หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

นี่! อาจอชี! เรียกคุณนั่นแหละ ทำไมไม่พูดล่ะ? อาจอชี!

ตอนที่ 18 ลูกค้าที่แท้จริง

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 ลูกค้าที่แท้จริง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2560 15:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 ลูกค้าที่แท้จริง
แบบอักษร

จ้าวฉีไม่เคยเลี้ยงสัตว์เลี้ยง แน่นอนว่าเธอไม่เคยเข้าร้านขายสัตว์เลี้ยง แต่มีลางสังหรณ์ว่าร้านนี้มีบางอย่างแปลกๆ อย่างแรก เมื่อเข้ามาในร้านทำไมต้องพบกับเจ้าแมวน้อยสีขาวดำสองสีกำลังนอนหลับอยู่อย่างสง่าบนเปลของเด็กทารก? อย่างที่สอง ชายหนุ่มวัยรุ่นที่ดูเหมือนจะเป็นเจ้าของร้านไม่ได้นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์เก็บเงินคอยต้อนรับลูกค้า แต่กลับนอนขึ้นอืดอย่างเกียจคร้านบนเก้าอี้นอน?

แต่ทว่าอากาศภายในร้านกลับสดชื่นมาก ไม่มีกลิ่นมูลสัตว์ที่เธอกังวลว่าจะได้กลิ่น ที่สำคัญที่สุดคือ ภายในร้านมีประเภทของสัตว์ค่อนข้างน้อยไม่มีสัตว์เลื้อยคลานที่จะทำให้เธอรู้สึกสะอิดสะเอียนได้ ดูจากลักษณะแล้วช่วงนี้การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแปลกๆ จะได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ เห็นได้ชัดว่าเหมือนกับลักษณะนิสัยของตน เธอปฏิเสธเรื่องนี้ด้วยความนอบน้อม

ขณะที่เธอกำลังสังเกตร้านขายสัตว์เลี้ยงอย่างละเอียด จางจื่ออันก็กำลังสังเกตเธออยู่อย่างละเอียดเช่นกัน

ตั้งแต่หัวจรดเท้าของผู้หญิงคนนี้ทั้งตัวล้วนมีแต่ของมียี่ห้อ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สินค้ารุ่นท็อปของยี่ห้อดัง แต่ราคาของเพียงชิ้นเดียวก็คงประมาณห้าพันบาทขึ้นไป เครื่องสำอางของเธอเข้มเล็กน้อย เหมือนกับว่าเติมมาจากในห้องน้ำอย่างรีบร้อน แววตาก็ดุดันมาก อาจเป็นเพราะเพิ่งจะโกรธใครมา

จางจื่ออันประเมินค่าของเธอว่า ให้ความสำคัญกับของมียี่ห้อ แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันค่อนข้างมีเหตุผล ถือว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายของร้านขายสัตว์เลี้ยงได้เลยทีเดียว แต่จะมีความปรารถนาในการซื้อสัตว์เลี้ยงมากเพียงใดเขาตอบไม่ได้จริงๆ

เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็ไม่ได้กล่าวต้อนรับเธอก่อน จึงปล่อยให้เธอเลือกดูสัตว์เลี้ยงด้วยตนเอง เพียงแค่ใช้รีโมทคอนโทรลปรับให้ไฟบริเวณที่จัดโชว์สัตว์เลี้ยงสว่างขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้เธอดูได้สะดวก

ความประทับใจแรกที่จ้าวฉีมีต่อร้านนี้ดีไม่เลวเลยทีเดียว นอกจากร้านจะสะอาดสะอ้านแล้ว ทัศนคติของเจ้าของร้านก็ดีมาก ไม่เหมือนบางร้านที่เมื่อเข้าร้านไปก็จะพบกับคำพูดหลอกล่อและชักจูงให้ซื้อสินค้าต่างๆ นานา เสียงจิ๊จ๊ะพูดอยู่ข้างหูอย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้ไม่มีอารมณ์เลือกดูสินค้า

