Sameejaejung (สามีแจจุง)

หนังสือและ Boxset ซีรีส์ H.E.A.R.T. เปิดจองแล้วน้า

ร้อนรักครั้งที่ 9 สุดท้ายก็ไม่เหลือใคร

ชื่อตอน : ร้อนรักครั้งที่ 9 สุดท้ายก็ไม่เหลือใคร

คำค้น : HEART , Erotic , หัวใจร้อนรัก , หมอกธาร , เมฆธาร , Yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9k

ความคิดเห็น : 76

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2560 00:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ร้อนรักครั้งที่ 9 สุดท้ายก็ไม่เหลือใคร
แบบอักษร



Part 9#Thara สุดท้ายก็ไม่เหลือใคร

               “แหม พี่ธารก็เข้าใจเปรียบเทียบนะคะ แต่เมเปิ้ลคิดว่ามันก็ไม่ถูกซะทีเดียว...” ยัยเมเปิ้ลพูดขึ้นหลังจากที่หน้าเสียไปพักใหญ่ ตอนแรกผมก็คิดว่าตัวเองได้ชนะน็อคไปเรียบร้อย แต่ผมก็คิดผิดเพราะยัยงูพิษนี่มันร้ายและฉลาดกว่าที่คิดไว้ซะอีก!

“คนกับเงินมันไม่เหมือนกันนะคะพี่ธาร พอเอามาเทียบกันแบบนี้เมเปิ้ลรู้สึกว่ามันตะหงิดๆ ยังไงไม่รู้ เงินเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนที่เอาไว้ใช้จ่าย เพราะงั้นถึงจะผ่านอะไรมาก็ถูกแล้วที่มันยังมีค่าเหมือนเดิม แต่สำหรับคนนั้นไม่ใช่ คนเป็นสิ่งมีชีวิต เพราะงั้นถ้ามันแปดเปื้อนหรือว่าสกปรกไปแล้ว ไม่ว่าจะทำยังไงมันก็ไม่สะอาดขึ้นมาได้หรอกค่ะพี่ธาร อย่าพยายามเอาคำพูดสวยหรูมาปลอบใจตัวเองหน่อยเลย”

               คำพูดและหน้าตาเย้ยหยันของยัยเมเปิ้ลทำให้ผมถึงกับกำหมัดแน่น ยิ่งบวกกับรอยยิ้มที่มุมปากด้วยใบหน้าแอ๊บแบ๊วนั่นมันก็ทำให้ผมยิ่งโมโห ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยโกรธใครจนอยากจะฆ่าให้ตายเท่ากับวันนี้เลย

               แต่ที่โกรธมากกว่าก็คือตัวเองที่ไม่รู้จะตอกกลับยัยงูพิษไปว่ายังไงนี่แหละ!

               “พอเถอะเมเปิ้ล” เสียงอันเรียบเฉยของหมอกดังขึ้นหลังจากที่นิ่งเงียบไปนาน ตอนนี้หมอกกำลังก้มหน้าลงต่ำจนผมมองไม่ออกว่ากำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่

               “ทำไมล่ะหมอก ทนฟังความจริงไม่ได้งั้นหรอ”

               “ผมบอกให้พอไงเมเปิ้ล” ถึงแม้หมอกจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม แต่ผมก็รู้สึกได้ว่าบรรยากาศกำลังแปลกไป ส่วนยัยเมเปิ้ลที่ไม่ได้รู้เรื่องเลยยังลอยหน้าลอยตาพูดต่อไปอย่างไม่หยุดปาก

               “เราหวังดีกับหมอกหรอกนะเราถึงได้พูด ผู้ชายดีๆ อย่างหมอกน่าจะได้คบกับผู้หญิงที่เหมาะสมและคู่ควรมากกว่า ไม่ใช่ผู้ชายที่เคยผ่านผู้ชายมาก่อน แถมยังไม่แน่ว่าอาจจะเคยผ่านผู้ชายมามากกว่าทหารทั้งกองทัพ...”

               “ก็บอกว่าให้หุบปากไม่ได้ยินรึไงเมเปิ้ล!” เสียงตะคอกของหมอกทำให้ยัยเมเปิ้ลที่ยังพล่ามไม่จบถึงกับสะดุ้ง ส่วนคนอื่นที่อยู่ในห้องก็ตกอยู่ในอาการไม่ต่างกันรวมทั้งผมก็ด้วย

               โกหกใช่มั้ย เมื่อกี้หมอกเป็นคนพูดแบบนั้นจริงๆ หรอเนี่ย?

