สูญองศา

ยินดีต้อนรับสู่นิยายอีโรติด ตลก โปกฮา ติดตามกันเยอะๆน๊าาาา อัฟตามใจคนแต่ง จะมีอีบุคด้วยจร้าา

บทที่ 10 เกาะสวาทหาดสวรรค์ 100 %

ชื่อตอน : บทที่ 10 เกาะสวาทหาดสวรรค์ 100 %

คำค้น : นิยายโรมานส์

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2560 18:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 เกาะสวาทหาดสวรรค์ 100 %
แบบอักษร

“ทานเถอะค่ะ” หญิงสาวรวบกัดแซนวิชปูอัดไข่กุ้งซ้อนสาร่ายวากาเมะอีกชั้นจนเต็มคำ เบือนหน้าหนีเมื่อจู่ๆน้ำตาเจ้ากรรมก็เริ่มร่วงแบบไม่ทันตั้งตัว 

เธอรีบเช็ดมันออก ไม่อยากดูอ่อนแอ

อะไรที่จะทำให้เขาจับไม่ได้ว่าเธอเศร้า

คิดได้ดังนั้น ?

มันตราลุกแล้ววิ่งลงทะแลตูม! ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย!  ปล่อยให้เจ้านายหนุ่มนิ่งค้างทั้งที่ยังกลืนแซนวิชไม่หมดคำ

อะไรของเธอ!กัน

“อ๊ากกกกกกก สบายจังเลยโว้ย!” แล้วเธอก็กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด “ได้เล่นสักที” ตะโดนลั่นสุดเสียงชนิดหูดับตับแตก

ช่างเป็นคนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้

หรือเลขาเขาเป็นฮิททีเรียว่ะ

ท่านประธานหนุ่มนั่งมองคนที่ร่าเริงผิดหูผิดตา เธอเล่นน้ำคนเดียว นางเงือกน้อยของเขาดำผุดดำว่าย สักพักก็เกยตื้นให้น้ำทะเลซัดอยู่ แดดเปรี้ยงขนาดนี้ไม่รู้ว่าเธอไม่กลัวผิวเสียหรือแม้จะทาครีมกันแดดมาก็เถอะเขายังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี

มันตรามองเงาที่ทาบเลยลำตัวไป เจ้านายหนุ่มยืนค้ำหัวเธอเฉยลืมตาได้แค่พียงนิดเดียวก็ต้องหลับลงใหม่ก่นด่าความขี้ขลาด เธอไม่อยากมองใบหน้านั้น เธอไม่อยากอยู่ในสถานะเลขาเพราะว่าทุกอย่างมันเลยเถิดจนเกินคำว่าเจ้านายลูกน้อง แต่เขาก็ให้ได้เพียวสถานะนั้นสินะ

เขาฉลาดหาความคุ้มค่าจากตัวเธอจนหมดสิ้น อย่าหวังให้ใครมาเปลี่ยนตัวเองเพื่อเราคำนี้เป็นสิ่งที่เธอยึดมั่นมาตลอด ไม่เคยเชื่อในคำลวงของผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น 

หลายครั้งที่มีเหตุการณ์สอนใจเกิดขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน แม้ไม่เกิดกับตัวเองเพราะคนอย่างเธอคงไม่ปล่อยให้ใครหยามเกียติง่ายแบบนั้น แต่ไม่รู้สิเหมือนเธอจะซ้ำรอยคนอื่นเดินขึ้นบันไดที่ไฟลุกท่วมเพื่อไปหาเขา ทั้งที่เคยปรามาสว่าการกระทำดังกล่าวโง่เขลาสิ้นดี 

ทว่ายังอยากหวัง

ทั้งที่เป็นเพียงความคิดลมๆแล้งๆ

คำว่ารักจากอสูญเย็นชามาดนุ่ม ที่รอเชือดนิ่มๆกวางน้อยทุกตัวที่เดินผ่าน 

ชาตินี้เธอคงไม่ได้ยิน 

“คิดอะไรอยู่” ร่างหนาทอดกายลงข้างๆ น้ำซัดเขาเช่นกัน ไม่ร้อนอย่างที่คิดเมื่อน้ำสาดโถมมา ระลอกคลื่นละเอียดอ่อน ฟองฟูกระทบลำตัวเย็นฉ่ำ “เหมือนเข้าสปาเลยว่าไหม”

