Vixious

อยากกินหมูกระทะ

ชื่อตอน : Chapter 21

คำค้น : ArtsMen, Yaoi, BL, อักษร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.3k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2560 20:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 21
แบบอักษร

21


[ ฮัลโหล ]

โว้ย! รับแล้วโว้ยยย!

" ฮัลโหลพี่ดราฟท์! "

[ ว่าไงไอกาย ]            

" พี่อยู่หอปะ " ผมรีบถามพี่มันทันที

ถึงจะเคยรู้มาแล้วว่าพี่ดราฟท์อยู่หอนอกก็เหอะแต่ผมขอถามให้ชัวร์ก่อนดีกว่า เผื่อพี่มันอาจจะครึ้มใจกลับบ้านวันนี้ไปอีกคน            

[ อยู่ดิ ] พอได้ยินพี่มันตอบแบบนั้นผมก็ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย            

" เอ้อ ผมนอนด้วยดิพี่ "            

[ ฮะ ]            

" ขอไปนอนด้วยได้ปะ "            

[ ... ] พี่มันเงียบไปสักพักก่อนจะตอบกลับมาคำเดิม [ ..ฮะ ]           

ฮะเหี้ยอะไรครับบบ            

" ขอนอนด้วยไงงง คือผมจะไปนอนด้วย "            

[ มึงเมาปะเนี่ย ]           

" เมาเหี้ยอะไรล่ะ ไม่ได้กิน ผมเพิ่งดูละครเวทีเสร็จเนี่ย "           

[ อ๋อ ไอละครที่เขาบังคับให้ดูปะ ]            

" ใช่เลยพี่ "           

[ แล้วนอนด้วยคืออะไรวะ ]           

" นอนด้วยก็คือนอนด้วยไง เข้าใจยากยังไงวะ คืองี้ ผมอะเข้าห้องตัวเองไม่ได้เพราะไม่มีกุญแจ พอดีลืมไว้ข้างใน ละเมทก็ไปค่าย เพื่อนก็พึ่งไม่ได้สักคน ก็เลยโทรมาขอนอนด้วยไง "           

[ อ๋อออ มึงก็เลยจะมานอนหอกู? ]           

" เออ! " โว้ย! กว่าจะพูดภาษาเดียวกันได้           

[ เออ ๆ ๆ เก็ตละ มาดิ นี่มึงอยู่ไหน ]           

" ยังยืนกร่อยอยู่หน้าห้องอยู่เลยพี่ "            

[ งั้นมึง.. ระหว่าง BTS กับ MRT นี่มึงสะดวกอันไหน ]

" MRT ละกันครับ "            

[ มึงนั่ง MRT มาลงสุขุมวิทนะ ใกล้ ๆ ถึงละโทรบอกกูละกัน เดี๋ยวไปรับ ]

" สุขุมวิทใช่ปะ เค ๆ ขอบคุณมากพี่ "            

[ ครับ ]            

ผมเดินออกจากหอไปซื้อแปรงสีฟันที่เซเว่นก่อนจะเดินไปยังสถานี MRT ที่อยู่ไม่ไกล ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีผมก็ได้มาต่อแถวซื้อตั๋วพร้อมกับคนอื่น ๆ หลังจากได้ไอเหรียญกลม ๆ ดำ ๆ นั่นมาแล้วผมก็ลงบันไดเลื่อนไปอีกชั้นเพื่อรอรถไฟและขึ้นรถไฟไปตามลำดับ            

ระหว่างยืนในรถไฟฟ้ารอให้มันถึงสถานีสุขุมวิทที่ว่าผมก็ยืนมองเส้นทางรถที่เขียนอยู่บนประตูไปพลาง ๆ แต่ถึงจะรู้ว่ามันมีสถานีอะไรก่อนหน้านั้นผมก็ไม่รู้อยู่ดีว่าผมควรจะโทรบอกพี่ดราฟท์ตอนไหน ต้องกี่สถานีก่อนหน้าถึงจะดี ถ้าบอกเร็วไปพี่มันต้องมาตากยุงรอมั้ย จะเสียเวลาแถมลำบากพี่มันรึเปล่า ผมก็เลยตัดปัญหาเก็บไว้โทรบอกตอนถึงสุขุมวิทแล้วแม่งทีเดียวเลย

