อัณณากานต์ / ตั้งใจเขียน / รตี

เนื่องจากนิยายมีเยอะมากทำให้ตามอ่านคอมเม้นไม่ทั่วถึง หากต้องการพูดคุยกับนักเขียนหรือสั่งซื้อนิยายทำมือ ติดต่อได้ที่เพจ "สำนักพิมพ์ ตั้งใจเขียน" หรือเพจ "อัณณากานต์”

ตอน 3 ปิดตัวเอง

ชื่อตอน : ตอน 3 ปิดตัวเอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 771

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2560 21:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน 3 ปิดตัวเอง
แบบอักษร

        เมื่อกาแฟหมดแก้วพรรัมภาหรือลูกพีชก็เดินลงไปชั้นล่างและไม่ลืมที่จะส่งยิ้มหวานให้เขาอีกครั้ง ใครจะว่าเธอโง่ ขี้อ่อย ไร้สติ ตาต่ำหรืออะไรก็ตามเธอไม่สนใจหรอกตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยมั่นใจเรื่องไหนเท่าเรื่องนี้มาก่อนเรื่องอะไรนะหรือก็เรื่องที่ต่อเป็นคนดีนะสิ

        ผู้หญิงคนอื่นจะมองแค่ข้อด้อยข้อเดียวของเขาแล้วก็มองผ่านไปซึ่งก็คือความจนแต่สำหรับเธอต่อไม่ได้จนเขาคือมนุษย์ปกติธรรมดาที่มีกินมีใช้ตามอัตภาพ อาจเป็นเพราะเขามีเพื่อนสนิทรวยล้นฟ้าทุกคนมีรถขับ มีบิ๊กไบค์ มีบ้านหลังใหญ่ เคยไปเมืองนอกแต่ทั้งหมดนั่นต่อไม่มีและไม่เคยสัมผัส…แล้วยังไงล่ะ มันก็ไม่ได้ลดทอนความเป็นมนุษย์ความเป็นคนดีของเขาไม่ใช่หรือ

        หลายๆ ครั้ง เธอได้ยินพวกผู้หญิงเม้าท์เรื่องแก๊งกาแฟหรือหนุ่มๆ ร้าน mild coffee ด้วยความชื่นชมบูชาแต่ไม่ใช่เมื่อแม่นางพวกนั้นพูดถึงต่อของเธอ

        “อ้อ ต่อนะเหรอ ที่จนที่สุดใช่ป่ะ รถก็ไม่มีขับไม่เห็นเท่เลย , เสียดายนะหล่อแต่ไม่มีเงิน , ถ้ารวยได้ครึ่งนึงของพี่สิบรถนะจะยอมถวายกายให้เลย” นี่คือคำพูดที่เธอได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วนและทุกครั้งที่ประโยคแบบนี้ลอยเข้าหู เธออยากระชากหัวนังพวกนั้นมาโขกกำแพงให้เลือดอาบนัก ทำไมคนเราต้องดูถูกใช้ถ้อยคำดูหมิ่นคนอื่นด้วยความสนุกสนานสำหรับเธอมันไม่ใช่เรื่องสนุกเลยสักนิด

        ย้อนกลับไปเมื่อตอนยังเป็นเฟรชชี่เธอกำลังเดินหาห้องเรียนด้วยความรีบเร่งเพราะอีกสิบนาทีก็จะได้เวลาเริ่มชั้นแต่ความที่ยังเป็นน้องใหม่จึงทำให้เสียเวลาอยู่นานและเธอก็ไม่ระมัดระวังวิ่งทะเล่อทะล่าไปชนผู้ชายคนนึงเข้าเต็มๆ

        “ขอโทษค่ะ” วันนั้นเธอบอกขอโทษเขาด้วยความรู้สึกผิดจากหัวใจ ตำราเรียนและสัมภาระของเธอหล่นกระจายเต็มพื้นแถมยังได้รอยถลอกตรงแขนมานิดหน่อยเพราะไปเกี่ยวตะขอที่กระเป๋าของอีกฝ่ายพอดี

        “ไม่เป็นไรครับ ผมช่วยเก็บนะ” ต่อในวัยเฟรชชี่เช่นกันบอกหญิงสาวแปลกหน้าแล้วเก็บของที่ร่วงอยู่บนพื้น

