Amano

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

​วันที่ 17(โลก)/วันที่ 1(โลกโคบอล) 'ต่างมิติแบบนี้ก็ได้หรอ!?'

ชื่อตอน : ​วันที่ 17(โลก)/วันที่ 1(โลกโคบอล) 'ต่างมิติแบบนี้ก็ได้หรอ!?'

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ย. 2560 12:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​วันที่ 17(โลก)/วันที่ 1(โลกโคบอล) 'ต่างมิติแบบนี้ก็ได้หรอ!?'
แบบอักษร

​วันที่ 17(โลก)/วันที่ 1(โลกโคบอล) 'ต่างมิติแบบนี้ก็ได้หรอ!?'

.

.

       'ผู้ตรวจสอบ?' พี่เบิร์นถาม

.

       'อย่าได้พยายามดึงตัวเขากลับมาเลย ถึงเธอจะอยู่ในฐานะพิเศษที่ฉันทำอะไรไม่ได้แต่ก็ใช่ว่าระบบหลักทำอะไรเธอไม่ได้นะ'

.

       'แต่ไอ้น้องอยู่ในความดูแลของฉัน ทำไมถึงไม่มีการขออนุญาตก่อน?'

.

       'มันเป็นเงื่อนไขเฉพาะและบังคับเดินทาง จริงๆถ้าคนของนายบาดเจ็บระบบคงให้เวลา12ชั่วโมงในการฟื้นตัวแต่ถึงอย่างนั้นภารกิจนี้ก็ถูกจำกัดสมาชิกกลุ่มอยู่ดี'

.

       'แล้วยัยโรส?'

.

       'เธออยู่นอกเหนือระบบ คาดการณ์ไม่ได้ มีพลังมากเกินไป ระบบจึงตัดเธอออกในการทำภารกิจนี้'

.

       'เฮ้อออ  ...แล้วมีทางไหนไหมที่จะช่วยเหลือไอ้น้องได้บ้าง'

.

       '.......เดี๋ยวฉันจะทำเรื่องขออนุญาตเรื่องการติดต่อให้ แต่ว่าแค่ครั้งเดียวเท่านั้น นี่คือการทดสอบของบุคคลนี้โดยเฉพาะ'

.

       'เข้าใจแล้ว...' พี่เบิร์นตอบรับและร่างแสงสีแดงได้หายไปเหลือแต่เพียงร่างแสงของพี่เบิร์น เพราะครั้งนี้เป็นคำสั่งจากระบบหลักทำให้เขาแทรกแซงช่วยเหลือไม่ได้แต่ได้ติดต่อหนึ่งครั้งก็ถือว่ายังดี เบิร์นลืมตาขึ้นและหันกลับมองโรส

.

      "เป็นไงบ้าง" โรสถามขึ้นทันทีเมื่อเห็นเบิร์นขยับตัวหลังจากนิ่งไปนาน

.

      "ไอ้น้องถูกส่งไปต่างมิติแล้วที่เธอไม่ได้ไปด้วยก็เพราะพลังมากเกินไป"

.

      "อะไรกัน!! อดไปเที่ยวเลย!!"

.

      "มันใช่เวลามาห่วงเที่ยวมั้ยว่ะ!!" พี่เบิร์นบอกเสียงเครียด

.

      "...เอาน่า เชื่อเถอะว่าอย่างคุณวิศน่ะเอาตัวรอดได้สบายๆ เก่งขนาดนั้นน่ะ"

.

      "จะไปเข้าใจอะไรล่ะยัยโรส ถึงฉันจะอยู่ในร่างมนุษย์ก็เถอะแต่จิตก็ยังผูกติดอยู่กับไอ้น้องตลอด มันเลยอยู่ในการเฝ้าดูของฉันแต่พอการเชื่อมต่อถูกตัดขาด ติดต่อไม่ได้ ไม่รู้เป็นไง ไปช่วยไม่ได้ ให้ตายเถอะ กูจะเป็นบ้าตาย" เบิร์นพูดด้วยความอารมณ์เสีย

.

      "ใจเย็นๆ" โรสตบบ่าเบาๆเพื่อปลอบใจ

.

      "รู้งี้...เป็นแค่AIในหัวไอ้น้องดีกว่า"

.

      "เอาล่ะ!! เข้มแข็งหน่อยดิ ระหว่างที่คุณวิศไม่อยู่นายคือคนเดียวที่เขาไว้ใจให้ดูแลฟาร์มนะ ถ้านายหงอยแบบนี้เดี๋ยวพอคุณวิศกลับมาก็โมโหใส่หรอก"

.

     "นั้น..สินะ"

.

     "ขออภัยท่านทั้งสอง" ผู้อาวุโสโคบอลสองตัวเดินมาในชุดนักบวช

.

     "อะไรอีก"พี่เบิร์นถามอย่างเซ็งๆ

.