               “เอ่อ...คือ...หมอก...” ผมยื่นมือออกไปจะวางลงบนไหล่ แต่หมอกก็ลุกขึ้นแล้วก้าวขายาวๆ ไปตรงหน้ายัยเมเปิ้ล ที่ตอนนี้ยังตัวแข็งค้างและตาเบิกกว้างด้วยความอึ้งไม่หายอยู่เลย

               ตอนนี้หมอกกำลังยืนก้มหน้ามองยัยเมเปิ้ลที่อยู่ต่ำกว่า ผมมองเห็นเพียงแค่เสี้ยวหน้าเลยไม่รู้ว่าตอนนี้หมอกกำลังทำสีหน้าแบบไหน

               “ผมจะบอกอะไรให้นะว่า ต่อให้คุณธารเคยผ่านผู้ชายมาทั้งโลกผมก็ไม่แคร์” คำพูดนั้นทำให้ผมรู้สึกตื้นตันจนอดที่จะยิ้มบางๆ และน้ำตาคลอไม่ได้

ผิดกับยัยเมเปิ้ล เพราะยัยนั่นถึงกับร้องไห้ออกมา เพราะประโยคถัดไปของหมอกที่พูดขึ้นว่า...

“แต่สำหรับบางคน ต่อให้เหลือแค่คนเดียวในโลกผมก็ไม่เอา...โดยเฉพาะคนอย่างคุณ” หมอกพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม แต่คำพูดนั้นขนาดคนฟังอย่างผมยังถึงกับหน้าชา แล้วนับประสาอะไรกับยัยเมเปิ้ลที่โดนต่อหน้าอย่างเต็มๆ ถ้าผมเป็นยัยนั่นผมก็คงจะร้องไห้ออกมาแบบนี้แน่นอน

               แต่ที่หน้าแปลกนั่นก็คือ หมอกไม่น่าฟิวส์ขาดจนโมโหได้ถึงขนาดนี้ ปกติผมเคยเห็นหมอกขึ้นเสียงหรือพูดจาแรงๆ ใส่คนอื่นแบบนี้ที่ไหน ถ้าเป็นเมฆยังพอจะเข้าใจได้มากกว่า...

เอ๊ะ! หรือว่านี่อาจเป็นเมฆที่เป็นอีกบุคลิกหนึ่งของหมอก?

               ผมว่าใช่! มันต้องใช่อย่างที่ผมคิดแน่ๆ!

               “ทุกคน พี่ขอโทษนะแต่ตอนนี้ช่วยกลับกันไปก่อนจะได้มั้ย” ผมรีบหันไปพูดกับทุกคนในห้องเพราะกลัวจะรู้ถึงความลับนี้ เรื่องที่หมอกมีสองบุคลิกจะแพร่งพรายให้คนอื่นรู้ไม่ได้เด็ดขาด!

               “ค่ะพี่ธาร เดี๋ยวหนูจะลากอีตัวปัญหาออกไปให้ด้วยนะคะ...มากับกูเลยอีเปิ้ล!” น้ำตาลพูดกับผมก่อนจะหันไปหาเมเปิ้ลแล้วลากออกไปจากห้อง ส่วนน้องผู้ชายคนอื่นก็รีบเก็บของแล้วตามสองสาวออกไป จนตอนนี้ในห้องเหลือเพียงแค่ผมกับหมอกสองคนเท่านั้น ไม่สิ...ผมต้องเรียกคนที่อยู่ตรงหน้าว่าเมฆถึงจะถูกต้องมากกว่า

               “เมฆ...” ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วแตะมือลงที่ไหล่กว้าง แต่เจ้าของร่างกลับหันขวับมาหาผมด้วยสายตาวาวโรจน์

               “เมื่อกี้คุณเรียกผมว่ายังไงนะ” น้ำเสียงเย็นเยียบที่ได้ยินทำให้ผมรู้สึกกลัว แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือสายตาของคนตรงหน้าที่จ้องมองมา

               “คะ...คือ...” ผมอึกอักเพราะเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าคนตรงหน้าผมเป็นใครกันแน่ แต่ที่แน่ๆ การที่ผมเรียกชื่อเมฆออกไปเป็นการกระทำที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรงแน่นอน

               “ที่ผมถามคุณไม่ได้ยินรึไง...ตอบผมมาเดี๋ยวนี้ว่าเมื่อกี้คุณเรียกผมว่าเมฆใช่มั้ย! ใช่มั้ยคุณธาร!” หมอกตะคอกใส่ผมเสียงดังแถมยังใช้สองมือบีบที่ไหล่ของผมแน่นอีกต่างหาก ความเกรี้ยวกราดที่เห็นทำเอาผมรู้สึกกลัวและตกใจจนลืมความเจ็บที่ไหล่ไปเลย

               “ชะ...ชะ...ใช่ เมื่อกี้ฉันเรียกนายว่าเมฆ”

               “ในเวลาแบบนี้คุณยังกล้าเรียกชื่อผู้ชายคนอื่นออกมาอีกงั้นหรอ!” คำตอบของผมทำให้หมอกโกรธมากกว่าเดิมจนออกแรงบีบที่ไหล่แรงขึ้น ผมไม่เคยคิดเลยว่าคนนิ่งๆ เวลาโมโหจะน่ากลัวได้ถึงขนาดนี้

               “นายฟังฉันก่อนนะหมอก เรื่องนี้ฉันอธิบายได้ คือฉัน...”