        “เจ็บมากไหมครับ” ต่อถามเธอด้วยความห่วงใยเพราะแขนขาวๆ ของเธอเป็นรอยแดง

        “มะ ไม่ค่ะ” ลูกพีชตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ตั้งแต่เกิดมาจนเป็นสาวเต็มตัวไม่เคยมีผู้ชายคนไหนสะกดให้เธอนิ่งงันได้แบบนี้เลยสักครั้ง น้ำเสียงของเขาช่างอบอุ่น สีหน้า แววตาที่เขาเอ่ยถามมันบ่งบอกชัดเจนว่าเขารู้สึกเป็นห่วงจริงๆ ไม่ใช่แค่แกล้งแสดงออกมา

        “ผมมีพลาสเตอร์ปิดแผลคุณเอาปิดไว้ก่อนดีไหมเชื้อโรคจะได้ไม่เข้า ผิวหนังเปิดแบบนี้อันตรายนะครับ”

        “ดะ ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ” เธอจำนาทีนั้นได้ขึ้นใจว่าตัวเองยืนตัวแข็งทื่อขนาดไหน หัวใจเต้นแรงเพียงใด ตอนที่เขาค่อยๆ เอาพลาสเตอร์แผ่นเล็กปิดลงมาที่แขน หลังจากนั้นเธอก็ไม่สามารถลืมเขาได้อีกเลย

        เธอได้เห็นโดยบังเอิญหลายครั้งหลายครากับความมีน้ำใจของเขา ต่อพาหมาจรในมหาลัยเข้าไปหลบฝน ต่อผู้ที่อาจารย์จะไหว้วานให้ทำงานเสมอ ต่อผู้รักการออกค่ายอาสา ต่อผู้สละที่นั่งให้ผู้หญิงในโรงอาหารและอีกมากมายหลายสิ่งที่เธอเห็นว่าเขาจิตใจดีเพียงใดแต่ผู้หญิงคนอื่นกลับมองข้ามข้อดีเป็นร้อยๆ ข้อของเขาเพียงเพราะข้อด้อยข้อเดียว

        ตอนนี้เธอกับเขาอยู่ปีสี่แล้วแต่ความสัมพันธ์กลับไม่พัฒนาไปไหนเลย นอกจากต่อจะใจดี สุภาพ เขาก็ยังหล่อมากอีกด้วยนี่จึงเป็นสาเหตุที่เธอกลุ้มใจเพราะผู้หญิงบางส่วนก็ชอบเขาเหมือนกันนะสิ ถึงจะไม่ฮอทเท่าเพื่อนๆ ในแก๊งทั้งห้าคนแต่มันก็ทำให้เธอประสาทกินทุกครั้งเวลาเห็นคนอื่นไปใกล้เขาทั้งที่ความจริงเธอไม่มีสิทธิ์ในตัวเขาแม้แต่นิดเดียว

        เธอพยายามอย่างมากในการแสดงออกว่ามีใจให้มากขนาดที่ว่าโดนเพื่อนด่าทุกวันจนถึงปีสองแล้วพวกนั้นก็ถอดใจเลิกด่าไปเอง เธอเชื่อมาเสมอว่าความพยายามจะทำให้ประสบความสำเร็จในทุกสิ่งแต่ตอนนี้ชักไม่ค่อยจะมั่นใจเท่าไหร่

        “ไปไหนมาย่ะ” ต้นอ้อเพื่อนของลูกพีชถาม

        “ต้องถามด้วยหรอ” เมย์เพื่อนอีกคนของลูกพีชชิงตอบให้

        “วันนี้ต่อชวนคุยด้วยแหละแก” ลูกพีชบอกด้วยความตื่นเต้น

        “อือ แล้วไง คุยว่าวันนี้รับมอคค่าเหมือนเดิมใช่ไหมครับ งี้หรอ” ต้นอ้อถามแกมประชดประชัน

        “ไม่ใช่ เขาชวนฉันเล่นเกมแหละแก กรี๊ดดดดด”

        “โอ้โฮ ตื่นเต้นสุดๆ เรียนด้วยกันมาสี่ปีแล้วชวนเล่นเกมมีอะไรน่าตื่นเต้นกว่านี้อีกไหม” เมย์ตอบด้วยความเหนื่อยหน่ายเธอไม่เข้าใจเลยว่าเพื่อนของเธอไปรักผู้ชายแบบนี้ได้ยังไง ก็เข้าใจแหละว่าต่อเป็นมิสเตอร์ไนซ์กาย แสนดี สุภาพแต่มันไม่เร้าใจสักนิด สำหรับเธอต่อดูซื่อบื้อเกินไป

        “อืม ฉันก็ดีใจในแบบของฉันแหละแกไม่เข้าใจหรอกถ้าจะเข้าใจก็คงเข้าใจนานแล้ว” ลูกพีชบอกแล้วยัดหูฟังเข้าหูทั้งสองข้างเพื่อตัดตัวเองออกจากโลกภายนอก