     "พวกเราควรทำอย่างไรต่อไปดี ท่านช่วยบอกด้วย เพราะตอนนี้ท่านผู้นั้น(วิศ)ไม่อยู่ในตอนนี้ และองค์ชายก็หายตัวไป"

.

      "....หลังจากนี้ก็ซ่อมแซมหมู่บ้านและฟื้นฟูส่วนต่างๆซะ ฉันพอเข้าใจสถานการณ์บางส่วนแล้วเพราะงั้นก็ทำตามที่บอกไป ส่วนเรื่องไอ้องค์ชายกับพวกที่หายไปก็ไม่ต้องห่วง พวกนั้นไปกับไอ้น้องเดี๋ยวก็กลับมา เข้าใจนะ!!"

.

     "เอ่อ..เข้าใจแล้วครับ" ผู้โสกล่าวอย่างตกใจที่อีกฝ่ายเข้าใจสิ่งที่ตัวเองคิดราวกับอ่านความคิดได้

.

      "อย่าสร้างเรื่องล่ะ เพราะถ้าฉันมาจัดการเองใครตายก็ไม่สนหรอกนะ ไปโรส กลับ!!"

.

      "อืม!!"

.

      เบิร์นและโรสเรียกปีกออกมาแล้วพุ่งตัวขึ้นฟ้ากลับที่ฟาร์มทันที อย่างน้อย กลับไปดูแลฟาร์มให้ไอ้น้องก่อนตามที่ยัยโรสแนะนำก็ดี อย่างไรถ้าไอ้น้องกลับมาเขาก็สามารถมาที่นี่ได้อย่างรวดเร็วอยู่แล้ว บินมาได้ครึ่งทางก็มีการติดต่อกลับมากจากผู้ตรวจสอบ

.

      'ฉันจะส่งข้อมูลที่พอบอกได้ให้นายศึกษาก่อน จากนั้นรอการเชื่อมต่อต่างมิติ นายมีเวลา10นาที นั้นคือเวลาที่ระบบหลักอนุญาตให้ติดต่อคนของนายได้'

.

      'แล้วไอเทม....'

.

      'เรื่องนั้นไม่ได้รับอนุญาต ขอโทษด้วยระบบหลักอนุญาตแค่นี้'

.

      'เดี๋ยว! ขอถามอีกอย่าง...'

.

      'ว่ามา ถ้าไม่มากเกินไปจะตอบให้'

.

      'มีคนในโลกนี้นอกจากไอ้น้องไปต่างโลกบ้างหรือเปล่า'

.

      'เรื่องนั้นบอกรายละเอียดไม่ได้เพราะข้อมูลมันเยอะ แต่ก็บอกได้ว่า มี '

.

      'เยี่ยม!! ขอบใจมาก'

.

      หลังจากเลิกติดต่อกับผู้ตรวจสอบเบิร์นก็มาถึงฟาร์มพอดี เขาไม่ได้บอกสมาชิกในฟาร์มกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่กลับไปนั่งที่โซฟาในห้องรับแขกเงียบๆเพื่ออ่านข้อมูลที่ได้มาในหัวและรอการเรียกจากผู้ตรวจสอบ

.

.

     "โอะ!" สิ่งแรกที่ผมรับรู้คือปวดหัว สิ่งสุดท้ายที่นึกได้คือโดนดูดเข้าไปในที่มืดมันมืดมากๆเลยล่ะครับ เมื่อผมลองมองสำรวจไปรอบตัวก็พบกับสมาชิกผู้ที่ถูกดูดเข้ามาด้วยและพวกเขากำลังสลบอยู่ สิ่งต่อมาที่เห็นคือ ป่า มีแต่ต้นไม้อยู่รอบตัวผมเต็มไปหมด

.

      ผมนึกได้ว่าได้รับข้อมูลบางอย่างก่อนที่จะถูกดูดเข้ามาที่นี่จึงเปิดดูอีกครั้ง ดูเหมือนผมจะได้รับมอบหมายให้ไปจัดการสงครามครั้งนี้ จุดที่น่าสงสัยสำหรับผมก็คือไอ้ โคบอลโบราณ นั้นมันดูมีพิรุธมากๆแต่ก็เข้าถึงตัวมันได้ยากในตอนนี้เพราะมันเป็นถึงนักบวชถึงจะไม่รู้สถานะชนชั้นแต่ก็มีความสำคัญอยู่คงยากที่จะจัดการ

.

      ต่อมาคือไอเทมที่ผมได้รับอย่างแรกคือ หินมิติเชื่อมโลก ความสามารถของมันคือช่วยให้ผมสามารถไปยังโลกอื่นหรือมิติอื่นๆได้โดยที่ต้องเคยไปที่นั้นมาก่อน แต่ผมยังไม่สามารถใช้มันกลับไปโลกได้เพราะยังอยู่ในช่วงภารกิจ หินก้อนนี้จึงยังไม่ใช่ของผมต่อมาก็คือ ต้นกล้าคุ้มภัย ผมลองเรียกออกมาจากโรงนามิติเพื่อดูข้อมูลของมัน

.