เธอมองข้ามเจ้าหนูแฮมสเตอร์สีขาวตัวนั้นไปเป็นอันดับแรก ไม่หันไปดูสักแวบเดียว ในความคิดของเธอ ไม่ว่าจะเป็นหนูสีเทา หนูสีขาว หรือหนูสีดำล้วนเป็นตัวการที่ทำให้ผู้คนรังเกียจได้ทั้งนั้น ไม่แน่อาจจะนำเชื้อโรคมาด้วยก็ได้

เจ้าแมวสยามเข้ามาใกล้ก่อนเป็นตัวแรก ห่างออกจากกระจกของตู้โชว์ ส่งเสียงเมี๊ยวเมี๊ยวร้องเรียกเธออย่างไม่หยุด เสียงเล็กและนุ่มนวลมากก็เป็นเสียงเรียกของเจ้าแมวน้อยที่พบเห็นได้บ่อยๆ

เจ้าซามอยด์ตะลึงงันอยู่ครู่หนึ่ง เข้ามาใกล้อย่างตื่นเต้นดีใจ แลบลิ้นออกมาพะเน้าพะนอ คล้ายกับกำลังออดอ้อน

แมวบริติชขนสั้นออกจะสำรวมอยู่สักหน่อย ไม่ใจร้อนเหมือนเจ้าสองตัวก่อนหน้านี้ มันเดินมาทางเธอด้วยท่าทางที่ไม่รีบไม่ร้อน ดูเหมือนว่าเป็นการหยั่งเชิง

จ้าวฉีตกใจเล็กน้อย ปกติแล้วเธอพักอยู่อพาร์ทเม้นต์ชั้นสูง เช้าไปทำงาน เลิกงานไม่เป็นเวลา บางครั้งก็จะเห็นคนจูงสุนัขและแมวมาที่สวนสาธารณะใต้ตึก แต่สุนัขและแมวพวกนั้นล้วนโตหมดแล้ว ดูๆ ไปก็วุ่นวายมาก ถ้าไม่โผเข้าหาก็จะเห่าเธอ ต้องให้เจ้าของแยกพวกมันออกจากกันอย่างสุดชีวิตจึงจะเป็นปกติ...

เมื่อก่อนตอนที่เธอเรียนชั้นมัธยม มีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้เธอรู้สึกขายหน้ามาก ครั้งนั้นเธอได้พบกับสุนัขสีน้ำตาลตัวหนึ่ง ตัวมันไม่ใหญ่และน่ารักอยู่ไม่น้อย แค่มันโผเข้ามาที่ขาของเธอจากนั้นก็เริ่มเอาตัวมันมาเสียดสีเบาๆ เธอตะลึงงันอยู่นานแล้วก็รู้สึกได้ทันทีว่าขากางเกงของตนเปียก เมื่อมองดูผู้คนบริเวณรอบๆ ต่างก็ซุบซิบและหัวเราะ เธอถึงเข้าใจ จากความละอายแปรเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคือง จึงใช้ขาข้างหนึ่งเตะเจ้าสุนัขน้อยออกไป เจ้าของสุนัขจึงไม่ยอม ฉุดดึงเธอบอกว่าเธอเตะสุนัขจนได้รับบาดเจ็บแล้วอยากให้เธอพาสุนัขไปตรวจเช็คร่างกายที่โรงพยาบาลรักษาสัตว์...เนื่องจากเรื่องในตอนนั้นเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก และเธอยังคงจำได้ดีว่าสุนัขตัวนั้นคือ สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ล

เรื่องนี้ยังคงตราตรึงอยู่ภายในใจของเธอ เมื่อก่อนเธอคิดว่าสุนัขตัวเล็กๆ น่ารักมาก หลังจากที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น เธอก็เดินหลบสุนัขตลอดไม่ว่าจะตัวใหญ่หรือตัวเล็กก็ตาม

