ตะกอนไข่มุก

ขอกำลังใจจากผู้อ่านทุกคนด้วยนะคะ ติชมกันมาได้เลย ตอนนี้ที่ต้องการที่สุดคือแรงผลักดันคา แหะๆ

บทที่ 7 ปีศาจมัลทาการัส [ฉาก NC 20+]

ชื่อตอน : บทที่ 7 ปีศาจมัลทาการัส [ฉาก NC 20+]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 698

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2560 20:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 ปีศาจมัลทาการัส [ฉาก NC 20+]
แบบอักษร

ภายในอาณาเขตอันแสนสุดลุกหูลุกตาของกษัตริย์ผู้ทรงพลังอำนาจแห่งยุคที่ปราศจากพลังเวทมนต์เหนือธรรมชาติ สนามฝึกอัศวินในยามเช้าตรู่ ซึ่งมีเหล่าอัศวินกำลังตั้งตาตั้งตาฝึกซ้อมประลองกำลัง ไม่ว่าจะเป็นวิชาฟันดาบ ยิงธนู หรือการฝึกโล่ เพื่อที่จะได้รบแม้จะเป็นระยะไกลหรือระยะประชิดก็ตาม สนามซ้อมเสมือนจริง ทุกคนต่างเอาจริงเอาจังไม่สนว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใคร เบนซึ่งเป็นคู่ซ้อมดาบให้กับอีริคอยู่ในสนาม ทั้งคู่มีฝีมือที่สูสีต่างคนต่างงัดกลยุทธที่ตนมีออกมาโดยไม่มีใครยอมใคร สร้างความประหลาดใจให้กับนักรบคนอื่นๆ เมื่อดาบไม้ของอีริคฟาดเคาะไปยังเพื่อนนักรบที่มีลีลาหลบได้อย่างฉิดฉิว และเร็วพอที่จะปัดป้องดาบนั้นของเขาได้ทัน เบนก้าวถอยไปตั้งหลักเพื่อหาช่องว่างในตัวของอีริคที่ไม่มีทีท่าว่าจะเปิดออกได้ง่ายๆ  ก่อนที่เขาจะต้องรับดาบที่ฟันมาจากข้างบนศีรษะของเขาได้ แล้วใช้เท้าถีบยันตัวอีริคให้ออกไปห่างๆ จากตัวเพื่อเปิดช่องโหว่ แล้วตะหวัดดาบไม้กระแทกโดนหัวคู่ซ้อมจนมีเลือดอาบออกมาในทันที ก่อนที่อีริคจำเป็นต้องยุติการซ้อมของเขาไว้เพียงเท่านี้ก่อน

เบนรีบประคองคู่ซ้อมที่เจ็บหนักไปพักที่ห้องหนึ่งเพื่อรอการรักษา ไม่นานสาวรับใช้ขององค์ราชินีชาลอนก็กุรีกุจอพร้อมกับกระป๋องน้ำร้อนเข้ามายังห้องอย่างหน้าตาตื่น เธอจับใบหน้าของหนุ่มหล่อขึ้นมาประคบแผลที่บวมช้ำนั้น แล้วค่อยๆ ชำระล้างเลือดออกไป อีริคมองหน้าหญิงสาวนั้นแล้วสายตาของทั้งคู่ก็สบกัน หญิงสาวหลบสายตาของเขา และทำเป็นประคบสมุนไพรให้เขาแทน ชีพจรของเธอเต้นแรงจนอีริคต้องจับข้อมือของเธอไว้

“ข้าต้องขออภัยที่ได้ล่วงเกินเจ้าต่อหน้าราชินีและบริวาร มันคงจะเป็นตราติดตัวเจ้าไปตลอดชีวิต โปรดรับคำขอโทษจากข้าด้วยเถิด”

ชากิร่าหันมาสบตาบุรุษตรงหน้าด้วยอาการกระวนกระวายก่อนที่จะสะบัดข้อมือออกจากมือใหญ่ที่กำลังจับมือเธอไว้อยู่อย่างเสียมารยาท

“ข้าทราบดี ว่าท่านก็ต้องทำตามรับสั่งของราชินีเช่นกัน” ชากิร่ายกระป๋องน้ำขึ้นมาก่อนที่จะกลับไปทางเดิม ทิ้งให้อีริคที่นอนเจ็บได้นอนคิดเรื่องวันนั้น