" ฮัลโหล๊ ถึงละพี่ " ผมบอกพี่มันที่ถือสายอยู่อีกด้านในขณะที่กำลังยืนรอบันไดเลื่อนมันเลื่อนขึ้นเอื่อย ๆ            

[ กูรออยู่หน้าทางออก 1 อะ ] พี่ดราฟท์ตอบ            

แต่เดี๋ยว.. ผมยังไม่ได้โทรไปบอกให้พี่มารับเลยนะ จะรีบออกมารอหามะเหมี่ยวอะไรของพี่วะเฮ้ย            

" ทำไมมาแล้วอะ ผมยังไม่ได้โทรไปบอกไรเลย " ผมพูดพลางเงยหน้ามองหาป้ายแล้วเดินตรงไปทางออกที่ 1 ตามทางที่ป้ายบอก            

[ กูเก่ง กูรู้ว่ามึงถึงแล้วก็เลยมา ]           

" เอาดี ๆ "           

[ จริ๊ง ] พี่มันตอบเสียงสูง ส่วนผมก็ได้แต่ถอนหายใจ

" แล้วพี่รอนานปะ "

[ ก็.. ] พี่มันพูดแค่นั้นแล้วก็เงียบไปสักพัก ผมเลยพูดต่อ

" นานใช่ปะ "

[ ไม่น๊านนน ]

" โม้ เนี่ย แม่งก็เหมือนเหมือนผมทำให้พี่ยิ่งลำบากไปอีกอะ ทีหลังไม่ต้องออกมาก่อนงี้เลยนะ "

[ โห ไอนี่ คิดว่ายังจะมีคราวหลังอีกเหรอวะ มึงจะลืมกุญแจตอนเมทไปค่ายแถมหอเพื่อนก็นอนไม่ได้อีกจริงดิ ]

..เออ ก็ถูก คงมีโอกาสประมาณ 0.14% ที่ความฉิบหายแบบนี้จะเกิดซ้ำอีกรอบอะ

" เออ นั่นแหละ เผื่อไว้เฉย ๆ ไม่ได้ไง๊ "

[ ครับ ๆ เอาเป็นว่ากูก็นั่งรถชมวิวไปพลาง ๆ แหละ ไม่ได้ลำบากอะไร ]            

" เดี๋ยว ๆ รถเหรอ "           

[ เออ ]           

" รถใคร "           

[ ของกูดิวะถามได้ ]           

" เย็ดเข้! มีรถด้วยเหรอวะะะ " ผมพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพลางทำตาโต แต่พี่มันก็ได้แต่ขำ ไม่รู้ขำอะไร            

[ มึงเดินมาเร็ว ๆ เหอะ ]            

" ก็เนี่ยขึ้นบันไดเลื่อนอยู่ " ผมตอบพร้อมกับก้าวขาออกจากบันไดเลื่อนพอดิบพอดี " อะ ถึงละ รถพี่คันไหนอะ "

[ จอดอยู่หน้าร้านกาแฟเนี่ย เดินมาอีก ]            

ร้านกาแฟ.. อ๋อ ไอรั้วส้ม ๆ นั่นอะนะ            

" ไหนวะ ไม่เห็นมีรถสักคัน " ผมถามพี่มันอีกรอบ            

[ ตรงมาเลย กูเห็นมึงละ ]            

" ไหนเนี่ย " ผมขมวดคิ้วแล้วเดินตามที่พี่มันบอกพลางมองสอดส่องไปรอบ ๆ            

แล้วสายตาผมก็ไปสะดุดเข้ากับพี่ดราฟท์ที่โบกมือให้ผมต่ำ ๆ พี่มันอยู่ในเสื้อยืดสีดำกับกางเกงบอลขาสั้นสีน้ำเงิน และสวมรองเท้าแตะคีบที่ดูท่าทางจะผ่านอะไรมาเยอะ

ส่วนรถของพี่มันก็..            

