หอหมื่นอักษร

เชิญพับกบ เอ้ย ! พบกับเรื่องราวชวนอมยิ้มระหว่างคุณชายสุดซึนและเย่ชีชีสุดแสบ ในนิยายเรื่อง 'คุณชาย...ท่านจะรักข้าหรือไม่เล่า' ได้เลยเจ้าค่า เก๋อเก๋อรับประกันในความน่ารัก 100 เปอร์เซ็นต์เต็มเลยยยย >///<

ตอนที่ 10 ถ้าไม่เรียกว่าอาจารย์ข้าจะจูบ (10)

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 ถ้าไม่เรียกว่าอาจารย์ข้าจะจูบ (10)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2560 11:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 ถ้าไม่เรียกว่าอาจารย์ข้าจะจูบ (10)
แบบอักษร




นัยน์ตาของโม่หานชิงเปล่งประกายเยือกเย็น   สือเอ้อร์ที่เอนตัวนอนอยู่บนเตียงก็รู้สึกว่าสายตาที่นายมองมายังตนนั้น ราวกับกำลังมองเนื้อที่อยู่บนเขียง ร่างของเขาจึงอดที่จะสั่นเทาขึ้นมาไม่ได้

“คุณชาย...แค่กๆ....ขอรับ” เมื่อไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดสือเอ้อร์ก็เปล่งเสียงออกไปอย่างระมัดระวัง “ร่างกายของข้าน้อยปลอดภัยดี ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงขอรับ เชิญคุณชายกลับห้องไปพักผ่อนเถอะขอรับ ข้าน้อยไม่อยากรบกวนคุณชายมาคอยเฝ้า....”

โม่หานชิงหลุดจากภวังค์ มองไปที่สือเอ้อร์อีกครั้ง แล้วพยักหน้า หมุนตัวเดินออกไปจากห้อง


บรรยากาศยามค่ำคืนด้านนอกนั้นช่างงดงามนัก พระจันทร์เสี้ยวดุจตะขอพาดอยู่กลางท้องฟ้าท่ามกลางมวลหมู่ดาวพร่างพราวยามราตรี สาดส่องแสงสีเหลืองทองอบอุ่นให้บริเวณลานบ้านเด่นชัดขึ้น สะท้อนเงาจางๆ ของต้นไผ่ลงบนพื้น ลมยามค่ำคืนของฤดูใบไม้ผลินำพาสายลมเย็นพัดลอยมา พาดผ่านใบหน้า พัดพาร่องรอยในใจ ปลดปล่อยความอึดอัดคับข้องใจให้สลายไปกับสายลม


ทว่าในค่ำคืนอันเงียบเชียบนี้ ทันใดก็มีเงาสีดำพาดผ่านขื่อบ้าน


โม่หานชิงหลุดจากภวังค์ทันที สายตามองไปยังเงาที่ทอดผ่านห้องด้านข้าง และหายเข้าไปในห้องโถงหลัก ฉับพลันก็ยิ้มเยาะขึ้นในใจ ไม่คิดเลยว่าในหมู่บ้านเฟยเห่อ ยังจะมีคนที่คิดเอาชีวิตเขา

ทันใดนั้น เขาก็เอามือจับกระบี่ที่ข้างเอว ก้าวเดินแผ่วเบาไปยังห้องโถงหลัก

บานหน้าต่างที่มีกระดาษไขกั้น มีแสงเทียนสลัวเล็ดลอดออกมา ภายในห้องโถงหลักเงียบสนิทไม่มีแม้แต่การเคลื่อนไหว หากเขาไม่เห็นเงาที่ถอดผ่านไปเมื่อครู่แล้วนั้น เกรงว่าจะเสียท่าให้กับศัตรูเป็นแน่

โม่หานชิงกำกระบี่ในมือแน่น แล้วยกอีกมือผลักประตูออกอย่างเบามือ


ชั่วเวลาที่เขาผลักบานประตูนั้นเอง เงาร่างสีชมพูก็พาดผ่านสายตา จากนั้นกระบี่ที่เขาจับไว้อยู่ก็หายไปเสียแล้ว