               “ผมไม่ฟังอะไรทั้งนั้น! ผมได้ยินเต็มสองหูคุณยังจะแก้ตัวอีกหรอคุณธาร!” สีหน้าตอนนี้ของหมอกน่ากลัวมาก แต่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมาสีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปเป็นเจ็บปวด แล้วถ้าผมมองไม่ผิด ผมยังเห็นว่าตอนนี้มีน้ำตารื้นขึ้นมาจากดวงตาของหมอกอีกด้วย

               “คุณรู้มั้ยว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้ยินชื่อผู้ชายคนนั้นออกมาจากปากของคุณ”

“วะ...ว่าไงนะ?” ผมแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เพราะผมพยายามปิดบังเรื่องของเมฆมาโดยตลอดแท้ๆ แต่ทำไมหมอกถึงได้ยินชื่อเมฆออกมาจากปากของผมได้

 “คุณคงจะกำลังแปลกใจอยู่สินะ ตอนนั้นคุณไม่รู้ตัวหรอกเพราะคุณกำลังหลับอยู่ คุณละเมอเรียกชื่อมันหลายครั้งจนผมรู้สึกสงสัย แต่ผมก็ไม่ได้เอะใจเลยสักนิดว่ากำลังถูกคุณสวมเขา ผมคิดเพียงแค่ว่าคุณคงจะฝันอะไรไปเรื่อยเปื่อย ผมมันคงโง่มากเลยสินะคุณธาร...” ประโยคสุดท้ายหมอกพูดด้วยเสียงสั่นเครือ สายตาของหมอกที่มองมาแสดงออกได้เป็นอย่างดีว่ากำลังเจ็บปวดมากแค่ไหน

“ฉันไม่เคยคิดว่านายโง่เลยนะหมอก ฉันรู้สึกชอบนายจริงๆ ส่วนเรื่องเมฆ...”

“อย่าพูดชื่อของมันให้ผมได้ยินอีกผมไม่อยากฟัง!” ผมสะดุ้งตกใจ เมื่อถูกหมอกขึ้นเสียงใส่ด้วยความเกรี้ยวกราดขึ้นมาอีกครั้ง

“คุณรู้มั้ยว่าผมไม่เคยรังเกียจจริงๆ ที่คุณเคยมีอะไรกับผู้ชายคนอื่นมาก่อน ผมไม่เคยสนใจและรับได้ทุกอย่างไม่ว่าคุณจะเคยผ่านอะไรมา แต่เรื่องที่ผมรับไม่ได้เลยก็คือการที่ถูกคุณนอกใจ แล้วผมก็ไม่คิดว่าจะมีใครรับเรื่องแบบนี้ได้แน่นอน เพราะงั้น...เราเลิกกันเถอะคุณธาร” สิ้นเสียงนั้นก็ราวกับว่าหัวใจของผมได้หยุดเต้นลง ผมได้แต่ยืนตัวแข็งค้างโดยมีน้ำตาไหลลงมาอย่างไม่ขาดสาย

 นี่มันไม่จริงใช่มั้ย?

ใครก็ได้ช่วยบอกผมทีว่านี่มันคือความฝัน

แค่ฝันร้ายเท่านั้นพอตื่นขึ้นมาทุกอย่างก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม

ได้โปรด...

“เราสองคนอย่าเจอกันอีกเลยคุณธาร” หมอกพูดจบก็หันหลังแล้วเดินจากไป ผมรู้ตัวเลยว่ายิ่งระยะห่างมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้หมอกค่อยๆ ลบผมออกไปจากใจมากเท่านั้น แต่เท้าเจ้ากรรมมันดันไร้เรี่ยวแรงจนผมขยับเคลื่อนไหวไม่ได้

จนกระทั่ง...

“อา!” จู่ๆ หมอกก็กุมศีรษะเอาไว้แล้วทรุดตัวลงไปที่พื้น นั่นแหละผมจึงได้มีแรงแล้วรีบวิ่งเข้าไปหาหมอกอย่างร้อนรน

“หมอก! นายเป็นอะไร!” ผมถามด้วยความเป็นห่วงแล้วจะประคองหมอกให้ลุกขึ้น แต่หมอกก็ปัดมือผมทิ้งแล้วพยายามประคองตัวลุกขึ้นเอง

“ไม่ต้องมายุ่งกับผม!”

“แต่เรื่องนี้ฉันไม่ยุ่งไม่ได้!”

