ลูกตุ้มเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อ่อนโยนแต่เด็ดขาด (ต่อ)

ชื่อตอน : อ่อนโยนแต่เด็ดขาด (ต่อ)

คำค้น : เกี่ยวรักมาร้อยใจ, เจ้าชายไอที, แก๊งกาแฟ, คาลาเมลมัคคิอาโต้, ลูกตุ้มเงิน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 192

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ย. 2560 12:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อ่อนโยนแต่เด็ดขาด (ต่อ)
แบบอักษร

            “ต้องขอโทษแทนเพื่อนพี่ด้วย พี่ว่าเรามาคุยกันดี ๆ ดีกว่า พวกพี่แค่อยากรู้ว่าพวกนายสองคนฉีดน้ำใส่พลอยใสทำไม ใครใช้ให้พวกนายสองคนทำ ถ้านายบอกมา นายก็กลับออกไปได้ ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอก” คีรีเดินเข้าไปเจรจากับสองนักโทษด้วยความใจเย็น ทั้งปั้นจั่นและกังหันจึงได้ถอยให้เจ้าของเรื่องเป็นคนจัดการเอง

            “ผมก็พูดไปแล้ว ว่ายัยหมวยมันน่าแกล้ง ถ้าพี่ไม่พอใจที่ผมไปแกล้งเด็กพี่ ผมก็ยินดีไปขอโทษไง พี่จะเอาอะไรอีก”

            ผลั่วะ! เสียงกำปั้นกระทบเข้ากับใบหน้าคนพูดจนต้องหันไปตามแรงหมัด พร้อมกับเลือดที่ซึมออกมาที่มุมปาก

            “นี่สำหรับปากเสีย ๆ ที่น้องใช้พ่นคำออกมา พลอยใสไม่ใช่เด็กของพี่  พูดอย่างนี้ผู้หญิงเขาเสียหาย น้องควรจะหัดให้เกียรติผู้หญิงมากกว่านี้หน่อยนะ วิถีสุภาพบุรุษน่ะน้องชาย แล้วสรุปว่ามีข้อมูลแค่นี้ใช่ไหมที่จะบอกพี่น่ะ”

            “........” ไม่มีคำพูดใด ๆ ตอบกลับมาจากนักโทษสองคนที่มองสบตากันแล้วก้มหน้าลงอย่างไม่กล้าสู้หน้าสามหนุ่ม ก่อนจะต้องรีบส่งเสียงอีกครั้ง “เฮ้ย! พี่จะทำอะไร จะเอากระเป๋าเงินผมไปทำอะไร พี่ ๆ”

            คีรีหยิบกระเป๋าเงินของสองหนุ่มออกมาจากกระเป๋ากางเกงหลัง เพื่อเปิดหาบัตรที่จะสามารถบ่งบอกตัวตนของทั้งสองคนได้

            “ในเมื่อนายไม่บอก พี่ก็จะหาเอง” คีรีหยิบบัตรนักศึกษาของทั้งสองคนมาอ่านชื่อ ก่อนจะพิมพ์เข้าไปในมือถือ ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ค้นหาข้อมูลของทั้งสองคนจนได้ข้อมูลพ่อแม่ และที่อยู่มาพร้อม

            “อ้าว! ไอ้น้อง นี่พ่อกับแม่นายหย่ากันแล้วเหรอ เสียใจด้วยนะ แล้วบ้านที่นายอยู่ตอนนี้เป็นบ้านพ่อหรือบ้านแม่ล่ะ แต่ไม่เป็นไร ไปดูก่อนก็ได้แค่ลาดพร้าวนี่เอง ว่าแต่นายจะไปพร้อมกันเลยไหม นายจะได้ไม่ต้องเสียค่ารถไง” ในขณะที่คีรีพูดอยู่นั้น นักโทษทั้งสองคนถึงกับอ้าปากค้าง อึ้งในข้อมูลที่เขาพูดมา ไม่คาดคิดว่าแค่เพียงใช้เวลาไม่นาน คน ๆ หนึ่งจะรู้ข้อมูลของตัวเองมากขนาดนี้ และที่สำคัญเรื่องนี้จะให้ที่บ้านของเขารู้ไม่ได้

            “พี่อย่าไปเลยนะ ผมยอมพูดแล้วก็ได้ ผมก็แค่อยากช่วยคนที่ผมรัก เธอชอบพี่มากนะครับพี่มินสก์ ผมไม่อยากเห็นเธอเสียใจ ก็เลยอยากช่วยเธอกำจัดคนที่มาขวางทาง”