            ## ต้นกล้าคุ้มภัย ##

.

ระดับ ⭐⭐⭐⭐⭐

.

      ต้นกล้าคุ้มภัยเป็นต้นอ่อนจาก 'ต้นมารร้ายจงพินาศ' เมื่อปลูกลงดินจะสร้างโดมเซฟโซน รัศมีวัดจากจุดที่ปลูกยาวไป2กิโลเมตรเป็นวงกลม ใช้เวลา5ปีในการเติมโตเป็น 'ต้นต้านภัยศัตรู' รัศมีจะยาวขึ้นเป็น10กิโลเมตร และอีก100ปีจึงกลายเป็น 'ต้นมารร้ายจงพินาศ'

       อนึ่ง ด้วยท่านได้ทำเงื่อนไขปลด มิติฟาร์มแล้ว ไอเทมชิ้นนี้เมื่อนำไปปลูกในมิติจะเติบโตเป็นต้นมารร้ายจงพินาศทันทีและสามารถนำกิ่งเล็กๆมาเพาะชำเป็นต้นกล้าคุ้มภัยได้ [ 3กิ่ง ต่อ 1 อาทิตย์เท่านั้น ]

       ต้นมารร้ายจงพินาศจะออกผล2ผลต่อปี ตัวผลมีชื่อว่า ผลแสงศักดิ์สิทธิ์ สามารถฟื้นฟูอาการบาดเจ็บขึ้นรุนแรงให้กลับมาเป็นปกติ เช่น อาการโคม่า แขนขาขาด บาดแผลขนาดใหญ่ที่ทำให้เสียชีวิตได้ อื่นๆ ตราบใดที่ยังมีชีพจรก็สามารถรักษาให้เป็นปกติได้  อีกทั้งยังเป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงยา ดึงวิญญาณคืนร่าง ที่สามารถชุบชีวิตคนที่เพิ่งตายได้ไม่เกิน20นาที

       *หมายเหตุ เพื่อปรับให้เข้ากับภารกิจ ทางระบบได้ให้ความสามารถพิเศษแต่ต้นกล้า(จากการตอนกิ่ง) สามารถเติบโตเป็น ต้นต้านภัยศัตรูได้ทันที และจำเป็นต้องใช้หยดเลือด1หยดเพื่อยืนยันผู้ที่สามารถเข้าไปอยู่ในเขตเซฟโซนของต้นได้ 

        ขั้นตอนตามหมายเหตุ 1. หยดเลือดของสมาชิกที่ต้องการให้อยู่ในวงเซฟโซน

        2. เมื่อปลูกลงบริเวณที่ต้องการจะเติบโตเป็นต้นต้านภัยศัตรูทันทีและมันจะสร้าง ไม้เท้าตัวแทน อันเป็นตัวแทนในการจัดการเรื่องการเข้าออก เพิ่มสมาชิก ไล่สมาชิก ออกจากเซฟโซนนี้

       3. การเพิ่มสมาชิกสามารถหยดเลือดลงที่ไม้เท้าตัวแทนได้ทันทีโดยไม่ต้องไปที่ต้นแล้วหยด

.

       เมื่อได้อ่านข้อมูลเรียบร้อยแล้วผมจึงเข้าไปในมิติฟาร์มทันทีเพราะดัสและโคบอลยังไม่ฟื้นกัน ผมเลือกพื้นที่ปลูกใกล้กับบ้านไม้สักหลังหนึ่ง เมื่อลงดิน กลบและรดน้ำเรียบร้อย จากต้นกล้าที่ดูเหมือนต้นไม้ทั่วไปนั้นก็ยืดตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วราว10-15เมตรได้ ผมไม่แน่ใจเรื่องความสูงแต่มันสูงกว่าหลังคาบ้านไม้สักที่เป็นทรงเรือนไทยที่ยกสูงเสียอีกและลำต้นของมันก็ราวๆ3คนโอบได้

.

       ลักษณะต้นเป็นสีขาวล้วนเรียบเนียนไม่มีลายเปลือกไม้ ด้านบนนอกจากส่วนบนสุดที่เป็นใบไม้สีทอง ต่ำลงมาจากยอดมีกิ่งงอกออกมาสองข้างซ้ายขาวและอวบใกล้เคียงกับลำต้น เมื่อดูห่างๆมันก็คือไม้กางเขนสีขาวนั้นเอง ทุกครั้งใบไม้สีทองเหล่าขยับไปมาจะมีละอองสีทองปลิวลงมาดูสวยงามมากๆ

.

