีใครอยากให้คนข้างกายตายเพราะทุกชีวิตล้วนมีค่า

“เดี๋ยวผมต้องออกไปข้างนอกสักพัก มิ้นรออยู่นี่ก่อนคำนี้เราจะไปเยี่ยมญาติผมกัน” เขาทิ้งทวนด้วยการจูบหน้าผากเธอ ก่อนเดินออกนอกห้องไป

หญิงสาวมองลอดฝ้ากระจก เพิ่งเคยสัมผัสวิวสวยงามเช่นนี้ห้องทำงานเหนือเมฆไกลออกไปเป็นป่าคอนกรีตที่ผุดขึ้นเป็นหย่อมๆ ไม่ได้ดูเสียด้วยว่านี่ชั้นอะไร 

มือบางแตะกระจกกั้นบรรยากาศภายนอกจะบางเบาเพียงใดขนาดแสงตะวันยังต้องยอมสยบให้มันห้องนี้มีทุกอย่างที่สมควรมี แชนดาเรียสีขาวนั่นคงแพงกว่าค่าห้องเธอทั้งเดือน หญิงสาวเดินเข้าไปภายในที่จัดไว้เป็นสัดสวน ไม่อยากเชื่อว่านี่จะเป็นทำงานเพราะมีห้องครัวอยู่ด้วย

ตู้เย็นบรรจุอาหารแช่แข็งไว้เต็มรวมถึงผักบางชนิด และของสดอีกเล็กน้อย เธอสำรวจทุกสิ่งถ้วนทั่วเขาบอกให้เธอรอนี่ไม่ได้บอกให้รอเฉยๆ

อาจเป็นทำอาหารรอ

ถือซะว่าสมนาคุณในเรื่องของกินแล้วกันน่ะค่ะ

คนหิวจัดควานหาของสดเท่าที่มีกะทำอาหารรองท้อง ด้วยความดื้อรั้นระหว่างเดินทางเขาสั่งอาหารให้เธอแล้วแต่ไม่แตะต้อมันเลยสะนิด ก็คนมันโกรธนี่จะให้นั่งสบายใจทานอะไรลงได้อย่างไรกัน คราวนี้ต้องจัดหนักจัดเต็ม

สภาพสาละวนของแม่ครัวหัวป่า สมาร์สโฟนกลางเก่ากลางใหม่ถูกเปิดเพลงอาร์แอนบีฟังง่าย ผักถูกหันเป็นชิ้นพอคำ ไม่นึกว่าในห้องเขาจะมีสิ่งรองท้องตรึม และยิ่งน่ามหัศจรรย์เข้าไปใหญ่เมื่อคนเจอบะหมี่เกาหลีที่ยูทูปเบอร์การันตีว่าเผ็ดจี๊ดท้าลอง

เอริคยกนาฬิกาสีเงินยี่ห้อดังขึ้นมาดูเวลา เขาเดินไปยังแผนกไอทีซึ่งมีเลโอบดิการ์ดประจำพื้นที่คอยอยู่ ทุกคนต่างมองไปยังจอคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าหนักอก แต่ต้องผละเคารพร่างสง่าที่เดินเข้ามา

“ขออภัยครับนายท่านที่ผมไม่อาจไปต้อนรับ” เลโอค้อมหัว

“ไม่เป็นไรงานไปถึงไหนแล้ว” เสียงเรียบเย็นชาฉบับแช่แข็งคนตายดังเรียบเรื่อย

“ดูเหมือนมันจะขโมยข้อมูลไปได้แค่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ครับ”

“ตั้งยี่สิบเปอร์เซ็นต์ไม่ใช่แค่” สายตาเฉียบคมแกร่งกล้ามองไปรอบๆ “นั่นคือข้อมูลที่ไม่สำคัญ แต่สำหรับผมมันหมายถึงว่าเราหละหลวมมากเพียงใด และมีผลต่อความเชื่อมั่นของเรายิ่ง”

เขาทำท่าทีผ่อนคลายไม่เข้ากับสำนวนชวนขนหัวลุก “ผมศูนย์เงินไปประมาณเกือบร้อยล้านเพราะหุ้นเราตกเนื่องจากข่าวนี้ออกไป ดังนั้นผมขอข่าวดีของวันนี้สักอย่างสิ”

รอยยิ้มน่าพรั่นพรึงอยู่ใกล้มือหนาที่ประสานกันสูง “แล้วเมื่อไรผมจะควรได้นั่งเก้าอี้”