ไม่นานที่แผลของเขาจะหายเลือดออกดี อีริคได้หยิบเหรียญอัศวินที่วางอยู่ใกล้ๆ ตัวซึ่งได้รับมาด้วยเกียรติแห่งผู้กล้า เขาสวมมันกลับตามเดิมแล้วก็ออกจากห้องไปด้วยอาการไม่ค่อยจะสู้ดี ก่อนที่ขุนนางนายหนึ่งจะเดินเข้ามาหยุดเขาเอาไว้ แล้วให้เขาตรงเข้าไปยังห้องริมสุดทางเดินของตัวอาคาร ห้องสีครีมถูกตกแต่งอย่างเรียบหรูด้วยแจกันราคาแพงฉี่ และเฟอร์นิเจอร์ที่สั่งทำพิเศษจากไม้โอ๊คอย่างดีเคลือบเงาไว้ ภายในห้องราชินีชาลอนผู้เลอโฉมกำลังทอดร่างอันเปลือยเปล่าอยู่ในอ่างน้ำ อีริคทำทีท่าว่าจะออกไปทางประตู แต่ก็ถูกสกัดไว้ด้วยร่างที่ขึ้นมาจากน้ำ พระนางถอดสร้อยเหรียญออกจากคอของเขาแล้วนำไปวางยังโต๊ะใกล้ๆ อ่าง แล้วไม่นานร่างที่ชุ่มแฉะไปทั้งตัวก็บดอัดร่างชายหนุ่มไว้ไม่ให้ไปไหน อีริครู้ว่าราชินีกำลังต้องการที่จะเล่นเกมส์ความรู้สึกของเขา ราชินีชาลอนค่อยๆ ก้มร่างอันเปลือยเปล่านั้นลงตรงหน้าเขา แล้วชักแท่งสวรรค์ของเธอออกมาจากจากที่กำบังของอีริค ริมฝีปากกล้านั้นค่อยๆ ชโลมไล้ไซร้ตามโคนไปจรดปลายยอด จนอีริคต้องเปล่งเสียงอันสั่นครอนออกมาอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้เสียมาด เขาไม่คิดว่าราชินีจะระเริงร่านได้เพียงนี้ แต่ก็ไม่วายที่จะควบคุมความต้องการของตัวเองไว้ได้อีก เขาจับศีรษะของเธอให้ชักเข้าออกไปตามจังหวะที่ริมฝีปากนั้นกำลังอมและคายอยู่ ราชินีชาลอนจ้องมองไปยังเขาด้วยความซู่ซ่า ไม่นานร่างพระนางก็เชิญชวนให้เขาลงไปยังอ่างน้ำกับเธอด้วย เมื่อร่างชายหนุ่มได้เอนทับร่างอ้อนแอ้นอันสูงศักดิ์ในอ่างแล้ว อีริคกางขาของคนเบื้องบนให้อ้าออกไปจากตัวอ่าง เพื่อจะได้สอดใส่ดุ้นทองได้สะดวก ไม่นานนัก น้ำในอ่างก็กระเซ็นออกด้วยลีลาอันร้อนผ่าวดังไฟเผา เมื่อเขาโยกตัวกระแทกรูของนางอย่างรุนแรงและบ้าคลั่ง จนเธอร้องด้วยความสุขอันเสียวซ่านไปทั้งกายา ขาของนางที่กางเป็นตัวเอ็มพาดอยู่ขอบอ่างก็เปลี่ยนอริยาบถมาไขว้ไว้ที่หัวไหล่ของเขาแทน แรงสั่นสะเทือนดังแผ่นดินไหวเกือบจะถล่มอ่างน้ำตัวน้อยนั้น ไม่นานอีริคก็หลั่งน้ำรักของเขาพุ่งทยานไปยังใบหน้าของราชินีผู้ร่านรักด้วยความสะใจ

“รูปในเหรียญของสร้อยนี้ เป็นรูปลักษณ์ของมัลทาการัส หรือปีศาจที่ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์ตามหลักคริสศาสนาเมื่อประมาณพันปีก่อนแล้ว ปีศาจนี้เก่าแก่มากๆ ในบันทึกบอกไว้ก็ไม่ค่อยจะชัดเจนอะไร”

แม่มดผู้เปิดทางให้คัมภีร์เวทมนต์แก่ฉัน ตอนนี้เธอกำลังเปิดหนังสือเล่มหนาอย่างขะมักเขม้นเพื่อหาที่มาของเหรียญที่ฉันเก็บมาจากพวกคนเถื่อนได้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอหยิบสร้อยนั้นมาส่องใกล้กับดวงตา ก่อนจะพยักหน้าแล้วเอ่ยบอกว่า ต้องใช่มัลทาการัส แน่นอน

“ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนั้นมาก่อนเลยท่าน”

“มัลทาการัส สามารถแปลงรูปกายได้ตามใจชอบ เอาไว้ลวงเหยื่อมาสังหาร มากไปกว่านั้นพวกมันอ่านใจคนได้ แม่มดก็เช่นกัน ในคัมภีร์กล่าวไว้ว่าพวกมันสาบสูญไปนานแล้ว แต่ก็ไม่ยักจะมีผู้ใดเอามันมาเป็นสัญลักษณ์ในเหรียญเช่นนี้”

“พวกคนเถื่อน... สร้อยนี่เป็นของพวกมัน”

เมื่อการสนทนาอย่างลับๆ ของเราในชั้นใต้ดินของโบสถ์ได้เป็นอันยุติลง ฉันจึงได้มุ่งหน้ากลับไปยังฐานทัพทหารดังเดิม ด้วยสายตาอันส่อแววมีพิรุธของทหารหลายๆ นายที่จ้องมายังฉันเป็นตาเดียว

ทหารที่อยู่กันเป็นกลุ่มกำลังตัดฟืนอยู่ที่หน้ากระโจม เมื่อเขาเห็นฉันกำลังเดินมา ก็ไม่ช้าที่จะไปตามคู่ปรับตัวฉกาจอย่างอีธานที่อยู่ข้างในให้ออกมา มีทหารนายหนึ่งที่ได้ขว้างก้อนหินมาโดนที่หัวไหล่ข้างขวาของฉันเข้าอย่างเต็มแรง แล้วก็พากันหัวเราะเยาะ ก่อนที่อีธานเจ้าเก่าจะเดินไปหยิบกระป๋องที่ใส่สิ่งปฏิกูลของม้าที่เพิ่งเสร็จกิจมาใหม่ๆ เทโยนมาที่ฉัน จนเลอะเปรอะไปทั้งตัว ฉันต้องแก้แค้นเขาให้ได้งานนี้ ขี้ม้าที่ตกอยู่ที่พื้นนั้นฉันได้หยิบมันขึ้นมาปาไปยังกลางหลังของคนรักสนุก  จนเขานั้นโกรธจัด ทหารหลายนายที่ล้อมรอบอยู่ก็ได้พยายามระงับอาการของอีธานกันซะยกใหญ่ แต่ไม่นานหมัดหนักของเขาก็ซัดเข้ามาอย่างเต็มจังที่ใบหน้าของฉันจนล้มคว่ำ เขาเดินเข้ามากระชากตัวของฉันให้ลุกขึ้นแล้วปล่อยหมัดมาอีกชุดจนสำลักน้ำลายออกมา แล้วเสียงหัวเราะอย่างสะใจของหลายๆ เสียงกับร่างของฉันที่กำลังนอนกุมท้องอย่างเจ็บปวดก็ดังขึ้นมาทันที

สัญญาณแตรประกาศให้ทหารทุกคนมารวมตัวกัน ลากอสซึ่งอยู่ในคณะที่ประชุมด้วย เขามีสีหน้าที่เป็นทุกข์กับผลงานที่เขาได้ฝากไว้อย่างเจ็บแสบให้กับชื่อเสียงของทหารแห่งอาณาจักร เมื่อเขาได้นำความพ่ายแพ้จากคนเถื่อนมาได้เมื่อไม่นาน และเขาคงกำลังต้องการการวางแผนที่ดี และไม่สามารถคาดการณ์ฝีมือของศัตรูไว้ต่ำได้ต่อไปอีก เมื่อพวกเขาได้ทำพลาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงเท่านั้น นั่นหมายถึงความตาย เหตุผลในการเรียกประชุมในครั้งนี้ก็เพื่อต้องการจัดกองกำลังใหม่ เมื่อผลการจัดกำลังได้ข้อสรุปว่า ฉันได้ไปอยู่กับพวกทหารกองเสบียง หรือฝ่ายบริการ ที่ทหารทุกคนต้องการและสาปแช่งให้เป็น ส่วนพวกกรินและอีธานก็ได้คัดเลือกให้ไปอยู่กับกองทัพจู่โจมด้วยฝีมือและความสามารถอันเก่งกาจ เมื่อเสร็จจากกิจนี้ กรินที่รู้ว่าฉันมีท่าทีที่เศร้าสร้อยก็เข้ามาโอบไหล่ไว้ เขาปลอบประโลมฉันด้วยสำนวนชวนน่าขันเพื่อให้กำลังใจคนที่หมดหวัง ก่อนที่เขาจะขึ้นม้าแล้วขี่ตามพวกชุดกองทัพจู่โจมที่เพิ่งจัดไปในที่สุด กรินหันมายิ้มให้กับฉันอย่างอ่อนโยนและตะโกนบอกว่าเขาจะพยายาม

