ลูกตุ้มเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หนุ่มแก๊งกาแฟ

ชื่อตอน : หนุ่มแก๊งกาแฟ

คำค้น : เกี่ยวรักมาร้อยใจ, เจ้าชายไอที, แก๊งกาแฟ, คาลาเมลมัคคิอาโต้, ลูกตุ้มเงิน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 209

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2560 11:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หนุ่มแก๊งกาแฟ
แบบอักษร

            “พี่คะ วันนี้พี่ ๆ แก๊งกาแฟ ไม่เข้ามาที่นี่เหรอคะ?” ประโยคคำถามจากนักศึกษาสาวปีหนึ่งดังขึ้น ถามเสกพนักงานของร้าน Mild Coffee ตามหลังเสียงกระดิ่งประตูร้านที่ดังขึ้นเมื่อเธอเปิดประตูเข้ามา

            “ยังครับ  เห็นว่ามีเรียนตอนเช้า อีกสักพักนั่นละครับ คงมากัน น้องมีอะไรหรือเปล่า ให้พี่เสกทำแทนก่อนได้ไหม” พนักงานประจำของร้านเอ่ยตอบ

            “ไม่เป็นไรค่ะ พอดีว่าพี่ไม่หล่อเท่าแก๊งกาแฟก็เลยทำแทนไม่ได้ คือหนูแวะมาขอถ่ายรูปกับพวกพี่เขา จะเอาไปอวดเพื่อน แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวกลางวันหนูมาใหม่ก็ได้ค่ะ” คำตอบจากเด็กสาวที่ทำเอาพนักงานชายไปต่อเกือบไม่เป็น ถึงแม้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ ก็ตาม

            ‘แก๊งกาแฟ’ เป็นชื่อที่หลายคนเรียกกลุ่มของหกหนุ่มนักศึกษา ที่มักจะมาซ่องสุมส่องนักศึกษาสาวอยู่ที่ร้าน “Mild Coffee” ซึ่งเป็นร้านกาแฟประจำมหาวิทยาลัย ที่ทั้งหกหนุ่มชอบมาสิงสถิตอยู่ที่ร้านนี้ เนื่องจากชัยภูมิที่ตั้งของร้านนี้นั้นดีมาก ประกอบกับลักษณะของร้านที่เอื้ออำนวย จะมีอะไรดีไปกว่าการได้นั่งดื่มกาแฟรสชาติดี ในห้องแอร์เย็นสบาย มี WIFI ให้ใช้ แถมยังมีนักศึกษาสาวเดินมาให้ส่องกันไม่ขาดสายอีกด้วย

            ลักษณะของร้านมายด์คอฟฟี่ คือเป็นร้านกาแฟสองชั้น ชั้นบนเป็นห้องเปิดโล่ง มีโต๊ะและโซฟาตั้งกระจายกัน ให้นักศึกษาสามารถขึ้นไปใช้เป็นสถานที่อ่านหนังสือ ติววิชา ระหว่างรอเรียนกันได้ ส่วนที่ชั้นล่างนั้นเป็นห้องกระจกใส มองดูวิวนอกร้านได้อย่างชัดเจน ตั้งอยู่บริเวณข้างรั้ว ตรงประตูหน้าของมหาวิทยาลัยมีนักศึกษาเดินเข้าออกกันทั้งวัน

            หกหนุ่มแก๊งกาแฟ ที่มีความหล่อเหลาขั้นเทพ มาใช้บริการที่ร้านนี้เป็นประจำ จนได้รับการทาบทามจากผู้บริหารร้านให้มาเป็นพรีเซนเตอร์ประจำ เพื่อดึงนักศึกษาสาว ๆ ให้เข้าร้าน เมื่อในร้านมีนักศึกษาสาว นักศึกษาหนุ่มคนอื่นก็ตามเข้ามาด้วยเช่นกัน แค่นี้ก็คุ้มค่ากับเงินที่ต้องเสียให้กับทั้งหกหนุ่มแล้ว นอกจากค่าสัมปทานที่ต้องเสียให้กับมหาวิทยาลัยเป็นรายปีแล้ว  ก็ยังเหลือเงินเข้ากระเป๋าเจ้าของร้านอีกมากมาย

