ลีลาวดี ยามค่ำ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ไม่ขออะไรมากแค่กดถูกใจ แล้วก็คอมเม้นเล็กน้อยก็พอจ้าาาาา รักรีดเดอร์ทุกคน จุ๊ฟ

ตอนที่ 18 ว่าที่ลูกเขย

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 ว่าที่ลูกเขย

คำค้น : พระเอกเป็นปีศาจ,,นางเอกเป็นมนุษย์,อิโรติก,โรแมนติก แฟนตาซี,ลีลาวดี ยามค่ำ,ซีเมล,มุจลินท์

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2560 18:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 ว่าที่ลูกเขย
แบบอักษร

รถของลุงชัยเป็นรถกระบะสีขาวคันเก่าสภาพผ่านร้อนผ่านหนาวมาเป็นเวลานาน หลังจากที่หาอะไรกินกันจนอิ่มแปล้ เมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับ หญิงสาวก็ไล่คนตัวโตไปนั่งข้างหน้ากับลุงชัยส่วนตัวเองกะจะนั่งรับลมหลังกระบะคนเดียว แต่ซีเมลกลับกระโดดขึ้นหลังกระบะตามเธอซะงั้น 

"ไปนั่งกับลุงชัยข้างหน้าสิ...นับหนึ่ง...สอง...ถ้าคุณไม่ไปฉันไปนะ" 

เธอลุกพรวดแต่ก็ถูกมือหนาฉุดให้นั่งลงทันทีเช่นกัน 

"ไม่ให้ไป ถึงจะเป็นญาติ ข้าก็ไม่ชอบ ข้าอยากอยู่กับเจ้าแต่เจ้าจะหนีข้าไปไหนอีกมุจลินท์ นั่งนี่แหละ" 

"ไม่!" 

"ทำไมเจ้าดื้อนัก" 

"ฉันหมายถึงฉันจะไม่นั่งแบบนี้!" 

เขาฉุดเธอลงนั่งบนตักของเขาแล้วโอบแขนรอบเอวเธออย่างล็อกกันไม่ให้หนี สายตาหลายคู่เริ่มมองมาเธอจึงได้ออกแรงแกะมือเขาออก เมื่อเป็นอิสระเธอจึงทิ้งก้นนั่งลงข้าง ๆ เขาแทน  

"ตักข้านุ่มกว่าพื้นรถเป็นไหน ๆ "

"นุ่มได้แค่แป๊บเดียวเท่านั้นแหละน่า..." เธอบ่นอุบอิบแทบไม่ออกเสียงก่อนเสมองไปทางอื่นที่ไม่ใฃ่ใบหน้าหล่อ

ถนนลาดยางที่เริ่มเป็นหลุมเป็นบ่อไม่เป็นปัญหาในการชื่นชมทัศนียภาพของมุจลินท์แม้แต่น้อย ต้นไม้น้อยใหญ่เขียวชอุ่มทั้งสองข้างทางซ้ายขวาทำให้เธอเพลิดเพลินและอิ่มเอมใจ 

เมืองใหญ่ไร้ซึ้งความสงบร่มรื่นแบบนี้ มองไปทางไหนมีแต่ตึกราบ้านช่อง ถนนหนทางมีแต่รถวิ่งวุ่นขวักไขว่  อา ไม่ได้รับอากาศบริสุทธิ์แบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ อย่างที่คิดไว้เลย ตึกสูงเสียดฟ้าหรือจะสู่ป่าไม้เขียวขจี 

ซีเมลไม่ได้รบกวนเธอแม้แต่น้อย เขาเพลิดเพลินกับการมองภาพงดงามตรงหน้าเช่นกัน เรือนผมยาวสลวยที่รวบไว้แบบลวกๆ ถูกลมพัดจนปลายผมปลิวสะเปะสะปะแต่ทว่าน่ามองสะกดให้เขาต้องมองอย่างไม่มีเบื่อ 