“นั่นสินะ” เธอยิ้มทั้งที่ตายังปิดสนิท “ฉันถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”

“ว่ามาสิ” เขาเท้าแขนหยัดศีรษะขึ้นหันข้างเข้าหาคนถาม “ถ้าอยากรู้อะไรให้ถามผมโดยตรงเข้าใจไหม ขอร้องจริงๆเรื่องคิดเองเออเองนั่น”

พูดอย่างกับรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอย่างนั้นแหละ เชอะ! ใครจะบอกเรื่องที่ตัวเองทำผิดให้คนอื่นรู้อย่างมากก็เล่าแค่ในมุมของตัวเอง ถามไปก็เปล่าประโยชน์และจะคิดเยอะเรื่องเขาทำไมไม่ทราบ เผลอใช้กำปั้นตีน้ำลืมตัว

“อะไร?ไหนว่าจะถาม” เขาขโมยหอมแก้มเธอหนึ่งฟอดก่อนกลับมาอยู่ท่าเดิมจดจ้องไปยังแววตาเขียวปั๊ด!!ของอีกฝ่ายเกรงๆ เอาแล้วไงเริ่มเสียวสันหลังวาย

“แซนวิชอร่อยไหมค่ะ” นั่นคือเรื่องเรื่อยเปื่อย ไกลจากความในคิดตอนนี้เป็นโยชน์ ไม่รู้จริงๆว่าเธอมีสิทธ์ถามแค่ไหน และเขาจะตอบอย่างไร

“อร่อยดีนะ แต่ไม่เท่าคุณ” คำพูดทะลึ่งตึงตังออกอาการเกี้ยวสาวนั่นอะไรกัน อั๊ยยะ!นี่เขาอยากเอาใจเลขาที่อยากสถาปนาเป็นเมีย ทริปนี้คุ้มจริงโว้ยให้ตายเถอะ

“พูดแบบนี้มากี่คนแล้วค่ะท่านประธาน” เธอหน้าแดงแต่ยังฝืนแข็งขืน ไม่ให้ลอยตัวกับคำพูดบ้าบอนั่น

นี่แหละคำถามจากใจจริง!

“ไม่เคยหรอก” เขาเปลี่ยนท่าสบตากับเมฆที่เคลื่อนเข้ามาปิดดวงอาทิตย์เป็นใจ พาเที่ยวไม่มีแต่ถ้าส่งของบรรณาการก็มีบ้างตามแบบฉบับ สายเปย์เงินเยอะก็ใช้ๆไป แต่เธอไม่ถามนี่เลือกตอบเท่าที่จำเป็นก็พอ

“แต่มีให้ของเชื้อเชิญ เปย์แบบทุ่มทุนสร้าง”

กรรมแล้วเธอรู้ได้ยังไง

“ก็พอมีบ้างตามสถานการณ์” อาจโรคจิตหน่อยๆทั้งที่ไม่ชอบการจับผิดแต่อยากให้เธอถามไปเรื่อยๆ “นั่นเป็นอดีตแล้วทูนหัว” มือหนาลอบดึงร่างเข้าหาอ้อมกอด “เลิกเรียกสักทีเถอะคำว่าท่านประธานนะจำที่ผมบอกได้ไหมว่าเราเป็นมากกว่านั้น”

“แล้วจะให้เรียกอะไรละค่ะ” เธอเง้างอน ดันกายออกจากอ้อมกอด ทว่ามนุษย์ตัวกระจ่อยหรือจะสู้แรงยักปักหลั่น

“อย่าดื้อสิ” มือหนาดันศีรษะเบาๆแนบอกแกร่ง “เรียกว่าที่รักสิ”

“ไม่เอาหรอกค่ะเดี๋ยวผู้หญิงค่อนโลกเสียใจ คู่ควงคนก่อนๆของก่อนๆและก่อนๆอาจจะไม่ให้คุณใช้บริการอีกก็ได้นะ”

