อักษรามณี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เจ้าสาวสิบแปด 2

ชื่อตอน : เจ้าสาวสิบแปด 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2560 20:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เจ้าสาวสิบแปด 2
แบบอักษร

เสียงนั้นดุดันไม่พอแต่เขายังแสดงความหยาบร้ายด้วยการดึงมือหญิงสาวให้เธอลงจากรถและเดินตามเข้าไปในตึกสูงหกสิบชั้น ลิฟท์ความเร็วสูงพาชายหนุ่มและหญิงสาวขึ้นไปถึงชั้นที่หกสิบซึ่งเมื่อประตูลิฟท์เปิดออกลลิลจึงเห็นว่าที่นั่นเป็นชั้นดาดฟ้าเปิดโล่งแต่มีสระว่ายน้ำและเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน พัลเลเดียมปล่อยมือหญิงสาวและก้าวฉับ ๆ ไปหยุดที่ริมสระขณะล้วงมือในกระเป๋ากางเกงทั้งสอง ท่าทีของเขายังสง่างามและลลิลรู้ว่าปกติเขาเป็นคนไม่พูดมาก ร่างสูงใหญ่เหลียวมองไปรอบ ๆ ก่อนหันกลับมายังหญิงสาวที่ยืนมองสถานที่แห่งใหม่ซึ่งจะเป็นที่อยู่ของเธอนับจากนี้ไปอีกนานเท่าใดมิรู้ได้ ขณะนั้นเองเขาก็สืบเท้าเข้ามาหยุดตรงหน้าร่างเล็กที่ช้อนตามองเขาด้วยแววหวั่นหวาด

“เพนท์เฮ้าส์ของแพตมีสี่ชั้น และนี่คือชั้นบนสุด ห้องนอนของเธออยู่ชั้นล่างถัดจากดาดฟ้านี่”

“ค่ะ”

“ที่นี่มีจูลี่ เป็นแม่บ้านที่คอยดูแลเพียงคนเดียวทั้งสี่ชั้น ถ้าแพตไม่เป็นอะไรไปเสียก่อนก็คงอีกนานกว่าจะได้กลับมาอยู่ที่นี่อีก”

“อาพีทคะ...ลิลอยากไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาลค่ะ”

“เธอไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้นถ้าฉันไม่อนุญาต!”

เขากล่าวดุดันพร้อมทั้งจับไหล่บางและดึงร่างน้อยเข้าหา ลลิลห่อตัวเหมือนลูกนกสั่นเทา เธอทั้งเหน็บหนาวและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน มันเป็นความรู้สึกของสาววัยสิบแปดยามได้อยู่ชิดใกล้ชายในฝันแม้เขาอายุห่างกับเธอนับสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่เธอแนบชิดกับตัวเขา อกกว้างนั้นอุ่นนักแม้ว่าพัลเลเดียมจะแสดงออกว่าเกลียดชังเธอมากขนาดไหนแต่ทุกคราที่อยู่ใกล้ก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะทุกครั้ง ชายหนุ่มหยัดยิ้มเมื่อรู้สึกได้ถึงอาการสั่นของร่างเล็ก เขาก้มหน้าลงไปใกล้ หัวใจของเขาตอนนี้ราวถูกเพลิงร้อนของความพยาบาทผลาญ หากทว่าเสี้ยวหนึ่งของสำนึกคือความรำลึกที่ฝังแน่น มันผุดพรายขึ้นมาจากใต้บึ้งก่อนที่เขาจะกดมันลงไปจนลึกและไม่ปรารถนาหยั่งได้ถึง พัลเลเดียมเตือนตัวเองอีกครั้งว่าอิศราทำอะไรกับพี่สาวของเขาบ้างก่อนเขาปล่อยให้เธอเป็นอิสระ

“เธอเป็นเมียของฉันแล้วนี่นะ แต่จะบอกให้ว่าฉันไม่ได้อยากแตะต้องตัวเธอนักหรอก หึ! ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าก่อนหน้านี้เธอเคยเสียตัวให้ผู้ชายคนไหนไปแล้วบ้าง”

“ผู้ชายคนไหน...”

