akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ภาค 3 : บทที่ 8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.7k

ความคิดเห็น : 75

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2560 19:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาค 3 : บทที่ 8
แบบอักษร

8

                “เป็นไง….พอเรียนรู้เรื่องไหม”

                วายุเอ่ยถามกับโทระ พร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้ม โทระเหล่ตามองวายุเพียงเล็กน้อย ก่อนจะยักไหล่

                “ก็พอได้อยู่นะ”

                ท่าทางของทั้งคู่อยู่ในสายตาของไทกะ เขาหรี่ตาลงเพียงนิด ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา

                “พอได้ นี่หมายถึงจะเรียนกับเขา หรือว่าไม่เรียนอีก”

                “ก็หมอนี่ไม่ว่างสอนฉันในวันศุกร์ใช่ไหมล่ะ ถ้าไม่เรียน  จะก็ไม่มีเรียนพิเศษน่ะสิ”        

                แม้คำพูดจะเหมือนไม่เต็มใจ แต่ไทกะก็มองออกว่าโทระยอมรับในตัววายุ เขาเองก็ไม่ได้อยากจะอคติ ในเมื่อวายุสอนน้องชายเขาได้ เขาก็ไม่อยากจะโต้แย้ง

                “งั้นเอาเป็นว่า นายมาสอนน้องฉันได้ทุกวันศุกร์แล้วกัน”

                “โอเค๊”

                วายุหันไปตอบรับไทกะพร้อมกับรอยยิ้มแห่งผู้ชนะ ไทกะเมินหน้าหนี แล้วเดินออกจากห้อง ตินมองทุกคน แม้จะรู้สึกว่าน่าจะมีอะไรไม่ปกติ แต่เขาก็ไม่อยากจะพูดอะไรออกมา เพราะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

                เวลาล่วงเลยไปถึงสามทุ่ม  ตินและวายุถึงได้เดินทางกลับ  ก่อนจะกลับ  ทางครอบครัวของนักเรียนก็เลี้ยงอาหารพวกเขา

                “ดูแลดีจังเลยนะพี่ติน”

                วายุเอ่ยขึ้นในขณะที่นั่งอยู่ในรถแท็กซี่กับติน ตินหัวเราะออกมาเบาๆ

                “ชอบล่ะสิ”

                “แน่นอน  อิ่ม อร่อยด้วย”

                ว่าพลางลูบท้องของตัวเองเบาๆ ตินยกมือขยี้ผมนิ่ม แล้วมองตรงไปข้างหน้า

                “ถ้าสนใจจะสอนพิเศษเพิ่มที่อื่นอีก ก็บอกพี่ได้นะ”

                “ยังก่อนดีกว่า แค่นี้ก็เหนื่อยจะแย่แล้ว”

                ตินส่ายหน้าไปมาเบาๆ อย่างรู้สึกเอ็นดูน้องชาย

--------+++++-------

                ช่วงเวลาพักเที่ยงมาถึง คนที่ดูยินดีปรีดามากที่สุดเหมือนจะเป็นภาม  ในขณะที่น้ำกำลังยุ่งอยู่กับการเก็บหนังสือบนโต๊ะ

                “ให้ตายสิน้ำ เร็วๆหน่อยสิ เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก”

                “ไม่ทันอะไรเหรอ” น้ำถามอย่างซื่อๆ

                “ก็วันนี้ต้องไปห้องสภาไงล่ะ  นายลืมได้ยังไงเนี่ย”

                ภามอยากจะบิดหูเพื่อนรักเสียจริง น้ำเบิกตากว้าง ลืมไปเสียสนิท

                “จริงด้วย”

                “ใช่ไง  รีบไปซื้อข้าว แล้วก็รีบไปห้องสภากัน”

                น้ำพยักหน้าเบาๆ ตอบรับเพื่อน  ภามใจร้อน รีบช่วยน้ำเก็บของจนเสร็จ แล้วจับข้อมือเพื่อนรัก รีบพาออกจากห้องเรียน