      ผมใช้สกิลบินขึ้นไปที่ยอดและเลือกกิ่งย่อยที่ดูแข็งแรงและเหมาะแก่การเพาะชำและใช้สกิลมีดบินเวทย์ตัดออกมาสามกิ่ง จริงๆผมลองตัดกิ่งที่สี่แล้วแต่มีแจ้งเตือนขึ้นมาว่า ถ้าตัดเกินจำนวนต้นไม้นี้จะไม่สามารถตัดกิ่งเพาะชำได้อีกในเวลา2เดือน ซึ่งผมคิดว่าบทลงโทษมันนานเกินไป

.

      เมื่อผมลงมาถึงพื้นกิ่งทั้งสามในมือผมก็ลอยออกจากมือและปักลงดิน มีข้อความว่าพวกมันเป็นต้นกล้าเรียบร้อยแล้วแค่ผมสั่งเก็บเกี่ยวก็สามารถนำต้นไปปลูกได้เลย ผมลองสั่งเก็บเกี่ยวดูพวกมันได้ถูกยกต้นขึ้นพร้อมดินและใส่ลงกระถางต้นไม้พลาสติกที่มาจากไหนก็ไม่รู้ ผมพอใจกับพวกมันมากเลยยกกระถางพวกนั้นไปวางตกแต่งที่บันไดบ้านหลังหนึ่งโดยวางขั้นลง1ต้น

.

      เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วสุดท้ายก็คือ ไม้เท้าตัวแทน ของต้นมารร้ายจงพินาศเมื่อผมมองไปที่ต้นก็ไม่พบกิ่งที่เหมือนไม้เท้าแต่อย่างใดเลยลูบๆไปที่ลำต้น อืม ลื่นมือดีจัง

.

     ราวกับมันเข้าใจสิ่งที่ผมต้องการ มีหยดยางไม้สีขาวไหลออกมาจำนวนหนึ่งและลอยอยู่หน้าผมเป็นก้อนยางสีขาวทรงกลม ผมถอยออกมาและมีน้ำยางอีกจำนวนหนึ่งไหลออกมาและเปลี่ยนรูปร่างเป็นด้ามจับที่มีลวดลายคล้ายเกร็ดและส่วยปลายก็เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นมังกรและล้อมน้ำยางสีขาวทรงกลมตอนแรกเอาไว้

.

(แบบที่4 , เครดิตรูปไม่ทราบที่มาครับ)

.

     หลังจากคงรูปร่างได้แล้วด้ามจับและตัวมังกรก็เปลี่ยนเป็นสีแดง จะมีก็แต่น้ำยางทรงกลมที่หลังมังกรยังเป็นสีขาว ผมจับด้ามไม้เท้าที่ลอยอยู่น้ำหนักของมันไม่ได้หนักอย่างที่ผมคิดทั้งที่มันมีความยาวและรูปร่างที่ดูเทอะทะและน้ำยางทรงกลมก็น่าจะหนักด้วย

.

      หลังจากจับมันผมก็ได้รับรู้ว่ามันเป็นไม้เท้ารูปแบบสุดท้ายที่ต้นมารร้ายจงพินาศจะมอบให้เมื่อมันยอมรับเจ้านายเพียงคนเดียว อีกสามแบบนั้นเป็นแบบถือครองได้หลายคนไล่จากต่ำสุดด้านซ้ายไประดับสูงด้านขวา(ตามรูป)

.

     อีกทั้งความสามารถก็แตกต่างกันออกไป  - ไม้เท้าแบบแรกได้จากต้นกล้าคุ้มภัย ไม้เท้าหอกเวทย์ ใช้เพิ่มจำนวนสมาชิกในเขตเซฟโซนแล้วยังช่วยเพิ่มพลังเวทย์อีกด้วย

    - แบบที่สอง ไม้เท้ามังกรวารี ได้จากต้นต้านภัยศัตรู คุณสมบัติเหมือนแบบแรกแต่เพิ่มทักษะ ลดเวลาร่าย มอบบัฟสนับสนุนแบบสุ่มให้สมาชิกฝ่ายเราที่อยู่ใกล้ไม้เท้าในรัศมี500เมตร ลดความเสียหายที่ได้รับ50%จากการโจมตีที่ผู้ถือไม้เท้าได้รับ สามารถอัญเชิญมังกรวารี (ขนาดเล็ก) ได้ในเวลา5นาที

    - แบบที่สาม ไม้เท้ากิฟฟิน ได้จากต้นมารร้ายจงพินาศ (แบบครอบครองหลายคน) ความสามารถเหมือนแบบแรกและสองแต่เพิ่มทักษะ เข้าใจเวทย์ทุกชนิดยกเว้นธาตุมืดระดับนักเวทย์ เพิ่มความเร็วในการหลบหลีกและบินได้10นาทีสุดท้ายคืออัญเชิญกิฟฟิน หรือ มังกรวารี (ขนาดเล็ก) อย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อนำมาใช้งานได้ในเวลา10นาที 