...           

[ เป็นไง รถกูเท่มั้ย ] พี่ดราฟท์ถามผมแล้วดีดกระดิ่งบนรถพี่มันตามมาเป็นซาวด์เอฟเฟค

" จักรยาน? "

ครับ.. ผมถึงได้มองเห็นสภาพพี่มันตั้งแต่หัวยันตาตุ่มไง

โถ่ ไอสัตว์ ผมก็นึกว่ารถสี่ล้อคันละเหยียบล้าน สรุปเป็นรถจักรยานสีฟ้าพร้อมตะกร้ากับเบาะซ้อนท้ายเหมือนจักรยานที่แม่ผมชอบขับไปจ่ายตลาดเป๊ะ ๆ

กูก็ว่ามีรถแล้วทำไมถึงกลับรถไฟฟ้าทุกวัน

ผมถอนหายใจเซ็ง ๆ แล้ววางสายก่อนจะเก็บโทรศัพท์ที่ถืออยู่เข้ากระเป๋ากางเกงเพราะผมก็เดินไปถึงตรงหน้าพี่มันพอดี

" โถ่เอ๊ย ไอผมก็นึกว่ารถแบบรถยนต์ " ผมพูด พี่มันก็ขำเบา ๆ แล้วตบเบาะหลังให้ผมไปนั่ง

" โทษทีที่พี่จนครับน้อง "

" นั่งแล้วจะไม่ร่วงใช่มั้ย " ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ผมก็ขึ้นนั่งคร่อมเบาะจักรยานทันที

" มึงก็เกาะดี ๆ ดิ " พี่ดราฟท์ตอบ ผมเลยเอามือจับเบาะที่ตัวเองนั่งเองไว้ ส่วนอีกมือนึงก็เกาะเอวพี่มันเบา ๆ พอได้ที่แล้วผมก็ให้สัญญาณพี่ดราฟท์

" โอเค ปะ "

" จั๊กจี้ว่ะ " พี่มันหันมาบอกผม            

" เอ๊า " ผมเปลี่ยนจากเกาะเอวพี่ดราฟท์เป็นเกาะไหล่แทน " เคยัง "

" ก็เกาะไปนั่นแหละ กูแค่บ่นเฉย ๆ " พี่ดราฟท์จับมือผมย้ายกลับไปเกาะเอวพี่มันอีกรอบแล้วเริ่มออกแรงปั่นจักรยานออกไปจากตรงหน้า MRT

ผมจำไม่ได้แล้วว่าเคยนั่งซ้อนท้ายจักรยานคนอื่นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ อาจจะเป็นตอนประถมที่นั่งซ้อนท้ายจักรยานแม่ไปตลาดด้วยกัน หรือไม่ก็อาจจะเป็นตอนที่ไปสวนรถไฟกับเพื่อนสมัยมัธยมต้น เอ๊ะ ตอนนั้นผมก็ขี่คันของผมเองปะวะ วุ้ย ไม่รู้ รู้แค่ว่ามันนานมากแล้วที่ผมไม่ได้นั่งแบบนี้

แต่นั่งซ้อนท้ายพี่วินในวันที่ตื่นสายก็ให้ความรู้สึกคล้าย ๆ กันแหละมั้ง เออ ๆ แทนกันได้แหละ            

ระหว่างที่พี่มันปั่นไปผมก็เหม่อมองบรรยากาศรอบตัวไปเรื่อย ร้านข้างทางที่ยังคึกครื้น แสงสีส้มจากเสาไฟ ลมเบา ๆ ที่ปะทะมา ความอุ่นที่มือขวา รวมถึงกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสบู่ไม่ก็แชมพูของไอคนที่ผมนั่งซ้อนอยู่