“อย่าทำให้ผมรู้สึกเกลียดคุณไปมากกว่านี้ได้มั้ยคุณธาร!” ประโยคนั้นทำให้ผมถึงกับตัวแข็งค้าง คำว่าเกลียดจากหมอกมีอิทธิพลกับร่างกายและหัวใจของผมมากมายจริงๆ เพราะงั้นผมจึงได้ยืนอยู่นิ่งๆ แบบนั้น จนกระทั่งผ่านไปสักพักอาการปวดศีรษะของหมอกก็จางหาย สีหน้าและอาการของหมอกดีขึ้นจนสามารถลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเอง

“นายโอเครึยังหมอก ถ้ายังจะให้ฉันพานายไปโรงพยาบาล...”

“ไม่ใช่เรื่องของคุณ” หมอกพูดตัดบทแล้วรีบก้าวเท้าเดินออกจากห้องไปทันที ผมที่เห็นอย่างนี้เลยรีบวิ่งตามออกไป แต่ก็ถูกพนักงานของร้านเข้ามาขวางเอาไว้เพราะว่าผมยังไม่ได้จ่ายค่าห้องและค่าอาหาร ซึ่งกว่าจะออกมาได้หมอกก็หายตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

มันจบแล้วสินะ...

ความรักของผมกับหมอกมันได้จบลงไปแล้ว...

ผมปล่อยให้หมอกจากไปโดยที่ไม่สามารถฉุดรั้งเอาไว้ได้เลย...

“จะให้จบแบบนี้จริงๆ หรอ?” ผมถามตัวเองในใจ แต่รู้สึกจะถามดังไปหน่อยจนเสียงมันดังออกมาข้างนอก ยังดีที่ตรงนี้ไม่มีใคร ไม่งั้นผมคงถูกหาว่าบ้าแน่ๆ คนสติดีที่ไหนจะมายืนร้องไห้แถมยังพูดคนเดียวได้แบบนี้

ผมพยายามข่มความเศร้าเอาไว้แล้วปาดน้ำตาออกไปช้าๆ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาร้องไห้คร่ำครวญ ผมควรจะตามหาหมอกเพื่อง้อและปรับความเข้าใจกัน ถึงแม้ผมจะไม่มั่นใจก็เถอะว่าหมอกจะยอมให้อภัยผมมั้ย แต่ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าหมอกมี 2 บุคลิกก็แสดงว่าผมไม่ได้นอกใจ เพราะงั้นผมต้องไปเค้นถามจากคนที่น่าจะรู้เรื่องซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน...หมอเจ!

               ผมรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ไอ้หมอเจ้าเล่ห์แล้วโทรหา แต่ไม่ว่าจะโทรไปเท่าไหร่ไอ้หมอบ้านั่นก็ไม่ยอมรับสาย ซึ่งก็เป็นมาตลอดตั้งแต่วันที่ให้นามบัตรผมมาแล้ว ถ้าจะไม่รับตั้งแต่แรกแล้วจะให้เบอร์ผมมาเพื่อ!

               แต่ก็เอาเถอะ ไม่รับสายแล้วไง ผมบุกไปหาถึงโรงพยาบาลซะก็สิ้นเรื่อง!

               พอคิดได้แบบนั้น ผมก็รีบเดินไปขึ้นรถเพื่อขับไปยังโรงพยาบาลที่หมอเจทำงานอยู่ทันที โดยที่ผมก็ไม่ลืมมองไปรอบๆ เพื่อหาหมอก เพราะคิดว่ายังคงไปไหนได้ไม่ไกล แต่ผมกลับพบใครคนหนึ่งกำลังยืนรอรถเมล์ที่ป้ายอยู่

“ให้พี่ไปส่งมั้ยเต๋า” ผมเปิดกระจกลงหลังจากที่จอดรถตรงหน้าเต๋า เพื่อนสนิทของหมอกที่เห็นว่าเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ม.ต้น

               “เอ่อ...ไม่เป็นไรครับพี่ธาร ผมเกรงใจ”

               “ขึ้นมาเถอะ พี่มีเรื่องของหมอกอยากจะถามเต๋าพอดี” ผมคิดว่าจะใช้จังหวะนี้ถามเรื่องในอดีตของหมอกดู ซึ่งพอผมพูดแบบนี้เต๋าก็ลังเลอยู่แป๊บหนึ่ง แต่ก็ตัดสินใจเปิดประตูขึ้นมานั่งยังเบาะหน้าข้างๆ ผม

               “ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์จะไปส่งผม ว่าแต่ไอ้หมอกล่ะครับ ไม่ได้มาด้วยกันหรอ” ผมรู้สึกหน่วงขึ้นมาทันทีกับคำถามของเต๋า แต่ผมก็พยายามปั้นสีหน้าแล้วยิ้มออกมาบางๆ ราวกับว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

               “พอดีพี่จะไปทำธุระต่อน่ะเลยแยกกลับกับหมอก”

               “อ้าว แล้วอย่างนี้พี่ธารจะไปทำธุระทันหรอครับถ้าต้องไปส่งผม”