                “จะรีบวิ่งไปไหนเนี่ย”

                “เอางี้ น้ำไปที่ห้องสภาก่อน เดี๋ยวเราตามไป”

                “ไม่ได้ไปด้วยกันสิ”

                “เอาน่า ไปบอกรุ่นพี่ไว้ก่อน น้ำยิ่งช้าๆอยู่ด้วย ไปรับหน้าก่อนไง  เราไม่อยากให้มันเสียเวลาอะ”

                “งั้นเดี๋ยวเราไปซื้อข้าวเอง”

                “ไม่เอา  เดี๋ยวกว่าน้ำจะมาอีก”

                “แต่ว่า”

                น้ำอึกอัก รู้สึกลำบากใจเหลือเกิน  แต่เพื่อนรักก็ผลักเขาไปไม่หยุดหย่อน จึงได้เผลอพูดออกมา

                “ก็ได้ๆๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”

                น้ำรีบเดินไปยังห้องสภานักเรียน คิดว่าถ้าเปิดประตูเข้าไปคงจะเห็นใบหน้าของรุ่นพี่ม.6 ที่ทำงานที่นั่น

                “ขออนุญาตครับ”

                น้ำบอกอย่างกล้าๆกลัวๆ กลัวว่าจะทำให้คนข้างในรำคาญใจ  น้ำเดินเข้าไปในห้องแล้วก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ที่คุ้นตากำลังนอนกอดอกหลับอยู่บนโซฟา แต่คิ้วทั้งสองกับขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

                …รุ่นพี่โทระ…

                ไม่ผิดแน่…ความรู้สึกของน้ำบอกแบบนั้น แต่ทว่าใบหน้าน่ารักก็ส่ายไปมา  มันจะเป็นไปได้ยังไง คนตรงหน้าเขาคงจะเป็นรุ่นพี่ไทกะเสียมากกว่า

                น้ำคิดสับสนไปมากับตัวเอง ว่าคนตรงหน้าเขาจะเป็นรุ่นพี่ไทกะหรือว่ารุ่นพี่โทระกันแน่

                “รุ่นพี่….”

                น้ำเรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังมากนัก เขาสลัดความคิดของตัวเองออกไป ว่าเป็นโทระ 

                “เอ่อ คือ”

                อยากจะเรียกให้อีกฝ่ายตื่น แต่ทว่าก็ไม่กล้าเข้าไปรบกวน  สุดท้ายก็ตัดสินใจขยับกายเข้าไปใกล้อีกฝ่าย  น้ำมองสำรวจไบหน้าของอีกฝ่าย

                …ทำไมถึงได้เหมือนกันนักนะ….

                ฝ่ามือเล็กเคลื่อนไปยังใบหน้าหล่อนั้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ ริมฝีปากสวยนั้นทำให้หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ

                พรึ่บ!

                “อ๊ะ!”

                ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อมือสวยถูกจับเอาไว้ พร้อมกับร่างเล็กที่ถูกกระชากเข้าหาตัว

                “คิดจะทำอะไร!”

                “คะ คือ”

                “นายไม่ใช่คนของที่นี่  แล้วเข้ามาได้ยังไง”

                แม้แต่น้ำเสียงก็เหมือนกับคนคนนั้นมากเสียจนน้ำอดคิดไม่ได้ว่าคือโทระ

                “ขอโทษครับ ผมขอโทษ”

                ใบหน้าเล็กก้มลงอย่างหวาดๆ เขาเป็นคนขี้กลัวและไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว

                “จะก้มหน้าทำไม เงยหน้าขึ้นมาสิ”

                น้ำเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ คนตัวสูงเบิกตาขึ้นเล็กน้อย

                “นี่นาย!”

