Mogami Aki

ขอฝากติดตามผลงานด้วยครับ วันละ 1 Like 1 Comment เป็นกำลังใจด้วยครับ ^^

ตอนที่ 9 เมื่อคิดถึงตอนนั้นก็อยากจะต่อยหน้าตัวเองขึ้นมา

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 เมื่อคิดถึงตอนนั้นก็อยากจะต่อยหน้าตัวเองขึ้นมา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 8k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2560 13:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 เมื่อคิดถึงตอนนั้นก็อยากจะต่อยหน้าตัวเองขึ้นมา
แบบอักษร

“งานศพของน้องเคนจะจัดขึ้นที่วัด xxx นะคะ ทางผู้อำนวยการเองก็ประชุมว่า จะให้นักเรียนทุกคนไปร่วมด้วยค่ะ”

ครูสาวหุ่นเซ็กซี่ที่พูดอยู่หน้าห้องของผมตอนนี้คือครูออย เป็นครูประจำชั้นของห้องศิลป์ภาษา

“หากนักเรียนคนไหนไป คุณครูแต่ละคนจะเพิ่มคะแนนให้ค่ะ เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดมาจากผู้อำนวยการค่ะ”

มีโรงเรียนในโลกไหนบ้างวะที่เวลาไปงานศพจะได้คะแนนเพิ่มขึ้นเนี่ย

ผมได้แต่คิดพร้อมกับถอนหายใจไปด้วย ไอ้โยเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน หากผมอยากได้เกรดดีๆ ก็มีแต่ต้องไปสินะ ดูเหมือนว่าคนในห้องของผมจะไม่มีใครค้านด้วย

“และอีกอย่าง มีข่าวมาแจ้งค่ะ ทางโรงเรียนของเราร่วมกับโงเรียน xx จากประเทศฝรั่งเศส จะมีการมาเรียนแลกเปลี่ยนกันเป็นเวลา 1 เดือนค่ะ หากนักเรียนคนไหนสนใจรับนักเรียนมาเป็น Host Family ก็มาแจ้งเจตจำนงด้วยค่ะ”

รับเป็น Host Family เหรอ? ว่าแต่คำไมต้องมาแจ้งให้กับนักเรียนศิลป์ภาษาญี่ปุ่นด้วยเล่า? ทำไมไม่ไปบอกศิลป์ฝรั่งเศส?

“ว่ายังไงคะ นายโย สนใจจะรับเป็น Host Family รึเปล่าคะ?”

ครูออยพูดออกมาพร้อมกับมองไปที่ไอ่โย ครูจะถามมันก็ไม่แปลก ฐานะทางบ้านเองก็รวยพอตัว

มันทำหน้าเหวอๆก่อนที่จะยิ้มมาทางผม รู้สึกถึงกลินไม่ค่อยดีแฮะ

“เอ่อ ช่วงนี้ที่บ้านกำลังมีปัญหาหน่ะครับ เอาเป็นบ้านของไอ้ทีดีกว่า มันอยู่คนเดียวด้วย ผมเป็นเพื่อนรักมันก็กลัวมันเหงา ให้ๆมันไปเถอะครับ”

ไอ้บ้านี่ ดันโยนขี้มาให้ซะได้ ภาษาฝรั่งเศสมันพูดยังไงวะ....... ผมก็มี Master of All อยู่นี่หว่า คงไม่ต้องกังวลหรอกมั้ง ที่กังวลเองก็คงเรื่องเงินสินะ

“ว่าไงนายธีรภัทร เธอจะรับเป็น Host Family ไหม?”

ผมหันหน้าไปหาเพื่อนในห้อง โดยที่แต่ละคนหันหน้าหนีไปทั้งนั้น

“เอ่อ ก็ได้ครับ แต่เรื่องอาหารการกินนี่คง........”

“โอเคค่ะ นายธีรภัทร แมคโนเวลสินะคะ เลขที่ 3 ได้แล้วค่ะ อย่าลืมส่งเอกสารพร้อมกับรูปถ่ายของคนที่อยู่ในบ้านมาด้วยนะคะ เดี๋ยวจะแจ้งเรื่องนี้อีกทีอาทิตย์หน้าค่ะ”

“รับทราบครับโผมมม....”