               “มันก็ไม่ใช่ธุระที่เร่งด่วนเท่าไหร่หรอก พี่มีเรื่องเร่งด่วนอยากจะถามเต๋ามากกว่า ตั้งแต่ที่รู้จักกับหมอกมา หมอกเคยมีอาการโมโหเกรี้ยวกราดอย่างวันนี้มั้ย หรือว่าเคยมีพฤติกรรมที่แปลกไปเหมือนไม่ใช่คนเดิมรึเปล่า” พอผมถามแบบนี้เต๋าก็นิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ซึ่งก็คิดอยู่เป็นนาทีกว่าจะเอ่ยปากตอบคำถามของผม

               “อาการโมโหแบบนี้ไอ้หมอกไม่เคยเป็นหรอกครับ แต่ผมรู้สึกว่ามันเป็นคนเก็บกดยังไงไม่รู้ พี่ธารเคยสงสัยใช่มั้ยล่ะครับว่าทำไมไอ้หมอกหน้าตาก็ดีแต่ไม่เคยมีแฟน คือจริงๆ คนชอบมันเยอะนะ แต่ไม่อยากเข้าหาเพราะที่บ้านมันต่างหาก” ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่า ความคิดของพฤกษ์กับเพลิงถูกต้องจริงๆ ด้วย

               “ที่บ้านของหมอกมันทำไมหรอเต๋า”

               “ถามแบบนี้แสดงว่าพี่ธารยังไม่เคยเจอพ่อกับแม่ไอ้หมอกสินะครับ”

               “อืม หมอกแทบไม่เคยเล่าเรื่องที่บ้านให้พี่ฟังเลย บอกแค่ว่าพ่อกับแม่รับราชการ”

               “ก็ไม่แปลกหรอกครับที่มันไม่เล่าให้ฟัง คือพ่อแม่ของมันเข้มงวดมาก ทุกอย่างในชีวิตต้องเดินตามกรอบที่ถูกวางเอาไว้ คือผมก็พยายามเข้าใจนะว่ามันเป็นลูกคนเดียวเลยถูกคาดหวังมาก แต่รุ่นเกรดตกไปศูนย์จุดกว่าๆ ไม่ถึง 1 เลยด้วยซ้ำยังถูกด่ายับเหมือนสอบตกนี่ก็เกินไป”

พอได้ยินแบบนี้ผมก็มั่นใจแล้วแหละว่าหมอกต้องมีสองบุคลิกแน่นอน ส่วนสาเหตุน่าจะเป็นเพราะความเครียดและเก็บกดจากที่บ้านที่เข้มงวดมากเกินไป จนถึงจุดที่ทนไม่ไหวสมองจึงได้สร้างเมฆขึ้นมาล่ะมั้ง ซึ่งมันก็สอดคล้องกับอาการหมดสติของหมอกที่เกิดขึ้นบ่อยๆ พอดี

หลังจากนั้นผมก็คุยกับเต๋าเรื่องของหมอกต่ออีกนิดหน่อย ซึ่งก็ทำให้ผมยิ่งมั่นใจเรื่องที่หมอกมี 2 บุคลิกมากขึ้น เพราะงั้นหลังจากไปส่งเต๋าที่บ้านผมก็พยายามโทรหาหมอก เพื่อที่จะพูดคุยและปรับความเข้าใจว่าผมไม่ได้นอกใจอย่างที่คิด หมอกกับเมฆเป็นคนเดียวกัน ดังนั้นถ้าหากผมจะชอบทั้งคู่มันก็ไม่ผิดไม่ใช่รึไง แต่หมอกกลับไม่รับสายแถมยังปิดเครื่องใส่ผมอีกต่างหาก

“เฮ้อออออออ” ผมถอนหายใจออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม พอหมอกได้โมโหก็เกรี้ยวกราดและอารมณ์ร้ายจนไม่ฟังใครเลย แต่ถึงอย่างนั้นผมก็เข้าใจความรู้สึกของหมอกนะ ถูกคนที่รักหักหลังทั้งที่เราปกป้องแทบตาย ถ้าหากกลับกันเป็นผมที่โดนแบบนั้น ผมคงวีนแตกและหัวร้อนมากกว่าหมอกไม่รู้กี่เท่าแน่ๆ

พอติดต่อหมอกไม่ได้ ผมเลยแวะไปดูที่หอว่าหมอกกลับมารึยัง แต่หมอกก็ยังไม่กลับเพราะภายในยังคงอยู่สภาพเดิมก่อนที่เราสองคนจะออกมา ดังนั้นผมจึงได้มุ่งหน้าไปยังสถานที่แรกที่ผมตั้งใจจะไป นั่นก็คือโรงพยาบาลที่หมอเจทำงานอยู่

