หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

นี่! อาจอชี! เรียกคุณนั่นแหละ ทำไมไม่พูดล่ะ? อาจอชี!

ตอนที่ 17 สอดแนมอนาคต

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 สอดแนมอนาคต

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.8k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2560 15:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 สอดแนมอนาคต
แบบอักษร

"หนูเคยรับปากกับแม่ว่าจะไม่ให้เสียการเรียนเพราะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอย่างแน่นอน แต่ว่า..." เด็กหญิงมีสีหน้าที่กังวลมาก ขอบตาแดงผ่าว

"แต่หนูลองคิดดูนะ ถ้าเกิดว่าหนูเลี้ยงสัตว์แล้วกระทบต่อการเรียนล่ะ ที่บ้านคงไม่อนุญาตให้หนูเลี้ยงต่อแน่ๆ อาจจะเอามันให้คนอื่น หรืออาจจะเอามันไปปล่อย ถึงตอนนั้นสัตว์เลี้ยงจะไม่น่าสงสารเหรอ?" เขาพูดโน้มน้าวด้วยความอดทน

"โธ่...." เด็กหญิงมองดูเจ้าหนูแฮมสเตอร์ คงจะนึกถึงภาพที่เจ้าหนูแฮมสเตอร์เร่รอนอยู่ข้างถนน

"ดังนั้นถ้าหนูอยากจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงก็ใช่ว่าจะเลี้ยงไม่ได้นะ แต่ต้องเริ่มฝึกควบคุมตัวเองให้ได้ตั้งแต่ตอนนี้ เช่น ตื่นให้ตรงเวลา นอนให้ตรงเวลา ไม่ต้องให้ใครปลุก ไม่ต้องให้ใครมาเร่ง ช่วยงานที่บ้านเท่าที่แรงตัวเองจะทำได้ ทำความสะอาดบ้าน ล้างจาน ล้างผัก ที่สำคัญที่สุดจะต้องตั้งใจเรียน ไม่ตกไปอยู่อันดับท้ายๆ เข้าใจไหม?"

แววตาของเด็กหญิงเริ่มมีความหวังขึ้นมา ออกแรงพยักหน้า "ค่ะ! หนูเข้าใจแล้ว! ขอบคุณนะคะ พี่ชายเจ้าของร้าน!"

จางจื่ออันยิ้มเล็กน้อย "ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก เรื่องพวกนี้พูดง่ายแต่ทำได้ยาก ทำไปหนึ่งวันก็ง่าย ทำสองวันก็ไม่ยาก ความยากอยู่ที่จะทำไปตลอดได้หรือไม่ ต้องมีเป้าหมายเล็กๆ เสียก่อน เช่น ยืนหยัดที่จะทำ 1 เทอม ให้พ่อและแม่ได้เห็นถึงความตั้งใจของหนูนะ"

เธอชูกำปั้นน้อยๆ ขึ้น "หนูจะต้องทำให้ได้!"

"ดีมาก รีบไปโรงเรียนเถอะ อย่าให้สายล่ะ"

เมื่อส่งเด็กหญิงกลับไปแล้ว จางจื่ออันให้อาหารสัตว์น้อยนอกเหนือจากเจ้าหนูแฮมสเตอร์ที่เหลืออีกสามตัว ให้พวกมันได้กินเกือบอิ่มท้อง

มีคนมากมายที่รักสัตว์ พวกเขากลัวมากว่าสัตว์เลี้ยงจะกินไม่อิ่ม ทุกมื้อจะต้องให้อาหารสัตว์เลี้ยงจนพวกมันกินต่อไม่ไหว พฤติกรรมแบบนี้ควรค่าที่จะหารือกัน ไม่ว่าคนหรือสัตว์ ช่วงที่ดีที่สุดคือช่วงเวลาได้กินอิ่มแบบครึ่งท้องไปจนถึงเกือบอิ่ม มีผลวิจัยมากมายที่พิสูจน์ว่าการกินแบบนี้จะทำให้สุขภาพแข็งแรงและมีอายุยืนมากกว่า

ทานน้อยๆ แต่ทานหลายๆ มื้อจึงจะถูกต้องตามหลักการ

การทานอิ่มมากเกินไป สิ่งที่จะตามมาก็คือโรคไขมันในเส้นเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง และโรคเรื้อรังอื่นๆ สัตว์เลี้ยงก็สามารถเป็นโรคพวกนี้ได้เช่นกัน จางจื่ออันเคยเห็นแมวและสุนัขที่อ้วนจนกระทั่งไม่สามารถเดินได้มาไม่น้อย นี่ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย ในอนาคตคงจะไม่ได้ยินข่าวว่าอ้วนจนกลายเป็นเสือไซบีเรียหรอกนะ