ผมตอบอย่างเหนื่อยใจ พร้อมกับมองด้วยสายตาอาฆาตไปที่ไอ้โยที่กำลังแลบลิ้นใส่ผมอยู่ อยากต่อยหน้ามันซักหมัดชะมัด คนในห้องเองก็กลั้นหัวเราะไว้ด้วยเหมือนกัน

แต่ก็เป็นสัญญาณแสดงว่า ตอนนี้ยังคงเป็นวันที่สงบสุขอยู่

คาบต่อไปเป็นคาบว่างก่อนพักเที่ยง ผมลองเลือกความสามารถดีๆจากใน SHOP แต้มในปัจจุบันของผมเอง ก็มีอยู่ ประมาณหนึ่งล้านเจ็ดแสนกว่าๆ คงจะเลือกความสามรถเพิ่มมาอีกขั้นหนึ่ง

สิ่งที่ผมเลือกมาใหม่ก็คือ

คาถาไม้ [1000000 Point]

คำอธิบาย : สามารถใช้คาถานินจาไม้ได้ทุกประเภท ท่านยังสามารถใช้คาถาน้ำและคาถาดินได้ในระดับสูงสุดอีกด้วย วิชานี้สามารถเพิ่มพลังได้จากโหมดเซียน[ยังไม่มี]

[ท่านต้องการจ่าย 100000 Point เพื่อไม่ต้องทำการประสานอินหรือไม่?]

[ท่านต้องการจ่ายอีก 1500 เพื่อให้สายเลือดของท่านรองรับคาถานี้และใช้งานได้ดีขึ้นหรือไม่?]

ผมตอบตกลงไปแบบไม่ต้องสงสัย  คาถาไม้นี้จัดได้ว่าผมชอบมากที่สุดในเรื่องนารูโตะ ผมไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะเลือกคาถานี้ แม้จะเสียแต้มไปค่อนข้างเยอะ แต่ผมก็คิดว่ามันคุ้มค่า นอกจากนี้แล้วผมยังเลือกทักษะอื่นที่จำเป็นอีกด้วย

ฝีปากการเจรจา [500 Point]

คำอธิบาย : ทักษะการพูดของท่านจะได้รับการพัฒนายิ่งขึ้น

[เนื่องจากทักษะฝีปากการเจรจาตรงตามเงื่อนไข จะทำการรวมกับ ‘Master of All’ ค่ะ]

มันเป็นทักษะที่ผมไม่ได้เลือกในตอนแรก วันนี้ผมใช้แต้มไปค่อนข้างจะเยอะเป็นพิเศษ แต้มที่เหลือในตอนนี้ก็ประมาณ 6 แสนกว่าๆ ซึ่งผมก็ตัดสินเลือกที่จะเก็บแต้มที่เหลือไว้ก่อน เพราะว่ามันมีอีกทักษะหนึ่งที่ผมอยากได้

พอถึงตอนพักเที่ยงแล้ว ผมก็ขอตัวเหล่าเดอะแก๊งค์ของผมเพื่อไปห้องน้ำ แต่ความจริงแล้วผมไปหาที่เพื่อทดลองใช้คาถาไม้ที่พึ่งได้มาใหม่

การใช้ครั้งแรกของผมไม่มีปัญหาอะไร เพียงแค่นึกถึงคาถาที่จะใช้พร้อมกับใช้พลังนิดหน่อยก็สามารถเรียกท่อนไม้ขนาดเท่าต้นขนุนมาได้ แม้ช่วงแรกๆจะยังมีปัญหาในการควบคุม แต่พอผ่านไปไม่ถึง 5 นาที การควบคุมของผมก็เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถใช้ในการต่อสู้จริงได้ ทั้งการทำเป็นกรง ทำให้ไม้แหลมขึ้น หรือทำให้เป็นตัวดาบก็สามารถทำได้ 

ผมกลับไปที่นั่งของเพื่อนของผมทันที

“ไปไหนมานานวะ พวกกูรอจนหิวข้าวแล้วเนี่ย อ่ะนั่นจานมึง กูซื้อเผื่อไว้แล้ว”

ไอ้โยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยจะดี เท่าไหร่นัก ส่วนคนอื่นๆก็ได้แต่พยักหน้าตอบรับ เพื่อนของผมนอกจากไอ้โยแล้วยังมีอีกประมาณ 3-4 คน แม้จะไม่สนิทกันมากแต่ก็คอยกินข้าวด้วยกันทุกวัน

“โทษทีๆ ฮ่ะๆ”

ผมพูดตอบมันกลับไปด้วยรอยยิ้มเล็กๆ จากนั้นก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามของมันจากนั้นก็หยิบช้อยขึ้นมาเตรียมรับประทานอาหารทันที

“ว่าแต่มึงเถอะไอ่ที ทำยังไงถึงได้คบกับดาวของโรงเรียนวะ?”

อยู่ๆไอ้โยก็ถามขึ้นมา ทำให้คนที่นั่งอยู่ด้วยลอบฟังด้วยความสนใจ ถึงเรื่องมันจะค่อนข้างยุ่งยากก็เถอะ ผมทำเป็นไม่สนใจมันพร้อมกับกินข้าวไป มันก็ได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับก้มหน้าก้มตาของมัน

แต่อยู่ๆก็มีร่างของคนๆหนึ่งเดินมาข้างๆผม

“ว่าไงคะที ลิซ่าขอนั่งด้วยได้ไหมคะ?”