มันลงตัวดี ผมชอบทุกอย่าง

ผมเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าหวังว่ามันจะมีดาวสวย ๆ ประดับประดาให้สมกับเป็นบรรยากาศท้องฟ้ากลางคืนที่ผมไม่ได้เห็นมานาน แต่ก็ไม่มีครับ จะมีก็แต่ยอดตึกกับเสาไฟฟ้าเนี่ยแหละ

ก็ไม่น่าไปหวังอะไรกับท้องฟ้าในเมือง

" หนักอะ " จู่ ๆ พี่ดราฟท์ก็พูดขึ้นมา           

" อันนี้ก็บ่นเฉย ๆ ใช่มั้ย " ผมชะโงกหน้าไปถาม           

" ก็เออดิ หรือมึงจะลงไปวิ่งตามจักรยานจนกว่าจะถึงหอ " พี่มันหันมาเลิกคิ้วกวน ๆ ให้ ทำเอาผมต้องเมินคำถามแล้วจับหัวพี่มันให้หันกลับไปมองทาง

" มองทางดิเฮ้ย "            

" ทางโล่งจะตายชัก " พี่มันหันมาขำ ส่วนผมก็ได้แต่จับพี่มันหันกลับไปอีกรอบ

มันก็โล่งจริง ๆ อะแหละครับ ทางที่เราอยู่มันเป็นแค่ซอยเล็ก ๆ ไม่ใช่ถนนใหญ่ เวลานี้ก็แทบไม่มีรถเลย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มองก็ได้นะเฮ้ย

" Safety First ดิวะ "            

" โห่ ไอกาย ระดับนี้แล้ว " คราวนี้พี่มันหันมาอีกรอบพร้อมยักคิ้วให้แล้วปล่อยมือจากแฮนด์จักรยานขึ้นมากอดอก

" ไอเชี่ยพี่! " ผมเอามือที่เกาะเอวอยู่ออกมาตีหลังพี่มันทันที " เดี๋ยวก็ได้ตายห่ากันข้างทางเนี่ย ทำอีกทีนี่ผมลงเดินเองจริง ๆ นะ "

" เออ ๆ ไม่เล่นก็ได้ สงสารเด็กมันป๊อด " พี่ดราฟท์ขำแล้วยอมหันหน้ากลับไปขี่จักรยานดี ๆ ตามเดิม " แต่ที่ตีเมื่อกี๊นี่เจ็บสัตว์อะ "

" สมน้ำหน้า " ผมพูดพร้อมเบะปากให้ ถึงคราวนี้พี่มันจะไม่หันมามองแล้วก็ตาม

" เออ มึงรู้ปะ " พี่ดราฟท์พูดขึ้นมาอีกรอบ ผมก็เลยชะโงกหน้าเข้าไปหาจะได้ได้ยินชัด ๆ

" ฮะ "

" กูเพิ่งเคยปั่นจักรยานแบบมีคนซ้อนท้ายเป็นครั้งแรกเนี่ย "

" จริงปะ " ผมทำตาโต " ละผมต้องรู้สึกยังไงวะที่เป็นลูกค้ารายแรก " 

" ตื่นเต้นกับกูที "

" วู้ว!! " จู่ ๆ ผมก็แหกปากตะโกนขึ้นมาพร้อมปรบมือเสียงดังทำเอาคนที่นั่งหน้าร้านแถวนั้นหันมามองเป็นแถบ ส่วนไอพี่ดราฟท์ก็สะดุ้งตกใจจนจักรยานสั่นไปเล็กน้อย

" เป็นไรของมึงเนี่ย! " 

" ตื่นเต้นไงพี่ " ผมตอบพร้อมยิ้มกวน ๆ ให้พี่มันที่หันมาเป็นพัก ๆ

" โหไอสัตว์ ทำไรเห็นใจกูหน่อย กูต้องอยู่แถวนี้อีกนาน "

" ทำไมวะ กลัวเขามองไม่ดีเหรอ " 

