ลีลาวดี ยามค่ำ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ไม่ขออะไรมากแค่กดถูกใจ แล้วก็คอมเม้นเล็กน้อยก็พอจ้าาาาา รักรีดเดอร์ทุกคน จุ๊ฟ

ตอนที่ 17 ทางกลับบ้าน (ต่อ)

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 ทางกลับบ้าน (ต่อ)

คำค้น : พระเอกเป็นปีศาจ,,นางเอกเป็นมนุษย์,อิโรติก,โรแมนติก แฟนตาซี,ลีลาวดี ยามค่ำ,ซีเมล,มุจลินท์

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2560 20:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 ทางกลับบ้าน (ต่อ)
แบบอักษร

"จากนี้เราต้องนั่งรถไปอีกไกล คุณโอเคนะคะ" 

ซีเมลไม่ตอบ เพียงแค่ยีผมเธอเล่นก่อนดันตัวเธอแล้วตามขึ้นมาติด ๆ ภายในรถกระบะธรรมดาที่ประดับโครงเหล็กคล้ายโดมมีหน้าต่างมีเก้าอี้ตัวยาวทั้งสองข้างซ้ายขวา 

หลังจากนั้นเพียงแค่ครู่เดียวผู้คนที่รีบเร่งอยากจะจับจองที่นั่งก่อนที่รถจะออกก็กรูกันเข้ามาจนแน่นเอี๊ยดเหมือนปลากระป๋อง อีกทั้งฝนฟ้าก็เริ่มไม่เป็นใจ จากเพียงแค่เปาะแปะ ตอนนี้กลายเป็นกระหน่ำรัวจนเริ่มกระเซ็นเข้ามาจากทางหน้าต่างที่ไร้ที่ปิด 

"ซีเมล คุณเปียกหมดแล้วนะคะเอนตัวเข้ามาด้านในสิ" 

พอบอกอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ขยับ แต่กลับมองหน้าเธอนิ่ง พอเธอขยับตัวหมายจะแทรกให้ตัวเขามาอยู่ด้านในก็ถูกเขาสะกัดเอาไว้พร้อมกับเบียดตัวล็อกไม่ให้เธอดิ้นได้สะดวก​

ท่อนแขนแข็งแรงของเขาพาดด้านหลังของเธอคล้ายกับกำลังกอดเธออยู่ แต่ความจริงเขากำลังใช้ตัวเองบังฝนให้เธอต่างหาก 

"เดี๋ยวคุณก็เปียกหรอก" 

"ข้าพอใจจะอยู่แบบนี้ นั่งดี ๆ อยู่นิ่ง ๆ ก็พอ" 

"แต่..." 

มุจลินท์ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ พยายามดิ้นสู้เพื่อให้อีกฝ่ายไม่ถูกฝนสาดนัก แต่ก็ถูกดุในที่สุด 

"ถ้าเจ้ายังไม่หยุดดิ้น เสื้อเจ้าเปียกจนเห็นเครื่องในเจ้าแน่มุจลินท์!" 

เขาพูดเสียงดุข้างหูทำให้เธอรู้ตัวว่า ก้มมองเสื้อสีขาวตัวบางของตัวเองก็หวีดร้องอย่างตกใจพร้อมกับยกมือขึ้นปิดหน้าอกและหยุดดิ้นยอมให้คนตัวโตบังฝนให้อย่างรู้สึกผิด

"จิ๊!" เธอได้ยินเสียงจิ๊ปากอย่างไม่พอใจจากคนที่กำลังบังฝนและเป็นผ้าห่มให้เธออยู่ 

ก็ใครมันจะไปรู่ว่าฝนจะตกเล่า 

แอบเถียงในใจแต่ก้มหน้างุด รู้ดีว่าเรื่องนี้ตัวเองผิดเต็มประตู จึงทำได้แค่นั่งซึมซับไออุ่นจากร่างแกร่งเงียบ ๆ 

ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงกว่าจะมาถึงตัวอำเภอ จากนี้ก็ต้องนั่งรถไปอีกชั่วโมง เธอแค่รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย แต่ไม่รู้ว่าเพื่อนร่วมเดินทางจะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยบ้างรึเปล่า เพราะใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ของเขามันนิ่งซะจนเธอเดาไม่ออกเลย 

จะเป็นอะไรมั้ยนะ

ได้แต่คิดในใจแต่ไม่กล้าถามด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายจะรำคาญเสียเปล่า แต่แล้วเสียงก้องกังวาลก็เอ่ยขึ้นมาอย่างราบเรียบขณะที่กำลังจัดการค่าโดยสาร

"เลิกคิดเรื่องข้าเถอะ เพราะเจ้าเอาแต่ห่วงข้า จะกลายเป็นว่าทำให้เจ้ากัววลมากไปเสียเปล่า ๆ" 

"ใครว่าฉันห่วงคุณกัน ฉันก็แค่รู้สึกผิดที่พาคุณมาลำบากก็เท่านั้นแหละ" 

ซีเมลยิ้น้อย ๆ กับความปากแข็งของหญิงสาว เขาไม่ได้เป็นอะไร แล้วก็ไม่ได้ลำบากอะไร แต่เขาแค่กำลังซึมซับโลกของหญิงสาวเท่านั้น...