    - สุดท้าย แบบมังกร อย่างที่เคยบอกไปว่าขั้นนี้ต้องได้การยอมรับจากต้นมารร้ายจงพินาศก่อนและเพราะผมเป็นเจ้าของที่นี่มันจึงยอมรับแต่โดยดี คุณสมบัติเหมือนทั้งสามแบบแรกแต่เข้าใจเวทย์ทุกชนิดยกเว้นธาตุมืด เป็นระดับปรมาจารย์ เพิ่มมังกรเป็นสัตว์อัญเชิญตัวที่สาม สามารถเรียกออกมาได้พร้อมกันสามตัวและมอนเตอร์ทั้งสามที่อัญเชิญเพิ่มเวลาคงอยู่เป็น30นาที

.

     กะ...โกง! ผมมองไปที่ไม้เท้านั้นและรู้สึกได้ว่ามันดูดเลือดจากมือที่ผมจับอยู่ น้ำยางทรงกลมเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีทองและไม้เท้าสลายกลายเป็นเงาไปอยู่ในรอยสักที่มือของผมรวมกับดาบและมีด สเลเยอร์โซล มันคืออาวุธชิ้นที่สามของผมนั้นเอง

.

      ผมพักเรื่องการใช้งานต่างๆของอาวุธใหม่แล้วกลับมาดูที่พื้นที่ฟาร์มในมิติอีกครั้ง ...มันดูโล่งๆไปสำหรับผมและดูเงียบไร้ชีวิตชีวาแปลกๆ ก่อนหน้านี้ผมไม่สนใจที่นี่นักเพราะว่ามีฟาร์มหลักอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมผมถึงได้มิติฟาร์มมาเพิ่มเพราะมันจะมีงานออกนอกพื้นที่นี่เอง 

.

      ช่างน่าเสียดายที่ผมไม่ได้เตรียมความพร้อมมาก่อน ในมิติฟาร์มจึงมีทรัพยากรไม่มากนักแต่มีข้าวกับสมุนไพรนี่ก็ถือว่าเยอะพอ พวกผักและเนื้อเองก็มีในมิติโรงนา...หวังว่างานนี้น่าจะเสร็จในเร็ววัน ผมสั่งเก็บเกี่ยวผลผลิตอีกครั้งและสั่งลงปลูกของใหม่ด้วยเลย อุปกรณ์การเกษตรต่างๆของผมนั้นก็มีทั้งหมดสองชุดแล้ว ชุดแรกอยู่ที่ฟาร์มและชุดที่สองอยู่ในมิติ แต่ก่อนผมก็คิดว่าจะได้อัพเกรดพวกมันในการใช้งานแต่เพราะมีคนงานเพิ่มขึ้นและยุ่งกับนอกฟาร์มมากกว่าผมเลยไม่ได้มีโอกาสใช้พวกมันบ่อยเท่าแรกๆ ยิ่งกระเป๋าคาดเอวมิตินี่ผมแทบลืมไปเลยว่ามีมันเพราะใช้แต่มิติโรงนาที่ใหญ่กว่าและสะดวกกว่าอย่างเดียว

.

       "...เอาเถอะ เราใช้เวลาเยอะพอควรแล้วออกไปดูดีกว่าว่าพวกนั้นตื่นหรือยัง"

.

      ผมเดินออกนอกมิติฟาร์มแล้วเจอกับพวกเขาที่ตั้งท่าเตรียมโจมตีผมอยู่แต่พอเห็นผมเดินออกมาก็ถอนหายใจและเก็บอาวุธกัน เอ่อ..ไม่ตกใจหรอที่ผมอยู่ๆก็โพล่มา ดัสที่รู้ว่าผมไปไหนมาก็เดินเข้ามาหาผมและพวกโคบอลก็มองสำรวจพื้นที่รอบๆเหมือนตกใจอะไรบ้างอย่าง

.

      "ไม่ต้องแปลกใจไปหรอก ที่นี่คือ โลกโคบอลของพวกนายนั้นแหละ"ผมบอกพวกเขา

.

      "ท่านผู้แข็งแกร่ง ข้าสงสัยว่าพวกเรามาที่นี่ได้อย่างไร โปรดอธิบาย" เฮกราสถามผม

.

      "เรียกผมว่าวิศก็ได้เฮกราส ส่วนเรื่องที่เรามาที่นี่ได้ก็เพราะผมทำตามเงื่อนไขบ้างอย่างแล้วสามารถมาที่นี่ได้ แต่มีเงื่อนไขว่า...ผมต้องกลับมาแก้ไขสงครามของเหล่าโคบอลนั้นแหละ"

.