                “คะ ครับ”

                น้ำงงกับท่าทางของอีกฝ่าย

                “นายมาที่นี่ได้ยังไง นายไม่ใช่คนของสภานี่”

                “คุณครูให้ผมมาช่วยงานครับรุ่นพี่ไทกะ”

                “ไทกะ…ฮึ”

                ความไม่พอใจเกิดขึ้นกับคนตัวสูงทันที เขาผลักคนตัวเล็กให้ออกห่าง แล้วลุกขึ้นยืนเท้าเอว

                “นายนี่มันแย่ที่สุด”

                เสียงทุ้มดังขึ้นในลำคอ ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้หงุดหงิดมากขนาดนี้ น้ำได้แต่มองท่าทีนั้นอย่างงุนงง เพียงครู่ก็เบิกตากว้าง

                “หรือว่า…รุ่นพี่โทระเหรอครับ!”

                “ก็ใช่น่ะสิ! นายนี่มันความจำเสื่อมหรือไง ไม่เจอฉันไม่กี่วัน ก็ลืมหน้าฉันแล้วน่ะห๊ะ!”

                โทระหันมาคุยกับอีกฝ่าย แล้วกระชากตัวน้ำให้เข้ามาใกล้ โทระไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ ว่าไม่ว่าจะเห็นน้ำทำอะไร มันก็กระตุ้นต่อมความหงุดหงิดของเขาไปเสียหมด ทั้งๆที่เขาเคยคิดว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนขี้โมโหเท่ากับตอนเด็กๆแล้ว

                “รุ่นพี่ครับ ผมเจ็บ”

                “ช่วยไม่ได้ นายทำฉันโมโห”

                “ทำอะไรกัน!”

                เสียงของผู้ที่เข้ามาใหม่ ทำให้ทั้งคู่ต้องหันไปมอง ไทกะเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย

                “นายคงเป็นเด็กที่คุณครูฝากมาให้มาช่วยงานสินะ”

                “เอ่อ ครับ”น้ำตอบเสียงไม่ดังมากนัก

                ไทกะหรี่ตามองมือใหญ่ของน้องชายที่จับไหล่ทั้งสองของน้ำเอาไว้ 

                “แล้วเมื่อไหร่นายจะปล่อยเขาล่ะ โทระ”

                “ฮึ่ย”

                โทระปล่อยตัวน้ำ แล้วหันหน้าหนี

                “นายชื่ออะไรล่ะ”

                “น้ำ ครับ”

                “โอเค งั้นทุกวัน  ถ้านายว่างก็มาที่นี่ ถ้ามีงานอะไร ฉันจะบอกให้นายช่วย”

                “ครับรุ่นพี่”

                น้ำตอบรับ  ไม่กล้าหันไปมองโทระเลยสักนิด

                “ส่วนนาย ถ้าไม่มีอะไร ก็ไม่ควรมานอนเล่นที่นี่”

                “ฉันก็ไม่ได้อยากจะอยู่นักหรอก”

                โทระรีบหมุนตัวเดินออกจากห้องสภานักเรียนไปด้วยความหงุดหงิด  ถ้าเป็นปกติ ต่อให้ไล่ยังไง โทระก็คงไม่ไป แต่วันนี้เจ้าตัวกลับออกไปง่ายๆเสียอย่างนั้น  ในจังหวะที่กำลังเปิดประตู  ภามก็มาถึงหน้าห้องพอดี  ภามได้แต่มองตามอีกฝ่ายไปอย่างงงๆ พอเดินเข้ามาในห้องก็พบว่าคนที่เดินออกไปกับคนยืนอยู่ในห้องเหมือนกันราวกับแกะ แตกต่างกันเพียงแค่แว่นตา และความเรียบร้อยของเสื้อผ้าเท่านั้น

                “นายคงเป็นเพื่อนของน้ำสินะ”

                “ครับ ผมชื่อภาม ครับ ถ้ารุ่นพี่มีอะไรให้ผมช่วย บอกผมได้เลยนะครับ”

