ลูกตุ้มเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หนุ่มแก๊งกาแฟ (ต่อ)

ชื่อตอน : หนุ่มแก๊งกาแฟ (ต่อ)

คำค้น : เกี่ยวรักมาร้อยใจ, เจ้าชายไอที, แก๊งกาแฟ, คาลาเมลมัคคิอาโต้, ลูกตุ้มเงิน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 222

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ย. 2560 11:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หนุ่มแก๊งกาแฟ (ต่อ)
แบบอักษร

​            “ขอบคุณมากนะคะ ที่พาพลอยใสไปหาหมอ แถมยังมาส่งให้ที่บ้านอีกด้วย พลอยใสขอโทษนะคะ ที่ทำให้พี่ต้องเดือดร้อน” พลอยใสเอ่ยขอบคุณคีรี เมื่อเขาพาเธอมาส่งถึงหน้าบ้าน แถมยังลงมาเปิดประตูรถให้อีกด้วย

            “ไม่เป็นไร แต่ว่าต่อไปก็ระวังหน่อยแล้วกัน อย่าพรวดพราดลงมาเดินบนถนนอย่างนั้นอีก เพราะน้องอาจจะไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้อีกก็ได้”

            “ค่ะ พลอยใสจะระวัง ไม่เม้าท์เพลินอีกแล้วค่ะ”

            “เข้าบ้านไปได้แล้ว หรือว่าจะให้พี่อุ้มเข้าไปในบ้านให้ไหมล่ะ?”

            “ไม่เป็นไรค่ะ พลอยใสเดินเข้าไปเองได้ ขอบคุณพี่มินสก์อีกครั้งนะคะ” สาวหมวยไหว้ขอบคุณส่งยิ้มให้กับชายหนุ่ม นัยน์ตาหวานจนจะเชื่อมผลไม้กินได้

            “ถ้าอย่างนั้น พี่ไปก่อนนะ พักผ่อนไป แล้วก็อย่าเดินมากด้วยล่ะ” คีรีเอ่ยทิ้งท้ายไว้พร้อมกับรอยยิ้มในเสี้ยววินาทีหนึ่งก่อนที่จะกลับไปขึ้นรถขับออกไป แต่แค่นั้นก็เพียงพอให้หัวใจของพลอยใสได้เต้นรัว ๆ หญิงสาวยืนอมยิ้มมองตามรถสวยสีดำวาบวับตัดกับสีป้ายแดงไปจนลับตา

            “กรี๊ดดดดดด!!!!” เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้น ดีใจจนแทบจะกระโดด แต่ติดที่ขาเจ็บ ไม่เช่นนั้น คงได้กระโดดกันตัวลอย

            พลอยใสเคยได้ยินกิตติศัพท์ของหกหนุ่มแก๊งกาแฟมาตั้งแต่ตอนที่เธอยังเป็นเฟรชชี่ ว่าเป็นคนหล่อคนดัง เคยเห็นพวกเขาก็บ่อยในเวลาที่เดินผ่านร้านมายด์คอฟฟี่ แต่ไม่เคยคิดว่าตนเองจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับหนึ่งในแก๊งถึงเพียงนี้ แถมยังแอบคิดว่าพวกเขาหล่อ รวย โด่งดังแล้ว ก็คงจะหยิ่ง เลือกคบคน ผู้หญิงที่หน้าตาพื้น ๆ อย่างเธอคงไม่ได้อยู่ในสายตาของแก๊งกาแฟเลยด้วยซ้ำ หญิงสาวจึงได้แต่มองแล้วแอบปลื้มในความหล่อของแต่ละคน โดยเฉพาะคีรี หนุ่มหน้าใสสไตล์เกาหลี ที่ตรงกับจริตเธอมากที่สุด

            แต่มาถึงตอนนี้ความคิดอคติที่เกิดขึ้นถูกทำลายไปจนหมดสิ้น เพราะพลอยใสได้สัมผัสมากับตัวเองว่านอกจากเขาจะไม่หยิ่งแล้ว ยังใจดีและน่ารักสุด ๆ อีกด้วย  

            “พลอยเป็นอะไรลูก?” เสียงของแม่พรดังขึ้น เอ่ยถามลูกสาวด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่ได้ยินเสียงกรี๊ดแล้วรีบวิ่งออกมาดูที่หน้าบ้าน

            “แล้วนั่นขาหนูไปโดนอะไรมา” แม่พรถามอีกครั้งด้วยอาการตกใจ เมื่อเห็นที่เท้าของลูกสาวมีผ้ายืดพันอยู่ พร้อมกับรีบเดินเข้ามาดูอาการ