“เฮเลียส มัวยืนบื้ออะไร ไปหั่นผักได้แล้ว รู้หน้าที่ตัวเองแล้วนี่!!” ฉันเดินตามพวกทหารกองเสบียงไปอย่างเงียบๆ หันแลมองกำลังทหารม้าที่มุ่งหน้าออกจากหมู่บ้านมุสทาร์ไป

ซุ้มคนครัวกำลังพิถีพิถันในการปรุงอาหารเย็นสำหรับคนทั้งค่ายโดยมีฉันเป็นลูกมือช่วยหั่นผักกะหล่ำปลี ซึ่งอาหารมื้อค่ำแสนโอชะของวันนี้ก็คือเมนูสตูล  แจ็ค ทหารที่อยู่กองบริการเหมือนกับฉันที่เพิ่งเข้ามาใหม่ เขาหยิบต้นหอมใหญ่มานั่งปอกข้างๆ ฉัน

“พวกกองทัพใหม่กำลังไปล่าหมีกัน เห็นเขาว่ายังงั้น”

“พวกอีธานน่ะหรือ” ฉันกล่าว

“คงงั้น เห็นว่าพวกเขาเข้าป่าล่าสัตว์เพื่อฝึกกำลัง ทัพเราจะต้องจัดการกับพวกคนเถื่อนก่อนที่จะข้ามไปยังเมืองเวทมนต์”

เมื่อแจ็คปอกเปลือกผักในมือได้ไม่นาน เขาก็เริ่มร้องไห้

“นายคงจะเป็นกังวลกับพวกเขาล่ะสิ” ฉันจับไหล่แจ็คที่ตอนนี้ร้องไห้ไม่ยอมหยุด

“เปล่า หอมนี่ต่างหาก” แจ็คยื่นหอมมาทางฉันท่าทางกวนโทสะ

“จริงๆ นะ ข้าคิดว่าพวกเราก็มีดีไม่น้อยไปกว่าพวกนั้นที่ได้เป็นตัวจริง และพวกเราก็ไม่เหมาะกับงานครัวแบบนี้ นี่มันงานผู้หญิงเห็นๆ”

ทหารแก่ที่โดนจับมาอยู่กองเสบียงเหมือนกับฉันและแจ็ค พูดแทรกขึ้นมา อาหารมื้อเย็นถูกเตรียมจนครบสูตร ก่อนที่ฉันและแจ็คจะช่วยกันยกหม้อขึ้นตักอาหารแล้วนำไปวางไว้ที่ซุ้มทานอาหาร แล้วทหารแก่ก็วานให้ฉันไปตักน้ำที่บ่อเพื่อมาต้มทำซุปอีกมื้อต่อในทันที

เมื่อมาถึงที่บ่อน้ำเดิม ฉันจำได้ว่าเคยตกลงไปในนั้นครั้งหนึ่ง บ่อน้ำที่นี่ลึกและไม่รู้ที่สิ้นสุด ฉันหย่อนเชือกที่ผูกกับถังด้วยลอก ค่อยๆ เลื่อยมันลงไปในบ่อทีละนิดจนก้นถังสัมผัสผืนน้ำ แล้วเลื่อนลงไปตักน้ำจนเต็มถัง เมื่อน้ำเต็มได้ที่ จึงได้ชักมันขึ้นมา แต่ก็ต้องตกใจเมื่อมีทรายติดมาก้นถังด้วย ฉันระลึกได้ว่าเท้าของพวกคนเถื่อนก็มีโคลนทรายที่คล้ายคลึงกันแบบนี้ ไม่แน่พวกนั้นอาจอาศัยอยู่ใต้บาดาล

ถ้าเข้าทางบกไม่ได้ ก็ต้องเล่นงานพวกมันไม่ให้รู้ตัวทางน้ำ....

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น