                ท่าทางร่าเริงกระตือรือร้นของภาม ช่างแตกต่างกับน้ำ แต่ไทกะก็ไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้  เพราะแต่ละคนย่อมมีนิสัยที่แตกต่างกันอยู่แล้ว

                “คงยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงกันใช่ไหม  งั้นพวกนายกินให้เรียบร้อยก่อน แล้วฉันจะบอกว่ามีงานอะไรบ้าง”

                “ขอบคุณครับ”

                ถึงไทกะจะเป็นคนที่เหมือนมีท่าทางเย็นชา แต่ว่าเขาก็เป็นคนที่ละเอียดอ่อนและใส่ใจคนอื่น   จนน้ำอดคิดไม่ได้ว่าไทกะกับโทระนี่ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน

--------+++++-------

                “เจ้าบ้าเอ้ย  มันน่าหงุดหงิดจริงๆ”

                โทระเปิดกล่องข้าวหน้าเนื้อแล้วตักเข้าปากอย่างโมโห  เขาเลือกที่จะเอาข้าวกล่องมานั่งทานที่ดาดฟ้าเพียงคนเดียว เพราะวันนี้รีบออกจากห้องสภามา ทำให้ต้องมาซื้อข้าวทานเอง

                “คอยดูเถอะ เจอกันอีกเมื่อไหร่ นายเจอดีแน่”

                แค่อีกฝ่ายสับสนระหว่างเขากับไทกะ  เขาก็รู้สึกโมโหสุดๆ  หรือว่าอีกฝ่ายไม่เคยคิดจะจดจำเขาเลยกันแน่

                “ฉันอุตส่าห์ซื้อแว่นให้ใหม่  ลืมกันง่ายไปหน่อยมั้งเจ้าแว่น  คิดว่านายเป็นใครน่ะฮะ! จะมาลืมฉัน!”

                กล่องข้าวที่สองถูกเปิดออก  โทระตักเนื้อเข้าปาก กินไปสักพักก็เริ่มเบื่อ จึงหยิบข้าวกล่องไปทิ้งลงถังขยะแทน ก่อนจะเลือกที่จะไปนั่งพัก หยิบโทรศัพท์มาเปิดเกมเล่นให้มันหายหงุดหงิด  สุดท้ายก็เผลอหลับโดด ไม่ได้เข้าเรียนอีกหนึ่งวิชาจนได้

                แหมะ!

                เพราะมีน้ำเย็นๆหยดลงบนใบหน้า โทระถึงได้รู้สึกตัว พอลืมตาขึ้น ท้องฟ้าก็เริ่มมืดครึ้มเสียแล้ว

                “บ้าเอ้ย!”

                เขารีบยันตัวลุกขึ้น แต่ทว่าสายฝนก็เทลงมา ตั้งแต่เขายังเดินไปไม่ถึงบันได ทำให้ทั้งร่างเปียกโชกไปด้วยน้ำ

                โทระเลือกที่จะเดินกลับไปที่ห้องสภานักเรียน  เพราะอย่างน้อยที่นั่นก็น่าจะมีข้าวของของไทกะอยู่บ้าง  เนื่องจากไทกะเป็นคนที่ระมัดระวัง เตรียมตัวทุกอย่างไว้อยู่เสมอ แน่นอนว่าเรื่องเสื้อผ้าสำรอง เจ้าตัวต้องพกมาไว้ที่นี่อยู่แล้ว

                แกร็ก!