มุจลินท์รู้สึกว่าถูกจับจ้อง เมื่อหันใบหน้ากลับมาก็พบว่าดวงตาสีเข้มกำลังมองอยู่จริง ๆ 

ใบหน้านวลแดงระเรื่ออ่อน ๆ อย่างเขินอาย ทั้งเรื่องที่คุยกันก่อนหน้านี้ก็มีผลด้วยเช่นกัน เธอไม่คิดว่าเขาจะเห็นชอบกับคำพูดของเธอ แต่ที่ทำให้เธอใบหน้าร้อนผ่าวไม่ใช่เพียงแค่เรื่องนั้น แต่เป็นเพราะสายตาที่มองมามันเหมือนกับว่าจะทำให้เธอละลายไปตรงนี้ ด้วย 

"คุณคงไม่ได้หื่นตอนนี้ใช่มั้ยคนบ้า" 

พูดจบก็รีบหลบสายตาที่มองมาอย่างยอมรับ 

ซีเมลหัวเราะเบา ๆ แล้วก้มตามไปสบตา "เจ้านี่ช่างรู้ใจข้าจริงนะมุจลินท์...แต่อย่าห่วงเลย ตอนนี้อำนาจแห่งคู่ชะตายังไม่แผลงฤทธิ์ เป็นเพียงแค่ความต้องการของข้าที่ต้องการเจ้า เพราะงั้น ข้าไม่ทำให้เจ้าต้องลำบากใจในตอนนี้หรอก" 

พอเขาพูดมาแบบนั้น เธอก็เบาใจในระดับหนึ่ง...แต่ว่า...ถ้าเกิดอำนาจของคู่ชะตาดันมาออกฤทธิ์ตอนอยู่ที่บ้าน เธอเองก็คงจะห้ามตัวเองไม่อยู่เหมือนกัน...อะไรที่มองไม่เห็นนี่น่ากลัวชะมัด 

"แต่คุณก็ยับยั้งตัวเองเก่งขึ้นแล้วนี่คะ" ซีเมลเค่นยิ้มออกมาก่อนเผยความจริงที่ทำให้ไม่ใช่แค่ใบหน้าเท่านั้นที่ร้อนผ่าว แต่ร่างกายของเธอตอนนี้ร้อนวูบวาบอย่างกับโดนไฟสุม 

"มันเป็นสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับข้าที่จะไม่สมสู่กับเจ้ามุจลินท์ รอยยิ้มของเจ้า สายตาของเจ้า ทุกครั้งที่ข้ามอง ข้าก็ต้องการร่วมรักกับเจ้าทุกครั้ง แต่หากไม่เพราะอำนาจคู่ชะตา เจ้าจะทนรับความต้องการที่มากล้นของข้าได้อย่างไร ข้าก็คงต้องรอเวลา เพราะไม่อย่างงั้น เจ้าคงได้กร่นด่าข้าอย่างข้าเป็นพวกมนุษย์ติดบ่วงกามเป็นแน่" 

ไร้คำจะกล่าว คำพูดตรง ๆ ของเขาตอนนี้ทำให้เธอเหมือนโดนนอคเอ้าท์กลางอากาศ คนที่แพ้อย่างราบคาบเช่นเธอก็คงทำได้แค่เสชมนกชมไม้ต่อไป


ใช้เวลาชั่วโมงกว่าเกือบสองชั่วโมงในการเดินทาง 

มุจลินท์มองภาพบ้านหลังเล็ก ๆ บนเนินเขาสงบ ท่ามกลางพืชพรรณนานาชนิดที่มารดาและเธอสรรหามาปลูกประดับอย่างคิดถึง บ้านหลังน้อยสร้างด้วยปูน ทาด้วยสีฟ้าอ่อนที่ตอนนี้สีเริ่มลอกร่อนตามกาลเวลา แม้จะอยู่ติดกับถนน แต่เพราะบริเวณรอบ ๆ บ้านถูกล้อมด้วยพันธ์ุไม้มากมายนับไม่ถ้วน จึงทำให้ดูเหมือนกับว่าอยู่กับคนละโลก