" เออ ถ้ากูมากินข้าวละเขาไม่ยอมขายเพราะโกรธกูอะทำไง มึงรับผิดชอบเลยนะ "

" เพ้อเจ้อละอันนี้ "

" ไม่แน่เว้ย หน้ากูยิ่งจำได้ง่าย ๆ อยู่ "

" ยังไงวะ "

" หล่อ " พี่ดราฟท์หันมาเอานิ้วชี้กับนิ้วโป้งแปะไว้ที่คางแล้วหันกลับทันที

" เฮ้อ.. ผมลงเดินเองดีกว่า "

" โอเค " พูดจบพี่มันก็เอาเท้าไถพื้นให้จักรยานหยุดแล้วหันมาผายมือให้ผมลงจากเบาะตามที่เพิ่งพูดไป

" ... "

" ... "

ผมจ้องหน้าพี่ดราฟท์พร้อมกะพริบตาปริบ ๆ สักพักก่อนจะพูดต่อ

" พูดเล่นครับ.. "

" เอ้า บอกจะลงก็ลงดิ "

" ไม่ลงละครับ ไปต่อกันเถอะ " ผมเอาหน้าผากพิงหลังพี่ดราฟท์พร้อมเอามือจับเอวพี่มันแน่นกว่าเดิมเป็นนัยว่าผมจะไม่ออกไปไหนทั้งนั้น จากนั้นก็ใช้เท้าดันให้จักรยานเคลื่อนตัวไปข้างหน้า แต่พี่มันก็ยังเอาเท้ายันพื้นต้านไว้ไม่ให้ไปไหน

" ไม่ไกลหรอก ลงไปเดินก็ได้ "

" ไม่เอาโว้ยยย " ผมส่ายหัวแล้วตบหลังพี่ดราฟท์ที่หัวเราะแบบไม่มีเสียงอยู่เบา ๆ " ไปต่อเร็ววว " 

หลังจากที่ผมนั่งซ้อนท้ายจักรยานพี่ดราฟท์เข้ามาในซอยได้สักพักก็ถึงหอของพี่มันสักที จะว่าไปมันก็ไม่ได้อยู่ลึกมากหรอกครับ ไม่ต้องใช้จักรยานก็ยังได้ ถ้าเดินเท้าก็คงใช้เวลาแค่ 10 หรือ 15 นาที

ผมที่ลงจากจักรยานมาเดินดูรอบ ๆ นิดหน่อยจากด้านนอกก็พอบอกได้แค่ว่าตัวตึกค่อนข้างสวยแบบเรียบ ๆ ดูทันสมัย เน้นโทนสีเข้มโดยเฉพาะสีน้ำตาล ส่วนบางพื้นที่ก็มีพุ่มไม้กับต้นไม้เล็ก ๆ ประดับตกแต่งประปรายให้ความรู้สึกเหมือนยังมีธรรมชาติอยู่ใกล้ ๆ

ก็ดีอยู่หรอก แต่ว่า..

" ไหนบอกอยู่หอไง " ผมหันไปถามพี่ดราฟท์ที่กำลังเอาจักรยานจอดเข้าที่ที่เขาจัดไว้ให้

" ก็หอไง " พี่มันตอบโดยที่ไม่ได้เงยหน้ามามอง

" นี่มันคอนโด "

ตึกสูงเป็นสิบ ๆ ชั้น สภาพแวดล้อมก็ดี๊ดี ยามเอยที่ จอดรถเอย รูปแบบผังเอย มอง 2 วิก็บอกได้แล้วว่านี่มันคอนโด๊!