แม้จะมีชีวิตนิรันดร์มายาวนานบนโลกมนุษย์ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะสนใจใฝ่หาไปเสียทุกสิ่ง เขามีหน้าที่ต้องทำ และไม่เคยข้องเกี่ยวกับมนุษย์เกินความจำเป็น เพราะมนุษย์นั้นบอบบางและแตกสลายอย่างง่ายดาย จิตใจอ่อนไหวง่ายต่อการถูกปีศาจตนอื่นเข้าครอบงำ แต่เขาที่เป็นทั้งเทพและปีศาจไม่มีความจำเป็นต้องหลอกล่อมนุษย์หรือปีศาจหน้าไหน 

เพียงแค่ยิ่งใหญ่และมีชีวิตต่อไปเพื่อรอวันดับสูญ...นั่นคือชะตาของเขา แต่ทว่ากว่าวันนั้นจะมาเมื่อไหร่คงไม่อาจคาดเดา...บางที จนถึงวันที่โลกมนุษย์ล่มสลาย เขาอาจจะยังคงมีชีวิตต่อไปจนถึงกำเนิดโลกใบใหม่เลยก็อาจเป็นได้ 

แต่ตั้งแต่ที่เขาได้พบกับคู่ชะตาสาวที่จิตใจบริสุทธิ์กว่าใครที่เขาได้พบเจอมา ความสดใสที่ตรงกันข้ามกับความมืดมนต์ในใจของเขา ทำให้การมีชีวิตบนโลกของเขาน่าอยู่ขึ้นอย่างน่าทึ่ง 

เขาเจอสิ่งที่มีความหมายในการมีชีวิตของเขาแล้ว เขาก็จะคว้าเอาไว้และไม่ปล่อยให้หลุดมือ ความปรารถนาเดียวของเขามีเพียงแค่ การที่ต้องมีชีวิตบนโลกนี่โดยมีเพียงใครซักคนที่จะมาเติมเต็มชีวิตที่ขาดหาย สิ่งที่เขาไม่เคยได้พบพาน...ตอนนี้ เขาเจอสิ่งนั่นแล้ว...แล้วเขาจะใช้ช่วงเวลานี้ให้คุ้มค่าให้มากที่สุด...เขาแค่...อยากเข้าไปอยู่ในโลกของเธอ  

"พวกเขาแค่ไม่รู้จักคุณค่ะซีเมล หากพวกเขามองคุณดี ๆ พวกเขาก็จะรู้จักคุณ"

"ข้าไม่ต้องการ แค่นี้ข้าก็มีความสุขแล้..."

นิ้วชี้เรียวแตะริมฝีปากของคนปากแข็งเป็นเชิงหยุด

"คุณทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะคะ ไม่มีใครอยู่ตามลำพังอย่างมีความสุขได้หรอก แค่คุณเปิดใจ" นิ้วที่แตะจรดบนริมฝีปากของเขาเลื่อนลงมาจิ้มที่อกซ้าย "คุณถึงจะมีความสุขจริง ๆ "

ซีเมลรีบคว้าหมับมือบางที่กำลังจะลดลงด้วยความรวดเร็ว

"คุณ!"

ทันใดนั้นริมฝีปากของเธอก็ถูกครอบครองด้วยจูบที่หวานล้ำ จูบที่อ่อนหวานกว่าครั้งใดและทำให้ใจเธออ่อนไหวโดยง่าย

มุจลินท์รับรู้ด้วยความรู้สึกว่าเขากำลังขอบคุณเธอ

ปีศาจหนุ่มถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่งก่อนยิ้มด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักจนเธอต้องหลบตา

"เจ้าก็สอนข้าสิ...สอนวิธีเข้าไปในโลกที่เจ้าอยู่ หากเป็นเจ้า ข้ายินดีทำตามทุกอย่าง"

เขาพูดไปแบบนั้นไม่ใช่เพียงลมปาก หากแต่นั่นคือความปรารถนาของเขา โลกที่มีแต่สีสัน รอยยิ้ม และน้ำตา เขาจะจดจำและเรียนรู้มันทุกสิ่ง

เขายังจดจำได้ไม่ลืมเลือน วันที่กำแพงหนาทึบอันเยือกเย็นของเขาพังทลายลงและเปิดรับผู้อื่นเข้ามา มุจลินท์ คือเจ้าของของเขาเพียงผู้เดียว...จิ้งจอกเงินจงรักภักดีต่อเจ้าของของมันและมีนายเพียงแค่คนเดียว


"ลิน ลินเอ๊ย! ทางนี้!" 