            “ข้อเท้าแพลงนิดหน่อยค่ะแม่”

            “โถ..เจ็บเลยสิ ไป ๆ ลูกเข้าบ้านก่อน” แม่พรประคองลูกสาวเข้าบ้านไปพร้อมกัน “แล้วหนูกลับมายังไง แม่ไม่ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์เลย แล้วเมื่อกี้เสียงหนูกรี๊ดหรือเปล่า ทำเอาแม่ตกใจหมดเลยลูก”

            “แฮ่ ๆ หนูขอโทษค่ะ พอดีหนูตื่นเต้นดีใจมากไปหน่อย”

            “ก็แล้วมันดีใจเรื่องอะไรกัน ถึงกับต้องส่งเสียงกรี๊ดขนาดนั้น”

            “คือพี่มินสก์ หนึ่งหนุ่มในแก๊งกาแฟที่หนูเคยเล่าให้แม่ฟัง เขามาส่งหนูด้วยล่ะค่ะแม่ อิอิ วันนี้หนูก็เลยไม่ได้ใช้บริการพี่วินหน้าปากซอย” พลอยใสหมายถึงวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอย ที่เธอใช้บริการให้มาส่งที่บ้านอยู่ทุกวัน

            “แล้วทำไมเขาถึงมาส่งล่ะ หรือว่าเขาเป็นคนทำหนูเจ็บนี่เหรอ?”

            “ก็ไม่เชิงค่ะแม่ มันเป็นความผิดของหนูเองแหละ ที่เดินเม้าท์กับเพื่อนออกรสไปหน่อย เพลินจนลงมาเดินบนถนนด้วย พี่มินสก์ขับรถมาหลบไม่ทันเลยเฉี่ยวเอา แต่พี่เขาก็รีบพาหนูไปหาหมอ แล้วก็พามาส่งที่บ้านนี่ล่ะค่ะ”

            “เรานี่น้า..ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ทำอะไรไม่ระวัง ดีนะเป็นแค่นี้ ต่อไปต้องระวังนะลูก มันจะไม่โชคดีเป็นแค่นี้ทุกครั้งไปนะ”

            “ค่ะแม่ แม่นี่พูดเหมือนกับพี่มินสก์เมื่อกี้เลยค่ะ”

            “เอ้า! นั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ ไม่ต้องเดินไปไหน เดี๋ยวแม่ไปเอาผลไม้มาให้กิน” ผู้เป็นแม่พูดขึ้นเมื่อพาลูกสาวเดินเข้ามานั่งที่โซฟาหน้าทีวี

            “ขอบคุณค่ะแม่” พลอยใสเอ่ยขอบคุณแม่ ที่กำลังเดินไปหยิบผลไม้ที่ปลอกแช่ตู้เย็นเอาไว้มาให้

            “แล้วพี่มินสก์อะไรนั่นเขาไม่ว่าเอาเหรอ เราเดินไม่ดูรถอย่างนั้นน่ะ” แม่พรเดินกลับเอาจานใส่แอปเปิ้ลและสาลี่มาวางไว้ให้เบื้องหน้าของลูกสาว พร้อมกับเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            “ไม่เลยค่ะแม่ พี่มินสก์ใจดีมาก ไม่ได้หยิ่งอย่างที่คิดเลยสักนิด” พลอยใสพูดไปยิ้มไป ยังคงปลาบปลื้มอยู่ไม่หาย

            “หึหึ ดูเราจะปลื้มเขาเอามากนะ” ผู้เป็นแม่พูดขึ้นเมื่ออ่านอาการของลูกสาวออก

            “แฮ่ ๆ” ลูกสาวคนเดียวยิ้มด้วยความเขินอายเมื่อถูกรู้ทัน

            คีรีขับรถกลับมาถึงมหาวิทยาลัยอีกครั้ง นาฬิกาก็บอกเวลาบ่ายโมงกว่าแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้นัดกับเพื่อน ๆ ไว้ แต่ชายหนุ่มก็รีบไปที่ร้านมายด์คอฟฟี่ด้วยพันธะหน้าที่ในการเป็นพรีเซนเตอร์ของทางร้าน

            “มึงไปไหนมาวะไอ้มินสก์ เรียนเสร็จตั้งแต่สิบโมงเช้า บ่ายโมงเพิ่งจะโผล่หัวมานี่” เสียงของปั้นจั่นแฝดผู้พี่ดังขึ้นทักทาย คีรีทันทีที่ย่างกายเข้าไปในร้าน

            “เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย กูขับรถเฉี่ยวเด็กปีสองมา เลยพาเขาไปหาหมอแล้วเอากลับไปส่งบ้าน เสร็จแล้วถึงได้มานี่ล่ะ”