จากตรงนี้ มองไปแทบไม่ต่างจากกระท่อมน้อยกลางสวนเลยเพราะบริเวณรอบ ๆ ตัวบ้านมีแต่ต้นไม้ร่มรื่นเหมือนกับบ้านกลางป่า  ห้องน้ำที่สร้างด้วยบล็อกปูน มุงด้วยหลังคาไม่ถึงยี่สิบแผ่นและประตูที่ทำขึ้นมาเองด้วยฝีมือของพ่ออยู่แยกห่างจากตัวบ้านเกือบร้อยเมตร 

"บ้านฉันอาจอยู่ไม่สบายนักนะคะ คุณจะไปพักที่รีสอร์ทใกล้ ๆ นี่ก็ได้ เขาสน้างไว้เผื่อรองรับนักท่องเที่ยวแล้วก็อขกของหมู่บ้านน่ะ รับรองสบายกว่านี้เยอะ" 

หันไปบอกคนข้าง ๆ ที่หิ้วถุงของฝากพะรุงพะรังเต็มสองมือเพราะเขาดันซื้อทุกอย่างที่เธอหยุดมอง มันคงจะหนักมาก ถ้าหากเธอเป็นคนถือคงต้องเทียวขนหลายรอบ แต่เขากลับหิ้วมันทั้งหมดในคราเดียวด้วยใบหน้านิ่งเฉยดูไม่รู้ว่าหนักหรือไม่

"เจ้าอยู่ที่ไหน ข้าก็อยู่ที่นั่น อย่าได้กังวลเลยมุจลินท์ ข้าไม่ใช่พวกมนุษย์เรื่องมาก ขอแค่ที่นั่นมีเจ้าอยู่ไม่ว่าจะเป็นที่ที่ลำบากแค่ไหนข้าก็จะอยู่กับเจ้าเสมอ" 

... 

เป็นอีกครั้งที่เธอทำได้แค่ก้มหน้ายิ้มแล้วพูดขอบคุณเบา ๆ เขาทำให้เธอประหลาดใจได้ตลอดเวลา และเป็นเพียงคนเดียวที่ทำให้หัวใจเต้นแรงได้มากมายขนาดนี้ 

"มาแล้วเหรอ มา ๆ เข้ามา ๆ" 

ชมพิตได้ยินเสียงรถและเสียงคุยกันที่หน้าบ้าน นางรีบปิดฝาหม้อน้ำขนมจีนแล้วเดินไปที่หน้าบ้าน 

"ดูซิ ซื้ออะไรมาเยอะแยะ บอกว่าไม่ต้องซื้อ ๆ อะไรนักหนานะลูกคนนี้" 

"ลินเปล่านะจ้ะ แม่ไม่ต้องฟรอก เดี๋ยวลินถือเองจ้ะ"

มารดาบ่นขณะปรี่เข้าช่วยลูก แต่ทว่าโดนปฏิเสธจึงหันไปมองชายหนุ่มหล่อเหลาอีกคนที่เดินตามหลังลูกสาวมาติด ๆ ในมือมีของพะรุงพะรังอย่างกับแผงขายของ  นางรู้จากลูกสาวว่าจะมีคนมาด้วย แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดมากนัก บอกแค่ว่าเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยแค่นั้น 

แต่ความรู้สึกของคนเป็นแม่ และด้วยพรจากฟ้าทีได้รับสืบทอดมาทำให้นางรู้ได้ทันทีที่สบตาสีดำเข้มคู่นั้น 

เขาไม่ใช่คน! 