เป็นลิซ่าที่ถือขนมปังกับนมเดินมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ผมตอบรับเธอทันที ก่อนที่เพื่อนข้างๆจะเขยิบไปพร้อมกับที่ลิซ่านั่งแทนที่

ผู้ชายแทบทุกคนที่อยู่ในโรงอาหารก็มีร้อนๆหนาวๆกันบ้าง พวกเขาจ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาที่แทบจะฆ่าคนได้ ส่วนคนอื่นในโต๊ะเองก็มองเธอพร้อมกับถอนหายใจออกมาเหมือนกับว่ามันปลงไปแล้ว

การพักเที่ยงของพวกเราก็ดำเนินต่อไป โดยที่ลิซ่าป้อนขนมปังให้ผมบ้าง เอาหัวซบไหล่บ้าง ท่าทางของเธอนั้นราวกับเทพธิดาตัวน้อยขี้อ้อน จนผมทนไม้ไหวหยิกแก้มนุ่มๆของเธอไปมา

ภาพอันแสนโรแมนติกของคู่รักคู่ใหม่นี้ ก็ทำให้คนในโรงเรียนอิจฉา

ส่วนไอ้โยเองก็ยิ้มออกมา เหมือนกับพ่อที่มองลูกตัวเองที่กำลังมีความรู้สึกยังไงยังงั้น....... มันทำให้ผมนึกถึงเรื่องราวในวันนั้นเลยนะ

.............................

“ไอ่ที! มึงจะไปโรงเรียนหรือไม่ไป!”

เสียงเคาะประตูดังลั่นดังขึ้นทั่วบ้านที่มืดสนิทนี้ เด็กหนุ่มที่อยู่ในห้องของเขา คลุมตัวด้วยผ้าห่มหนาๆ พร้อมกับสายตาที่เหม่อลอย

“………………………………..”

ไม่มีเสียงตอบรับจากเด็กหนุ่มคนนั้น มีเพียงแต่ความเงียบสงบของเสียงแมลงที่ดังในตอนเย็น

“มึงออกมาพูดกับกูเดี๋ยวนี้!”

ปัง!

เสียงต่อยประตูดังขึ้นมากระตุ้นให้เด็กหนุ่มที่อยู่ในห้องเงยหน้ามามองไปยังประตู เขาลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆเหมือนคนไร้ชีวิตชีวา พร้อมกับเปิดประตูอย่างช้าๆ

“มีอะไร...?”

มันช่างเป็นคำถามที่แสนมักง่ายจากเด็กหนุ่มหน้าตาธรรมดา ผมสีดำ ผมที่ยาวๆของเขายุ่งเหยิงกระเซอะกระเซิงไปหมด

“ทำไมมึงไม่ไปโรงเรียน…?”

เด็กหนุ่มถามออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ราวกับกำลังข่มอะไรบางอย่าง เขากำหมัดแน่นพร้อมกับตัวที่สั่นไหว สายตาจับจ้องราวกับรอคำตอบของเด็กหนุ่มข้างหน้า

“ไม่อยากไป....ก็แค่นั้น.......”

มันเป็นแค่เสียงเรียบๆ ราวกับไม่สนใจสิ่งรอบข้าง การพูดของเขานั้นเหมือนกับเป็นชนวนจุดระเบิดของคนข้างหน้า

ปั๊ก!

อึก!

“มึงตอบกูอย่างนี้เหรอ !? มึงรู้ไหมว่ากูห่วงมึงแค่ไหน!? มึงไม่ไปโรงเรียนเป็นอาทิตย์กับขังตัวเองไว้ในห้องด้วยเหตุผลโง่ๆ เท่านั้นเหรอ? มึงตอบกูมาสิวะ!”

เด็กหนุ่มต่อยไปที่ใบหน้าของเด็กชายที่ชื่อทีอย่างแรงหนึ่งหมัด จนทีล้มลงไป ก่อนที่จะกระชากคอเขาขึ้นมาเพื่อนเค้นเอาคำตอบ

“...... มึงจะให้กูทำยังไงหล่ะ เมื่อเดือนก่อนพ่อกับแม่กูก็ตาย ไม่กี่อาทิตย์ต่อมา ผู้หญิงที่กูสามารถให้กับเขาทุกอย่างได้ก็มาขอเลิกกับกู..... แล้วมึงจะให้กูทำยังไง?”

แม้จะเป็นน้ำเสียงที่เรียบๆ แต่ทีก็ยกมือขึ้นมาปิดหน้าพร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน สร้างความเจ็บปวดใจให้กับเด็กหนุ่มอีกคนเป็นอย่างมาก

“มึงจะสนใจไปทำไม... ก็แค่ผู้หญิงคนเดียว อายุมึงยังน้อยอยู่ มึงเชื่อกูสิ ว่ามึงต้องหาผู้หญิงที่ดีกว่าได้แน่ๆ”

เด็กหนุ่มคนนั้นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนลงกว่าเดิม

“แต่......”