            โดยเฉพาะ ‘ต่อ’ หนุ่มพูดน้อย เพราะเก็บพลังงานทั้งหมดเอาไว้เพื่อการทำงานพิเศษ หาเงินรักษาน้องสาว ที่นอกจากจะเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับร้านแล้ว ตกเย็นยังมารับจ๊อบหารายได้พิเศษอยู่ที่ร้านนี้อีกด้วย นอกนั้นก็จะมี ‘ครูส’ ที่หากวันไหนอารมณ์ดีก็จะพากีตาร์คู่ใจขึ้นโชว์ดนตรีสดขับกล่อมสาว ๆ ที่มาใช้บริการในร้าน จนได้รับเสียงกรี๊ดกร๊าดไปถล่มทลาย ไม่แพ้คู่แฝดนักกีฬา ‘ปั้นจั่น’ และ ‘กังหัน’ หนุ่มนักว่ายน้ำสุดหล่อตัวแทนมหาวิทยาลัย ที่พาความล่ำเข้ามาเรียกร้องความสนใจจากสาว ๆ ได้ไม่แพ้กับ ‘สิบรถ’ คุณชายสายเสมอ ผู้ที่มีอัธยาศัยดี ยิ้มเก่ง และรักมหาวิทยาลัยมากขนาดว่าได้เวลาที่ควรจะเรียนจบแล้วก็ยังไม่ยอมจบ จนกลายเป็นคนที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่ม และคนสุดท้ายคือ ‘มินสก์’

            ‘มินสก์’ หรือ ‘คีรี พิทักษ์คุณธรรม’ ชายหนุ่มผู้มีนิสัยอ่อนโยน จิตใจดี มีน้ำใจเป็นต้นทุน ลูกชายของคีรินทร์ และนิลาวัลย์ พิทักษ์คุณธรรม ด้วยความที่มีพ่อเป็นผู้บริหารบริษัทข้ามชาติ การทำงานส่วนใหญ่อยู่ที่ต่างประเทศ แม่ของเขาก็ต้องตามไปอยู่ที่ต่างประเทศด้วยเช่นกัน ดังนั้นคีรีจึงโตมากับคุณย่ารื่นที่บ้านสวนในจังหวัดนครปฐม และสนิทกับท่านมาก เมื่อต้องเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัย ชายหนุ่มก็มาซื้อคอนโดมิเนียมอยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อประหยัดเวลาในการเดินทางไปเรียน ส่วนวันที่ไม่มีเรียนหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ก็จะกลับไปพักกับคุณย่าที่บ้านสวนเช่นเดิม ดังนั้นชายหนุ่มจึงเป็นส่วนผสมระหว่างคนรุ่นใหม่และเก่า มินสก์มีความชอบเรื่องไอที สนใจการเขียนซอฟต์แวร์ สร้างโปรแกรม เช็คคอมพิวเตอร์ ล้างไวรัส ขจัดขยะในมือถือ มินสก์ทำได้หมด เขาเคยเข้าร่วมแข่งขันการเขียนซอฟต์แวร์ระดับประเทศจนชนะมาแล้ว ส่วนเรื่องการให้เกียรติผู้หญิง รักนวลสงวนตัว  มีน้ำใจ โอบอ้อมอารีนั้น ชายหนุ่มก็ซึมซับเอาคำสั่งสอนของคุณย่ามาเต็ม ๆ เช่นกัน

            ปิ๊น...ปิ๊นนนนนน.../ “ว้าย! โอ๊ย!” / “กรี๊ดด!” / “เอี๊ยด..”

            ทุกเสียงเกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาที เสียงแตรรถบีบยาว เตือนกลุ่มนักศึกษาสาวที่เดินคุยกันมาอย่างออกรสออกชาติอยู่บนฟุตบาท และหยอกล้อกันจนร่วงลงมาอยู่บนถนน ตามมาด้วยเสียงร้องที่เกิดจากอาการตกใจและความรู้สึกเจ็บของนักศึกษาสาวที่ลงมาอยู่บนทางรถวิ่ง พร้อมกับเสียงหวีดร้องของเพื่อนในกลุ่มที่เห็นเพื่อนของตัวเองกำลังประสบอุบัติเหตุ ก่อนจะเป็นเสียงล้อรถที่เสียดสีกับพื้นถนนกะทันหันเพื่อหยุดรถ

            “น้องเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เสียงที่ดังจากเจ้าของรถที่รีบจอดแล้วลงมาดูอาการของคนที่เขาเพิ่งขับรถเฉี่ยว ทั้งนี้ก็เพราะว่าพยายามหักหลบเต็มที่แล้ว แต่ก็ไม่พ้น เพราะนักศึกษาสาวก้าวลงมาบนถนนกะทันหัน

            “กรี๊ดดดดดดด!!!” เสียงหวีดร้องจากกลุ่มนักศึกษาสาวดังขึ้นอีกครั้งอย่างพร้อมเพรียงกัน เพียงแค่ได้เห็นว่าชายหนุ่มเจ้าของรถนั้น คือ คีรี หนึ่งหนุ่มจากแก๊งกาแฟ

            “น้องครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ?” คีรีไม่ได้สนใจเสียงกรี๊ดกร๊าดที่ดังอยู่ หากแต่ตรงไปยังนักศึกษาสาวที่นั่งก้นจ้ำเบ้า อ้าปากค้างอยู่บนพื้นถนน และถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง “น้องครับ..น้อง..”

