ลูกตุ้มเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บ้านสวนร่มเย็น

ชื่อตอน : บ้านสวนร่มเย็น

คำค้น : เกี่ยวรักมาร้อยใจ, เจ้าชายไอที, แก๊งกาแฟ, คาลาเมลมัคคิอาโต้, ลูกตุ้มเงิน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 146

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2560 15:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บ้านสวนร่มเย็น
แบบอักษร

​            “กูเนี่ยนะ ดีเกินไป?” คีรีมองหน้าสิบรถอย่างไม่อยากจะเชื่อหู และขอคำยืนยัน

            “เออ มึงนี่ล่ะ กูจะบอกให้นะโว้ย การที่มึงเข้าไปใกล้ชิดสนิทสนมให้ความช่วยเหลือน้อง ๆ นักศึกษา โดยเฉพาะผู้หญิงอย่างนั้นน่ะ เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เขาจะคิดว่ามึงมีใจให้เขา ทีนี้การพิทักษ์สิทธิ์ก็จะเกิดขึ้นโว้ย”

            “โอ้โห! ไอ้สิบรถ นี่มึงพูดเป็นการเป็นงาน มีเหตุมีผลกับเขาเป็นด้วยเหรอวะเนี่ย ไม่คิดว่าคนเรื่อยเปื่อยอย่างมึงก็มีหลักการกะเขาเหมือนกัน” ตรีวิทย์ทำหน้าอึ้งให้กับสิบรถที่วิเคราะห์ลักษณะของเพื่อนได้ดูดีมีสาระมาก

            “กูก็แค่ช่วยในสิ่งที่กูพอจะช่วยได้ นี่กูผิดเหรอวะ?” คีรีถึงกับต้องทบทวนการกระทำของตนเองกันเลยทีเดียว

            “มึงมีน้ำใจมันก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่บางทีมันก็เป็นการสร้างความหวังให้กับสาว ๆ ถูกอย่างที่ไอ้สิบรถมันว่า ถ้ามึงอยากจะช่วยคนที่เดือดร้อน ทำไมมึงไม่เป็นกลุ่มหรือว่าเป็นชมรมอะไรไปเลยวะ”  ปั้นจั่นเสนอทางออกให้กับเพื่อน ครูสก็เห็นด้วยจึงช่วยสนับสนุนด้วยอีกคน

            “เออ กูเห็นด้วยกับทางออกนี้ว่ะ ไอ้มินสก์..มึงก็ชวนคนที่คณะมึงสิ ตั้งเป็นชมรมหรือกลุ่มซ่อมคอมฯ ไปเลยไง ทีนี้ก็จะไม่มีสาวคนไหนมาเข้าใจมึงผิดอีก”

            “ก็ดีเหมือนกันว่ะ เดี๋ยวกูจะลองไปชวนเพื่อนที่คณะดู” คีรียิ้มออกเมื่อได้แนวความคิด และเห็นถึงประโยชน์อีกหนึ่งข้อของการมีเพื่อน หลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียวเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด

            “ปัญหาของไอ้มินสก์ก็มีทางออกแล้ว ทีนี้ก็มาปัญหาของมึงมั่งไอ้กัง กูได้ข่าวว่ามึงไปตามจิกน้องปุยฝ้ายซะเขากลัวเลยเหรอวะ มึงสองพี่น้องนี่มันมีอะไรพอดีกันบ้างวะ อีกคนตามจิกจนสาวหนี อีกคนก็หนีสาวที่มาตามจีบ ถ้าจับมึงสองคนมาปั่นรวมกัน กูว่ามันจะลงตัวกลมกล่อมพอดีเลยนะ” ตรีวิทย์เปลี่ยนเรื่องมาเป็นเรื่องของเพื่อนแฝดบ้าง

            “หึหึ ไอ้ต่อ..มึงนี่ก็การข่าวดีจังเลยนะ กูเห็นวัน ๆ อยู่แต่ในห้องเรียนกะร้านกาแฟ มึงมาแอบรู้เรื่องของกูตั้งแต่เมื่อไหร่วะ” กังหันถึงกับงุนงง เมื่อคนที่พูดถึงเรื่องของตนเองเป็นตรีวิทย์

            “มึงไม่รู้อะไร ไอ้ร้านกาแฟนี่ล่ะจุดรับข่าวของกูเลย มัวแต่ไปไล่จีบสาวอยู่จนไม่ค่อยมาทำหน้าที่พรีเซนเตอร์ไงมึงอ่ะ ถึงไม่รู้” ตรีวิทย์ตอบกลับแฝดผู้น้อง

            “แล้วข่าวที่ไอ้ต่อมันรู้มาถูกหรือเปล่าวะไอ้ลิงกัง” คีรีถามย้ำกังหันอย่างไม่ยอมให้เปลี่ยนเรื่อง