ลลิลทวนคำพูดเสียดแทงนั้นขณะเงยหน้าจ้องเขาด้วยแววตาเจ็บปวด หญิงสาวเม้มปากแน่น

“ทำไมอาพีทคิดแบบนั้นล่ะคะ”

เขายักไหล่และส่งเสียงในลำคอทั้งเลิกคิ้วเหยียดปากอย่างหยามหยัน

“หึ!...ผู้หญิงเดี๋ยวนี้รักษาพรหมจรรย์ของตัวเองไว้ได้ถึงอายุสิบแปดก็วิเศษแล้ว ลาริมาร์...อย่างเธอนี่ ไอ้เยื่อใยอย่างว่ามันอาจจะฉีกขาดไปแล้วตั้งแต่ตอนเธอยังไม่สิบห้าเลยกระมัง”

เผียะ!!

เสียงฝ่ามือบางตวัดลงบนใบหน้าคร้ามคมเต็มแรงทว่าคนที่ตระหนกกลับเป็นเจ้าของมือเรียวเล็กที่ไม่อาจสร้างแรงกระเทือนใด ๆ ต่อใบหน้าหล่อเหลานั้นได้เลยสักนิด พัลเลเดียมดูราวไม่สะทกสะท้านแต่ดวงตาสีน้ำตาลอมเทาขุ่นคลั่กขึ้นมาในบัดดล ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบแก้มเบา ๆ และขบกรามดังกรอด

“ลาริมาร์...เธอกล้าตบฉันงั้นหรือ เธอคิดว่าเธอทำอะไรลงไป!”

“เมื่อก่อนลิลคิดว่าอาพีทเป็นผู้ชายที่น่านับถือและให้เกียรติผู้หญิง แต่ตอนนี้อาพีทไม่ได้เป็นอย่างที่ลิลคิดเลย”

“ฉันให้เกียรติผู้หญิงเสมอ แต่คงไม่จำเป็นต้องให้เกียรติลูกของผู้ชายชั่ว ๆ อย่างพ่อเธอ สายเลือดมันก็คือสายเลือดถ้ามันจะชั่วมันก็ชั่วทั้งโคตร!”

“อาพีท!”

ลลิลกรีดร้องและกำหมัดทุบถองลงบนหน้าอกของชายหนุ่ม พัลเลเดียมโกรธจัดกับการตอบโต้ของหญิงสาว เขาคว้าข้อมือทั้งสองของเธอไว้แล้วรวบมันกับอกก่อนกระหวัดแขนแกร่งรวบตัวเธอเข้ามาปะทะอกกว้างแล้วก้มหน้าลงไปหาใบหน้าสวยหวานที่เปื้อนเปรอะด้วยหยาดน้ำตา ร่างเล็กนิ่วหน้าเบิกตาค้างเมื่อถูกรุกรานจากความกักขฬะของชายหนุ่มที่บดขยี้ริมฝีปากของเขาบนกลีบปากนุ่มอย่างไม่ปราณี

“อื๊อ!...อื๊อ!”

เสียงดังในลำคอไม่อาจหยุดความดิบห่ามของพัลเลเดียมได้แม้แต่น้อย และยิ่งขัดขืนเขาก็ยิ่งรัดรึงตัวเธอไว้ในอ้อมกอดที่หญิงสาวเคยปรารถนาหากทว่าบัดนี้มันเหมือนโซ่เหล็กแข็งกระด้างพันธนาการเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก เขาบดเบียดริมฝีปากหยักหนาบนปากนุ่มที่ปิดสนิท ร่างสูงใหญ่พยายามดันลิ้นเข้าไปในกลีบปากที่ต่อต้านเขาด้วยการไม่ยอมเปิดปากง่าย ๆ ยิ่งเธอดื้อรั้นเขาก็ยิ่งบีบรัดวงแขนแกร่งราวคีมเหล็กบีบคั้นร่างเล็กมากขึ้นทุกที

“อาพีท!”

ลลิลร้องออกมาและทำให้พัลเลเดียมเริ่มตั้งสติได้ เขาเลื่อนใบหน้าออกและเห็นว่าปากจิ้มลิ้มที่ไม่ยอมเปิดให้เขาจ้วงลิ้นเข้าไปเป็นรอยบวมช้ำทั้งสีหน้าของเธอก็ตกใจเหมือนทั้งชีวิตไม่เคยพานพบกับการ จูบ เช่นนี้ ความรู้สึกของชายหนุ่มดิ่งลงต่ำอีกครั้งเมื่อเห็นน้ำตาหยดลงบนแก้มของหญิงสาว เขารีบคุมสติทั้งที่พยายามเตือนตัวเองมาก่อนหน้านี้ว่าอย่าพึ่งแตะต้องเด็กสาวแรกรุ่นที่เขาหยามเหยียดเกลียดชังแต่ก็พลั้งทำไปจนได้

“มารยา!”