ซีเมลมองสบตาผู้เป็นมารดาของมุจลินท์ หญิงสูงวัยรู้ร่างผอมบาง แต่งตัวด้วยเสื้อยืดสีเหลืองเก่า ๆ และผ้าถุงสีแดง ผมที่เริ่มมีสีขาวยาวสลวยถูกรวบมัดอย่างลวก ๆ ไว้ด้านหลัง...และเขามอบรอยยิ้มแก่นาง 

"ทำไมสิ่งมีชีวิตอย่างคุณถึงมาอยู่บนโลกมนุษย์!?" 

ชมพิตมั่นใจในทันที ร่างของนางสั่นเทาด้วยรับรู้ถึงพลังของผู้ที่ยืนตรงหน้า  

"แม่!" 

มุจลินท์เบิกตากว้างอย่างตกใจที่มารดารู้ได้ทันที ทั้ง ๆ ที่เขาอยู่ในคราบของมนุษย์ที่เจ้าตัวบอกเองว่าแม้แต่ปีศาจหรือเทพก็แทบจะไม่รู้ถึงตัวตนที่แท้จริง 

"สมกับเป็นท่านแม่ของมุจลินท์ ท่านคงเป็นบุตรผู้ได้รับการสืบทอดจากบัญชาสวรรค์...เช่นนั้นแล้ว ได้โปรดท่านอย่าได้กังวลใด ๆ ตอนนี้ข้าเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง" 

"แต่คุณ...เป็นไปไม่ได้" 

ชมพิตได้แต่ยืนตัวสั่นแม้อีกฝ่ายจะสะกดพลังมหาศาลเอาไว้แล้วอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อครู่ เขาคงแค่ต้องการจะบอกนางเท่านั้นจึงปลดผนึก 

แต่ตอนนี้แม้แต่ปีศาจหรือเทพเทวดาก็ไม่อาจจะรู้ได้แล้วว่าตัวตนของเขาเป็นใคร 

เป็นไปไม่ได้ ที่ระดับอย่างเขาจะมาอยู่บนโลกมนุษย์

มุจลินท์มองร่างที่สั่นเทิ้มของมารดาอย่างกังวลและไม่เข้าใจ 

เกิดอะไรขึ้น? พวกเขาคุยกันเรื่องอะไร เธอไม่เห็นจะเข้าใจเลยซักนิด   

ซีเมลรั้งรอให้ร่างของหญิงสูงวัยเป็นปกติจึงเอ่ยอย่างสุภาพ 

"ท่านแม่...ข้าคงต้องเรียกท่านเช่นนี้ตั้งแต่นี้ไป เพราะมุจลินท์คือคู่ชะตาของข้า และข้ามาที่นี่เพราะเหตุนี้...ได้โปรดอนุญาตให้ข้ารักกับมุจลินท์...ข้ารักนาง" 

พูดด้วยน้ำเสียงที่ปกติแต่ทว่าหนักแน่น แม้เขาจะพูดด้วยใบหน้าที่สงบนิ่งแต่มันกลับเหมือนคำสัญญาสาบานที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้ถูกเชื่อมโยงด้วยคำพูดของเขา 

เธอลืมคำพูดของตัวเอง ลืมเสียงที่จะเอ่ย ลืมแม้กระทั่งหายใจ เธอเกร็งไปทั้งร่างขณะที่มือประคองร่างมารดาเอาไว้ไม่ห่าง 

นี่มัน...อะไรกันเนี่ย 

"เฮ้อ..." จู่ ๆ มารดาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทำให้เธอต้องหันมามองมารดาอย่างฉงน "ฉันก็ไม่ได้จะขัดขวางคุณกับลูกสาวซักหน่อย" 

"?" 

อะไรนะ!? 

