สูญองศา

ยินดีต้อนรับสู่นิยายอีโรติด ตลก โปกฮา ติดตามกันเยอะๆน๊าาาา อัฟตามใจคนแต่ง จะมีอีบุคด้วยจร้าา

บทที่ 8 เธอและศตรู 100%

ชื่อตอน : บทที่ 8 เธอและศตรู 100%

คำค้น : นิยายโรมานส์ นิยายรัก นิยายอีโรติค

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2560 21:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 เธอและศตรู 100%
แบบอักษร

เธอเดินตามเขามาอีกทาง ด้วยความอยากรู้ต้นเหตุ ว่าอะไรขึ้นระหว่างสองคนนี้ แม้สมองจะประมวลผลแล้วว่าเขาคือบุคคลอันตรายหมายเลขหนึ่งที่ไม่ควรเข้าใกล้ เปล่าหรอกคนตระกูลนี้อันตรายทุกคนโดยเฉพาะหัวโจก ยังไงก็ลงเสี่ยงดูสักครั้ง

ฟาร์รินวางเครื่อดื่มเย็นสดชื่นลงบนโต๊ะ ทอดกายสบายอารมณ์พิงพนัก มือสองข้างรองศีรษะ เธอนั่งลงข้างเขาเช่นกัน แก้วชาเขียวทำให้อุณหภูมิมือเธอเย็นเยียบตัดกับลมร้อนที่สาดเข้าตัว

“ถ้าให้เดาคุณคงเคยทำอะไรไม่ดีกับเจ้านายของฉัน” เธอเปิดประเด็น

“หน้าตาผมเหมือนผู้ร้ายขนาดนั้นเลย” ชายหนุ่มหัวเราะรวน “ทั้งที่ผมต่างหากคือผู้ถูกกระทำ” มีรอยยิ้มเหยียดตามมา

“หมายความว่ายังไง” เท่าที่มองดูมีเพียงฝ่ายเขาที่กวนประสาทเจ้านายเธอและยังก่อกวนทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้ ผู้ถือหุ้นเป็นอันดับสองรองจากท่านประธาน คำถามที่คิดว่าหาคำตอบยากๆเขาเป็นคนถามทั้งหมด โต้คารมกันจนห้องประชุมแทบลุกเป็นไฟ

“ลองถามเขาดูสิ ท่านประธานของคุณ” ย้อนศรคืนให้ก็เจ็บอยู่

เธอขมวดคิ้วมุ่น นี่ถ้าต้องกลับไปถามเองแล้วจะตามมาหาอะไรมิทราบ! น่าโมโหจริงเชียว เธอมานั่นตรงนี้เพื่อให้เขาล้อเล่นด้วยหรือสาวตากลมมองคนกวนเอาเรื่อง 

เมื่อรู้สึกว่าแสงแดดยามพลบคำที่กระทบตัวเมื่อครู่นั้นถูกบดบังด้วยอะไรยางอย่าง

หญิงสาวหันกลับไป มองเงาทะมึนที่ว่า แล้วก็แทบสะดุ้งกับใบหน้าบึ้งตึงไม่สบอารมณ์ของเจ้านายหนุ่ม สายตาเอาเรื่องน่ากลัว อยากโดนทรายดูดจมลงตรงนี้ทันไหม

“ไหนคุณบอกว่าอยากเดินเล่น”

“เราแค่คุยกันตามประสาผู้ถือหุ้นกับเลขานุการ จะอะไรนักหนา” ฟาร์รินเติมเชื้อไฟ  “ไม่เป็นไรนะครับคุณเลขาผมอยู่คนเดียวได้ ทั้งที่อยากให้คุณนั่งเป็นเพื่อนอีกนิดแท้ๆ”

สุมกองฟางกันเข้าไป

หุ้นส่วนเจ้านายยังพ่นลมปากยียวนอีกหลายอย่างที่เธอเริ่มไม่อยากฟัง

คำพูดชวนเข้าใจผิดมากมายหลั่งไหลออกมาอย่างไม่เกรงใจ ดี! ในเมื่อเขาว่าอย่างนั้นเธอก็ไม่จำเป็นจะต้องเชื่อคำเท็จจากคนตรงหน้าอีก