บรรพบุรุษของพวกสัตว์เลี้ยงเป็นสัตว์ป่า ได้รับการคุกคามจากความหิวโหยอยู่ตลอดเวลา เมื่อเจออาหารจึงกินจนกระทั่งอิ่ม เพราะไม่รู้ว่าอาหารมื้อต่อไปจะมาถึงเมื่อไหร่ สัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงกันในบ้านรุ่นนี้ไม่มีสัตว์ที่เป็นศัตรูกันโดยธรรมชาติ จึงไม่ได้เผชิญกับความหิวโหย แต่ลักษณะนิสัยของพวกมันกลับยังคงรักไว้ต่อมาจนถึงทุกวันนี้ พวกสัตว์เลี้ยงไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ดังนั้นผู้เลี้ยงจึงต้องควบคุมแทนพวกมัน

รักมัน อย่าให้พวกมันกินอิ่มจนเกินไป

สำหรับร้านขายสัตว์เลี้ยง ให้พวกสัตว์เลี้ยงกินอิ่มสัก เจ็ดสิบถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ก็เพียงพอแล้ว ถ้าหากลูกค้ามาพวกมันก็จะโผเข้าหาลูกค้าด้วยความกระตือรือร้น กระดิกหางประจบขออาหารไปทางลูกค้า เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มปริมาณการขาย สัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งที่กินอิ่มๆ นอนย่อยอาหารอย่างเกียจคร้าน ไม่สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เกรงว่าจะขายออกยาก หาเจ้าของจริงๆ ของพวกมันยากเช่นกัน

ร้านขายสัตว์เลี้ยงเป็นเพียงที่พักระหว่างทาง ไม่ใช่ที่พักพิงที่สุดท้ายของพวกสัตว์เลี้ยง

พวกสัตว์เลี้ยงกินกันอย่างเอร็ดอร่อย จางจื่ออันกลับถอนหายใจอย่างเงียบๆ ธุรกิจก็ยังไม่สำเร็จ หากเป็นเช่นนี้จะนั่งนอนกินสมบัติเก่าต่อไปจนหมดได้อย่างไรกัน?

"เมี๊ยว จื่ออันไม่สบายใจ?"

สัญชาตญาณของซิงไห่ได้สังเกตเห็นสีหน้าของเขาที่เปลี่ยนแปลงไป มันนั่งอยู่บนเปลนอนเด็กที่เขาเตรียมไว้ให้ สอดครึ่งตัวของมันไว้ใต้เบาะผ้าฝ้าย โผล่ออกมาแค่เพียงส่วนหัว ดวงตาสีเงินเทากระพริบตาขึ้นลง กำลังจ้องมองดูเขา

"เปล่าสักหน่อย ใครบอกว่าฉันไม่สบายใจ? ฉันสบายใจมากต่างหาก!"

เขาทำตัวเองให้มีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่สามารถทำให้เจ้าแมวน้อยกังวลใจเพราะเขาได้

"มาเล่นซ่อนหากันไหม? ซิงไห่!"

"เมี๊ยว! เล่นซ่อนหา! เล่นซ่อนหา! อยากเล่น!" แววตาของซิงไห่มีแสงประกายแวววาว เห็นได้ชัดว่าตื่นเต้นดีใจมาก เปลสั่นไหวไปทางซ้ายขวาเบาๆ ตามแรงของมัน

"ยังให้ฉันเป็นคนหา?"

"เมี๊ยว! จื่ออันเป็นคนหา! ซิงไห่ต้องตั้งใจแล้ว! ถ้าซิงไห่ตั้งใจขึ้นมาแม้กระทั่งซิงไห่ยังต้องกลัวตัวเอง!"

จางจื่ออันไม่รู้จะพูดอย่างไรต่อ คำพูดของเขาเมื่อสองสามวันก่อนถูกซิงไห่พูดเลียนแบบเสียแล้ว

"ดี! เธอไปซ่อนเถอะ! ฉันจะบอกให้วันนี้ฉันตั้งใจมากกว่าเธออีก! ฉันจะต้องเป็นราชาแห่งการเล่นซ่อนหาฝ่ายชายให้ได้!"

“เมี๊ยว! เมี๊ยว!”

ผลของวันนี้ จางจื่ออันพ่ายแพ้อย่างย่อยยับเหมือนกับหลายวันก่อน

วันนั้นซิงไห่จงใจแพ้หรือเปล่านะ?

หลังจากที่เกมเล่นซ่อนหาจบลง เขามานอนพักอยู่บนเก้าอี้นอน สายตากวาดไปทางผู้คนที่เดินอยู่ด้านนอกร้าน ผู้คนเดินผ่านไปผ่านมามากมาย ทำไมถึงไม่มีใครหยุดเดินเข้ามาในร้านสักคนนะ?

แววตาของซิงไห่เปล่งแสงระยิบระยับมองดูเขา


ตึก! ตึก! ตึก!