ชมพิตหันมามองลูกสาวอย่างอ่อนใจ "ถึงอยากจะห้ามก็คงห้ามไม่ได้หรอก คู่ชะตาน่ะ ถ้าคนใดคนหนึ่งไม่ตายก็ไม่สามารถตัดสายสัมพันธ์ได้หรอก...แม้ตายจากกัน บางทีเส้นสัมพันธ์ก็ตัดไม่ขาด...อย่างแม่กับพ่อแกนั่นแหละ" 

"...แล้ว แม่รู้ได้ยังไงว่าพ่อเป็นคู่ชะตาล่ะจ้ะแม่...ลินน่ะ ถ้าซีเมลไม่เข้ามา ลินก็ไม่มีทางรู้ว่าเขาคือคู่ชะตา" 

แม้เธออยากรู้มากขนาดไหนแต่ทว่ามารดาก็ยังคงไม่ตอบในทันที 

"ยัยลูกคนนี้นี่ ขี้สงสัยจริง พาเขาเข้ามาในบ้านก่อนเถอะ นั่งพักกันก่อน แม่จะไปดูหม้อน้ำขนมจีน" 

ชมพิตเดินนำลูกสาวและ 'ว่าที่ลูกเขย' เข้ามาในบ้านก่อนหายไปทางประตูที่เชื่อมออกไปทางห้องครัว ทิ้งให้ทั้งสองอยู่ตามลำพัง 

"อ่า คุณพักผ่อนก่อนก็ได้นะคะ ห้องของฉันอยู่ทางนั้น" 

พูดพร้อมกับผายมือไปทางประตูด้านขวามือ บ้านหลังน้อยมีเพียงสองห้องคือห้องของเธอและห้องของแม่ ตรงประตูทางเข้าเป็นโถงโล่งปูด้วยเสื่อน้ำมันสีน้ำตาล ส่วนห้องทางฝั่งขวามือเป็นห้องของมารดา 

"คุณใช้ห้องนี้ได้ตามสบายเลยนะคะ เดี๋ยวฉันไปนอนกับแม่" 

ซีเมลวางของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ ลงใต้โคนเสาไม้สี่เหลี่ยมตามหญิงสาวแล้วรีบฉวยคว้าท่อนแทนกลมคลึง ก่อนที่เธอจะเดินออกไปทางประตูฝั่งขวามือใกล้ประตูห้องของเธอ 

"นอนด้วยกันเถอะ ท่านแม่เองก็คงต้องการเช่นนั้น" 

"แต่ถ้าชาวบ้านรู้เข้าพวกเขาต้องเอาไปพูดกันเสีย ๆ หาย ๆ แน่ ฉันไม่อยากให้แม่ถูกนินทาหลังจากที่ฉันกลับไปแล้ว" 

โดยเฉพาะญาติพี่น้องบางคนที่ชอบเหยียบย่ำกันเอง หลายครั้งหลายคราที่เธอรู้สึกว่าหลายสิ่งที่พวกเขาทำมันช่างเห็นแก่ตัวและแบ่งแยก 

ดูเอาเถอะ ขนาดที่แม่ของเธอที่อายุมากขนาดนี้และสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง พวกเขายังไม่สนใจดูแล จ้องแต่จะหาผลประโยชน์เข้าตัว...เธอสงสารแม่ 

ซีเมลมองความผิดหวัง เสียใจในแววตาคู่สวย เขารู้ว่าเธอรู้สึกยังไง และมันทำให้เขารู้สึกเจ็บที่ใจอย่างไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เขาอยู่ที่นี่ ใครที่มันกล้าเหยียบย่ำทำร้ายจิตใจสิ่งสำคัญของเขา...อย่าได้คิดว่าจะรอดเงื้อมือราฟาเอล ซีเมลผู้นี้ไปได้ 

"แน่นอนว่าคนพวกนั้นต้องนินทาเจ้าและท่านแม่ของเจ้าแน่ แต่ไม่ใช่เนินทาด้วยหมายเหยียบย่ำ...แต่คนพวกนั้นจะนินทาเจ้าอย่างอิจฉา...เพราะมนุษย์มีความโลภ จิตใจมีแต่ความอยากได้อยากมี เมื่อเห็นคนอื่นได้ดีก็มักอิจฉาริษยา...ยิ่งเป็นสิ่งที่ตนเองไม่สามารถครอบครองได้ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ความรู้สึกอยากมากขึ้น อยากมี อยากได้ อยากครอบครอง..." 