“สวัสดีครับ ผมธาราเป็นเพื่อนหมอจิณณวัตร ไม่ทราบว่าผมจะไปพบตามนัดได้ที่ห้องไหน พอดีว่าหมอปิดเครื่องไว้ผมเลยติดต่อไม่ได้น่ะครับ” ผมตรงเข้าไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาล โดยพูดโกหกให้แนบเนียนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเป็นธรรมชาติ แถมยังสร้างความเชื่อถือด้วยการหันหน้าจอโทรศัพท์ที่กำลังโทรออกเบอร์ของหมอเจให้ดูอีกด้วย

“คุณหมอจิณณวัตรตอนนี้อยู่ที่ห้องพักแพทย์ค่ะ แต่รู้สึกว่าตอนนี้คุณหมอกำลังมีแขกนะคะ”

“อ๋อ นั่นคนรู้จักผมเอง หมอนัดผมกับเขาพร้อมกันแต่เราแยกกันมาน่ะ” ผมพูดโกหกอีกครั้ง ถึงจะรู้ว่าเข้าพบตอนนี้มันไร้มารยาท แต่ยังไงผมก็ต้องคุยกับหมอเจวันนี้ให้ได้

“ถ้าอย่างนั้นก็เดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายที่สองนะคะ ห้องจะอยู่ทางขวามือค่ะ” พยาบาลสาวผายมือบอกทางให้ผมอย่างง่ายดาย คงเพราะเชื่อถือจากการพูดจาและลักษณะท่าทางที่ไม่มีพิษมีภัยของผมล่ะมั้ง

“ขอบคุณมากครับ” ผมยิ้มรับแล้วโค้งน้อยๆ จากนั้นก็เดินไปตามทางที่พยาบาลสาวบอก จนกระทั่งถึงห้องที่ติดป้ายเอาไว้ว่าห้องพักแพทย์

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ใครครับ” เสียงของหมอเจถามขึ้นเมื่อผมผมเคาะประตูห้อง แต่ผมไม่ยอมตอบหมอเจเลยออกมาเปิดประตูด้วยความสงสัย ซึ่งพอเห็นหน้าผมเท่านั้นแหละใบหน้าหล่อๆ ก็แสดงอาการตกใจอย่างปิดไม่มิด

“ผมธารเอง ตอนนี้หมอกำลังคุยกับใครอยู่รึเปล่า” ผมลอบมองเข้าไปในห้อง แต่ก็ปรากฏว่าไม่เห็นมีใครอยู่เลย บางทีแขกของหมอเจที่พยาบาลสาวบอกอาจจะกลับไปแล้วล่ะมั้ง

“เอ่อ...เปล่า ผมอยู่คนเดียว” หมอเจพูดอย่างตะกุกตะกัก คงคิดไม่ถึงล่ะสิว่าผมจะบุกมาหาถึงได้ตกใจขนาดนี้

“ก็ดีเพราะผมมีธุระที่สำคัญมากจะคุยกับหมอ” ผมพูดจบก็เบี่ยงตัวเข้าไปในห้อง โดยที่หมอเจยังไม่ได้เอ่ยปากอนุญาตเลยแม้แต่น้อย

“ผมยังไม่ได้เชิญธารเลยนะ” หมอเจพูดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แสดงท่าทีต้องการไล่ผมออกไป แถมยังปิดประตูและล็อกห้องอย่างเรียบร้อยอีกต่างหาก

“ไม่เป็นไรผมเชิญตัวเองแล้ว แล้วหมอก็ไม่ต้องหาเรื่องบ่ายเบี่ยงด้วย ยังไงวันนี้ผมก็ต้องคุยกับหมอให้ได้” ผมยิ้มที่มุมปาก จากนั้นก็เดินไปนั่งยังโซฟาที่อยู่ใกล้ๆ หมอเจที่เห็นอย่างนั้นเลยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินมานั่งยังโซฟาอีกตัวที่อยู่ตรงหน้าผมอย่างช่วยไม่ได้

“เอาล่ะ ธารมีเรื่องอะไรจะคุยก็ว่ามา”

“ผมรู้แล้วว่าหมอกกับเมฆคือคนเดียวกัน หมอกมีสองบุคลิกใช่มั้ยหมอเจ” คำถามของผมไม่ได้ทำให้หมอเจแสดงอาการตกใจมากขึ้นแต่อย่างใด มิหนำซ้ำท่าทางของหมอเจยังกลับมาผ่อนคลาย สายตามีแววเจ้าเล่ห์อีกครั้งทั้งที่ใบหน้ากำลังเปื้อนยิ้มอย่างอ่อนโยน

               “ดูท่าทางธารจะมั่นใจมากเลยสินะเรื่องที่หมอกมีสองบุคลิก”

               “ใช่ ผมมั่นใจมาก แต่ตอนนี้ผมติดต่อหมอกไม่ได้ คือหมอกโกรธมากคิดว่าผมนอกใจเลยขอเลิกกับผม”

