สูญองศา

ยินดีต้อนรับสู่นิยายอีโรติด ตลก โปกฮา ติดตามกันเยอะๆน๊าาาา อัฟตามใจคนแต่ง จะมีอีบุคด้วยจร้าา

บทที่ 8 เธอและศตรู 50%

ชื่อตอน : บทที่ 8 เธอและศตรู 50%

คำค้น : นิยายโรมานส์ นิยายรัก นิยายอีโรติค

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2560 18:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 เธอและศตรู 50%
แบบอักษร

บทที่ 8

มันตราเริ่มสังเกตวาทศิลป์ของหลายฝ่าย เมื่อเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น นี่หรือคือการประชุมที่แท้จริง ดุเดือดกว่าการประชุมทั่วๆสักหน่อย เพราะการฉะกันของผู้ถือหุ้นและการเรียกร้องหลายอย่างที่เพิ่มมากขึ้น 

หญิงสาวพยายามปรับสีหน้าให้น่าเชื่อถือเมื่อฟาร์รินมองเธออย่างเปิดเผยไม่เกรงใจใคร จะอุ่นใจดีไหมที่เจ้านายเธอส่งมือหนาของเขามากุมมือเธอเอาไว้

 “เราจะแบ่งผลประโยชน์ที่สมเหตุสมผลให้ทุกคน”  ผู้ถือหุ้นเงียบไป เป็นบทสรุปที่งดงามที่สุดเพราะเสียงงึมงำน่ารำคาญได้หยุดลงสักที

“แต่ว่า” เสียงผู้ถือหุ้นคนหนึ่งดูลังเล

“ถ้าใครมีปัญหาเราพร้อมซื้อหุ้นกลับคืน เพราะตอนที่ให้พวกคุณมีโอกาสเข้ามาช่วยบริหาร ไม่สิต้องพูดว่าเข้ามาเป็นพาระ เราก็ไม่ได้อะไรเลยนอกจากความหนักใจ” นี่หมายถึงไสหัวไปซะโดยใช้คำพูดละมุนละม่อมที่สุดในชีวิต

แววตาสีฟ้ากระจ่างมองไปรอบๆ

ผู้ถือหุ้นทุกคนก้มหน้างุดลงเพราะความเป็นจริงไม่หลุดจากที่เขาพูดเท่าไหร่ ด้วยสมัยรุ่นพ่อนั้น ได้บุกเบิกทำธุรกิจจนรุ่งเรื่องและได้แบ่งปันให้ญาติมีส่วนร่วมคนละห้าเปอร์เซ็นต์พออยู่ได้ ทว่าหลายคนขายหุ้น มาถึงปัจจุบันจึงมีไม่กี่รายที่ได้เป็นกรรมการ

“อึมน่าสนใจดีนะ” ฟาร์รินหัวเราะในลำคอ “ขายให้ผมบ้างก็ได้ถ้าไม่อยากพูดท่านประธาน”

คนไม่ชอบขี้หน้ายังไม่สะทกสะท้าน หนำซ้ำยังมีท่าทีทะนงภูมิ และยิ่งเจ้าตัวเดาะลิ้นกวน น่าจะทำให้ ท่าน –ประ –ธาน เขวบ้างละนะ มีรอยยิ้มถือดีเล็กสะกิดต่อม

แต่คนอย่างเอริคหรือจะกระทำการหยาบคายโจ่งแจ้ง เขาเงียบนิ่งเช่นเคย แววตาเย็นชานิ่งลึกราวห้วงน้ำยากหยั่ง ทั้งที่อยากควักลูกตามันที่เอาแต่จ้องเลขาของเขา มาเส้นความฉุนในตอนนี้

“เลิกประชุมได้” ตามที่ท่านประธานบอก ทุกคนลุกจากห้องไปทีละคน

เหลือเธอและเขาที่ยังอยู่ภายในห้อง นี่เป็นวัฒนธรรมเครือญาติจึงไม่จำเป็นต้องให้ประธานออกจากห้องก่อน เพราะอายุอานามของกรรมการบางคนก็ไม้ใกล้ฝั่งเต็มประดา 

เขายังนั่งอยู่กับที่ เงยหน้าทอดถอนหายใจลับหลังกลุ่มคนเหล่านั้น ไม่เข้าใจบิดาเลยจริงๆทำไมถึงได้หาเรื่องยุ่งยากนี่ให้ เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่งแถมยังเอากระดูกมาแขวนคอ

“หนักใจหรือค่ะ”

“พวกนั้นรับมือง่ายจะตาย” เขาหันมายิ้มให้เธอ อย่างน้อยก็รับมือง่ายกว่าคนตัวเล็กข้างเขาก็แล้วกัน กับไอ้อาการว่าง่ายนี่ ใช่เธอจริงๆไหมมันตรา