หญิงสาวผุดลุกขึ้นกะทันหัน เธอสบตากับเอริคครู่หนึ่ง 

“คุณอยากไล่ฉันออกก็เชิญ!” แล้วก็ราดชาเขียวที่ซื้อมาลงกระบานคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม แม้จะอยากทิ้งแก้วพลาสติกตรงนั้นด้วยฉุนควันออกหู แต่สำนึกดียังคงบอกว่าต้องทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง จึงเก็บมันกลับมาด้วยและโยนมันลงถังแม่นยำ

เอริคมองบั้นท้ายงามงอนสะบัดส่ายห่างออกไป เขากอดอกมองญาติตัวเองด้วยความสังเวชใจ “นี่ไปกระตุกต่อมอะไรเธอเข้า”

“ก็ไม่มีอะไร” ฟาร์รินพูดลากยาว พลางถอดสูทมาเช็ดศีรษะ เธอน่าสนใจกว่าที่คิดเอาไว้ นึกว่าจะเป็นสาวใสซื้อเพียงเจอบททดสอบเล็กน้อยก็รีบแก้ตัว ทว่ากลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

แสดงว่าเธอนิยมความรุนแรงมากกว่าที่คิด

“ขอเตือนเอาไว้สักอย่าง อย่ายุ่งกับเธออีก” เอริคนั่งลงฝั่งตรงข้ามญาติห่างๆ ยิ้มเยาะสะใจ

“แล้วทำไมฉันจะต้องเชื่อแกด้วย” คู่สนทนาเหยียดยิ้มเอาจริง “ขนาดแกยังเคยแย่งแฟนฉันเลย” ฟาร์รินนึกถึงความหลังครั้งเก่าก่อน  ใครก็ว่าเขาเหมือนตัวร้ายที่คอยราวีพระเอก แต่ก่อนจะมายืนอยู่จุดๆนี้ได้เขาผ่านอะไรมาบ้างคนอื่นไม่มีทางรู้ ขณะเดียวกันเขาก็ไม่ชมชอบเล่าเรื่องเสียหน้านี้ให้ใครฟังสักเท่าไหร่

“น่าโง่เนอะ ว่าไหม” เอริคยังใช้น้ำเสียงราบเรียบ ลื่นหู แต่คนถูกบริภาษซึ่งหน้ายังมีอารมณ์ดีดนิ้วเป๊าะแปะอารมณ์ดี

“ใช่!เลวขนาดแย่งแฟนญาติตัวเองได้ฉันก็ว่ามันทั้งโง่และชั่ว”  ฟาร์รินสวนยิ้มกลับคืน “ฉันว่าน่าจะคูณสิบของคำว่าต่ำช้าดีกว่า”

เรื่องเดียวแต่คนละมุม

บางทีก็ระงับอารมณ์ไม่อยู่

“อย่าบอกนะว่านี่คือเหตุผลงี่เง่าที่กว้านซื้อหุ้นจนได้สามสิบเปอร์เซ็น”

“ผลประโยชน์ล้วนๆไม่มีความบาดหมางเจือปน” ชายหนุ่มเสยผมที่รู้สึกว่าเหนียวน้ำตาลชักอยากล้างตัวเสียแล้วสิ “ว่าแต่เลขาคนใหม่แกนี่ก็ซาดิสใช่เล่น”

“เธอไม่เกี่ยว”

“เพราะแกพูดว่าไม่เกี่ยวนั่นแหละเกี่ยวเต็มๆ” ฟาร์รินสลัดเสื้อที่มีเปื้อนเกล็ดน้ำแข็ง ไม่สนอินทร์สนพรหมจนเอริคหันหน้าหนี “ฉันชักจะชอบเธอแล้วสิ”

“ไหนแกบอกว่าเธอซาดิส” เขาทวนคำพูดหนึ่งที่ฟารร์เคยปรามาสเธอเอาไว้

“ถ้ามาคบกับฉันแล้วจะเปลี่ยนให้เอง” สบตากลับยิ้มชนะในรอบสิบปี ชายหนุ่มลุกจากตรงนั้นก้าวขายาวๆ “ลาก่อนคงต้องอาบน้ำแล้ว ไว้เจอกันใหม่ อาจจะไปทักทายแกบ้างเพราะเลขาแกสวย”