            “กูก็แค่เป็นห่วงอยากจะดูแล บ้านน้องเขาอยู่ไกลแถมเปลี่ยวอีกด้วย เดินทางไปกลับคนเดียวกูก็กลัวว่าจะเกิดอันตราย ก็เลยตามไปส่งเขาด้วยไง”

            “แต่เขาดันกลัวมึงมากกว่ากลัวโจรงั้นสิ”

            “ก็...เออ...ตามนั้น” กังหันถึงกับเสียงอ่อยเถียงไม่ออก เมื่อสิ่งที่ครูสพูดมานั้นเป็นความจริง

            “ฮ่าฮ่า ไอ้เวรกัง ทีกะตัวหลอกนี่มึงเก่งจังนะ พอเจอตัวจริงถึงกับไปไม่เป็นเลยหรือไง มึงอย่าไปเลียนแบบไอ้ครูสมันสิวะ” สิบรถหัวเราะเสียงดัง เมื่อเห็นท่าทีของเพื่อน ก่อนจะส่งเสียงกัดเพื่อนรักสองคนพร้อม ๆ กัน เหมือนยิงนกสองตัวด้วยกระสุนเพียงนัดเดียว

            “อ้าว! ไอ้คุณชายสิบรถ กูอยู่ของกูเฉย ๆ เลย มึงเอารถมาคว่ำที่กูทำไมเนี่ย” ครูสถึงกับหน้าเหวอต่อว่าสิบรถที่จู่ ๆ ก็มาแวะมาแขวะตนเองเข้าให้

            “ฮ่าฮ่า มึงสองคนอย่าเพิ่งชวนออกนอกเรื่องสิ ไอ้ลิงกัง มึงไม่ชวนน้องเขามาที่ร้านกาแฟละวะ พามากินกาแฟบ้าง พวกกูจะได้ช่วยเชียร์ให้ไง” คีรีเสนอทางช่วยเพื่อน

            “เดี๋ยวรอให้กูจีบน้องปุยฝ้ายให้ติดก่อนสิ ให้เขามีใจให้กูก่อน แล้วกูค่อยพามาให้พวกมึงตอกย้ำ ถ้าพามาตอนนี้ เดี๋ยวจะกลายเป็นเตะหมูเข้าปากหมาดิ”

            “อ้าว! ไอ้ห่ากัง อยู่ ๆ ด่าพวกกูเป็นหมาเฉย ไอ้ที่เลี้ยงไว้ในปากมึงน่ะ เอาออกมาบ้างดิ” ปั้นจั่นถึงกับร้อนตัว จับน้องชายฝาแฝดจะให้เปิดปากเอาหมาออกมา โดยเพื่อน ๆ ที่เหลือก็ช่วยรุมกังหันด้วยเช่นกัน

            วันรุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์ ปกติคีรีจะกลับบ้านสวนแต่เช้า เสาร์อาทิตย์ชายหนุ่มจะกลับไปอยู่กับคุณย่ารื่นที่บ้านสวนร่มเย็น วันนี้ก็เช่นกันชายหนุ่มลงมาจากห้องแต่เช้า แต่เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกชายหนุ่มก็ต้องแปลกใจ เมื่อพบว่ามีหญิงสาวท่าทางคับคล้ายคับคลามายืนอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ติดต่อสอบถาม

            “พลอยใส?” คีรีลองส่งเสียงเรียกอย่างไม่มั่นใจนัก เมื่อมองเห็นหญิงสาวจากด้านข้างเพียงเท่านั้น

            “ค่ะ พลอยใสเอง” หญิงสาวที่กำลังยืนเจรจากับเจ้าหน้าที่สาวของคอนโดหันมาส่งยิ้มสดใสจนตาปิดให้กับชายหนุ่มเจ้าของเสียงทัก

            “พลอยใสมีธุระอะไรกับพี่หรือเปล่าครับ ทำไมถึงมาที่นี่?” คีรีถามด้วยความรู้สึกแปลกใจ

            “พอดีว่าพลอยใสนัดกับเพื่อนไว้ที่มหา’ลัย ก็เลยแวะมาขอบคุณพี่มินสก์ที่เมื่อวานช่วยจัดการจับตัวคนฉีดน้ำใส่พลอยใสให้ แถมยังซื้อชุดสวย ๆ ให้อีกด้วยค่ะ” หญิงสาวเอ่ยตอบก่อนที่จะยื่นกล่องและถุงที่ถืออยู่ทั้งสองมือให้กับชายหนุ่ม “นี่ค่ะ..กล่องนี้ของพี่มินสก์ แล้วส่วนถุงนี้ของคุณย่าพี่มินสก์ค่ะ พี่มินสก์กำลังจะกลับไปหาคุณย่าใช่ไหมคะ พลอยใสขอฝากของไปให้ท่านด้วยนะคะ”