มุจลินท์และซีเมลหันไปตามเสียงเรียกที่มาจากอีกฝั่งของถนน คนที่มารอรับคือลุงชัย พี่ชายของแม่ พอเห็นเธอลุงชัยก็โบกมือเรียกหย็อย ๆ 

"ไปกันเถอะคุณ" 

มุจลินท์หันไปบอกคนข้าง ๆ ก่อนจูงมือคนตัวโตข้ามถนนไปยังอีกฝั่งแล้วยกมือพุ่มไหว้ผู้ใหญ่อย่างมีมารยาท 

"สวัสดีค่ะลุง มาถึงนานรึยังคะ" 

อีกฝ่ายมองมาที่เธอและซีเมลยิ้ม ๆ ก่อนตอบคำถาม 

"ไม่นานหรอก เพิ่งถึงนี่เอง...นี่แฟนเอ็งเรอะ รูปหล่อใช้ได้เลย พามาให้แม่แกรู้จักล่ะสิ นังชมคงชอบใจได้ลูกเขยหล่อ" 

"ไม่ใช่ค่ะลุง! /ขอบคุณครับ" 

อีกคนยกไม้ยกมือปฏิเสธ แต่อีกคนกลับก้มศีรษะกล่าวขอบคุณญาติเจ้าสาวอย่างพึงพอใจ 

นับว่ามนุษย์คนนี้สายตาเฉียบแหลมไม่เบา ซีเมลคิดอย่างพึงพอใจในความตาแหลมของชายวัยกลางคน

เพียะ! 

"นี่คุณจะบ้าหรอ" 

เพราะความปากไวของซีเมล จึงถูกมือบางตีแขนเข้าให้  

"ญาติของเจ้าพูดถูกต้องแล้ว เหตุใดเจ้าต้องตีข้าด้วยเล่า" 

ลุงชัยมองคู่หนุ่มสาวแล้วหัวเราะร่า ดูยังไงก็เหมือนคู่ผัวเมีย คร้านจะได้เสียกันแล้วสิท่า พ่อหนุ่มหน้าหล่อจึงหวงออกหน้าออกตาประกาศก้องกันหนุ่ม ๆ ที่ตั้งใจเงี่ยหูฟัง จะปิดคนแก่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนก็คงจะยากหน่อยล่ะ 

"อ่ะ หยุดทะเลาะกันได้แล้วทั้งคู่ จะเอายังไง จะกลับเลยหรือจะไปหาอะไรกินก่อน นี่มันก็ใกล้เที่ยงแล้ว" 

"งั้น หาอะไรกินก่อนดีมั้ยคะลุง ขับรถมาเหนื่อย ๆ พักก่อนเถอะค่ะ แถวนี้ร้านอาหารอร่อย ๆ เยอะค่ะ" 

"ไอ้ลุงน่ะไม่ค่อยหิวเท่าไหร่หรอก ห่วงแต่พวกเอ็งแหละเดินทางกันมาเหนื่อย ๆ คงจะหิวล่ะสิ" 

"นิดหน่อยค่ะ" 

เธอไม่ปฏิเสธเพราะรู้สึกหิวจริง ๆ หลังจากที่ทานแค่ขนมบนรถทัวร์เท่านั้น  

"เจ้าหิวงั้นหรือ เหตุใดไม่บอกข้า" 

ซีเมลที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เริ่มโวยวายเพราะเธอปล่อยให้ตัวเองหิว 

โง่รึไง หิวก็บอกสิ เขาจะได้หาอะไรให้ทาน คิดอย่างนึกฉุน  

"ฉันแค่หิวนิดหน่อย ยังไม่ใกล้ตาย ไม่เห็นต้องมาดุกันเลย" 

บอกอย่างงอน ๆ จนคนที่ถูกลูกค้อนอันแสนน่ารักชักเครียด 

"ก็ข้าห่วงเจ้าไง ผู้หญิงโง่"  

พูดว่าห่วงด้วยใบหน้านิ่งแบบนี้มันน่าหมั่นไส้ซะไม่มี ได้ที เธอก็ขอแกล้งเอาคืนบ้างเถอะ