                พอเข้ามาในห้อง โทระก็รีบกดล็อกประตูทันที เพราะว่าไม่อยากจะให้ใครมารบกวนอีก พอหันหน้าเข้ามาในห้องก็ต้องตกใจเมื่อเห็นร่างเล็กกำลังฟุบหลับที่โต๊ะ

                “หึ…จะมาช่วยงาน หรือมานอนกันแน่ล่ะเจ้าแว่น”

                ความโมโหในช่วงตอนเที่ยงเริ่มเลือนหายไปแล้ว  โทระเดินเข้าไปหาร่างที่นอนหลับที่โต๊ะทำงาน  เขาไม่เข้าใจพวกเอกสารบนโต๊ะนักหรอก แต่ดูเหมือนมันจะเกี่ยวข้องกับค่ายวิทยาศาสตร์ ที่จัดขึ้นและบังคับให้เด็ก ม.4 เข้าร่วม

                “อึก”

                ร่างเล็กเริ่มรู้สึกตัวว่ามีบางอย่างมารบกวนที่แว่นของเขา น้ำค่อยๆขยับตัว ไม่นานจึงลืมตาขึ้น แล้วก็ต้องเบิกตากว้างจะร้องออกมาอย่างตกใจ แต่โทระไวกว่ารีบยกมือปิดปากอีกฝ่าย

                “จะตกใจอะไรนักห๊ะ”

                พอเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มเงียบ เขาจึงปล่อยมือออก โทระมองน้ำที่หายตื่นตระหนกแล้ว

                “เพื่อนนายไปไหนซะล่ะ”

                “ภามมีธุระด่วน เลยต้องรีบกลับไปก่อนครับ”

                “แล้วทำไมนายไม่กลับ”

                “เอ่อ  วันนี้ผมเลิกเรียนเร็ว ก็เลยคิดว่าจะเคลียร์เอกสารตรงนี้ให้เสร็จ”

                “เคลียร์เอกสาร หรือว่าอู้นอนหลับกันแน่”

                “ผมเปล่านะครับ”

                น้ำลนลาน แต่โทระกลับหัวเราะในลำคอ เขาเคลื่อนกายเข้าไปใกล้ น้ำถอยตัวหนี

                “หรือว่านอนรอใคร…หรือรอไทกะ”

                น้ำงงหนัก ไม่เข้าใจคำพูดของโทระ

                “ทำไมผมต้องรอรุ่นพี่ไทกะด้วยครับ”

                “ฉันจะไปรู้เหรอ…ขนาดนายเห็นฉัน ยังเรียกว่าไทกะเลยนี่  ในสมองของนายคงมีแต่เจ้านั่นล่ะสิ”

                น้ำรับรู้ว่าโทระเริ่มจะโกรธเขาอีกแล้ว

                “รุ่นพี่โกรธผมเหรอครับ ผมทำอะไรผิดเหรอครับ”

                คนตัวเล็กถามอย่างซื่อๆ เขาไม่เข้าใจความคิดของโทระสักนิด หรือว่าโทระจะเกลียดเขามาก ถึงได้หาเรื่องเขาแบบนี้

                “โกรธ! ฉันเนี่ยนะ จะไปโกรธอะไรนาย”

                เขาแทบจะตะคอกน้ำ แต่พอรู้ตัวก็ผละตัวออก หันหลังให้

                “ทำไมรุ่นพี่ตัวเปียกแบบนี้ล่ะครับ”

                “โง่หรือเปล่า  ไม่เห็นหรือไงว่าข้างนอกฝนตก”

                โทระพยายามข่มอารมณ์ตัวเอง น้ำรีบเดินไปที่หน้าต่าง  เพราะเป็นหน้าต่างที่เป็นกระจกบานเลื่อนซึ่งปิดไว้ ทำให้ไม่ค่อยได้ยินเสียงจากข้างนอก  น้ำเปิดผ้าม่านดู

                “จริงด้วย ฝนตกหนักมากเลย”

                “หนาวชะมัด”

                เพราะเข้ามาได้สักพัก และแอร์ก็เปิดเอาไว้ โทระเลยเริ่มรู้สึกหนาวขึ้นมา เขาต้องรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า

                “อ๊ะ!”

                น้ำผงะตกใจ เมื่อเห็นโทระกำลังถอดเข็มขัด

                “ระ รุ่นพี่จะทำอะไรครับ”

                “ห๊ะ!”