            “โอ้โหโว้ย! ไอ้น้อง มึงโคตรพระเอกเลยว่ะ กำจัดเสี้ยนหนามให้ผู้หญิงที่ตัวเองรัก เพื่อจะได้เห็นเธอไปรักกับคนที่เธอต้องการ นี่มึงคิดได้ยังไงวะ” กังหันส่งเสียงสรรเสริญนักโทษของเขาทันทีที่ได้ยินคำสารภาพด้วยความรู้สึกสมเพช

            “ทำอย่างนี้มันไม่ถูกต้อง ถึงจะกำจัดผู้หญิงคนอื่นไปได้ แล้วรู้ได้ยังไงว่าพี่จะเลือกผู้หญิงที่น้องรักมาเป็นแฟน คิดจะรักใครก็ควรรักให้ถูกทางด้วย มาใช้วิธีลอบกัดคนอื่นโดยเฉพาะผู้หญิงด้วย มันไม่ใช่วิถีของลูกผู้ชายไอ้น้อง ถ้ารักเขาก็บอกเขาไปตรง ๆ”

            “ครับพี่ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว ผมขอโทษ” คำขอโทษหลุดออกจากปาก พร้อมกับใบหน้าสลดอย่างคนสำนึกผิด

            “จะเอายังไงต่อวะไอ้มินสก์ กูแล้วแต่มึง” ปั้นจั่นส่งเสียงถามเพื่อน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายสำนึกผิด

            “เรื่องนี้ต้องให้คนที่เขาเสียหายเป็นคนตัดสินใจเอง”

            ว่าแล้วคีรีก็ต่อวีดิโอคอลถึงพลอยใสผู้เสียหายทันที ถ่ายหน้าตาของสองคนที่ทำให้เธอต้องเปียกปอนให้ดู เล่าเรื่องให้ฟัง แล้วถามว่าต้องการจะให้เขาจัดการยังไงต่อ พลอยใสนั้นเห็นสภาพของนักศึกษาชายแล้วถึงกับอึ้งไปเช่นกัน เพราะคาดได้ว่าทั้งสองคนก็คงจะโดนจากพวกพี่แก๊งกาแฟมาหนักแล้วเหมือนกัน เธอจึงไม่อยากจะเอาเรื่องอะไรอีก

            (พลอยใสไม่อยากเอาเรื่องอะไรแล้วค่ะ แค่อย่ามาสร้างความเดือดร้อนให้กับพลอยใสอีกก็พอ)

            “ถ้าพลอยใสต้องการแค่นั้น พี่ก็จะจัดการให้ตามนั้นครับ” คีรีตอบกลับพลอยใสก่อนจะหันมาทางสองหนุ่มนักโทษ “ได้ยินแล้วใช่ไหม ดีเท่าไหร่แล้วที่น้องเขาไม่เอาเรื่อง ไม่คิดจะขอโทษหรือขอบคุณน้องเขาหน่อยเหรอ?” คีรีพูดพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้กล้องถ่ายไปที่หน้าของสองหนุ่ม

            “ผมขอโทษครับ ผมจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว ขอบคุณที่ไม่เอาเรื่องนะครับ”

            ค่ำคืนวันศุกร์เช่นนี้หกหนุ่มแก๊งกาแฟมีปาร์ตี้กันเป็นปกติ โต๊ะข้างเวทีในผับชื่อดังถูกจับจองด้วยห้าหนุ่มที่หน้าตาไม่เป็นรองใคร

            “คุณชายสิบรถถึงไหนแล้ววะเนี่ย ไอ้ครูสมึงโทรถามมันหน่อยสิ ถ้าป่านนี้ยังอยู่กับมาร์วาล่ะก็ บอกมันว่าไม่ต้องมาแล้ว เพราะกว่ามันจะร่ำลากันเสร็จ กว่าจะมาถึงนี่ กูว่าผับปิดพอดี” คีรีบอกครูส ฝรั่งตาน้ำขาวคนเดียวในกลุ่ม ก่อนจะหันมาคุยกับตรีวิทย์หรือต่อ เพื่อนที่กว่าจะลากออกมาด้วยกันได้ ต้องใช้คำว่ายากเย็นที่สุด “ไอ้ต่อ แล้วสรุปที่กูบอกให้เอาแอฟเกมใบ้คำไปชวนลูกพีชคุยน่ะ ได้ฤกษ์หรือยังวะ?”

