Ranichat

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 24 : เรากลับมาคบกันนะคะ

ชื่อตอน : บทที่ 24 : เรากลับมาคบกันนะคะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2560 08:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 24 : เรากลับมาคบกันนะคะ
แบบอักษร


เกลินไม่รู้ว่านั่งร้องไห้ในห้องน้ำนั้นนานแค่ไหน ใจที่ปวดร้าวมันไม่สามารถบังคับอะไรได้เลยตอนนี้ เธอคิดว่าตอนนี้คงใช้ได้แค่ความอดทน เพียงแค่ไม่กี่อาทิตย์เท่านั้น เธอพร้อมจะไปจากที่นี่เสมอ

มือเรียวสวยค่อยๆบิดลูกบิดประตูห้องน้ำออกมา เดินไปที่โซฟาหนังสีดำก็ไม่พบร่างหนาที่คุ้นตาแล้ว

“เข้าห้องน้ำนานจังเลยนะคะ นึกว่าหลับในนั้นซะแล้ว” เกวินเดินลงมาจากชั้นสองพูดหยอก ทำไมกวินทร์จะไม่รู้ว่าเธอเข้าไปทำอะไร ยิ่งขอบตาที่บวมเนื่องจากผ่านการร้องไห้ของคนตรงหน้ายิ่งเป็นการยืนยันในความเป็นจริง ที่พูดไปอย่างนั้นเพียงแค่ไม่อยากให้สถานการณ์มันเลวร้ายไปมากกว่านี้ ต้องแทร้งราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น

“จริงๆหนูเกลก็เข้าไปหลับในห้องน้ำนั้นแหละค่ะ พึ่งรู้นะคะว่าหลับในห้องน้ำสบายขนาดนี้ นี่ฝนก็หยุดแล้วเรากลับกันเถอะค่ะ หนูเกลง่วงแล้ว” เกลินว่าอย่างกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นกัน ช่างน่าสมเพชตัวเองนัก ขนาดนี้แล้วเค้ายังไม่ใยดีความรู้สึกของเธอเลย นี่คงเป็นการยืนยันอย่างสมบูรณ์เต็มรูปแบบสินะ ว่าความสัมพันธ์ในครั้งนี้เธอคิดไปเพียงคนเดียวจริงๆ……



วันที่ต้องเตรียมตัวมาอย่างยาวนานก็มาถึง การจัดงานในครั้งนี้จัดกันที่โรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัด ปกติจะเวียนๆจัดกันแถวภาคเหนือ ปีนี้เกิดจัดตรงกับจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของไร่กวินทร์อย่างเหมาะเจาะ ห้องบอลรูมของโรงแรมถูกตกแต่งอย่างสวยหรู แขกชาวต่างชาติมีไม่น้อยไปกว่าคนไทยเลย มีบู๊ทมากมายที่เป็นของขึ้นชื่อของแต่ละไร่มาตั้งโชว์ประชันกันให้ควัก ตรงกลางห้องมีเวทีขนาดใหญ่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้และไฟหลากสีสันอย่างสวยงามเพื่อจัดไว้สำหรับการประกวดธิดาประจำไร่ที่มีธีมงานเกือบสิบคนค่อยตรวจตราดูแสงสีไฟที่สาดส่องไปยังเวทีและตรวจสอบเครื่องเสียง งานถูกจัดตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ จนล่วงเลยมาถึงช่วงเย็นซึ่งเป็นช่วงที่ทุกคนรอคอย

“เกลๆ นี่ๆ ทานนี่ก่อน ข้าวเที่ยงยังไม่ได้ทานเลยนะ” ไข่ต้มยื่นแซนวิชทูน่าให้หญิงสาวหน้าโต๊ะแต่งหน้าหลังเวทีที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้แต่งหน้าและแต่งตัว

“ไม่เอาแล้วไข่ต้ม หนูเกลทาลิปแล้ว ขี้เกียจทาใหม่” เกลินส่ายหน้าปฏิเสธ

“เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้งบนเวลา พ่อเลี้ยงได้ฆ่าไอ้ไข่ต้มแน่ๆ” ถ้าเกิดเกลินเป็นลมขึ้นมาจริงๆ ไข่ต้มคงไม่รอดแน่

“ไม่เป็นไรหรอกไข่ต้ม พ่อเลี้ยงเค้าไม่ได้เป็นอะไรกับหนูเกล เค้าจะมาห่วงหนูเกลทำไม” ความน้อยเนื้อต่ำใจเริ่มก่อตัว จริงๆเธอไม่ควรเป็นแบบนี้เลย

“แล้วแต่ๆ ไม่กินก็ไม่กิน เอาแต่ใจเหลือเกิน” ไม่อยากจะบังคับคนที่นั่งจัดทรงผมของตนให้เข้าที่เข้าทาง