                คิ้วสวยขมวดเข้ามากัน น้ำถอยหลังจนแทบติดกำแพงห้อง โทระไม่เข้าใจท่าทางนั้น ก่อนจะเริ่มเข้าใจในไม่ช้า

                “คิดอะไรของนาย”

                เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก แล้วก้าวเดินเข้าไปหาน้ำ พร้อมกับค่อยๆ ดึงเข็มขัดออก เหวี่ยงมันลงที่พื้น

                “อย่านะครับ”

                แม้ไม่อยากจะคิด แต่น้ำก็คิดไปไกลแล้ว โทระเริ่มเดินเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ จนกระทั่งประชิดตัว น้ำหนีไปไหนไม่ได้ ได้แต่ตัวลีบอยู่ตรงมุมห้อง ก้มหน้าก้มตา 

                “กลัวอะไรของนาย  หรือนายคิดว่าฉันจะทำอะไรนาย”

                โทระก้มลงมาคุยด้วย  น้ำส่ายหน้ารัวๆ

                “ไม่ครับ”

                เขากำลังโกหก แต่ก็ไม่กล้าพูดสิ่งที่คิดออกไป

                “ถอดสิ”

                “อะไรนะครับ”

                “ถอดเสื้อให้ฉัน”

                “ระ รุ่นพี่”

                คราวนี้คนตัวเล็กสั่นราวกับตัวเปียกแล้วโดนความเย็นจากแอร์เสียเอง  โทระนึกสนุกกับท่าทางหวาดกลัวราวกับสัตว์เล็กๆที่ไม่มีทางสู้  เขาจับมือของน้ำให้จับเข้าที่ขอบกางเกงของเขาแทน

                “หรือว่าอยากจะช่วยถอดชิ้นนี้”

                “มะ ไม่นะครับ”

                น้ำออกแรงชักมือกลับทันที เมื่อมือสัมผัสกับกางเกงของโทระ เขายกมือดันแผ่น อกกว้างให้อีกฝ่ายถอยห่างออกไป

                “ผมขอตัวครับ ผมจะกลับบ้านแล้ว”

                ยิ่งเห็นท่าทางร้อนรน เหมือนจะร้องไห้ของคนตัวเล็ก โทระยิ่งสนุก เขาจับมือเล็กทั้งสอง

                “ฉันไม่ให้ไป!”

                เขาบอกเสียงดุ แกล้งทำหน้าตาโหดร้าย เหมือนเสื้อที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อก็ไม่ปาน

                “ฮึก”

                เพียงเท่านี้ คนตัวเล็กก็น้ำตาคลอ ปล่อยเสียงสะอื้นออกมา เขากลัวท่าทางของรุ่นพี่ตัวสูง แถมยังชอบดุเขาอีก

                “ปล่อยผมนะครับ  ผมอยากกลับบ้านแล้ว”

                “ขี้แงเป็นเด็กไปได้นะ เจ้าบ้านี่”

                เขาเพิ่งจะพ้นช่วงม.ต้นมา  จะไม่ให้เด็กได้ยังไง ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังจะเข้าสู่มหาวิทยาลัยแล้ว

                “ก็ผมอยากกลับบ้านแล้ว”

                “ไหนนายบอกว่าจะเคลียร์เอกสารไง”

                “ก็ตอนนี้ผมจะกลับแล้ว”

                น้ำบอกเสียงสั่น โทระถอนหายใจ แล้วผละกายออก

                “หยุดร้องไห้เลยนะ ไม่งั้นฉันจะทำในสิ่งที่นายคิดแน่”

                ฟังเพียงเท่านี้ น้ำก็รีบยกมือเช็ดน้ำตาที่รดแก้มตัวเอง  ในขณะที่โทระรีบถอดเสื้อของเขาออก

                “ฉันแค่จะมาเปลี่ยนเสื้อ  นายคิดไปถึงไหนห๊ะ”