            “ไม่ต้องก็ได้นะครับพลอยใส ยุ่งยากเปล่า ๆ”

            “ไม่ยุ่งยากเลยค่ะ พลอยใสทำเองกับมือ พี่มินสก์รับไว้นะคะ น้า...นะ..นะ..” เด็กสาวทำตาปรอยส่งเสียงออดอ้อนชายหนุ่ม

            “ก็ได้ครับ แต่ต่อไปไม่ต้องลำบากเอาอะไรมาให้พี่แล้วนะ พี่ช่วยเพราะพี่ก็มีส่วนต้องรับผิดชอบด้วยเหมือนกัน” ชายหนุ่มยอมยื่นมือไปรับกล่องของขวัญและถุงพลาสติกจากมือหญิงสาวมาถือไว้

            “ค่ะ ก็ได้ค่ะ” พลอยใสตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม ดีใจที่ชายหนุ่มยอมรับของขวัญที่เธอตั้งใจทำมาให้

            “แล้วนี่เราจะไปมหา’ลัยใช่ไหม?”

            “ใช่ค่ะ”

            “ถ้าอย่างนั้นก็ไป เดี๋ยวพี่แวะไปส่ง” คีรีบอกพลอยใสเสร็จแล้วเดินนำออกไปที่รถ ขับไปส่งให้ถึงประตูรั้วมหาวิทยาลัย และจอดให้หญิงสาวลงตามที่เธอบอก แล้วจึงได้ขับตรงกลับไปยังบ้านสวนร่มเย็นที่จังหวัดนครปฐม

            บ้านไม้ผสมปูนหลังใหญ่สองชั้น ชั้นล่างเป็นปูน ชั้นบนเป็นไม้ สร้างได้สวยสง่าอยู่ในอาณาเขตของพื้นที่ร้อยกว่าไร่ มองไปทางไหนก็สบายตาด้วยสีเขียวจากต้นไม้ที่โอบล้อมตัวบ้านเอาไว้ สนามหญ้าสีเขียวมีเจ้าดำ สุนัขพันธุ์อัลเซเชียลตัวใหญ่ออกมายืนกระดิกหางต้อนรับรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูซีรี่ย์ห้าสีดำที่กำลังเคลื่อนเข้ามาภายในบ้าน

            โฮ่ง..โฮ่ง..งืดดด... เสียงจากเจ้าดำที่เห่าเรียกคนในรถดังขึ้นเรื่อย ๆ บอกให้คนในบ้านรับรู้ถึงการมาถึงของหลานชายหัวแก้วหัวแหวนของเจ้าของบ้าน

            “ตามินสก์มาถึงแล้วมัง เจ้าปูนไปดูหน่อยสิ” คุณย่ารื่นที่กำลังนั่งเก็บมะม่วงกวนแผ่นที่ตากเอาไว้ใส่ลงถุง ส่งเสียงบอกเด็กหนุ่มในบ้านให้ออกไปดูผู้มาเยือน

            คุณย่ารื่นอายุเกือบแปดสิบปีแล้ว แต่ยังแข็งแรงกว่าคนอายุเจ็ดสิบปีหลาย ๆ คนเสียด้วยซ้ำ ท่านนับเป็นปราชญ์ชาวบ้านคนหนึ่ง สอนคนในหมู่บ้านทำการเกษตรแบบผสมผสานจนประสบความสำเร็จมาแล้วหลายคน โดยใช้ที่ดินของตนเองที่มีอยู่ทำเป็นแปลงเกษตรตัวอย่างให้ทุกคนได้เข้ามาเรียนรู้ในพื้นที่จริง ส่วนปูนนั้นเป็นลูกชายของน้าปลั่งคนงานในสวน ที่ติดสอยห้อยตามพ่อเข้ามาทำงานในบ้านสวนร่มเย็นตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ คุณย่าเห็นและเมตตาจึงพามาเลี้ยงอยู่ในบ้าน จนตอนนี้ปูนอายุสิบห้าปีแล้ว ก็ยังมาอยู่เป็นเพื่อนคุยกับคุณย่าและช่วยงานท่านที่บ้านด้วย จนท่านยกห้องให้นอนค้างและอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยในที่สุด

            “ครับคุณย่า”

            ปูนรับคำเสร็จก็เดินออกไปดูที่หน้าบ้าน เห็นคีรีกำลังหยิบของมากมายออกจากในรถ จึงได้เดินเข้าไปช่วย

ความคิดเห็น