“เพราะอย่างนี้ไงถึงได้ตกกระป๋อง” เสียงใสเอ่ยขึ้นจากด้านหลังของไข่ต้มและเกลิน ทำให้ทั้งคู่หันไปตามต้นกำเนินเสียง

“สวั…สวัสดีค่ะคุณพาขวัญ” ไข่ต้มยกมือไหว้คนเป็นคนรักเก่าของนายตน

“สวัสดีจ่ะไข่ต้ม สบายดีนะ” พาขวัญรับมือไหว้ไข่ต้ม

“คุณพาขวัญมีอะไรคะ” เกลินหันไปมองแว๊บนึงแล้วกลับมามองตนในกระจกบานใหญ่ตรงหน้าต่ออย่างคนไม่ได้สนใจอะไรนัก

“สรุปเป็นแฟนหรือเป็นคนงานในไร่คะ” พาขวัญรู้เรื่องทุกอย่างจากยุพินแล้ว มีหรือว่าคนอย่างเธอที่อยากรู้อะไรแล้วจะไม่รู้ จริงๆยุพินก็ชอบกวินทร์อยู่ไม่น้อย แต่พาขวัญนั้นเป็นคนที่มีบุญคุณต่อยุพินเพราะครั้งที่พ่อของเธอป่วย เธอไม่กล้าเอ่ยปากบอกกวินทร์ แต่มีพาขวัญที่คอยช่วยเหลือในช่วงที่เป็นแฟนกับกวินทร์ เธอจึงเห็นพาขวัญเป็นเหมือนผู้มีพระคุณ หากว่าทั้งผู้มีพระคุณและคนที่เธอรักจะแต่งงานกันเธอก็คงต้องหลีกให้

“งั้นไข่ต้มขอตัวนะคะ” ไข่ต้มไม่ได้อยากทิ้งเกลินไว้คนเดียว แต่กำลังจะไปปรึกษาหารือกับแสบที่อยู่ประจำบู๊ทของไร่ข้างนอกว่าควรเอาอย่างไรดีกับเกลินและกวินทร์ ไหนจะคุณพาขวัญที่อยู่ๆก็โผล่มา มันชักน่าเป็นห่วงเสียแล้ว

“ที่แท้ก็เป็นแค่คนงานสินะ นี่กวินทร์ตาต่ำถึงขนาดคว้าคนงานในไร่มาเลยหรอ แล้วร้านเสื้อผ้าที่อังกฤษหล่ะไม่ทำแล้วหรอ หรือว่าเจ๊งไปแล้ว” ทำไมพาขวัญจะไม่รู้ว่าคนที่นั่งอยู่เป็นลูกเต้าเหล่าใคร เธอก็ดังอยู่พอควร ตั้งแต่วันที่เจอกันก็ตามสืบประวัติของเกลินมาโดยตลอด สืบไปสืบมาจึงรู้ว่าโลกกลมสักแค่ไหน ที่แท้เกลินก็เป็นแฟนเก่าของสามีเธอ

“ขอโทษนะคะ มันไม่ใช่ธุระอะไรของคุณ ฉันไม่จำเป็นต้องบอก” เกลินว่าอย่างไม่สนใจนัก

“แล้วถ้าบอกว่าเธอมาที่นี่เพื่อหลอกกวินทร์หล่ะ เธอจะว่าไง” พาขวัญเอ๋ยถึงความลับของเกลินกับสิตา

“นี่คุณพูดเรื่องอะไร” คงจะไม่สนใจไม่ได้แล้ว เพราะเรื่องนี้เธอไม่เคยเล่าให้ใครฟัง แม้แต่ไข่ต้มแล้วผู้หญิงตรงหน้ารู้ได้อย่างไร

“แหมๆ ทำเป็นไม่รู้เรื่อง ทำอะไรก็น่าจะรู้ตัวนะยะ” พาขวัญแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างคนได้เปรียบ แน่นอนว่าเรื่องนี้เธอก็รู้มาจากยุพิน วันที่เกลินคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องกับสิตานั้น เธอไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครคนหนึ่งกำลังเอียงหูฟังอยู่ห้องข้างๆ

“ค่ะ แล้วจะทำไมคะ จริงอยู่ว่าตอนนั้นฉันคิดแบบนั้น แต่ตอนนี้เปล่าค่ะ ฉันกับพี่กวินทร์เรารักกัน” เกลินหะนหน้ามาเผชิญหน้าพาขวัญด้วยความมั่นใจ

“มั่นหน้าให้ได้ตลอดนะ แล้วก็หวังว่ากวินทร์เค้าจะเชื่อเธอ” พาขวัญยกโทรศัพท์ของตนขึ้นแล้วแกว่งไปแกว่งมา