คำพูดเมื่อครู่ทำทุกชีวิดที่หยุดชะงักหมุนได้เพียงดวงตา กลับมาลนลานหาเก้าอี้ให้ท่านประธานผู้เย็นเยือกเหมือนภูเขาไฟใต้ทานน้ำแข็งขั้วโลก ชายหนุ่มยังส่งยิ้มทว่าทุกคน ณ ที่แห่งนั้นมองว่าเหมือนโจ๊กเกอร์เวลาทรมานเหยื่อไม่มีผิด

พนักงานต่างกลืนน้ำลายเฮือก

เจ้านายหนุ่มได้ที่นั่งสมใจอยาก

“มีใครให้ข่าวดีกับผมได้บ้าง”

“เราเพิ่มการป้องกันระบบโดยการใส่โค้ทป้องกันข้อมูลรัดกุมขึ้นแล้วครับ”

เลโอถือขวดแก้วทรงเตี้ยเข้ามาภายใน เขาวางแก้วลงแล้วค่อยๆรินสิ่งนั้นเบามือราวกับว่ากลัวมันหก ราคาของมันเทียบได้กับบ้านทั้งหลัง

“กำลังดี” บรั่นดีชั้นเยี่ยมกำลังกลิ้งรอบแก้ว เอริคทำเสียงจิจ๊ะในลำคอ “ผมชอบดื่มมันตอนตัดสินคดีนะ เอ๊ะไม่สิผมจะดื่มเฉพาะเวลาต้อง...ไล่คนออก เพราะการไล่ใครออกเป็นอะไรที่สะเทือนใจอย่างมากจริงไหมเลโอ”

“ครับ” คนยืนกุมต่ำอยู่ด้านหลังสะดุ้งเล็กน้อย

โอ้วมายกอด ลำตัวพนักงานด้านไอทีแข็งทื่อ เขาพูดอะไรผิดนี่เรื่องจริงล้วนๆ

“ผมให้เวลาอีกห้านาที ผมอยากได้ข่าวดีกว่านี้” เขาละเลียดชิมรสเผื่อนที่ละนิด หมดเมื่อไหร่บัญชีนี้ก็จบ! มันอาจดูโหดร้ายในทีทว่าการที่เขาจ้างหัวกระทิด้านคอมพิวเตอร์ในราคาแสนแพงเพื่อรักษาระบบงานในบริษัท ต้องแน่ใจว่าทุกอย่างจะคุ้มค่า และถ้าข้อมูลยังถูกเจาะได้แสดงว่าอะไรนะหรือ

ห่วย!มาก!!

ม่านตาเขาขยายกว้าง

ไม่ชอบใจเวลามีข่าวพาดหัวรุนแรงมันทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงไม่พอ ยังทำให้เขารู้สึกสะเทือนใจเวลาไล่พนักงานผู้ซื่อสัตให้ออกไปผจญการใช้แรงงานข้างนอกนั่นอีก

“หลายชีวิตขนาดนี้!” เสียงตบโต๊ะดังปังทำให้ทุกคนสะดุ้งโหยงแทบฉี่ราด สั่นทุกอณูรูขุมขน เป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อออกไปแล้วอาจหางานที่เงินถึงแบบนี้ยาก และถ้าโดนไล่ออกยิ่งหาที่ยืนในประเทศแถบนี้แทบไม่มีเพราะเอริคกว้างขวางพอที่จะไม่มีใครกล้ายุ่งย่ามข้ามเขตแดน ความจริงเขาไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่างคนพวกนั้นกลัวไปเอง

สภาวะบีบคั้นจิตใจ

บางคนกันหายใจหน้าดำหน้าแดง

“เราเจอพิกัดของคนที่เจาะข้อมูลเราแล้วครับ” เจ้าของร่างตุ้ยนุ้ยพูดรัวเร็วเพราะตกใจ

“นายชื่ออะไร” เอริค มองไรผมเปื้อนเหงื่อของอีกฝ่าย เขาเดินไปที่โต๊ะทำงานเจ้าของเสียง พิกัดคุ้นตานั่นทำเขาถอนหายใจ

“ริชาร์ต เอเกน” พูดตะกุกตะกัก “ครับ”

“รู้เอาไว้คุณกู้โลกได้สำเร็จ” ชายหนุ่มตบบ่าแล้วเดินจาก แต่ก่อนไป “ผมหวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก เข้าใจไหม”

เงียบคล้ายมีเสียงลมหวีดหวิว

เมื่อเขาเดินจากห้องจริงๆ

ทุกคนใจโล่งอก ถอนหายใจทรุดลงกับเก้าอี้ของตน บางรายกางขาเหยียดอย่างเขียดแช่น้ำร้อนการเผชิญหน้ากับผู้บริหารระดับสูงเช่นเขามีไม่บ่อย แต่ถ้ามีเมื่อไหร่ละเป็นเรื่อง






บทจะลงก็ลงรัวๆ

ความคิดเห็น