ประโยคทิ้งทายทำให้เอริคกัดฟันทั้งที่ยังส่งยิ้ม อะไรที่ทำให้มั่นใจขนาดนั้นกันน๊า ช่างไม่เจียมบอดี้ เขานิ่งเงียบไปส่วนข้างในร้อนดังลาวา  

ความคิดสามหาวนั่นได้แต่ใดมา

จะวัดรอยเท้างั้นรึ ครั้งก่อนนี้ยังไม่เข็ด 

เขาปล่อยให้ญาติปากดีเดินจากไป พ่นลมหายใจแรงๆ เหม็นขี้หน้าชะมัด หยัดยืนพร้อมกับล้วงกระเป๋าที่แอบซ่อนหมัดจนมือชื้นเหงื่อ เขาแบมืออกรับไอเย็นจากทะเลยจนมันระเหย

ไปตายซะไอ้เวร!



เสียงน้ำตูมใหญ่คลายของหนักหล่นลงสระน้ำ ยังดีที่ว่าช่วงพลบค่ำไม่มีคนมาเล่น นักท่องเที่ยวหลายรายชะโงกหน้ามาดูเมื่อเดินผ่าน

“นี่แก่!!!” ชายหนุ่มตะโกนโหวเหวก ตีน้ำเป็นระรอกคลื่น ไม่มีใครไม่รู้จักเขาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของโรงแรมแห่งนี้ ฟารร์รินมองบอดิการ์ดที่ยืนจังก้าไม่กล้าเข้าใกล้

“ขอโทษ ขอโทษ พอดีมันลื่นนะ” เอริคเส้นเสียงสั่น มุมปากยกเย้ยให้ศตรูอ่อนประสบการณ์ ก่อนจะหันไปยิ้มให้ผู้คนรอบข้างบอกว่าเป็นการหยอกล้อเล่น ฉันมิตรสหาย

แต่อาจจะหยอกล้อแบบจริงจังเท่านั้นเอง

“นี่แกผลักฉันเลยเหรอ” เริ่มเดือดดาน ไม่เคยญาติดีกับมันเลย

มันที่ว่าเป็นเจ้าของบริษัทเสียด้วย

“เปล่า”

“เปล่าอะไรเห็นอยู่ทนโท่”

“ถีบไม่ได้ผลัก” เอริคสงสายตาเย็นเยียบกอดอกสบายใจเฉิบ นี่ถ้าไม่คิดว่าจะเสียมาดผิวปากแถมให้แล้วเอาสิ “ก็เห็นว่าอยากอาบน้ำ ก็เลยสงเคราะห์ให้”

“แกใช้เท้าถีบฉัน”

“ใช่เท้า!ความหมายเดียวกับตีนนั่นแหละ” ท่านประธานมาดนุ่มเดินสง่าจากไป เพียงพอที่จะให้ญาติห่างๆหัวฟัดหัวเหวียง “ไอ้คนไร้สาระ”

ชายหนุ่มกัดฟันกรอดเมื่อขึ้นมาจากสระได้ เขาเทน้ำออกจากรองเท้าหนังคู่แพงที่พึ่งซื้อมาใหม่ โลวเล็กส์เรือนทองที่ดับเดี๋ยงเพราะแรงกระแทกจากขอบสระ หลับตาซึมซับความแค้นฝั่งแน่นในอกไม่ว่าจะยามใดมันไม่ปล่อยให้เขาชนะได้สักที แม้แต่ตอนที่คิดว่าได้เปรียบก็ยังเสียท่าอยู่ดี

มันต้องมีสักวันสินา




มีคอมเม้นหนึ่งถูกใจ เลยลงเพิ่มในวันเดียว 

ไรท์ บ้า-ยอ ค่าทุกคน ต้องเข้าใจ บ้าบอที่สุด เค้าเขินนนน?

​นี่คือรางวัลลงเพิ่มจร้าา 


ความคิดเห็น