“นี่ขู่ฉันหรอคะ” ถึงจะไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร แต่ไม่น่าจะใช่เรื่องดีแน่ๆ

“ไม่ได้ขู่ ฉันทำจริง” พาขวัญกดเปิดคลิปเสียงที่ยุพินได้ทำการบันทึกไว้


‘แกเห็นการนอนสำคัญกว่าฉันเหรอวะ ฉันคิดแผนออกแล้วนะเว้ยว่าฉันจะทำยังไงให้ตานั้นลืมแฟนเก่า’


‘อย่ามาเว่อร์ ฉันว่าฉันต้องหาผู้หญิงให้เค้า’


‘ก็ฉันนี่ไง’


‘มันก็ไม่ได้ขนาดนั้น ก็แค่ทำให้เขาชอบฉันแล้วเค้าก็ลืมแฟนเก่าเค้า จากนั้นฉันก็กลับบ้านแค่นั้น จบ!’


‘โหฉันสวยขนาดนี้ร้อยละร้อย ชอบชัวร์’


‘ก็ใช่ไง ฉันอยากจะสั่งสอนเขา ฉันอยากให้เค้ารู้ว่า ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะชอบเค้า งานนี้มีแต่ได้กับได้’


‘ก็เค้านี่แหละคือคนที่ฉันเจออยู่สนามบินตอนกลับมาไทย คนเดียวกับที่ฉันเล่าให้แกฟัง’


‘พอ ไม่คุยกับแกแล้ว มาบอกแค่นี้แหละ แกนอนไปเหอะ’


“กลัวหรอ” พาขวัญกดปิดคลิปเสียงแล้วส่งร้อยยิ้มร้ายๆอย่างคนไม่หวังดีให้

“เปล่าค่ะ” เกลินตอบด้วยน้ำเสียบเรียบ พยายามสะกดความตกใจไว้ เธอจะต้องรีบบอกความจริงให้กวินทร์ฟังเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ดี! แล้วเรามาดูกันว่าใครจะชนะ!” ว่าแล้วก็หมุนตัวออกมาจากห้องแต่งตัวของผู้เข้าประกวดทันทีทิ้งเกลินให้ยืนคิดมากอยู่คนเดียว


เกลินนั่งกังวลกี่ยวเรื่องของกวินทร์อยู่นานพอสมควรจนกระทั่งถึงเวลาที่จะต้องขึ้นประกวด ร่างบางที่สวมชุดแต่งงานสีขาวยาวลายลูกไม้ที่ถูกตัดอย่างประณีตเข้ารูปกับร่างบางที่สวยสง่าของตน ปากที่ถูกแต่งเชแต้มด้วยลิปสติกสีชมพูพีชและบนศีรษะสวมมงกุฎอย่างกับเจ้าหญิงในเทพนิยายปรากฎกายขึ้นต่อหน้าผู้คนนับพัน บนเวที เหมือนช่วงเวลาหยุดหมุน กล้องนับสิบกดรัวชัตเตอร์จนแทบจะดูไม่ออกว่าต้องหันไปยิ้มให้กล้องใด แต่หญิงสาวก็ยิ่งสู้กล้องอย่างไม่ลดละ ร้อยยิ้มน้อยๆของกวินทร์ที่ยืนมองมาจากไกลๆจับจ้องอย่างไม่วางตา นึกหวงแฟนสาวของตน ถ้ารู้ว่าจะแต่งออกมาแล้วคนตะลึงทั้งงานขนาดนี้จะไม่ยอมใจอ่อนให้เธอลงประกวดเด็ดขาด

“มาถึงผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้ายแล้วนะคะ ดิฉันก็ไม่อยากอวยหรอกนะคะ แต่สวยขนาดนี้ไปเป็นดาราได้สบายเลยค่ะ มาถึงการตอบคำถามนะคะ โดยคำถามมีอยู่ว่า ถ้าคุณสามารถเปลี่ยนสิ่งใดก็ได้ในตัวคุณ คุณจะเปลี่ยนอะไร และเพราะเหตุใดค่ะ” มาถึงช่วงสุดท้ายหลังจากมีการเดินโชว์ตัวและแนะนำตัวเรียบร้อยแล้วก็ถึงลำดับของเกลินที่จะต้องตอบคำถามเป็นคนสุดท้าย พิธีกรสาวสวยบนเวทีที่ยืนข้างๆเกลินทำหน้าที่ของตนอย่างมืออาชีพ