พอพี่มันจอดจักรยานเสร็จก็มาเดินนำผมเข้าไปในตึกพลางเถียงต่อทันที

" นั่นแหละ เหมือน ๆ กัน "

" ไม่เหมื๊อนนน! " ผมส่ายหน้าแล้วก้าวเท้าตามพี่มันไป

พี่ดราฟท์พาผมไปขึ้นลิฟต์ที่ตั้งอยู่ในล็อบบี้แล้วกดไปที่ชั้น 8 ไม่นานลิฟต์ก็พาพวกผมขึ้นมาถึงชั้นที่ว่าพร้อมเปิดประตูออกให้เห็นทางเดินยาวที่ขนาบด้วยประตูห้องทั้ง 2 ข้างทาง แน่นอนว่าไอผมที่ไม่รู้ว่าจะต้องเดินไปทางไหนก็ได้แต่เดินตามพี่มันต้อย ๆ จนพวกผมเดินมาถึงหน้าประตูบานนึงที่หน้าตาก็แทบไม่ได้ต่างจากบานอื่นสักเท่าไหร่ พี่ดราฟท์หยุดก่อนจะกดรหัสที่ตัวล็อคหน้าประตูแล้วเปิดเข้าไปทันที

พี่มันจัดการเปิดไฟเปิดแอร์ในห้องให้เรียบร้อย ส่วนผมก็ยืนสำรวจรอบ ๆ ห้องไปพลาง ๆ

ขนาดของห้องพี่มันไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย ไม่ค่อยมีพื้นที่ว่างให้ลงไปกลิ้งบนพื้นเท่าไหร่ หรืออาจจะเพราะพี่แม่งเล่นวางของเกลื่อนแบบนี้เลยดูรกแถมแคบเข้าไปใหญ่ก็ไม่รู้

เอาเหอะ ก็ยังสภาพดีกว่าหอแคบ ๆ ของผมที่ต้องแบ่งกันอยู่ 2 คนอะ

ภายในห้องตกแต่งด้วยโทนสีครีม สีขาว และสีน้ำตาลเป็นหลัก บวกกับไฟสีออกส้มนวล ๆ เข้าไปเลยทำให้ห้องดูอบอุ่น ถ้าถามผมผมก็คงบอกได้ว่ามันให้ฟีลเหมือนนั่งข้างเตาผิงวันคริสต์มาสอะครับ ถึงผมจะไม่เคยไปนั่งข้างเตาผิงวันคริสต์มาสจริง ๆ ก็เถอะ

ห้องพี่มันเป็นสี่เหลี่ยมเกือบ ๆ จตุรัสที่ถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ส่วนนึงเป็นห้องรับแขกที่ผมยืนอยู่ ส่วนที่ 2 ซึ่งอยู่เข้าไปข้างในอีกเป็นห้องนอนที่อยู่ติดกันกับห้องแรกโดยมีแค่ประตูกระจกใสกั้น และส่วนที่ 3 กับ 4 ก็เป็นห้องน้ำกับห้องครัวซึ่งใช้พื้นที่รวมกันไปแค่ 1 ใน 3 ของทั้งหมด

ในขณะที่หอผมมีเตียงโง่ ๆ อยู่ 2 เตียงกองรวมกันกับทุกอย่างที่แบกมาจากบ้าน นอกจากห้องน้ำแล้วก็ไม่มีการแบ่งโซนอะไรทั้งนั้น

" ยืนทำไรอะ " พี่ดราฟท์ถามผมพลางเดินไปรอบห้องเพื่อเก็บกองชีทกับหนังสือที่วางอยู่ทุก ๆ ที่ ไม่ว่าจะบนโต๊ะหน้าโซฟา บนโซฟา บนโต๊ะกินข้าว บนพรม บนเตียง บนโต๊ะทีวี บนทีวี

คือทีวีที่ว่ามันเป็นทีวีจอแบนนะ แล้วพี่แม่งก็เอาหนังสือไปกางครอบเอาไว้อะครับ เหมือนให้ทีวีทำหน้าที่เป็นที่คั่นหนังสือราคาเกือบหมื่น เพื่ออะไร๊

พอพี่มันทักแบบนั้นผมก็เดินเข้ามาอีกนิดเพื่อเอาถุงเซเว่นที่ข้างในมีแปรงสีฟันไปวางไว้บนโซฟา แต่สายตาก็ยังไม่พ้นจากการสำรวจห้องมองอะไรไปเรื่อยเปื่อย