เขาผลักร่างบอบบางออกห่าง ลลิลไม่ยอมให้เขาล่วงล้ำริมฝีปากสีชมพูเข้มของเธอทว่ากลับมีบางอย่างติดอยู่ที่ริมฝีปากของเขา มันเป็นรสชาติหวานหอมเหมือนลูกสตรอวเบอร์รี่เล็ก ๆ ที่เขาชอบกินมันอาจเป็นกลิ่นของลิปกลอสกระมังแต่ก็ช่างเย้ายวนและทำให้สติเขาพร่ามัวไปชั่วขณะ ชายหนุ่มแสร้งแตะปากตัวเองด้วยปลายนิ้วและมองเธอด้วยสายตาดูแคลน

“แค่จูบผู้ชายก็ยังทำไม่เป็น...หรือว่านี่แค่แผนกลบเกลื่อนว่าเธอเองก็เคยผ่านเรื่องแบบนี้มาก่อน”

“ที่จริงอาพีทไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้”

ลลิลเอ่ยขึ้นเสียงเครือปนหอบ น้ำรื้นบนดวงตาไม่เคยเหือดแห้งนับแต่รู้เรื่องขอบิดาและพี่สาวของพัลเลเดียม

 “ถ้าอาพีทโกรธมากขนาดนี้ก็จับลิลเข้าคุกเถอะค่ะ หรือจะให้ลิลทำอะไรก็ได้แต่ขอให้ปล่อยคุณพ่อไป”

“มันจะไม่ง่ายไปหน่อยหรือ” เขาแย้งเสียงเข้มและแค่นหัวเราะในลำคอ “มีอะไรอีกตั้งหลายอย่างที่ฉันยังไม่ได้คาดคั้นจากปากของอิศรา ไม่ใช่แค่เรื่องของแพตแต่ยังปัญหาการเงินที่เขาสร้างไว้กับบริษัทที่ฉันยังไม่รู้ แต่จากการตรวจสอบคร่าว ๆ เขาทำความเสียหายกับระบบบัญชีกว่าร้อยล้านดอลล่าห์ เธอบอกว่าทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือลาริมาร์ อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าฉันจะให้เธอชดใช้ค่าเสียหายกับล็อค ซายน์ แฟรคซิทรอนเธอจะมีปัญญาชดใช้มันได้หมดรึเปล่า!”

ร่างแน่งน้อยถึงกับอึ้งและเงียบไป เธอไม่คิดมาก่อนว่าต้องเจอกับปัญหาใหญ่ที่ตัวเองไม่ได้ก่อแต่ต้องมารับรู้อย่างไม่อาจเลี่ยง เพียงแค่ตัวเลขความเสียหายที่พัลเลเดียมเอ่ยมาก็ทำให้หญิงสาวหน้าซีดคอตก แล้วยังมีปัญหาระหว่างอิศรากับพี่สาวของเขาแทรกเข้ามาอีกก็ราวกับว่าเธอกำลังยืนอยู่ในเขาวงกตที่ไม่มีวันหาทางออกได้พบตลอดชีวิต

“คืนนี้ฉันจะกลับไปนอนที่ห้องชุดของฉัน จำไว้ว่าฉันจะมาที่นี่เวลาที่อยากมา”

เขากล่าวขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ลลิลยืนนิ่งรับฟังเหมือนรูปปั้นไร้ชีวิต พัลเลเดียมเหลียวมองไปบนท้องฟ้าที่แสงเย็นตาของอัสดงอาบลงบนยอดตึกสูง

“และมีกฎอีกข้อที่เธอต้องจำเอาไว้ ฉันอยากจะพาใครมาที่นี่ก็ได้และเธอไม่มีสิทธิ์ใช้ความเป็นเมียตามกฎหมายเรียกร้องหรือคัดค้าน!”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น