อยากขำให้กลิ้งกับสิ่งที่เธอพูด ดูพูดเข้าเขาดูแย่ในสายตาเธอขนาดนั้นเลย แล้วถ้ารู้ว่าอนาคตจะมาเจอเลขาน่าฟัด ก็ไม่ทำอะไรให้เป็นปมขนาดนั้นหรอก   

“ก็ควงมิ้นแทนไง”

“ไม่เอาหรอกค่ะ เดี๋ยวคนอื่นเข้าใจผิด”

“งั้นเรียกชื่อผม” เคลื่อนใบหน้ากระซิบกระซาบ “อย่างที่คุณเรียกทุกคืน”

“ไม่เอาหรอกค่ะ!” เธอประท้วงหนักกว่าทุกครั้ง ยืนยันเจตนารมณ์ชัดแจ้งว่าเธอ ‘ไม่เอา’

“จะเรียกหรือไม่เรียก” ม่านตาเขาขยาย จากนั้นหรี่เอาเรื่องคนตัวเล็กกดไหล่บางลงเมื่อเธอกำลังเอาตัวรอด

“คุณมันขี้โกง ชอบใช้กำลัง” เสียงใสประท้วง ใบหน้าเห่อร้อนเมื่อรู้ว่าเขากำลังก้มลงมา “เดี๋ยวๆเรามาพบกันครึ่งทางดีไหมค่ะ”

อกเธอกระเพื่อมขึ้นลงตื่นตระหนก ร่างกายที่มันคุ้นชินกับเขาเที่ยวตอบสนองอีกฝ่ายสม่ำเสมอ เธอไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น จะมากกว่านี้ไม่ได้ แต่...ไม่แน่

“มีต่อรอง” ชายหนุ่มจ้องลึกดวงตาสีน้ำตาลอ่อน

“ฉันจะเรียกคุณว่า ว่า ว่า” ว่าอะไรดีคิดไม่ออก ไม่อยากเรียกชื่อ ไม่อยากเรียกที่รัก ไม่อยากเรียก ไม่อยาก กอไก่ล้านตัว ขืนเรียกเขาแบบนั้นคนอื่นก็รู้หมดว่าเธอเสียตัว....แล้ว

“ว่า...” เสียงยานระยะสั้น มือหนาปลดสายบราเซียร์รอ “คิดเร็วๆน๊า” ความร้ายกาจอยู่ที่เริ่มดึงสิ่งห่อหุ้มนั้นร่นลงเอวบาง มันตรายังชูช่อล่อใจอยู่ใต้เสื้อตัวโครง

“เดี๋ยวสิ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็น” เธอกระดึ๊บหนีแต่โดนกดลงผืนทรายชุ่ม

“ไม่มีใครมาหรอก แถวนี้เป็นเขตหัวห้าม ผมซื้อไว้ตั้งแต่ปีก่อน” เขาพูดทั้งที่มือไม้อยู่ไม่สุข

“โอ้ว...ปล่อยให้คิดก่อนได้ไหม” เธอแอ่นกายเมื่อเขาเริ่มลุกช่วงบนมันมือ ความชำนาญในการปุกเร้าเธอให้ร่วมมือโดยดี “เรียก เรียก”

“เราไปเรียกกันบนเรือดีกว่า”  ช้อนร่างบางขึ้น เมินบราสีหวานที่รูดลงมาถึงบั้นเอว จับร่างบางลอยเรือพร้อมของทุกอย่างที่เก็บรวบมาลวกๆอย่างรวดเร็ว

เขาตึงเครียดอยู่นาน เกินกว่านี้มันคงระเบิดออกได้ หาข้ออ้างอยู่นานกว่าจะจับประเด็นนี้มาเป็นเหตุผล เธอน่ารักยิ่งขึ้นไปอีกเวลาควานหาเหตุผลต่างมาตีโต้เขานั่นยิ่งทำให้ความกำหนัดรัดขึง


@_@


ความรักก่อตัวบนหมอกมัว เขาและเธอจะทำอย่างไร

คนหนึ่งปากแข็ง อีกคน แข็งทุกส่วนเฮ้ย!

555555

ความคิดเห็น