     "แล้วทำไมถึงมีแค่พวกเราที่ได้มาที่ขอรับ" ดัสถามขึ้น

.

     "น่าจะเพราะดัสเป็นสมาชิกที่ผมพามาด้วย ส่วนพวกก้ารา ลักก้า และเฮกราสเป็นคนพื้นที่ ส่วนคุณโรสนี่ไม่แน่ใจว่าทำไมไม่ได้มาด้วย เอาเถอะ ตอนนี้เรามาหาจุดที่มีสงครามกันก่อนเถอะ มีใครจำเส้นทางได้ไหม"

.

    ฟุดฟิต ฟุดฟิต

.

      "ผมได้กลิ่น...พระราชา ผมจำกลิ่นท่านได้" ก้าราบอกผม และเชิดหน้าขึ้นสูดดมกลิ่น ถึงจะรู้ว่าเธอเป็นตัวเมียก็เถอะแต่ลักษณะของผู้ชายที่ถูกปลูกฝังมานั้นคงแก้ยากไปแล้วมั่ง

.

       "ถ้างั้นก็นำทางเลย ยิ่งเราไปเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี"

.

       "ตามผมมา" ตอนที่ก้าราออกนำนั้นผมเห็นได้จากสีหน้าที่เปลี่ยนไปขององค์ชายลักก้าว่าเขาเป็นกังวลอยู่

.

       ด้วยการนำของเขาพวกเราใช้เวลาเดินอยู่ในป่าราว2ชั่วโมง ก็พบกับร่องรอยของการเดินทางของกองทัพขนาดประมาณ200-300ชีวิตได้ เมื่อเดินทางไปอีกเล็กน้อยก็เจอกับค่ายทหาร

.

      "นี่คือค่ายของพวกข้า ทางที่ดีข้าว่าเราควรไปที่หมู่บ้านของมานาริกก่อนน่าจะดีกว่า" เฮกราสบอก นั้นสินะ ยังไงพวกมานาริกก็น่าจะคุยง่ายกว่าเฮลล์โคบอลอยู่แล้ว

.

       "ตกลง"

.

       เพราะผ่านค่ายเฮลล์โคบอลไม่ได้เราจึงต้องเสียเวลาอ้อมค่ายนี้ไปเพื่อเลี่ยงการปะทะ ภารกิจของผมตามความเข้าใจนั้นคือการหยุดการทำสงครามไม่ใช่การกำจัด เพราะงั้นผมจึงไม่ได้ทำลายค่ายของพวกเขาเลยในตอนนี้ อย่าลืมสิตอนนี้ผมอัญเชิญมังกรได้นะ แค่ค่ายทหารหรือเมืองคงไม่คณามือผมหรอก

.

       แต่ก็อย่างว่าถ้าทำอย่างสันติวิธีได้ผมก็ขอเลี่ยงดีกว่า ...และตอนนี้ผมก็มาอยู่ ณ จุดที่มีสงครามกันแล้ว เห็นได้ชัดว่าทางฝ่ายมานาริกกำลังเสียเปรียบแต่เพราะพวกเขามีพลังเวทย์ที่เหนือกว่า ทำให้พอโต้กลับได้อยู่

.

      "ท่านพ่อ!!!" องค์ชายลักก้าที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็สติหลุดในทันทีและจะพุ่งออกไปแต่ถูกเฮกราสดึงตัวเอาไว้ก่อน

.

      "ปล่อยนะ ไอ้เลว ข้าจะไปช่วยท่านพ่อ"

.

      "ท่านวิศยังไม่สั่ง เจ้าต้องรออยู่นี่"

.

      "ตะ...แต่ท่านพ่อกำลังบาดเจ็บ!!"

.

      "เจ้าต้องใจเย็นก่อน!!" ในขณะที่ทั้งสองกำลังทะเลาะกัน ก้าราขึ้นไปอยู่บนหลังดัสและสังเกตการอยู่ อืมม ถ้าเราหยุดเวลาได้ล่ะก็...เดี๋ยวนะ!! นั้นไงล่ะ

.

      "ทุกคนหยุดก่อน!! ฟังนะ ผมมีไอเทมที่ชื่อว่า น้ำตานิรันดร์ อยู่มันสามารถหยุดเวลาได้10นาที"

.

      "แล้วเราจะทำอะไรได้ เวลาแค่10นาที....เดี๋ยวนะ! เจ้าหยุดเวลาได้!!" ลักก้าถามกลับ ผมจะเรียกกระถางต้นคุ้มภัยออกมา

.

