อักษรามณี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 2 เจ้าสาวสิบแปด

ชื่อตอน : บทที่ 2 เจ้าสาวสิบแปด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ย. 2560 14:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 เจ้าสาวสิบแปด
แบบอักษร

บทที่ 2 เจ้าสาวสิบแปด

            “คุณอา...จะยังให้ลิลอยู่ที่บ้านหลังนี้ใช่ไหมคะ?”

            หญิงสาวเงยหน้าขึ้นถามหลังเซ็นชื่อของเธอลงในปึกเอกสารไม่เว้นแม้แต่หน้าเดียว ร่างบางกุมเอกสารนั้นไว้ในมือตั้งบนเข่าทั้งสองที่แนบชิด บรรยากาศรอบตัวเธอและสามีตามกฎหมายเต็มไปด้วยความอึดอัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลลิลยังจำได้ว่าเวลาพบหน้าหุ้นส่วนใหญ่ของบิดาแทบทุกครั้งจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มและการพูดคุยแม้ไม่มากระหว่างเธอและประธานบริหารล็อค ซาย แฟรคซิทรอนหากก็เป็นบรรยากาศที่อยู่ในความทรงจำของหญิงสาวเสมอ พัลเลเดียมเป็นผู้ใหญ่แม้อายุห่างกับบิดาของเธอนับสิบปีและห่างกับเธอหลายปีเช่นกันทว่าบัดนี้ราวกับมีกำแพงสูงใหญ่ขวางกั้นความผูกพันที่ไม่มีวันเหมือนเดิม

            “ฉันจะขายบ้านหลังนี้ทอดตลาด”

            เขาตอบสั้น ๆ แต่ทำให้หญิงสาวตาเบิกกว้าง

            “คุณอาจะขายบ้านหลังนี้ แต่ว่า...”

            “ถึงเธอจะไม่ได้อ่านสัญญานั่นแต่ก็ควรรู้ว่านับแต่นี้เธอเป็นเมียฉันและทรัพย์สินทุกอย่างก็จะตกเป็นสินสมรสของผัวกับเมียโดยอัตโนมัติ”

            ลลิลทำสีหน้าไม่ถูก เธอได้แต่อึ้งด้วยวุฒิภาวะอันเยาว์ทำให้สาวน้อยวัยสิบแปดอันเป็นวัยที่พึ่งก้าวเข้าสู่รั้วมหาลัยและยิ่งมาอยู่ต่อหน้าผู้ทรงอิทธิพลทางธุรกิจยักษ์ใหญ่ของอเมริกาอย่างพัลเลเดียมด้วยแล้วยิ่งทำให้เธอเหมือนลูกนกอ่อนแอในเงื้อมเงากรงเล็บพญาอินทรีที่พร้อมขย้ำให้ตายได้ทุกเมื่อ

            “เธอไม่มีสิทธิ์ออกความเห็นอะไรทั้งนั้น เพราะนี่เป็นสิทธิ์ขาดโดยสมบูรณ์ของคนที่เธอยินยอมจดทะเบียนสมรสกับเขาโดยไม่มีเงื่อนไข”

            ชายหนุ่มยิ่งตอกย้ำขณะลลิลวางเอกสารทั้งหมดพร้อมน้ำตาหยดลงบนแก้ม เธอเก็บเสียงสะอื้นไว้ข้างในเพราะถึงร้องไห้ออกมาก็คงไม่ทำให้บุรุษตรงหน้านึกสงสาร

            “นี่ก็แสดงว่าลิลไม่มีที่อยู่แล้วสินะคะ”

            “ฉันจะให้เธอไปอยู่ที่เพนท์เฮาส์ของแพต พี่สาวของฉัน”

            เขากล่าวสั้น ๆ และหยิบเอกสารสำคัญบนโต๊ะขึ้นมาตรวจดูทุกหน้าที่มีหลักฐานการยินยอมจากลายเซ็นของลูกสาวหุ้นส่วนคนสำคัญซึ่งบัดนี้เธอได้กลายเป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมายของเขา

ลลิลเห็นรอยยิ้มของพัลเลเดียมทว่ามันเป็นยิ้มแสยะออกมาอย่างสะใจ หาใช่รอยยิ้มอ่อนหวานที่เธอเคยเห็นไม่ ราวกับเขากำลังพึงพอใจในชัยชนะที่ใช้ชีวิตทั้งชีวิตของเธอเป็นเดิมพัน

            “ฉันจะพาเธอไปที่นั่น...มีอะไรหลายอย่างที่ฉันต้องทำความตกลงกับ...เมียตามกฎหมายของฉันและเธอต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด”

            “ถ้าลิลจะขอนอนที่นี่คืนนี้”

            “ไม่ได้!”