ระแวงมากถึงมากที่สุด

“พรุ่งนี้เราก็จะกลับแล้วใช่ไหมค่ะ” ถามออกไป ก็ผ่านไปแล้วสำหรับการประชุม

“อยู่เที่ยวต่ออีกหนึ่งวัน” เริ่มจับความรู้สึกซ่อนเร้นจากคำพูดเรียบง่าย ‘อึม ช่างน่าสนใจ’

“อ้อค่ะ”

“ผมนึกว่าคุณจะดีใจมากกว่าซะอีก” ที่เลื่อนไปอีกเพราะอยากให้เธอได้พักผ่อน นอกจากความหวังดีเขาจะยังอยู่ที่ระนาบศูนย์เหยียดยาวเหมือนเครื่องวัดหัวใจคนสิ้นลมแล้ว ยังได้มาเพียง ‘อ้อค่ะ’ สั้นๆ ช่างเป็นอะไรที่ไม่เคยเจอถ้าเป็นสาวคนอื่นคงกระโดดโลดเต้น แขนคล้องคอและจูบเป็นรางวัล แต่เธอให้ยอมทานข้าวด้วยยังยากเลยนับประสาอะไรจะให้ทำอย่างอื่น

ผู้หญิงก็เป็นแบบนี้ ลงจากเตียงปุ๊บก็กลายเป็นคนใหม่ปั๊บ

“เราจะอยู่ในห้องนี้อีกนานไหมคะ” อาจเสียมารยาทหน่อยแต่เธอคิดว่าตัวเองอยากไปจากห้องประชุมนี้เสียแล้ว บรรยากาศการอยู่กับเขาสองต่อสองมันไม่ดีในทุกสถานที่ เชื่อสิ!

“กลับห้องกัน” คนเจ้าเลห์เอ่ยมีนัยยะ ยิ้มกริ่มเมื่อออกปากชวนบ้าง แม้เธอจะไม่คิดอะไร แต่เขาคิดนี่น๊า “ว่าแต่หายเจ็บแล้วใช่ไหม”

คนฟังขนลุกซู่ นั่นปะไร!

พอเดินออกมายืนหน้าลิฟต์

อะไรดีที่จะทำให้รอดไปได้ คิดสิ คิด! อย่ามาโง่ตอนนี้นะสมอง

“ฉันขอตัวสักพักนะคะ คุณกลับห้องไปก่อนได้ไหม”

“ผมอยากอยู่กับคุณ” แทบไม่อยากเชื่อว่าจะทำกิริยาออดอ้อน คิดว่าลืมมันไปตั้งแต่สิบขวบแล้วเสียอีก

“ฉันว่าจะเดินเล่นสักพัก” เธอขอใช้ความคิด โดยไม่มีเขาก่อกวนได้ไหม ความจริงบรรยากาศที่นี่ดีมาก แต่ติดอยู่ตรงที่เธอเอาแต่พักอยู่บนห้อง(ที่แทบไม่พัก)เพราะต้นเหตุที่จับแขนอยู่นี่ น่าโมโหแต่ก็มีอีกอารมณ์ตามมา ชอบหรือ! อยากขอให้น้ำทะเลเซาะสมองในส่วนความต้องการทิ้งเสีย

ความสัมพันธ์ฉาบฉวยมักนำพาความเจ็บปวดมาให้ เริ่มหวั่นใจถ้าอยู่ใกล้กันตลอดขนาดนี้กลัวสักวันถ้าไม่มีเขาเธอจะทรงตัวไม่อยู่ นั่นคงไม่ดีเท่าไหร่แต่มันคงเป็นช่วงสั้นๆไม่กี่วันคงไม่เป็นไรมากหรอกมั๊ง

“งั้นผมจะเดินเล่นเป็นเพื่อน” เขามองผ่านสระออกไป “ผมจะไปรออยู่หน้าหาด”

“ตามใจค่ะ”

เธอแยกจากเขามาสักพัก ดวงตากลมโตเผลอมองแผ่นหลั่งทรงอำนาจ ที่รู้ว่ามันอบอุ่นเพียงใดที่ได้สัมผัส ท่วงท่าสง่าราวชีคทะเลทราย อย่างเขาแค่นั่งเฉยๆก็มีผู้หญิงเสนอตัวเข้าหา นั่นไงขาดคำซะเมื่อไหร่ เธอมองสาวหน้าคมสวมชุดบิกีนี ที่เดินเข้าหาเขายามที่ผละจากเธอ แล้วก็ เชอะ!!

หญิงสาวผ่อนลมหายใจ เหม่อลอย และ

ปุ๊ก!!!