               “ธารเลยอยากให้ผมช่วยตามหมอกมา เพราะอยากอธิบายเรื่องเมฆให้กระจ่างสินะ” ฉลาดและเข้าใจอะไรง่ายๆ แบบนี้สมแล้วที่เป็นหมอ

               “ใช่ หมอพอจะช่วยผมได้มั้ย” หมอเจไม่ตอบอะไร แต่สายตากลับมองเลยไปยังด้านหลังของผม ด้วยความสงสัยผมเลยว่าจะหันหลังกลับไปมอง แต่หมอเจก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังประตูห้องซะก่อน ผมเลยตกใจคิดว่าหมอเจจะชิ่งเลยรีบวิ่งเข้าไปหา

               “หมอจะไปไหน! มาคุยกับผมให้รู้เรื่องก่อนนะ!”

               “ธารคุยกับคนที่อยู่ข้างหลังเถอะ เขาน่าจะตอบธารได้ดีกว่าผม” เท่านั้นแหละผมก็รีบหันหลังกลับไปทันที ก่อนจะพบว่าตอนนี้ หมอก...ไม่สิ น่าจะเป็นเมฆ กำลังยืนกอดอกพิงประตูห้องน้ำอยู่ มิน่าล่ะตอนนั้นสีหน้าของหมอเจจึงดูตกใจผิดปกติเมื่อเห็นผมมา แต่ผมกลับไม่ได้เอะใจทั้งที่พยาบาลสาวก็บอกแล้วว่าหมอเจกำลังมีแขก

               “คุยกันไปแล้วกัน ผมไปตรวจคนไข้เสร็จแล้วจะกลับมา เดี๋ยวจะห้อยป้ายห้ามเข้าเอาไว้ด้วย” หมอเจพูดจบก็ออกจากห้องไป ส่งผลให้ตอนนี้ภายในห้องเหลือเพียงแค่ผมกับเมฆแค่สองคนเท่านั้น

               “ถ้าอยู่ตั้งแต่แรกก็ไม่เห็นต้องหลบเลยนี่นา” ผมพูดยิ้มๆ แต่สีหน้าของเมฆกลับเรียบเฉย ในแววตามีความเคร่งเครียดและจริงจังอยู่ในนั้น

               “ธาร เราสองคนมีเรื่องต้องคุยกัน” เมฆพูดจบก็เดินมานั่งยังโซฟาตัวที่หมอเจเคยนั่ง ผมสังเกตว่าเสื้อผ้าของเมฆที่กำลังใส่อยู่ ต่างจากของหมอกที่ใส่วันนี้อย่างสิ้นเชิง

               “นายมีเรื่องอะไรจะพูดกับฉัน แล้วทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วย ฉันรู้สึกใจคอไม่ดีเลยนะเมฆ” ผมพูดขึ้นหลังจากที่กลับไปนั่งยังโซฟาตัวเดิม ตอนนี้ผมรู้สึกสังหรณ์ใจอะไรบางอย่าง แต่ผมก็พยายามปั้นยิ้มและหลอกตัวเองว่าคงไม่มีอะไร ผมแค่คิดมากไปเท่านั้น

               “คุณอยากรู้ใช่มั้ยว่าผมกับหมอกเราเป็นอะไรกัน”

               “ใช่ ฉันอยากรู้”

               “ถ้างั้นผมจะบอกให้ก็ได้ ผมกับหมอกเราเป็นฝาแฝดกัน แต่ถูกแยกกันตั้งแต่เกิดหมอกเลยไม่รู้ว่ามีผมเป็นน้อง”

               “วะ...ว่าไงนะ!” สิ่งที่ได้ยินทำเอาผมอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

นี่ผมฟังผิดไปใช่มั้ย ถ้าหมอกกับเมฆไม่ใช่คนเดียวกัน งั้นผมก็นอกใจหมอกจริงๆ น่ะสิ!

               “ทำหน้าแบบนี้ นี่คุณจะคิดว่าหมอกมีสองบุคลิกจริงๆ น่ะหรอ”

               “กะ...ก็ใช่น่ะสิ! นายกับหมอกไม่เคยปรากฏตัวพร้อมกันเลยนี่นา ไหนจะเรื่องปมที่บ้านอีก ฉันเลยคิดว่านายจะเก็บกดจนสร้างอีกบุคลิกขึ้นมา ข้อมูลทุกอย่างมันชี้ไปที่สองบุคลิกชัดๆ!”

               “เพ้อเจ้อ” คำพูดและสีหน้าที่ราวกับว่าความคิดของผมไร้สาระเสียเต็มประดานั้นทำให้ผมชักยั้วะ

               “นายจะมาว่าฉันแบบนี้ไม่ได้นะ! ก็นายทำตัวลึกลับแถมยังไม่เคยบอกอะไรฉันเลยนี่นา!”