เสียงของรองเท้าส้นสูงที่กระฉับกระเฉงและมีจังหวะ ราวกับจังหวะตีกลอง

งานของจ้าวฉีในเช้านี้สิ้นสุดลงแล้ว เธอถือกระเป๋าออกมาจากออฟฟิศ อยากจะหาร้านอาหารทานข้าว ปกติแล้วเธอจะมาทานอาหารด้วยกันกับเพื่อนสาวที่ทำงาน แต่วันนี้เธอถูกเจ้านายตำหนิ อารมณ์ไม่ดีเล็กน้อยดังนั้นจึงอยากอยู่คนเดียวสักครู่ จึงได้ปฏิเสธการเชิญของเพื่อนๆ

เธอก้มหน้าเดินอยู่บนถนน ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ ฟันกัดเม้มริมฝีปากล่างเอาไว้

“เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ความผิดของฉัน ทำไมต้องให้ฉันมาแบกรับไว้ด้วย?”

“ได้ยินมาว่าผู้ช่วยคนใหม่เป็นญาติของผู้จัดการ มิน่าล่ะพอเกิดเรื่องผู้จัดการถึงได้เข้าข้างเธอตลอด!”

“ฉันโกรธแทบแย่! อยากจะลาออก ไม่อยากทำแล้วจริงๆ!”

แต่การลาออกก็เป็นเพียงแค่ความคิดเท่านั้น ช่วงนี้เศรษฐกิจซบเซา เงินเดือนงานนี้ของเธอก็ไม่เลว  การลาออกโดยที่ไม่มีงานใหม่รองรับเป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไป

“อดทน อดทน อดทน! ฉันต้องอดทนต่อไป! ต้องมีสักวันที่จะทำให้ผู้ช่วยโสเภณีนั่นขายหน้าให้ได้!”

ด้วยน้ำหนักแรงหายใจของเธอ เสียงของรองเท้าส้นสูงที่กระทบลงบนพื้นจึงเปลี่ยนไปอย่างไม่เป็นระเบียบ

ป้ายของร้านขายสัตว์เลี้ยงแฉลบผ่านหางตาของเธอ แต่ไม่ได้ทำให้เธอเกิดความสนใจ

.......

ป้ายของร้านขายสัตว์เลี้ยงแฉลบผ่านหางตาของเธอ แต่ไม่ได้ทำให้เธอเกิดความสนใจ เธอล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาเช็คดูข่าวสารนิดหน่อย

.......

ป้ายของร้านขายสัตว์เลี้ยงแฉลบผ่านหางตาของเธอ แต่ไม่ได้ทำให้เธอเกิดความสนใจ คอของเธอคันเล็กน้อยจึงยกมือขึ้นมาเกา

......

ป้ายของร้านขายสัตว์เลี้ยงแฉลบผ่านหางตาของเธอ แต่ไม่ได้ทำให้เธอเกิดความสนใจ เธอมองเห็นป้ายทะเบียนรถของรถคันหนึ่งที่น่าสนใจมาก

......

ป้ายของร้านขายสัตว์เลี้ยงแฉลบผ่านหางตาของเธอ

“เอ๊ะ! ร้านขายสัตว์เลี้ยง?”

เธอหยุดฝีเท้า

เดิมทีท้องหิวเป็นอย่างยิ่ง แต่รู้สึกเหมือนอิ่มแล้ว ไม่อยากจะทานอะไรไปชั่วคราว

ตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเลยสักครั้ง แม้จะคิดสักครั้งยังไม่เคย

“ช่างเถอะ เข้าไปดูสักหน่อยก็ได้ ถ้าหากมีสัตว์เลื้อยคลานที่น่าสะอิดสะเอียนค่อยออกมาทันที!”

เมื่อเห็นว่าไม่ได้เสียหายอะไร เธอจึงตัดสินใจเข้าไปดูสักหน่อย


หัวของซิงไห่ห้อยลงมา หนังตาก็ห้อยต่ำลงมาด้วย ราวกับกำลังต่อสู้กับความง่วงอย่างขะมักเขม้น

“เป็นอะไรไปซิงไห่? ไม่สบายหรือเปล่า?” จางจื่ออันนั่งลงบนเก้าอี้นอน เขาไม่ได้ทันได้สังเกตเห็นหญิงสาวที่กำลังเดินเข้าประตูร้านมาพอดี ทั้งหมดในใจของเขากำลังให้ความสนใจกับซิงไห่เป็นพิเศษ

“เมี๊ยว...ซิงไห่ง่วงนิดหน่อย...อยากนอนพักสักครู่... ”

น้ำเสียงของจางจื่ออันจึงค่อยผ่อนคลายลง พูดเสียงเบาๆ ว่า “งั้นก็นอนเถอะ”

หนทางที่จ้าวฉีจะต้องเดินผ่านทั้งหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ดอย่างในอนาคต​ได้ดับสลายไปจนหมดสิ้น

อนาคตที่จ้าวฉีตัดสินใจเข้าไปดูในร้านเป็นสิ่งเดียวที่ถูกนำมาหลอมรวมให้กลายเป็นความจริง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น