“ค่ะ สำหรับดิฉัน ดิฉันอยากที่จะเปลี่ยนความรู้สึกตนเองค่ะ อยากที่จะเป็นคนที่ไม่มีความรู้สึกใดๆทั้งสิ้น โดยเฉพาะความรู้สึกกลัว กลัวว่าวันนึงเราจะสูญเสียคนที่เรารักไป อาจจะแปลกๆนะคะ แต่เชื่อว่าทุกคนคงไม่ชอบการสูญเสียใช่ไหมคะ และถ้าเราไม่มีความรู้สึกใดๆ มันอาจจะทำให้โลกใบนี้น่าอยู่มากขึ้นก็ได้ค่ะ” เกลินตอบทั้งๆที่สายตาเศร้าจับจ้องไปยังกวินทร์ที่ยืนอยู่ไกลพอควร เขาจะรู้บ้างไหมว่าเธอนั้นหมายถึงอะไร

“เรื่องราวดูเศร้าจังเลยนะคะ เชิญคุณเกลินประจำที่เลยนะคะ สักครู่เราก็จะรวบรวมคะแนนและประกาศผลแล้วค่ะ”


หลังจากการรวบรวมคะแนนเสร็จ ผลเป็นไปตามคาด ผู้ที่ชนะการประกวดครั้งนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเกลิน ทุกคนลงความเห็นให้กับความสวยของเธออย่างเป็เอกฉันท์ เมื่อร่วมกันถ่ายรูปเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาที่เกลินจะต้องบอความจริงให้แก่กวินทร์ได้รู้ ถ้ากวินทร์จะเกลียดเธอ เขาก็ต้องเกลียดเธอเพราะเธอเป็นคนบอก ว่าแล้วก็รีบเดินฉับๆไปที่บู๊ทของไร่ตนเพราะคาดว่ากวินทร์น่าจะอยู่ที่นั่น โทรศัพท์ก็ฝากไข่ต้มไว้ ไม่รู้จะติดต่อกับกวินทร์อย่างไร

“อ้าวเกล ไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนหรอ” ไข่ต้มที่กำลังจะเดินไปห้องแต่งตัวเพื่อไปหาเกลินก็เห็นเกลอนเดินสวนมาพอดีจึงเอ่ยถาม

“ไม่ทันแล้วไข่ต้ม แล้วพี่กวินทร์อยู่ไหน” เกลินถามอย่างไว กลัวเหลือเกิน กลัวว่าจะไม่ทัน

“อยู่ตรงนะ…นู้น” ยังไม่ทันที่ไข่ต้มจะเชบอกหมดประโยค ขาเรียวยาวก็ก้าวฉับๆไผตามมือที่ชี้เสียแล้ว


“เรากลับมาคบกันนะคะกวินทร์” ว่าแล้วพาขวัญก็ดึงกวินทร์เข้ามาจูบอย่างร้อนแรงพร้อมสายตาก็มองไปที่เกลินที่เดินเข้ามาอย่างได้จังหวะ กวินทร์ที่หันหลังให้เกลินกำลังยืนอึ้งในสิ่งที่เกิดขึ้นและพยายามจะดันพาขวัญออกจากการจู่โจมตนแต่ไม่ทันเสียแล้ว ทันทีที่เกลินเห็นภาพตรงหน้าก็น้ำตาไหล หัวใจที่ปวดร้าวยิ่งเจ็บขึ้นมากกว่าเดินราวกลับมันจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ รีบนำร่างอันไร้เรี่ยวแรงของตนออกไปจากตรงนี้

“ถึงหนูเกลเค้าจะหลอกผมหรือไม่ ผมก็ไม่มีวันกลับไปคบกับคุณ!” ทันทีที่กวินทร์รู้เรื่องจากพาขวัญ เขายอมรับว่าเขาช็อคอยู่ไม่น้อย ใจเต้นแรงด้วยกลัวว่าจะเป็นความจริง

“หลักฐานก็มีขนาดนี้แล้ว กวินทร์ยังไม่เชื่อขวัญอีกหรอคะ ขวัญไม่เข้าใจกวินทร์จริงๆว่าจะหลงอะไรแม่นั่นนักหนา”

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมอยู่กับหนูเกลแล้วสบายใจกว่าอยู่กับคุณ! เรื่องนี้ผมจะถามหนูเกลเอง คุณไม่ต้องมายุ่ง” ว่าแล้วกวินทร์ก็เดินหนีออกมาจากตรงนั้นทันที เสียงพูดคุยของทั้งคู้ดังจนดึงความสนใจของคนบริเวณนั้นมาได้ไม่น้อย

“กรี๊ดดดดดด!! กวินทร์! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ! กวินทร์! กรี๊ดดดดด!!” พาขวัญกรีดร้องเหมือนคนไม่ได้สติ

“คอยดูนะ ถ้าขวัญไม่มีความสุข ก็อย่าหวังว่าคุณจะมีความสุข! กรี๊ดดดดด!!”





มาแล้วน้า555555

ว่าจะลืมลงแล้วเชียว แต่กลัวมีคนรออออ

อีกไม่กี่ตอน รอหน่อย ฮึบบๆ 💚💚



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น