“อะไรมึง! พ่อกับแม่มึงตายไปแล้วมึงยังจะตายตามไปอีกหรือไง!? มึงเชื่อกูสิ ทุกคนในห้องเป็นห่วงมึง รวมทั้งกูด้วย ถ้ามึงตายไป แล้วกูจะอยู่กับใคร มึงเพื่อนกูนะ!”

ราวกับคำพูดนั้นดังส่งไปถึงตัวของเขา ทีเอามือที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาออกมาพร้อมกับจ้องมองไปยังเพื่อนหนุ่มคนหน้า

“ก.. กูขอโทษ.........”

แม้จะเป็นคำพูดสั้นๆ แต่ก็ทำให้เด็กหนุ่มข้างหน้าใจเย็นลงได้ เขาถอนหายใจออกมาก้อนที่จะลุกไปที่เตียงของที เขาหยิบโทรศัพท์เครื่องแพงสีดำขึ้นมาพร้อมกับเดินมาหาทีที่กำลังค่อยๆลุกขึ้นมา

“ไอ่ที มึงดูนี่ แชทมึงใช่ไหม อ่ะกูลบให้ละ มึงไม่ต้องไปใส่ใจกับมัน มันจะฉุดชีวิตมึงไปป่าวๆ”

เด็กหนุ่มเปิดแอพ Messenger ขึ้นมาก่อนที่จะลบข้อความที่ทีเคยพูดกับ ‘อดีต’ แฟนไปทั้งหมด

“ถ้ามึงยังไม่พอใจ อ่ะ กูสัญญากับมึงเลย ถ้ามึงหาแฟนไม่ได้ กูก็จะไม่เอาแฟน ตกลงไหม?”

เขาพูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ แต่ว่า มันกลับทำให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งหัวเราะออกมา

“ฮะๆ.... อย่างมึง ชาตินี้จะหาแฟนได้รึเปล่าก็ไม่รู้.. ฮะๆ”

ทีหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเช็ดน้ำตาออกไปจนหมด หลังจากนั้นคอของเขากูถูกดึงไป โอบด้วยแขนข้างหนึ่ง

“ฮ่าๆๆๆ นี่สิวะ เพื่อนรักของกู มึงไปแต่งตัวได้แล้ว เดี๋ยวกูพาไปเลี้ยงข้าวเอง!”

เขาหัวเราะลั่นออกมาเมื่อเพื่อนรักของเขา ดูจะกลับมาเหมือนเดิมแล้ว

“ไอ้โย มึงจะพากูไปเลี้ยงเหล้า? กูไม่แดกเว้ย”

“เอ่อๆ ไม่แดกก็ไม่แดก ไปแต่งตัวได้แล้ว มึงเลือกร้านได้เลย วันนี้ป๋าเลี้ยงเองไอ้หนู”

หลังจากนั้น โยก็มองไปที่รูปของพ่อกับแม่ของที ก่อนจะพึมพำอะไรบางอย่างออกมา

………………………………………………………………………..

ผมยังถามตัวเองซ้ำซากอยู่เลย ว่าเมื่อก่อนทำไมถึงต้องทำตัวปัญญาอ่อนขนาดนั้น ผมยิ้มออกมาเมื่อคิดถึงเรื่องนั้นได้ อยากจะย้อนเวลาไปตบตัวเองจริงๆ

หลังจากนั้นพวกเราก็คุยกันเพิ่มนิดหน่อย ลิซ่าเองก็ดูเหมือนจะพูดคุยกับเพื่อนๆในกลุ่มของผมได้อีกด้วย พวกเขารีบถามลิซ่าว่าผมคบกับเธอ ได้ยังไง

‘เราสัญญากันตอนเด็กว่าจะแต่งงานกันค่ะ’

ทำเอาทุกคนแข็งค้างกันไปหมด ก็นะ เรื่องที่ราวกับหลุดมาจากมังงะแบบนี้ คนได้ยินก็ตกใจบ้างเป็นธรรมดา

หลังจากนั้นไม่นานพวกเราก็กลับห้องไป เพื่อเริ่มคาบเรียนในวิชาต่อไป

การเรียนของเราก็ดำเนินต่อไปแบบปกติสุข

แต่พอมาถึงช่วงเวลาประมาณบ่ายสอง

ผมก็เริ่มรู้สึกถึงกลิ่นแปลกๆที่เกิดขึ้น

...................

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด






ขอโทษที่เมื่อวานไม่ได้ลงครับ

พึ่งกลับถึงบ้านเมื่อกี๊นี่เอง - -

ขอโทษที่ให้รอครับ

ตอนเย็นเจอกันครับ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น