            “น้องปีสองเหรอ? ผู้ชายหรือผู้หญิง แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่า?” ต่อรีบซักถามด้วยความเป็นห่วงตามนิสัย

            “มึงไม่เห็นต้องถามเลยไอ้ต่อ ถ้าลองไปส่งถึงบ้านนี่ ผู้หญิงแน่นอน ถ้าเป็นผู้ชายไอ้มินสก์มันคงแค่เอาไปทิ้งไว้ให้หมอดูแลแค่นั้นแหละ” เป็นกังหันแฝดผู้น้องที่ชิงตอบแทนคีรี

            “มึงก็พูดไปไอ้ลิงกัง ถึงเป็นผู้ชายกูก็ช่วยเต็มที่โว้ย เพราะกูเป็นคนดี ฮ่าฮ่า” คีรีเดินไปตบบ่ากังหันแล้วหย่อนก้นนั่งเก้าอี้ตัวข้าง ๆ กัน ก่อนส่งเสียงดังสั่งกาแฟรสโปรดกับต่อ ที่มารับจ๊อบทำงานในร้านมายด์คอฟฟี่ ได้ค่าตัวสองเด้ง ทั้งเป็นพรีเซนเตอร์และเป็นพนักงานของร้าน

            “คาราเมลมัคฯ เย็นเจี๊ยบหนึ่งแก้ว..ด่วน” คีรีหมายถึง กาแฟรส ‘คาราเมล มัคคิอาโต้’ ชื่อรสชาติยืดยาว แต่เขาเลือกที่จะเรียกเพียงเท่านั้น

            “เออ พ่อคนดี พ่อเจ้าชายไอทีสุดหล่อ พ่อเกาหลีมีสาวติดตรึม มึงเคลียร์กับน้องไอซ์เขาหรือยัง หรือว่ารายนี้มึงตั้งใจวะไอ้มินสก์” ครูสที่นั่งอยู่ด้วยอดไม่ได้ จึงได้หันมาแขวะคีรีเอาบ้าง

            “ตั้งจงตั้งใจอะไรล่ะ กูก็แค่ไปช่วยน้องเขาล้างเครื่องลงโปรแกรมในคอมฯ ให้ใหม่ก็แค่นั้น ใครจะไปรู้วะว่าน้องเขาจะคิดไปไกลว่ากูไปขอเขาเป็นแฟนแล้ว จิตนาการโคตรไร้ขอบเขตเลย”

            “ถ้ามึงไม่คิดอะไรกับน้องไอซ์ งั้นแสดงว่ามึงคิดกับน้องข้าวหอมละสิ” เป็นเสียงจากสิบรถ คุณชายสายเสมอที่เพิ่งจะมาถึงเป็นคนสุดท้าย เปิดประตูเข้ามาทันได้ยินเรื่องที่คีรีพูดอยู่พอดีจึงได้ถามถึงสาวคู่กรณีอีกคน

            “กูไม่คิดกับใครทั้งนั้นล่ะ อารมณ์ยังไม่มี”

            “นี่ขนาดมึงอารมณ์ยังไม่มีนะ ผู้หญิงเขม่นกันจะตายแล้ว ไม่รู้ป่านนี้แอบไปตบกันบ้างหรือยัง?”

            “มึงก็พูดซะโอเว่อร์ไอ้ครูส ปัญญาชนแล้วทั้งนั้น จะมาตบตีกันทำไม ชนะไปก็ไม่เห็นจะได้อะไร มีแต่จะเจ็บตัวกันไปทั้งคู่” คีรีนั้นถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ของเขาจะดูเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ และหลายคนมองว่าเจ้าชู้ เพราะมาอยู่ในแก๊งกาแฟด้วย แต่เอาเข้าจริงชายหนุ่มผู้ชื่นชอบในเทคโนโลยีและความล้ำสมัยนั้น เป็นคนรักนวลสงวนตัว รักใครรักจริง และไม่เคยคิดจะจีบใครทิ้งขว้าง

            “และที่สำคัญกูไม่ได้รักไปเรื่อยเหมือนมึงไอ้ครูส ระวังเถอะมึงแจกรักไปเรื่อยเปื่อย หักอกสาวเป็นว่าเล่น กรรมมันจะตามทันตอนที่มึงเจอตัวจริงน่ะ”

            “โอ้โห! ไอ้เวรมินสก์แช่งกันเลยเหรอวะ แต่อย่างกูน่ะมันเสือตายยากโว้ย”

            “ถุย!!” เสียงตอบรับจากเพื่อนทั้งห้าคนที่ดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย หลังจากที่ครูสยกยอตัวเองเสร็จ

ความคิดเห็น