        บางครั้งเช่นครั้งนี้เป็นต้นที่เธอหวังว่าเพื่อนจะเข้าใจหรืออย่างน้อยๆ ไม่ต้องเข้าใจก็ได้แค่ร่วมดีใจด้วยก็พอแต่ก็เหมือนเดิมที่ความรักของเธอโดนตีราคาว่าต่ำต้อยโดนหยามเหยียดว่าตาต่ำทำตัวไม่สมกับชาติตระกูลอันสูงส่ง

        ต่อทำงานเสร็จตอนเที่ยงแล้วก็ไปเข้าเรียนช่วงบ่าย ชายหนุ่มมุ่งมั่นกับมันเต็มร้อยเพราะอยากมีอนาคตที่ดีและถ้าวันนึงเขามีทุกอย่างพร้อมเขาคงกล้าบอกความในใจกับลูกพีชผู้หญิงที่เขารักหมดหัวใจตั้งแต่ได้สบตากันเมื่อตอนปีหนึ่ง จากวันนั้นจนวันนี้ไม่มีวันไหนเลยที่เธอไม่อยู่ในหัวใจเขา

        เมื่อเรียนจบคาบบ่ายต่อก็เข้าห้องสมุดเพื่อไปอ่านตำรา วันนี้เพื่อนๆ ในแก๊งไม่มีใครมาเรียนสักคนมีก็แค่สิบรถแต่มันเรียนเสร็จก็ไปทำธุระ เมื่อนาฬิกาข้อมือบอกว่าอีกครึ่งชั่วโมงจะหกโมงตรงเขาจึงเอาหนังสือไปเก็บเข้าที่แล้วเดินกลับไปที่ร้านกาแฟเพราะต้องไปเริ่มงานกะเย็นคือหกโมงเย็นถึงสองทุ่ม

        วันนี้ที่ร้านไม่ค่อยมีคนมาใช้บริการต่อจึงหยิบหนังสือมาอ่านเพื่อฆ่าเวลา เขามองไปรอบๆ แล้วนึกถึงวันที่ไอ้ครูสมาเล่นดนตรีคนในร้านแน่นแทบจะขี่คอกัน ในขณะที่คิดอะไรเพลินๆ เสียงกระดิ่งตรงประตูก็ดังขึ้นบอกให้รู้ว่ามีลูกค้ารายใหม่

        “สวัสดีครับคุณลูกพีช” ต่อทักทายนางในฝันอีกครั้งและไม่มีครั้งไหนเลยที่หัวใจของเขามันจะเต้นถูกจังหวะยามที่เธอมาอยู่ใกล้ๆ

        “ลูกค้าไม่ค่อยเยอะคุยได้ใช่ไหม”

        “ได้ครับ”

        “เราเล่นถึงเลเวลสิบแล้ว” ลูกพีชโชว์ด้วยความภาคภูมิใจ

        “โห ! คุณลูกพีชเก่งจังเลยครับผมเล่นก่อนเพิ่งเลเวลหกเอง”

        “เราช่างพูดมั้งเลยรู้จักคำเยอะกว่า”

        “คุณลูกพีชฉลาดต่างหาก”

        “ไม่หรอก เราอาจจะฉลาดในบางเรื่องแต่ก็มีเรื่องที่ไม่ฉลาดแน่ๆ” ลูกพีชตอบแล้วคิดถึงท่าทางและคำพูดของเพื่อนทั้งสอง

        มีหลายคนที่หาว่าเธอโง่เง่าที่มาตามตอแยผู้ชายคนนี้แบบไม่รู้จักเหนื่อยหน่าย จริงอยู่ที่เธอคอยมาหามาคุยเพราะชอบเขาแต่พอวันเวลาผ่านไปเธอกลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่นั้น สิ่งที่เธอทำทุกวันกลายเป็นความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นช้าๆ วันไหนที่เธอเหนื่อยล้ากับการเรียนหรือหงุดหงิดเธอมักจะมานั่งที่นี่ตอนค่ำแค่ได้เห็นหน้าเขาได้รับรอยยิ้มแสนสดใสจากเขาก็ทำให้ปัญหาทุกอย่างมันเบาบางลง

        ฉันคิดว่าทุกคนบนโลกนี้ก็อยากจะอยู่กับคนที่ทำให้รู้สึกดีซึ่งคนคนนั้นสำหรับเธอก็คือเขา เธอมั่นใจว่าต่อก็ชอบเธอเหมือนกันแต่มีบางอย่างทำให้เขาปิดกั้นตัวเองเอาไว้และเธอต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไร

ความคิดเห็น