เธอยอมรับว่าเจ้าลูกสุนัขสีขาวตัวที่อยู่ตรงหน้านี้น่ารักมาก แต่ขอโทษทีนะ ไม่โอเคกับสุนัขจริงๆ 

จ้าวฉีถอยห่างออกจากตู้โชว์ของเจ้าซามอยด์ไปทางขวาสองก้าว ยืนอยู่ระหว่างตู้โชว์ของแมวสยามและแมวบริติชขนสั้น

เจ้าซามอยด์รู้สึกผิดหวังมาก ส่งเสียงร้องคร่ำครวญอยู่ภายในลำคอ ฟุบหมอบลงไปด้วยความเสียอกเสียใจ ใบหูตกลงแบบไม่มีชีวิตชีวา มันไม่รู้ว่าตนเองทำผิดอะไร ทำไมแค่ปรากฏตัวขึ้นก็ทำให้ผู้เลือกท่านนี้ถึงกับรังเกียจได้

เจ้าแมวสยามหยอกล้ออย่างมีความสุข มันยืนตรงขึ้นครึ่งตัว สองเท้าหน้าเกาะอยู่บนผนังกระจก อยากจะเอาหัวลอดช่องวงกลมที่อยู่ตรงกลางผนังกระจกออกไปให้เธอลูบ แต่ช่องกระจกเล็กมาก อย่างมากที่สุดมันจึงทำได้เพียงแค่ยื่นจมูกออกไปเท่านั้น

เจ้าแมวบริติชขนสั้นนอนอยู่ที่ตู้ผนังกระจกข้างๆ กำลังจ้องมองจ้าวฉีด้วยนัยน์ตาแวววาว

หากจะพูดอย่างยุติธรรมแล้ว แมวทั้งสองตัวนี้น่ารักกันทั้งสอง แต่ตัวจ้าวฉีเองคิดว่าตนเองเป็นหญิงสาวผู้เลอโฉม ดังนั้นเธอจึงชอบแมวบริติชขนสั้นที่กิริยาดูเป็นคุณหญิงผู้เลอโฉมมากกว่า

ลักษณะหน้าตาของจ้าวฉีจัดได้ว่าค่อนไปในทางระดับกลางๆ คางกลมมน ไม่ใช่ใบหน้าทรงกรวยแบบพวกเน็ตไอดอล เมื่อเธอมองเห็นแก้มกลมๆ ของแมวบริติชขนสั้น เธอรู้สึกว่ามันยังเพิ่มได้อีก

เธอกังวลใจเล็กน้อย เจ้าแมวบริติชขนสั้นจะไม่ชอบเธอหรือเปล่านะ?

จ้าวฉีหมุนกลับตัวมาครึ่งหนึ่ง เพิ่งคิดได้ว่าจะทักทายเจ้าของร้าน แต่กลับเห็นจางจื่ออันที่ไม่รู้ว่ามายืนข้างๆ ตนเองตั้งแต่เมื่อไหร่

"เถ้าแก่คะ แมวตัวนี้คือแมวอะไร?" เธอใช้มือชี้ไปทางผนังกระจกของตู้โชว์เจ้าแมวบริติชขนสั้น

อันที่จริงลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้านขายสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ก็เหมือนกับจ้าวฉีที่เข้าใจสัตว์เลี้ยงได้ไม่ถึงครึ่ง ส่วนน้อยที่จะศึกษามาเป็นพิเศษที่จะเห็นบ่อยที่สุดคือเรื่องพันธุ์สัตว์ โดยเฉพาะสุนัข เช่น พันธุ์ฮัสกี้ พันธุ์ซามอยด์ พันธุ์โกลเด้น เป็นต้น เพราะสุนัขต้องการให้พาไปเดินเล่นสามารถเห็นได้จากตามเขตเล็กๆ หรือบนถนนใหญ่ แต่แมวไม่ต้อง จะนอนขลุกอยู่ในบ้านไปตลอดชีวิตก็ไม่เป็นไร ยิ่งเป็นแมวราคาแพง เจ้าของยิ่งไม่อยากให้พวกมันออกนอกบ้าน ดังนั้นสัดส่วนการแยกแยะสายพันธุ์ของแมวจึงน้อยกว่าสุนัขอยู่มาก