เขาปฏิเสธเสียงกระด้างและทำให้ลลิลสะดุ้งตกใจกับเสียงคำรามนั้น ใบหน้าคมคร้ามของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัด เขาใส่อารมณ์ในทุก ๆ การกระทำของหญิงสาวจนเธอหวั่นหวาดไปถึงขั้วหัวใจ ร่างสูงลุกขึ้นยืนและก้าวพรวดเข้ามาหาก่อนฉุดแขนของเธอให้ลุกขึ้นยืน

“ไม่มีอะไรทำให้ฉันขัดใจได้มากเท่ากับการทำตัวไม่อยู่ในกฎที่ฉันตั้งขึ้น...ตามฉันมา!”

เขาสั่งและฉุดแขนหญิงสาวให้เดินตามออกไปข้างนอก ที่ด้านหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่มีรถเรนจ์ โรเวอร์จอดรออยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มเปิดประตูและดันร่างน้อยขึ้นไปนั่งบนเบาะด้านหน้าส่วนเขาขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับก่อนสาร์ทเครื่องยนต์และบึ่งรถออกไปอย่างรวดเร็ว ลลิลได้แต่มองคฤหาสน์หลังงามที่เคลื่อนตัวหายไปทางด้านหลัง มันเป็นบ้านที่เธอเติบโตมาและใช้ชีวิตอยู่กับอิศราเพียงสองคนพ่อลูก หญิงสาวน้ำตาซึม เธอแทบไม่มีปากเสียงใด ๆ นอกจากปล่อยให้หุ้นส่วนคนสนิทของบิดากระทำตามควมต้องการของเขาเท่านั้น

ทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหันและหญิงสาวไม่มีเวลาได้ตั้งตัวแม้เสี้ยวนาที พัลเลเดียมบีบบังคับให้เธอจดทะเบียนสมรสกับเขาไม่พอยังทุบทำลายความทรงจำล้ำค่าแทบทั้งหมดให้พังทลายกลายเป็นฝุ่นผง ชายหนุ่มขับรถไปตามเส้นทางการจราจรคับคั่ง มุ่งหน้าเข้าไปยังใจกลางเมืองหลวง ผ่านจัตุรัสไทม์แสแควร์และแฟลคชิพสโตร์ของดีไซเนอร์ชื่อดังที่มีชุดเจ้าสาวแสนสวยในหุ่นโชว์ด้านหน้า ลลิลมองภาพนั้นราวกับจะให้มันประทับลงไปถึงใต้บึ้งของความปรารถนาว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเธอจะได้สวมชุดนั้น

ชุดเจ้าสาวของเจ้าสาวแสนสวยสะพรั่ง

หากแต่ตอนนี้เหมือนโลกกลับด้าน เธอถูกบังคับให้แต่งงาน...ไม่สิ...ถูกบังคับให้มีสามีถึงจะถูก แม้ว่าส่วนลึกลลิลจะฝังทุกความทรงจำเกี่ยวกับบุรุษหนุ่มใหญ่ผู้เป็นเสมือนภาพเงาแห่งความฝันอันแสนหวาน หากแต่บัดนี้เขากลับกลายเป็นซาตานที่กำลังครอบงำความคิดและชีวิตของเธอ

“จำไว้นะลาริมาร์...ถ้าแพตเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจริง ๆ ฉันจะไม่ให้อภัยพ่อของเธอตลอดชีวิต”

พัลเลเดียมพูดขึ้นขณะเขาชะลอรถใกล้ไฟแดง ลลิลหายใจสะดุดและแทบไม่กล้าหันกลับไปมองแม้เสี้ยวหน้าอันดุดันนั้น

“ลิลอยากไปเยี่ยมคุณแพตค่ะ”

“ไม่จำเป็น!”