                เขาพาดเสื้อบนเก้าอี้ แล้วเปิดตู้ค้นเสื้อของแฝดพี่ที่น่าจะทิ้งเอาไว้ ไม่นานก็เจอเสื้อตัวใหม่ เขาเดินเข้ามาหาคนตัวเล็กที่กำลังนั่งเงียบๆ

                “ฉันมีเรื่องจะคุยกับนายหน่อย”

                “รุ่นพี่ใส่เสื้อก่อนได้ไหมครับ”

                “นายนี่เรื่องมากชะมัด”

                โทระสวมเสื้ออย่างลวกๆ แล้วหย่อนกายนั่งข้างๆอีกฝ่าย เขายังไม่ติดกระดุมเสื้อให้เรียบร้อย   น้ำเหลือบไปมองก็เห็นแผ่นอกช่วงบนของโทระอย่างไม่ตั้งใจ เขาจึงเงยหน้ามองโทระ

                “รุ่นพี่มีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ”

                “นายยืนสิ”

                “ทำไมเหรอครับ”

                “บอกให้ยืน ก็ยืนสิ”

                “ครับ”

                น้ำค่อยๆลุกยืน  โทระเคลื่อนมือไปจับแขนทั้งสองของเขา แล้วเริ่มไล่มือไปตามร่างของน้ำ  น้ำตกใจผงะถอยหนี  แต่โทระไวกว่าเขากระชากร่างเล็กจนล้มลงไปนั่งบนตักแกร่ง

                “รุ่นพี่จะทำอะไรครับ”

                “ฉันแค่จะดูหุ่นนาย”

                “ดูหุ่นผมทำไมครับ”

                น้ำยกมือดันร่างของโทระ แต่อีกฝ่ายพยายามสัมผัสเขา

                “ก็วัดไซส์น่ะสิ”

                “วัดไซส์ วัดไปทำไมครับ”

                น้ำยังตกใจและงงไม่หาย  หัวใจของเขาเต้นรัวไปหมด

                แกร็ก!

                แขกไม่ได้มาเยือน เปิดประตูเข้ามาอีกครั้งโดยไม่ได้ดูสถานการณ์ใดๆ

                “ให้ตายเถอะโทระ  ฉันบอกนายกี่ครั้งแล้วว่าอย่าล็อกห้องน่ะ ดีนะที่ฉันมีกุญแจ  ฮะ เฮ้ย!!!”

                เพชรร้องลั่น เมื่อเห็นทั้งคู่บนโซฟา เขาอยู่ในสภาวะอ้ำอึ้ง พูดอะไรไม่ออก  จะให้คิดอย่างไรได้  ในเมื่อตอนนี้โทระใส่เสื้อก็เหมือนไม่ใส่ แถมเจ้าเด็กน้ำยังนั่งอยู่บนตัก ดวงตาแดงก่ำ  มือใหญ่ยังโอบอยู่ที่เอวเล็กอีกต่างหาก

                “เอ่อ พวกนาย….เอ่อ”

                “มะ มันไม่ใช่นะครับ”

                น้ำรีบลงมาจากร่างของโทระ เขาลนลานรีบหยิบกระเป๋านักเรียน

                “ขอตัวนะครับ”

                คนตัวเล็กรีบวิ่งออกจากห้องสภาไปด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ในขณะที่โทระกรอกตาไปมาอย่างเซ็งๆ  คนที่ยืนตัวแข็งทื่อก็คือเพชร  แทนที่โทระจะอธิบาย กลับพูดประโยคที่ชวนคิดไปไกลให้เขาได้ยินอีก

                “เป็นเพราะนาย…เจ้านั่นเลยหนีไปเลยเห็นไหม”

                เพชรอ้าปากเหวอที่โดนต่อว่า ได้แต่นึกด่าโทระในใจ

                …แล้วใครให้แกพาเด็กมานัวกันในห้องสภานักเรียนกันห๊ะ!!!...

                100%


ติดตามการอัพได้ที่ เพจ Akikoneko17  (เพจเฟส)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}