นิ้วเรียวยาวของเขาแตะบนคางมนแล้วสบตากับดวงตาใสแจ๋วน่ามองของเธอ 

"ข้าอยู่ตรงนี้มุจลินท์ บอกข้า...สิ่งใดที่เจ้าปรารถนา" 

"ถ้าคุณผิดคำสัญญาฉันจะโกรธคุณจริง ๆ ด้วย" 

หญิงสาวตอบทันทีแทบไม่คิด นั่นทำให้ซีเมลต้องระบายยิ้มอย่างพึงพอใจเป็นที่สุด  เพราะเธอเป็นเพียงคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกท้าทายได้ถึงขนาดนี้ 

"แน่นอน...ตอนนี้ข้าเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา หากข้าใช้พลังข้ายินดีรับการลงโทษจากเจ้า" พูดพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย 

มุจลินท์รู้สึกว่ารอยยิ้มของซีเมลมันดูน่าสงสัยเสียเหลือเกิน และไม่ว่าเธอจะถามยังไงอีกฝ่ายก็ไม่ยอมแง้มแผนในหัวออกมาเลยซักนิด สุดท้ายเธอก็ต้องล้มเลิกความพยายามยามทั้งที่ใจอยากจะรู้แทบตาย 

เพราะบิดาเสียตอนที่กำลังสร้างบ้านหลังนี้ ลำพังเธอกับแม่สองคนจึงทำได้แค่อยู่กันอย่างพอมีพอกิน เธอหวังว่าหากเรียนจบมีงานทำ บ้านหลังนี้เธอจะสานต่อให้สมบูรณ์ แต่ถึงแม้จะไม่ได้สะดวกสบายมากนัก เธอและแม่ก็ยินดีต้อนรับทุกคนที่มาดีเสมอ 

บริเวณหลังบ้าน หลังห้องน้ำเป็นพื้นที่โล่งมีแต่ต้นหญ้ารกสูง ไกลออกไปไม่มากตรงข้ามเป็นภูเขาที่มีป่าไม้เขียวชอุ่ม กั้นอาณาเขตบ้านกับภูเขาด้วยลำห้วยเล็ก ๆ ที่เธอเคยชอบไปนั่งเล่นตอนอากาศร้อน แต่ทว่าตอนนี้อยู่ระหว่างช่วงปลายฝนต้นหนาว คนขี้หนาวอย่างเธอคงไม่สุนทรีย์ที่จะนั่งแช่น้ำเย็น ๆ ท่ามกลางฝนโปรยแน่ 

ที่นี่ ตอนยามเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีทองอบอุ่นจะสว่างจ้า เมื่อเคล้ากับลมโชยเอื่อยที่หอบพัดเอากลิ่นยอดหญ้าและกลิ่นอายฤดูหนาวแล้ว ที่นี่ก็ไม่ต่างจากอีกโลกหนึ่งเลย เธอรักที่นี่ บรรยากาศแบบนี้ หาจากที่อื่นไม่ได้อีกแล้ว


อีกฟากหนึ่งของป่า ดวงตาสีเขียวมรกตสว่างไสวและฉาลฉายด้วยความดีใจ ร่างสูงโปร่งนั่งพิงบนต้นไม้สูงใหญ่ สายตาทอดมองมายังอีกฝั่ง...บ้านหลังเล็ก ๆ นั่น กับเด็กสาวและแม่ 

"นานแล้วที่เจ้าไม่กลับมา ข้ารอเจ้าจนดอกราเวนเนียต้นนั้นใกล้จะบานอีกคราแล้ว"


โว้วๆๆ ใครน้าตาสีเขียวมรกต โอ๊ย ตัวละครจะเยอะไปไหน 555​

ความคิดเห็น