            “ค่ะ..คะ?”

            เสียงเรียกย้ำ ๆ จากคีรีเรียกให้นักศึกษาสาวหมวยหน้าใสหลุดออกจากภวังค์ แล้วหันมาทำหน้างงใส่เขาแทน

            “พี่ถามว่าน้องเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”

            “อ้อ..อ๋อ..จะ..เจ็บ..เจ็บค่ะ เจ็บข้อเท้าค่ะ” หญิงสาวตอบคำถามตะกุกตะกัก ใบหน้าของชายหนุ่มหนึ่งในแก๊งกาแฟที่อยู่ห่างจากเธอไม่ถึงฟุตตอนนี้ ทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก แถมจังหวะหัวใจยังเต้นแรงราวกับตีกลองรบ

            “ว้ายยยย!” นักศึกษาสาวผู้ประสบอุบัติเหตุต้องส่งเสียงร้องอุทานอีกครั้ง เมื่อจู่ ๆ ร่างของเธอก็ลอยขึ้นมาอยู่แนบอกของชายหนุ่ม จนสองแขนเรียวเล็กของเธอต้องรีบคว้าคอของเขาไว้เป็นหลักยึดเพราะกลัวตก คีรีช้อนร่างของเธอขึ้นมา ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่กำลังจ้องมองและอาการอ้าปากค้างของเพื่อน ๆ รวมทั้งผู้คนที่เดินผ่านไปมาอยู่บริเวณนั้นด้วย

            ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวมาขึ้นรถของตนเองแล้วพาขับออกไปทันที

            “กรี๊ดดดดดดด!!!” เสียงหวีดร้องจากสาว ๆ ที่เห็นเหตุการณ์ดังยาวตามรถที่แล่นออกไป ราวกับเจ็บปวดเหมือนถูกกระชากหัวใจออกจากร่าง

            “เฮ้ย! พวกแก พี่มินสก์จะพาไอ้พลอยใสไปไหนวะ?” อ้อนหันมาถามเพื่อนในกลุ่มที่เหลือด้วยสีหน้างุนงง หลังจากที่ได้สติเป็นคนแรก ความเป็นห่วงเพื่อนก็เกิดขึ้นทันที

            “เออว่ะ ไปไหนวะ?” ตะนอยได้สติตามมาอีกหนึ่งคน ยกมือเกาหัวแกรก ๆ มองหน้าเพื่อนกันไปมา เครื่องหมายคำถามลอยอยู่เต็มใบหน้า

            ภายในรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูซีรี่ย์ห้า ที่ทำงานด้วยระบบไฮบริด เทคโนโลยีล่าสุดสำหรับนวัตกรรมของรถยนต์ นักศึกษาสาวหมวยอย่างพลอยใส กำลังจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มคนขับด้วยความสงสัย ก่อนจะตัดสินใจถาม

            “พี่จะพาหนูไปไหนคะ?”

            “ก็น้องเจ็บ พี่ไม่ใช่หมอ รักษาให้ไม่ได้ ก็ต้องพาไปหาหมอแทนสิ”

            “หนูก็แค่ข้อเท้าแพลง เดี๋ยวเอายานวด ๆ ก็หายแล้วมั้งคะ”

            “น้องจะเป็นอะไร ต้องรักษาแบบไหน เดี๋ยวไปถึงหมอแล้วเขาจะเป็นคนบอกเอง” คีรีตอบกลับ สีหน้ายังคงนิ่งและมุ่งมั่นจะพาคนเจ็บไปให้ถึงมือหมอ

            เมื่อมาถึงคลีนิคที่ใกล้ที่สุด ชายหนุ่มจอดรถแล้วรีบมาเปิดประตูอุ้มสาวหมวยเข้าไปในคลีนิก ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวจะบอกว่าเธอเดินไปเองได้ก็ตาม คีรีเข้าไปในห้องตรวจด้วย ฟังอาการจนสบายใจว่าสาวหมวยหน้าใสไม่ได้เป็นอะไรมาก เขาจัดการรับยาจ่ายเงินและพาเธอมาส่งที่บ้านให้อีกด้วย 

ความคิดเห็น