" หิวปะ " พี่ดราฟท์ถามต่อแล้วเอากองชีทกับหนังสือไปวางบนโต๊ะทำงานในห้องนอน พอเก็บกองหนังสือที่กระจายไปทั่วแบบนี้แล้วห้องดูเป็นระเบียบขึ้นเยอะเลย

" เออ ผมยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยอะ มีมาม่าปะพี่ " ผมถามก่อนจะเดินไปทางห้องครัว แต่พี่มันก็เดินตัดหน้าผมเข้าไปก่อนอย่างไว

" มี ๆ เดี๋ยวกูต้มให้ " พี่มันตอบก่อนจะเปิดปิดตู้หยิบถ้วยชามอะไรไปตามประสา " ที่ชาร์จโทรศัพท์อยู่ข้างเตียงอะ "

" ยังไม่ทันถามเลย "

" เดี๋ยวมึงก็ต้องถามน่า "

พี่ดราฟท์อุตส่าห์บอกแบบนั้นทั้งทีผมก็เลยเดินเอาโทรศัพท์ไปชาร์จแล้วทิ้งไว้ข้างเตียงแบบนั้นก่อนจะเดินไปสำรวจของบนโต๊ะทำงานเรื่อยเปื่อย ส่วนมากก็เป็นของทั่วไปอย่างโน้ตบุ๊ค หนังสือ เครื่องเขียน แล้วก็พวกขวดน้ำที่กินหมดแล้วแต่ไม่ยอมเอาไปทิ้ง พอไม่มีอะไรน่าสนใจผมก็เลยลองเปิดลิ้นชักดู

" เฮ้ยยยยยย! "

นี่มันไฟแช็กกกกก!

ไฟแช็กทั้งนั้นเลยเว้ยยย มีประมาณ 9 อันเรียงกันอยู่ในกล่องที่ฝาปิดเป็นกระจกใสผมเลยมองเห็นข้างในชัดแจ๋ว แต่ละอันนี่สวยฉิบหายเลยครับ

" ไรวะ " พี่ดราฟท์เดินจากห้องครัวมาชะโงกหน้าดูว่าผมทำอะไรอยู่

" ไฟแช็กอะะะ "

" ไอนี่ ซนละ " พี่มันพูดพร้อมกับหรี่ตาลง

" สวยอะพี่ ผมเอาออกมาดูได้ปะ " จริง ๆ ตอนถามอยู่ผมก็เอากล่องมันออกมาจากลิ้นชักเรียบร้อยแล้วแหละ..

" ตามใจ อย่าทำพังก็พอ " พี่มันถอนหายใจเบา ๆ แล้วกลับเข้าไปในห้องครัวต่อ ผมเลยยกทั้งกล่องไปนั่งดูที่โต๊ะกินข้าวแทน

พอเปิดกล่องออกมาดูผมก็ได้รู้ว่ามันมีข้างในอีก 3 ชั้นซ้อนกันอยู่ สรุปรวม ๆ แล้วกล่องนี้มีไฟแช็กประมาณ 20 กว่าอัน และที่สำคัญเลยคือมันมีไฟแช็กลูกรักของผมอยู่ในนั้นด้วย!

แม่งเอ๊ยยย ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีมั้ยลูกพ่อ

อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะลูก แต่ตอนนี้พ่อสนใจไฟแช็กอันอื่นมากกว่า คือแม่งสวยโคตร ๆ อะครับแต่ละอัน พี่มันไปหามาจากไหนวะ

สักพักผมเริ่มได้กลิ่นหอม ๆ ของมาม่าลอยมา พอเงยหน้าขึ้นก็เจอพี่ดราฟท์กำลังถือชามมาที่โต๊ะพอดี ใจนึงก็อยากดูไฟแช็กต่อให้หนำใจแต่ปากกับท้องมันร้องว่าหิวเลยทำได้แค่เก็บไฟแช็กเข้าที่เดิม