เขาตะคอกและเลื่อนมือข้างหนึ่งที่จับพวงมาลัยมาจับแขนหญิงสาวพร้อมทั้งบีบแรง ๆ

“ถ้าอยากแสดงความหวังดีก็ทำหน้าที่ของตัวเองไม่ให้บกพร่องก็แล้วกัน...หันมามองหน้าฉัน ลาริมาร์!”

เขาสั่งและกระชากร่างบางเข้าหา ลลิลจำต้องหันกลับมาจ้องใบหน้าเครียดขึ้งดั้วยอาการสั่นเทา เธออยู่ใกล้เขามากจนรับรู้ความผ่าวร้อนจากลมหายใจของเขา หญิงสาวยังจดจำกลิ่นหอมลุ่มลึกของบุรุษผู้สง่างาม มันเป็นกลิ่นของอำพันซึ่งเธอจำได้ไม่เคยลืม แต่เขาคงลืมทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอไปหมดแล้ว ร่างเล็กนิ่วหน้าเมื่อรู้สึกถึงแรงกดจากมือแกร่งบนแขนเรียวงาม

“คุณอาคะ...ลิลเจ็บค่ะ”

“คงน้อยกว่าพี่สาวฉันกระมัง ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยรู้เลยว่าพ่อของเธอจะทำเรื่องเลวระยำได้ถึงขนาดนั้น เขาหลอกแพตยังไม่พอแล้วตั้งใจจะฆ่าเธอให้ตายเพราะความมักมากเรื่องผู้หญิง อยากรู้จริง ๆ ว่าถ้าเธอต้องมีผัวที่ไม่ซื่อสัตย์แบบนั้นบ้างพ่อเธอจะคิดยังไง!”

“คุณอา...ปล่อยเถอะค่ะ ลิลเจ็บจริง ๆ นะคะ”

ลลิลร้องขอเสียงสั่นเครือและดูเหมือนเขาจะยังไม่ยอมปลดปล่อยแขนเรียวในอุ้งมือหนาหนักราวคีมเหล็กหากไม่ได้ยินเสียงแตรที่ดังเตือนจากรถด้านหลังเสียก่อน พัลเลเดียมปล่อยแขนหญิงสาวและขบกรามแน่น นัยน์ตาของเขาแดงก่ำขณะจ้องมองไปเบื้องหน้าและเหยียบคันเร่ง ร่างน้อยเลื่อนมืออีกข้างมาจับต้นแขนที่เจ็บร้าวตั้งแต่หัวไหล่ไปถึงปลายนิ้ว เธอยิ่งหวาดหวั่นเมื่อนึกถึงจุดหมายปลายทางข้างหน้าเพราะไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรรุนแรงมากไปกว่านี้อีกหรือไม่ พัลเลเดียมแสดงความกักขฬะและเกลียดชังออกมา ในสายตาของเขาเธอไม่ใช่ลูกสาวของอิศราอีกต่อไปแต่กลับกลายเป็นลูกของศัตรูที่เขาชิงชังและต้องการทำทุกอย่างเพื่อเอาคืน  ลลิลนั่งนิ่งเงียบกระทั่งชายหนุ่มพารถเรนจ์โรเวอร์คันหรูแล่นเข้าไปจอดหน้าตึกสูงตระหง่านท่ามกลางตึกระฟ้ามากมายในย่านวอลสตรีท พอเขาลงจากรถก็มีบอดี้การ์ดคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามารับกุญแจที่พัลเลเดียมยื่นให้ เขาเดินกลับมายังด้านที่นั่งข้างคนขับและเปิดประตูรถขณะยื่นหน้าคมเข้มเข้าไปหาหญิงสาวที่นั่งนิ่งเงียบ

“ที่นี่คือตึกล็อค ซายน์... เพนท์เฮาส์ของแพตอยู่ชั้นบนและเธอต้องอยู่ที่นั่น”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น