หอหมื่นอักษร

เชิญพับกบ เอ้ย ! พบกับเรื่องราวชวนอมยิ้มระหว่างคุณชายสุดซึนและเย่ชีชีสุดแสบ ในนิยายเรื่อง 'คุณชาย...ท่านจะรักข้าหรือไม่เล่า' ได้เลยเจ้าค่า เก๋อเก๋อรับประกันในความน่ารัก 100 เปอร์เซ็นต์เต็มเลยยยย >///<

ตอนที่ 3 ถ้าไม่เรียกว่าอาจารย์ข้าจะจูบ (3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ถ้าไม่เรียกว่าอาจารย์ข้าจะจูบ (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2560 17:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ถ้าไม่เรียกว่าอาจารย์ข้าจะจูบ (3)
แบบอักษร


 

ปรมาจารย์เย่เจวี่ยมองลูกศิษย์ตัวน้อยเพียงคนเดียวของตนที่นอนทับอยู่บนร่างของโม่หานชิง อย่างไม่มีภาพลักษณ์อันดีงามหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งนางยังมีหน้ามายิ้มร่าทักทายเขาอีก เช่นนั้นเขาก็รู้สึกโกรธจนหนวดเคราโพลนขาวแทบจะกระดิกอยู่แล้ว “ชีชี เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไรกัน ยังไม่รีบลงมาจากร่างของโม่กงจื่ออีก !”


เอ......โม่กงจื่อ ?


เย่ชีชีกะพริบตาปริบปริบ รู้สึกอึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นจึงค่อยๆ ก้มลงมอง ถึงได้เห็นว่าที่แท้ร่างกายของตัวเองกำลังทับคนข้างล่างอยู่

“ขอโทษที ขอโทษที......” เย่ชีชีรีบลงมาจากร่างของโม่หานชิงอย่างทันที พลางหัวเราะแก้เขิน

ทหารองครักษ์ชุดดำที่ยืนอยู่ด้านหลังของทั้งคู่มองมายังชีชีที่กำลังลุกขึ้น แล้วรีบเดินเข้ามาพยุงเจ้านายของตนขึ้นจากพื้น

“....”

สีหน้าของโม่หานชิงที่ถูกเย่ชีชีกดทับอยู่บนพื้นนั้นเคร่งเครียด แล้วก็ค่อยๆ ยืนขึ้นโดยมีทหารองครักษ์ของตนคอยช่วยพยุง


เย่ชีชีที่อดสงสัยไม่ได้นั้น นางจึงแอบมองไปทางเขาครู่หนึ่ง ทันใดนั้นร่างทั้งร่างก็พลันตกอยู่ในภวังค์เสียแล้ว


แสงอาทิตย์ยามอัสดงลาลับขอบฟ้าในฤดูใบไม้ผลิ ท่ามกลางสายหมอกสีส้มจางๆ อันอบอุ่นของท้องฟ้า......


เด็กหนุ่มเบื้องหน้าของนางนั้น ดูแล้วอายุคงไม่เกินแปดถึงเก้าปี


ภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็นที่ลอดผ่านกิ่งก้านอันอุดมสมบูรณ์ของต้นไทรโบราณ เกิดเป็นลำแสงสีทองเป็นประกายสาดส่องกระทบบนร่างของเขา ชุดคลุมยาวสีขาวพระจันทร์ถูกย้อมทับด้วยสีเหลืองทอง

ใบไม้สั่นไหวอย่างแผ่วเบาตามสายลมที่พัดผ่าน แสงอาทิตย์ส่องผ่านใบไม้จนกลายเป็นลำแสงลายพร้อยดูระยิบระยับ ทอเป็นประกายอยู่บนร่างของเขา ราวกับร่างทั้งร่างเคลือบทับไปด้วยแสงสว่างอย่างเบาบาง

คนตรงหน้าแม้เป็นแค่เด็กหนุ่ม แต่ดูเสมือนว่าเขากลับเปล่งรัศมี บ่งบอกถึงฐานะอันสูงส่งออกมา ใบหน้าขาวบริสุทธิ์ประดุจหยกเนียน นัยน์ตาสีนิลสุกใสดั่งดวงดารา คิ้วบางเรียวยาวราวหญิงงาม หางคิ้วจรดไปทางขมับ ลักษณะการยืน ราวกับภาพวาดสีน้ำอันวิจิตร จนยากที่จะละสายตาได้


เย่ชีชีมองดูเขาอย่างเนิ่นนาน โดยไม่รู้ตัวว่าสีหน้าของคนตรงหน้ากำลังดูยากขึ้นเรื่อยๆ เสียแล้ว


โม่หานชิงหรี่ตาลงเล็กน้อย จ้องมองเด็กสาวในชุดสีชมพูอ่อนตรงหน้าอย่างนิ่งๆ

เขานั้นเป็นถึงอนุชาสุดที่รักของฮ่องเต้แห่งแคว้นโม่กั๋ว ตั้งแต่เล็กจนโตไม่มีใครที่กล้าทำอะไรเขาแม้แต่น้อย ถึงแม้เขาจะอยู่ห่างออกไปไกล แต่พวกนางกำนัลและเหล่าองครักษ์ยังต้องโค้งคำนับเขา ไม่เคยมีใครที่กล้ามองเขาตรงๆ เช่นนี้มาก่อน

ปรมาจารย์เย่เจวี่ยเห็นว่าสีหน้าของโม่หานชิงเริ่มจะไม่ค่อยดี เขาจึงรีบกระแอมไอออกมาแล้วกล่าวกับเย่ชีชีอย่างเข้มงวด “ชีชี เจ้ายังยืนซื่อบื้ออยู่ทำไมอีก รีบขอโทษแขกเดี๋ยวนี้”

“เอ......? ” เมื่อเย่ชีชีหันหลังกลับไปมอง ก็เห็นดวงตากลมโตแบ่งสีดำขาวอย่างชัดเจนของอาจารย์ที่มีศักดิ์เป็นท่านปู่ของตัวเองกำลังเต็มไปด้วยคำถาม เช่นนั้นนางจึงกล่าวขึ้นอย่างสงสัย “เหตุใดข้าต้องขอโทษด้วยเล่า”

“เจ้านี่มัน......” ปรมาจารย์เย่เจวี่ยโกรธขึ้นมาทันที “เจ้าไม่เชื่อฟังคำของข้าที่เป็นอาจารย์ วันๆ เอาแต่ปีนต้นไทร ถือเป็นความผิดที่หนึ่ง เจ้าไม่ฟังคำทัดทานของเหล่าสาวใช้ ดื้อดึงไม่ยอมลงมาจากต้นไม้ ถือเป็นความผิดที่สอง เจ้าตกลงมาจากต้นไม้ ล้มทับลงบนตัวของคุณชายโม่ ถือเป็นความผิดที่สาม เจ้าล้มทับเขาแล้ว อีกทั้งยังไม่ขอโทษ ถือเป็นความผิดที่สี่ เจ้า......”

“พอแล้ว พอแล้วเจ้าค่ะท่านปู่ ข้าสำนึกผิดแล้ว” เย่ชีชีชิงพูดขึ้นขัดประโยคต่อไปของปรมาจารย์เย่เจวี่ยที่เตรียมจะพูดต่อทันที ขืนปล่อยให้ท่านปู่พูดต่อล่ะก็ มีหวังวันนี้คงสาธยายความผิดของนางไม่จบไม่สิ้นเป็นแน่






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น