      "ในช่วงที่เวลาหยุด ผมอยากให้ทุกคนเก็บเลือดจากเผ่ามานาริกทุกตัว ตัวละ1หยด จากนั้นผมจะปลูกต้นกล้าคุ้มภัยนี้กลางหมู่บ้าน เมื่อราดหยดเลือดทั้งหมดลงไปเรียบร้อย ต้นกล้าจะสร้างม่านพลังป้องกันขึ้นและพวกมานาริกจะปลอดภัย จากนั้นผมจะใช้เวทย์รักษาเหมือนก่อนหน้านี้ ตกลงไหม"

.

      "แล้วในระหว่างนั้นพวกข้าจะไม่โดนหยุดเวลาไปด้วยรึ" เฮกราสถาม

.

      "พวกนายเป็นสมาชิกปาร์ตี้ของผมจึงไม่ถูกหยุดเวลาไปด้วยเพราะงั้นแค่กรีดนิ้วพวกเขาแล้วรองเลือดมา ถ้าเลือดไม่ไหลออกมาให้บีบแผลเพราะร่างกายพวกเขาถูกหยุดเวลาแต่มือของพวกนายนั้นไม่ได้ถูกหยุดไปด้วยมันส่งต่อพลังให้เลือดไหลออก ไม่ต้องห่วงเรื่องบาดแผลเพราะเมื่อเวลาเดินผมจะใช้เวทย์รักษาทันที เข้าใจนะ! รับแก้วไปคนละใบ"

.

     "เอ่อ..แล้วข้าละขอรับ ข้าไม่มีมือนะขอรับ" ดัสถาม

.

     "อึก...ลืมไปเลย ดัสไปกับก้าราแล้วกันเพราะว่าเขาค่อนข้างช้า " ก็ก้าราไม่ได้เลเวลสูงมากนินะ "เอาล่ะ ไปได้" ผมเก็บกระถางต้นกล้าคุ้มภัยและมองไปที่สนามรบซักพัก

.

      หลังจากส่งแก้วให้แล้วผมก็เรียกหยดน้ำตานิรันดร์ออกมาและสั่งใช้ไอเทม หยดน้ำตานั้นลอยขึ้นไปบนฟ้าและส่องแสงสีฟ้าออกมา จากนั้นทุกอย่างก็หยุดเคลื่อนไหว มีตัวเลข10:00ขึ้นมาที่ด้านหน้าของทุกคนในปาร์ตี้และเริ่มนับถอยหลัง ผมเรียกมีดสเลเยอร์ โซลออกมาและสังเวยวิญญาณอีกครั้ง ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นผมจึงสามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว พุ่งไป เฉือน บีบ เก็บ เมื่อเก็บได้ราวๆครึ่งแก้ว ผมก็มาที่กลางหมู่บ้านปักมีดไปที่พื้นดินและเรียกจอบและกระถางต้นกล้าออกมา ขุดหลุมปลูกและนำต้นกล้าออกจากกระถางวางลงไปในหลุมและกลบจากนั้นก็เรียกบัวรดน้ำออกมาและรดน้ำลงไป ต้นกล้าคุ้มภัยโตขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นต้นต้านภัยศัตรูและหยุดแค่นั้น ทำให้มันมีพลังน้อยกว่าต้นมารร้ายจงพินาศของผมแต่แค่นี้ก็ถือว่าพอเพียงแล้ว ลักษณะต้นคล้ายไปต้นมารร้ายจงพินาศแตกต่างตรงความสูง ที่สูงแค่3เมตร ลำต้นตรงไม่มีลักษณะเป็นไม่กางเขน มีผิวหยาบเหมือนต้นไม้ปกติแต่มีสีขาวเหมือนต้นมารร้าย ใบเป็นสีเขียวและขาวปนกัน ถ้าเทียบกันแล้วผมว่าต้นนี้ให้ร่มเงาดีกว่าเพราะต้นมันไม่สูงนี้แหละ

.

        ผมรู้สึกได้ถึงม่านพลังนั้นห่อหุ้มหมู่บ้านและพื้นที่สงครามใกล้กัน ที่เหลือก็แค่หยดเลือดลงไปเพื่อให้พวกมานารริกเท่านั้นที่จะอยู่ในเขตเซฟโซนนี้ได้ ตอนนี้ก็เหลือแค่3นาที

.

     "ได้แล้วขอรับ" ดัสและก้ารามาก่อนพร้อมแก้วเลือด ตามมาด้วยลักก้า สุดท้ายเฮกราสแต่เขาไม่ได้มาตัวเดียว เขาแบกเฮลล์โคบอลตัวหนึ่งที่สวมเกราะสีแดงไว้ที่ไหล่ข้างหนึ่งและมืออีกข้างถือแก้วเลือดพร้อมกับขวาน แข็งแรงจริงๆน้า~ ไม่ใช่สิ!! แล้วพาใครมาด้วย!!

.

      "นั้นใครน่ะ เฮกราส"

.

      "ราชาของข้า ท่านพ่อผู้แข็งแกร่งของข้าเอง ท่านวิศ"

.