            “ยังว่ะ”

            “อะไรของมึงวะ ทำเป็นหมาเฝ้าปลากระป๋องอยู่นั่นแหละ ไอ้มินสก์มันอุตส่าห์ส่งที่เปิดฝาให้ มึงก็ยังไม่ยอมใช้ซะที แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่มึงจะได้กินปลาในกระป๋องวะ” เป็นเสียงจากกังหันที่ดังขึ้นมาด้วยความรู้สึกขัดใจ ในความเคอะเขินของตรีวิทย์ ถ้าเป็นเรื่องอื่นเพื่อนคนนี้ก็ไม่เคยมีอาการปอดแหกเช่นนี้ มันสู้ยิบตาเลยทีเดียว แต่กับเรื่องความรักนี้คงเป็นเรื่องเดียวที่ทำให้ตรีวิทย์ออกอาการไปไม่เป็น ต้องให้เพื่อนทุกคนช่วยกันลุ้นจนเหนื่อยแทน

            “เออ กูก็พยายามอยู่ ถ้ามีโอกาสกูจะพยายามขยับปากให้ได้แล้วกัน”

            “โฮะ! ไอ้ต่อ..มึงนี่ทำเสียชื่อเพื่อนหมด ไม่หัดเอาพวกกูเป็นเยี่ยงอย่างบ้างเลย โอกาสน่ะ ไม่ต้องรอโว้ย สร้างเองได้ทุกเมื่อ มึงดูอย่างไอ้มินสก์สิ โอกาสมาประเคนให้มันถึงที่ วัน ๆ ต้องสับรางยิ่งกว่าทำงานอยู่การรถไฟเสียอีก”

            “อ้าว! ไอ้ลิงกัง อยู่ ๆ โยนมาที่กูเฉย นึกถึงแล้วปวดหัวจี๊ดขึ้นมาเลยเนี่ย”

            “ไอ้สิบรถกำลังจอดรถอยู่ ว่าแต่เรื่องมันเป็นยังไงวะ กูได้ยินมาว่ามีการฉีดน้ำอะไรกันด้วยเหรอ?” ครูสหันมาบอกเพื่อนว่าคุณชายสายเสมอตอนนี้มาถึงผับแล้ว ก่อนจะถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกลางวัน

            “เออดิ เล่นซะน้องหมวยกูเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำเลย” เป็นปั้นจั่นที่ตอบคำถามของครูสแทนคีรี

            “หมวยด้วยเหรอวะ ขาวเลยดิ ขาวหมวยสวยอึ๋มป่ะวะ” ครูสทำหน้าหื่น ยิ้มฟันขาวขึ้นมาทันที จนคีรีอดไม่ได้ต้องส่งเสียงขึ้นมาบ้าง

            “ทันทีเลยนะมึงไอ้ครูส ไอ้หื่น แค่ที่มึงมีอยู่นี่ยังไม่พอใช่ป่ะ น้องมิริน น้องโรส น้องแนนซี่ น้องติญา น้องกุ๊กไก่ น้องไหม น้องนิ้ง...”

            “พอ ๆ ๆ เลยมึง แค่สองคนแรกกูก็ปวดหัวแล้วป่ะ” ครูสรีบเบรคเพื่อนทันที ก่อนที่มันจะไล่ชื่อออกมาเยอะมากไปกว่านี้ “สรุปกูจะได้รู้ไหมว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นคุณชายมินสก์?”

            “เออ กูก็อยากรู้เหมือนกัน มึงกำลังจะถามเรื่องเมื่อกลางวันนี้ใช่ป่ะไอ้ครูส” เสียงสิบรถที่เพิ่งเดินมาถึงโต๊ะดังขึ้นเสริมประโยคของครูส

            “มาทันเสือกพอดีเลยนะมึง ไอ้คุณชายสายเสมอ” กังหันแซวเพื่อนที่มาได้จังหวะพอดี

            “แน่นอน..ก็กูมันคนรู้เวลาโว้ย”

            “ถุย!!” เป็นเสียงตอบรับจากเพื่อนอีกห้าคนที่ดังขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน ก่อนจะเป็นปั้นจั่นที่ถามคีรีในสิ่งที่ยังคาใจ

            “เออ แต่กูก็ว่าจะถามอยู่ แล้วหลังจากเคลียร์กับไอ้สองคนนั่นเสร็จ มึงหายไปไหนมาวะ”

            “กูไปจัดการแก้ปัญญาที่ต้นเหตุมา”

            “ต้นเหตุ? น้องไอซ์เหรอ?” ปั้นจั่นถามอีกครั้งเพื่อเคลียร์ความสงสัย

            “ใช่ กูไปเคลียร์กะน้องไอซ์มา พูดตรง ๆ ชัด ๆ หวังว่าน้องเขาจะเข้าใจ”

            “โอ้โห! คุณชายมินสก์ของกูเด็ดขาดมาก” ตรีวิทย์ตบไหล่คีรีส่งเสียงชื่นชม

            “ไอ้มินสก์ กูว่าปัญหาของมึงน่ะ คือมึงดีเกินไป” สิบรถผู้ที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่มทำการวิเคราะห์

ความคิดเห็น