" โห เชฟดราฟท์ปะเนี่ย " ผมรับชามมาจากมือพี่ดราฟท์แล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าตัวเอง นอกจากเส้นมาม่าแล้วพี่มันก็ยังใส่ไข่กับหอมซอยให้ด้วย

ไข่นี่เข้าใจนะ แต่หอมซอยนี่ใส่ทำไมวะครับพี่

" เออ ค่าตัวแพงนะกูเนี่ย มึงอะโชคดีได้กินฟรี " พี่มันตอบพลางเอาชีทมานั่งอ่านที่เก้าอี้อีกตัวฝั่งตรงข้าม

" ไม่อร่อยอะ " ผมพูดหลังจากลองซดน้ำเข้าไปคำนึง

จริง ๆ ก็พูดเล่นนั่นแหละครับ ต้องเป็นคนแบบไหนถึงจะทำมาม่าออกมาไม่อร่อยวะ

" ไม่ต้องแดก " พี่ดราฟท์วางชีทลงแล้วทำท่าจะดึงชามไป แต่ผมก็รีบยกชามหนีไปด้วยตักเส้นเข้าปากไปด้วยทันที

" อร่อยครับอร่อย ชีวิตนี้ไม่เคยกินมาม่าที่ไหนอร่อยเท่าชามนี้เล๊ยยย "

" เดี๋ยวก็หกหรอกไอสัตว์ " พี่มันคลี่ยิ้มบาง ๆ ตอบก่อนจะทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก " งั้นเดี๋ยวกูไปหาเสื้อให้มึงใส่ก่อนดีกว่า "

" เสื้อไรวะพี่ "

" เสื้อนอน " พูดเสร็จพี่มันก็เดินเข้าไปเปิดตู้เสื้อผ้าในห้องนอนทันทีโดยที่ไม่ถงไม่ถามผมสักคำ

" เฮ้ยไม่ต้องงง ก็นอนมันชุดนี้แหละ เดี๋ยวแปรงฟันละนอนเลยเนี่ย "

" โห ไอโสโครก " พี่มันปาเสื้อยืดเข้าหน้าผมเต็ม ๆ ตามมาด้วยกางเกงวอร์มที่ผมรับไว้ทัน " จะนอนเตียงกูก็ไปอาบน้ำหน่อยเหอะ "

" แต่มันดึกแล้วอะะะ " ผมพูด ในขณะเดียวกันก็ยกมาม่าขึ้นมาโซ้ยต่อไป

" แล้วไง มึงอยู่ยังไงเนี่ยน้ำไม่อาบ "

" ไม่โว้ย ปกติผมก็อาบ แต่เว้นวันนี้ไว้วันนึงไง "

" ไปอาบ "

" ขี้เกียจแล้วอะ "

" ไปอาบ " พี่มันยังคงย้ำเสียงแข็ง

" พี่ดราฟฟฟท์ "

" ไม่ต้องมาเรียกกู ไอซกมก " พี่มันพูดพลางเดินมาคลุมหน้าผมด้วยผ้าขนหนูแล้วหยิบชีทบนโต๊ะไปนอนอ่านบนโซฟา แน่นอนว่าไอผมก็ต้องรีบดึงผ้าขนหนูออกแล้วเอามากองบนตักรวมกับเสื้อและกางเกง

" โห่พี่ " ผมโอดครวญอีกรอบพร้อมเบ้ปาก แต่พี่มันก็เอาแต่นอนอ่านชีทไปไม่เงยหน้ามามองผมสักนิด ผมเลยได้แต่ถอนหายใจยาว ๆ แล้วจัดการตักมาม่าเข้าปากต่อ

เออ! อาบก็อาบวะ



_________________________




BABBLING CORNER

เธ๊อ จะบอกว่าเราขอดองก่อนนะ หรือไม่ถ้ามาอัพก็จะอัพน้อยมากจริง ๆ ตอนนี้แบ่งเวลามาให้นิยายไม่ค่อยได้แล้วฮืออออ

ปล. #กายกินไก่


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}