โม่หานชิงตื่นตระหนก วินาทีต่อมาเขาก็ถูกคนจับเอามือไพล่ไว้จากด้านหลัง จากนั้นลมหายใจหวานอ่อนก็พาดผ่านจมูกเขาไป

“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าอยากให้ท่านปู่ของข้าสอนวรยุทธ์อย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงหวานใสดังขึ้นจากทางด้านหลัง

เมื่อโม่หานชิงหันหน้ากลับไป ก็เป็นอย่างที่เขาคิดไว้จริงๆ ดวงตากลมโตของเย่ชีชีกำลังจ้องมาที่เขา                  

ทั้งๆ ที่เด็กหญิงตัวเล็กกว่าเขามาก ทว่าแรงที่กดมือเขาอยู่นั้น ไม่ว่าเขาจะทำเช่นไรก็ไม่สามารถขยับหนีได้

“ปล่อยมือ” เขามองไปทางเย่ชีชี แล้วออกคำสั่งด้วยเสียงเรียบเย็น

“ไม่ปล่อย” เย่ชีชีมองไปที่เขาพลางทำหน้าเยาะเย้ย จากนั้นก็เพิ่มแรงกดที่ข้อมือของเขามากยิ่งขึ้น “แม้แต่ข้า เจ้ายังสู้ไม่ได้เลย แล้วยังกล้าให้ท่านปู่สอนเจ้าอีกหรือ หึ ฝันหวานไปหน่อยกระมัง”

“.....” ฉับพลันสีหน้าของโม่หานชิงก็ขึ้นสีแดงก่ำ


ถึงแม้วรยุทธ์ของเขาจะไม่ได้เป็นที่หนึ่งหรือที่สองในแคว้นโม่กั๋ว แต่อย่างน้อยลำดับของเขาก็อยู่เหนือกว่าสือเอ้อร์ ไม่คิดเลยว่าเด็กเมื่อวานซืนเช่นนี้จะใช้เพียงกระบวนท่าเดียวก็สามารถกำราบเขาได้ ตั้งแต่เล็กจนโต เขาไม่เคยรู้สึกอัดอั้นตันใจเท่านี้มาก่อน


“ข้าสั่งให้เจ้าปล่อย !” เสียงของโม่หานชิงเย็นยะเยือก พร้อมกับมองไปที่เย่ชีชีด้วยอุณหภูมิที่สามารถทำให้คนตรงหน้าแข็งตายได้ แล้วเอ่ยซ้ำอีกครั้ง

“ข้าไม่ปล่อย”  เย่ชีชีกรอกนัยน์ตากลมใสไปมา ทันใดนั้นก็ยิ้มอย่างชั่วร้ายพร้อมกล่าวว่า “เว้นเสียแต่ว่า......”

“.....” โม่หานชิงมองนางด้วยสายตาเย็นชา ไม่สนว่านางจะจงใจหยุดจังหวะการพูดแม้แต่น้อย

“เว้นแต่ว่าเจ้าจะเรียกข้าว่าอาจารย์” เย่ชีชีเงยใบหน้าเล็กขึ้นมองเขาแล้วพูดด้วยเสียงอ่อน

อุณหภูมิทั่วทั้งร่างของโม่หานชิงลดลงอยากรวดเร็วในทันที เขาถลึงตาเย็นยะเยือก ใช้สายตาที่สามารถจะสังหารคนได้มองไปยังเย่ชีชี ใช้เสียงเย็นตอบกลับนางสามคำ “ฝันไปเถอะ !”

“เจ้าไม่เรียกข้าว่าอาจารย์หรือ” ใบหน้าสีชมพูอวบอิ่มของเย่ชีชีพลันบึ้งตึง ดวงตาใสกรอกไปมา ทันใดนั้นก็เข้าไปใกล้เขา พร้อมเอ่ยว่า “ถ้าไม่เรียกข้าว่าอาจารย์ ข้าจะจูบเจ้าล่ะนะ...”





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น