"หา ว่าไงนะ ฉันไม่ได้ยินเลย" พูดอย่างล้อเลียนพลางยักคิ้วอย่างผู้ฃนะ

คนตัวโตหยุดเดินพลันทุกสิ่งรอบตัวก็หยุดนิ่ง แม้แต่รถที่วิ่งอยู่บนถนนด้วยความเร็วหรือเด็กกำลังจะหกล้อมก็หยุดนิ่งเหมือนภาพที่ถูกหยุดในวิดิโอ ก่อนเธอจะถูกคว้าไปจูบอย่างไม่ทันตั้งตัว 

และเมื่อเขาถอนจูบแล้วยิ้มอย่างผู้ชนะแล้ว ทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ 

ไม่รู้ว่าตอนนี้ เธอควรตกใจที่เขาจูบหรือตกใจที่เขาทำกันแน่...กว่าเธอจะค้นหาเสียงตัวเองเจอร่างสูงในชุดกึ่งสุภาพกึ่งทางการก็เดินลิ่วไปแล้ว 

"เมื่อกี๊นี้มันอะไรน่ะ" 

เธอรีบวิ่งตามไปยืนข้าง ๆ แล้วถามอย่างติดอาการตะลึง อีกฝ่ายหันมายิ้มให้ 

"แค่โกงเวลานิดหน่อย" 

 พลันความคิดแสนซนก็วิ่งผ่านเข้ามาในหัวของเธออย่างผุดพราย 

"งั้นตอนสอบช่วยหยุดเวลาให้ซักชั่วโมงสิ" 

อีกฝ่ายหุบยิ้มทันทีแล้วมองเธอนิ่งเหมือนกำลังจะบอกว่า 'ใช่ของเด็กเล่นหรือ' 

ก็ไม่ได้คิดจริงจังเว้ย แค่คิดเล่น ๆ 

"ถ้ายุ่งกับกาลเวลา เวลาของโลกก็จะได้ได้รับผลกระทบไปด้วย เหมือนดึงเวลาในอนาคตมาใช้ หากใช้พร่ำเพรื่อบิดาอันสูงส่งของข้าอาจส่งสายฟ้ามาฟาดลงโทษข้าก็ได้" 

'ใช้พร่ำเพื่อ?' ไอ้การที่หยุดเวลาเพื่อจูบเธอนี่ไม่ใช่แค่พร่ำเพรื่อซักนิด แต่มันโคตรจะไร้สาระเลยต่างหาก  

แต่ว่า...เขาพูดว่าพ่อที่เป็นมหาเทพของเขาอาจลงโทษถ้าใช้พร่ำเพรื่องั้นหรอ?...งั้น...ถ้าเขาถูกลงโทษ ก็คงเป็นเพราะเธอ...แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขา...นั่นก็คงเป็นเพราะเธออีกเช่นกันสินะ...ถ้าเป็นแบบนั้น... 

"ซีเมล" เขาหยุดเดินแล้วหันมาโดยไม่พูดอะไร แต่บนใบหน้าหล่อเหลามีคำถาม 

เธอไม่รู้ว่าการใช้ชีวิตหรือแม้แต่การลงโทษในโลกที่เขาอยู่เป็นยังไง เขาที่ใคร ๆ หวาดกลัวจนตัวสั่นเพียงยืนต่อหน้าทั้ง ๆ ที่แม้แต่หน้า พวกนั้นยังไม่กล้ามอง...แต่เขาที่เธอได้เห็นและได้สัมผัส...มีเพียงแค่ครึ่งเทพครึ่งปีศาจที่จิตใจอ่อนโยนใต้ความแข็งกระด้าง เป็นปีศาจที่โดเดี่ยวและอ่อนไหวง่ายต่ออารมณ์ตนเอง

เขาไม่ได้น่ากลัวเลยสำหรับเธอ ตรงกันข้าม เขากลับคอยยื่นมือช่วยเธอด้วยสีหน้าน่ากลัวทุกครั้ง...จะเป็นไรมั้ย...ถ้าเธออยากจะเข้าไปช่วยเขาบ้าง

"...ลองมาอยู่บนโลกของฉันมั้ย...โลกที่มีแต่ผู้คนที่ไม่มีพลัง ไม่มีเวทมนต์อะไรทั้งนั้น มีแค่ผู้หญิงและผู้ชายธรรมดาที่สามารถทำอะไรก็ได้ที่ใจต้องการ...ไม่มียศศักดิ์ ไม่มีราชาปีศาจ ไม่มีข้ารับใช้ ไม่มีใครหวาดกลัว...แค่คนธรรมดา"



กลับมาแล้วหลัง​จากหายไปเป็นปี (ไรท์เป็นคนเวอร์วัง 55) งานส่งแล้วอย่างหวุดหวิด พอ ๆ กับเกรดที่รอด F อย่างหวุดหวิดเช่นกัน 555 วันนี้จึงขอทำอะไรที่ดีต่อใจ เพื่อไว้อาลัยแก่คะแนนสอบของตัวเอง


ความคิดเห็น