เธอชนประตูร้านกาแฟเต็มๆ จนต้องกุมหน้าผาก

“โอ๊ะ” ก็เจ็บนิดๆมันอาจโนก็ได้ ขนาดออกนอกประเทศมาความซุ่มซ่ามยังตามเจอ

กลิ่นอายกาแฟคลุ้งไปทั่วแค่ได้สูดเข้าไปก็รู้สึกสดชื่น หญิงสาวตรงดิ่งไปที่เคาเตอร์ “ชาเขียวปั่นค่ะ” เธอยิ้มให้พนักงาน ก่อนเดินไปนั่งรออยู่เก้าอี้ ตัวหนึ่ง ฟุบหน้าลงกับมัน ไม่แคร์ว่าใครจะเห็นสภาพ

“รออะไรอยู่หรือครับ” เสียงทุ้มของใครบางคนดังขึ้น ไม่พูดเปล่าเขาลากเก้าอี้นั่งข้างเธอโดยไม่ขอ

จู่โจมแบบสายฟ้าแลบ

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านั่นเสียงนั้นคือเสียงคู่ปรับเจ้านายเธอ  เท่าที่สังเกตทั้งในที่ประชุมเขากับท่านประธานนั้นไม่กินเส้นกันโจ่งแจ้งอย่างไม่ต้องเดา ขัดคอกันทุกอย่างเหมือนเป็นศตรูกันมาแต่ชาติปางก่อน แล้วนี่กำลังจะหาเหาใส่เธอเสียด้วย อย่างน้อยแม้ว่าเธอจะไม่รู้ถึงสาเหตุแต่ก็ไม่อยากเป็นเครื่องมือทำลายล้างของใคร

“ชาเขียวค่ะ” เธอตอบยิ้มๆ

เขาสั่งบ้าง หญิงสาวมองตามสายตา ดีที่ชาเขียวเธอมาเสิร์ฟพอดี

“คุณเป็นอะไรกับเอริค” เขาถามขึ้นไม่มีปี่มีขลุ่ย ในขณะที่เธอกำลังผุดลุกขึ้นพอดี

“เลขานุการค่ะ” เธอตอบชัดถ้อยชัดคำ

“แต่เท่าที่ผมเห็นน่าจะลึกซึ้งกว่านั้น” ชายหนุ่ม ยังจดจ้องใบหน้าหวาน “นั่งคุยกันสักพักสิ”

เธอนั่งลงอีกครั้ง “คุณอยากพูดอะไรกันแน่ ถ้าคุณอยากให้ฉันไปเป็นพวกด้วยเพื่อทำลายเจ้านายตัวเองฉันขอปฏิเสธตรงนี้ ให้เดาคุณไม่กินเส้นกันกับเขาซึ่งเป็นเจ้านายฉัน  อ้อแล้วจะหาวิธีทำร้ายกันก็ล้มคิงคะ อย่างกินเบี้ยฉันไม่สนุกด้วย” เธอยกชาเขียวขึ้นชิมรส เข้มสะใจ ขมจนตาตื่น

“แต่ถ้ากินเบี้ยได้ คิงก็เหมือนขาดแขนขา” เขาหรี่ตามอง “ไม่สิสำหรับคุณต้องเป็นควีนสินะ”

เธอมองเขาเมื่อชายหนุ่มเริ่มแสดงความร้ายกาจออกมา ว๊าว นี้ไม่ปกปิดเลยสิถ้าเธอเป็นไก่คงกระตากตื่นเรียบร้อยไม่รอให้เขาเข้าถึงตัวหรอก

“คุณเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ”

“ตรงกันข้ามครับ เราเป็นญาติกัน และเอริคคงบอกคุณว่าเราเป็นญาติห่างๆ” เขามองอเมริกาโน่เย็นที่ตรงหน้า “ความจริงคือเราเคยเป็นญาติที่สนิทกันม๊ากมาก ก็ช่วงเกรดสิบ ล่ะนะ”

“อยากฟังต่อไหมละ” วางเงินจำนวนหนึ่งบนโต๊ะ “ผมเห็นเก้าอี้ตรงริมหาดว่างอยู่เราไปชมทะเลกันสักพักไหมคนสวย”

คำว่าคนสวยของฟาร์รินมันให้ความรู้สึกเหมือนคนเจ้าชู้ไม่รู้จักพอที่เที่ยวพ่นคำชมให้ใครต่อใครไปทั่ว เป็นคนที่ไม่น่าไว้วางใจสุดๆเท่าที่เธอเคยประสบพบเจอ “ก็ดีนะคะ”




รีดช่วงนี้เงียบจัง ไม่มีใครคุยกับเก้าเลย

​ไรท์เหง๊าเหงา

ความคิดเห็น