จางจื่ออันกล่าวแนะนำ "เจ้าตัวนี้คือแมวบริติชขนสั้น ข้างๆ กันนั่นคือแมวสยาม"

จ้าวฉีพูดแค่ “อ๋อ” เพียงคำเดียว ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอื่นใด

จางจื่ออันทราบดีว่าการกล่าวแนะนำแค่เพียงสั้นๆ แค่นี้ ที่จริงแล้วคงไม่มีอะไรให้น่าสนใจ จึงถามกลับไปว่า "ไม่ทราบว่าลูกค้าเคยเลี้ยงสัตว์มาก่อนไหมครับ?"

"ไม่เคยค่ะ" เธอส่ายหน้า สายตากำลังสำรวจอยู่ระหว่างแมวสยามและแมวบริติชขนสั้น

"ถ้าเป็นการเลี้ยงสัตว์ครั้งแรกแล้ว แมวสองพันธุ์นี้ล้วนเหมาะสมมากทั้งคู่ สำหรับผมแล้วแนะนำแมวบริติชขนสั้นครับ" เขากล่าว

จ้าวฉีลังเลใจพูดว่า "ฉันก็รู้สึกว่าเจ้าสีฟ้าตัวนี้น่ารักมาก แต่ว่ามันดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบฉันสักเท่าไหร่" 

จางจื่ออันอธิบาย "แมวสองตัวนี้เป็นแมวคนละสายพันธุ์ ดังนั้นลักษณะนิสัยจึงไม่เหมือนกัน แมวสยามจะปฏิบัติต่อผู้คนอย่างกระตือรือร้นมากหลังจากที่คุ้นเคยแล้วก็จะติดเจ้าของแบบสุดๆ ส่วนแมวบริติชขนสั้นก็ปฏิบัติต่อผู้คนอย่างกระตือรือร้น แต่จะหวงตัวจากคนแปลกหน้า สำหรับมันตอนนี้คุณก็เป็นเหมือนกับคนแปลกหน้า ดังนั้นไม่แปลกที่ท่าทีของมันแสดงออกมาเช่นนี้"

สีหน้าของจ้าวฉีเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เธอสงสัยว่าเจ้าของร้านกำลังเล่นละครตบตาเธออยู่ เพียงคิดที่จะอยากขายเจ้าแมวบริติชขนสั้นออกให้ได้เร็วๆ

"คุณแน่ใจนะ? ฉันกลัวว่าถ้ามันโตขึ้นแล้ว มันจะยังคงเย็นชากับฉันอีก... "

จางจื่ออันหัวเราะ กล่าวว่า "คุณสบายใจได้ เจ้าสุนัขและเจ้าแมวพวกนี้ล้วนมาจากโรงเพาะพันธุ์สัตว์ ผมเลือกมันออกมาด้วยมือของผมเองอย่างเจ้าแมวบริติชขนสั้น หลังจากที่พ่อและแม่คลอดมันออกมาแล้ว นักเพาะพันธุ์ก็จะเลือกเอาแมวตัวที่ใกล้ชิดกับคนที่สุดไว้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์แมว รอให้โตสักนิดจึงให้ผสมพันธุ์กับแมวตัวที่ใกล้ชิดกับคนมากที่สุด แบบนี้เจ้าแมวน้อยที่ผสมพันธุ์ออกมาจึงใกล้ชิดกับคนมากขึ้นไปอีก"

จ้าวฉีพยักหน้าราวกับเข้าใจ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น