      "หา!! แล้วพาเขามาทำไมครับ"

.

      "ข้าไม่ต้องการให้ท่านพ่อตายและอีกอย่าง ถ้าคนที่มีอำนาจฝั่งเฮลล์โคบอลถูกจับ การต่อรองและเจรจาจะง่ายขึ้น"เอ่อ...ได้ข่าวว่านั้นพ่อคุณไม่ใช่หรอครับ คุณเฮกราส!!

.

      "อา เอาเถอะ เรื่องหลังจากนี้ค่อยว่ากัน เทเลือดที่ใต้ต้นเลยครับ"

.

      เมื่อทุกหยดเลือดซึมไปที่ดิน ต้นไม้ก็เรืองแสงสีทองออกมาในเวลาเดียวกับที่หยดน้ำตานิรันดร์สลายแตกกระจายเป็นละอองสีฟ้าล้นลงมาจากฟ้า ระรอกคลื่นพลังสีใสราวกับคลื่นโซนิกบูมถูกส่งออกมาจากต้นต้านภัยศัตรูที่เป็นศูนย์กลางถึงสามครั้ง 

.

       คลื่นครั้งแรกพลักดันเฮลล์โคบอลทั้งหมดออกจากบริเวณหมู่บ้าน มีเพียงพวกมานาริกโคบอลและเฮกราสกับพ่อเขาที่อยู่ในเซฟโซนนี้ คลื่นครั้งที่สองทำให้ภายในเซฟโซนมีความเสถียรมากขึ้น และครั้งสุดท้ายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของโดมเซฟโซน จากนั้นโดมก็ส่งแสงสีทองออกมาก่อนจะกลายเป็นสีใสโปร่งแสงและหายไปเพื่อพรางตา

.

       "ดัส มาช่วยกันหน่อยนะ"

.  

       "ได้ขอรับ!!"

.

       ผมขึ้นขี่ดัสและร่ายเวทย์รักษาทันทีพร้อมกับดัส เกิดเป็นวงเวทย์สีเขียวขนาดใหญ่ที่ใต้เท้าของดัส มันขยายไปจนสุดเขตเซฟโซนที่ผมรู้เพราะผมรู้สึกได้จากพลังจิตราวกับว่าผมเชื่อมต่อกับวงเวทย์นี้ หลังจากขยายจนครอบคลุมทั่วพื้นที่แล้วพลังรักษาก็เริ่มทำงานทันที

.

      แผลเล็ก ใหญ่ ตื้น ลึกถึงกระดูก อวัยวะที่ขาด ทุกอย่างถูกรักษากลับมาราวกับไม่เคยสูญเสียมาก่อนสร้างความตกใจแก่เหล่ามานาริกทุกตัว เมื่อหายดีแล้วพวกเขาจึงเดินมารวมกันที่จุดศูนย์กลางของวงเวทย์ซึ่งก็คือผม เมื่อทุกอย่างจบลง ผมก็รู้สึกว่าสติของผมนั้นเริ่มเรือนรางจนเกือบตกจากหลังของดัส ดีที่เฮกราสรับได้ทัน ดัสนอนลงใต้ต้นต้านภัยศัตรูเฮกราสจึงปล่อยให้ผมนอนพิงที่ปีกนุ่นๆของดัส

.

      "ง่วง...จัง" ผมบอกด้วยความงัวเงีย

.

      "เพราะนายท่านใช้พลังมากเกินไปขอรับ พลังรักษานั้นดึงพลังของนายท่านออกเกินไปและท่านยังใช้ถึงสองครั้งติดต่อกัน"

.

       "อืมมมม งั้น...ขอนอน...ก่อนนะ ฝากดูแล...กันและกัน ระหว่างนี้ด้วย..."

.

       "ได้ขอรับ" นั้นคือเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินก็จะหลับไป

.

       'ยินดีด้วย ท่านประสบความสำเร็จในการใช้เวทย์ผสานครั้งแรก ได้รับ (มหาเวทย์ ขอบเขตแห่งการเยียวยา) *ใช้ได้เฉพาะเมื่ออยู่กับดัสเท่านั้น'

.

.

.

///////------

         ลงตอนใหม่แล้วนะครับ อยากนอนซบปีกดัสบ้าง น่าจะนุ่มน่าดู เรื่องรายละเอียดทางความรู้สึกของพวกโคบอลจะลงตอน.5แยกนะครับ ตอนนี้ก็เป็นตัวประกอบไปก่อน 555 เพราะว่าคนเขียนลองเขียนรวมดูแล้ว งงมากเลยครับ

.

       ติได้แต่อย่าด่านะครับ

       [ กิจกรรมต่อไปกำลังคิด ]

       1 เม้น = 1 กำลังใจ


ความคิดเห็น