               “นั่นก็เป็นเพราะว่าผมไม่อยากเกี่ยวข้องกับใคร ผมไม่เคยมีตัวตนที่ประเทศนี้อยู่แล้ว ทำไมผมต้องสร้างความผูกพันกับใครในเมื่อสุดท้ายผมก็ต้องกลับไปอยู่ดี” คำพูดของเมฆทำให้ผมชะงักจนแทบหยุดหายใจ อารมณ์หัวร้อนของผมเมื่อกี้เปลี่ยนเป็นรู้สึกเหมือนถูกบีบที่หัวใจทันที

               “หมายความว่ายังไง” ผมพยายามเค้นเสียงพูดออกไปให้เหมือนปกติมากที่สุด แม้ว่ามันจะยากแค่ไหนก็ตาม

               “พรุ่งนี้ผมต้องกลับอเมริกา ความจริงผมต้องกลับตั้งนานแล้วล่ะเพราะสัญญากับป้าเอาไว้ แต่ผมก็พยายามยื้อเวลาออกไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ที่เจอคุณ คุณทำให้ตารางชีวิตของผมวุ่นวายไปหมด แต่คุณรู้ไหมเวลาที่ผมอยู่กับคุณผมมีความสุขมากจริงๆ ผมอยากเป็นคนที่ได้ครอบครองคุณเอาไว้ แต่ผมทำเรื่องที่เห็นแก่ตัวแบบนั้นไม่ได้ ถึงผมจะไม่อยู่แล้วแต่คุณรู้เอาไว้นะว่าผมรักคุณจริงๆ” เมฆมองตรงเข้ามาในดวงตาของผม สายตานั้นแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักผมมากแค่ไหน ทุกคำพูดของเมฆทำให้ผมรู้สึกตื้นตันและสุขล้นในหัวใจ แต่ในขณะเดียวกันผมก็รู้สึกรวดร้าวและเจ็บปวดเหลือเกิน

               “นายจะทิ้งฉันอีกคนหรอเมฆ” ตอนนี้ผมแทบมองไม่เห็นใบหน้าของเมฆอีกแล้ว เพราะน้ำตาได้รื้นขึ้นมาจนเต็มขอบตาของผมไปหมด ก่อนที่มันจะล้นทะลักออกมาเมื่อได้ยินเมฆพูดขึ้นว่า...

               “ผมขอโทษ แต่เราเลิกกันเถอะนะธาร” สิ้นเสียงนั้นก็ราวกับว่าหัวใจของผมได้หยุดเต้นลง วันนี้ความรู้สึกนี้ได้มาเยือนผมเป็นครั้งที่สอง ผมถูกหมอกกับเมฆบอกเลิกในวันเดียวกัน ตอนนี้หัวใจของผมได้พังทลายลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

               “ลาก่อนนะธาร หวังว่าเราคงจะไม่ได้เจอกันอีก” เมฆพูดจบก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องไปทันที ไม่มีแม้แต่อ้อมกอดหรือจูบลาเป็นครั้งสุดท้าย ภายในห้องเหลือเพียงแค่ผมที่นั่งร้องไห้ราวกับจะขาดใจ ชีวิตของผมมันได้ตายลงไปแล้วตั้งแต่วินาทีนี้

               นี่สินะบทลงโทษของคนสองใจ...

สุดท้ายแล้วผมก็ไม่เหลือใครเลยแม้แต่คนเดียว...

               2BC

สวัสดีค่ะทุกคน (ปาดน้ำตาที่ไหลลงมาเป็นสายน้ำ) Erotic ตอนที่ 9 สุดท้ายก็ไม่เหลือใครได้จบลงไปเรียบร้อยแล้วนะคะ ดราม่าทั้งตอนเลยตอนนี้ ครึ่งแรกหมอก็บอกเลิกพี่ธาร ครึ่งหลังพี่ธารยังมาถูกเมฆบอกเลิกซ้ำอีก ฮืออออออ นี่มันอัลไลกันนนนนน

ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าระหว่างพี่ธาร หมอก และเมฆ ใครจะน่าสงสารที่สุด หลังจากนี้ไปเรื่องราวจะดำเนินไปแบบไหน ใครคือพระเอกของเรื่องกันแน่ หรือท้ายที่สุดแล้วพี่ธารจะไม่ได้กับเลยใครสักคน คนสองใจสมควรที่จะมีความสุขกับใครสักคนหรือไม่ ยังไงก็มาลุ้นตอนต่อไปกันนะคะ บ๊ายบายยยยย ปล.ตอนนี้ทีมสองบุคลิกเป็นยังไงกันบ้าง เมฆเฉลยว่าเป็นฝาแฝดกับหมอกแล้วน้า เพราะงั้นสลายตัวกันได้แล้ว อิอิ ​(21 พ.ย. 60)

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/48456/584810482-member.jpg

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}