nawa

สวัสดีค่ะ ถ้าใครหลงเข้ามาแล้วอย่ากดผ่าน ลองอ่านสักตอนก่อนนะคะ นิยายของNawa อินดี้ที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องลึกลับ

ป่าเพลิงมรณะ(4)

ชื่อตอน : ป่าเพลิงมรณะ(4)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.4k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2560 22:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ป่าเพลิงมรณะ(4)
แบบอักษร

​บทที่52

ปกรณ์ลุกขึ้นนั่งเหม่อมองท้องฟ้ายามราตรีชายหนุ่มรับรู้เรื่องราวทั้งหมดจากมะเมียะเกี่ยวกับเรื่องพิมพลอยหายตัวไปอีกครั้งและนรินทร์กับพวกของอูซอออกไปตามหา ปกรณ์รู้สึกผิดในใจลึกๆที่ไม่สามารถดูแลพิมพลอยตามที่นรินทร์ได้ฝากฝั่งไว้ได้ ชายหนุ่มถอนหายใจหนักๆนึกเป็นห่วงทุกคนและกังวลเกี่ยวกับเรื่องของผีพรายสาวที่มะเมียะบอกว่าพยายามจะเอาชีวิตเขาไปอยู่ด้วยจะเป็นเรื่องจริงหรือ ร่างสูงลุกจากแคร่ไม้ใต้ถุนบ้านของอูเลเดินหายเข้าไปในป่า

"ยััยผีพราย ออกมาหน่อยสิๆ"ปกรณ์ป้องปากตะโกนเรียกนางพรายเมื่อเดินออกมาห่างจากบ้านพอสมควร แต่ไร้ซึ่งวี่แววแนวป่ามืดสนิทมีเพียงแสงจันทร์ในคืนเดือนแรมที่สาดส่องลงมา ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งใต้ต้นไทรใหญ่หายใจหอบเหนื่อยเขารู้สึกว่าร่างกายตนอ่อนแอไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนดังเดิมเท่าไหร่ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นโทรมกายทั้งที่อากาศภายนอกหนาวเหน็บ ปกรณ์โก่งคอไอจนตัวโยนปวดเกร็งบริเวณหน้าท้อง

"ยัยพรายเธออยู่ไหน ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วย"เสียงแหบแห้งเปล่งออกเรียกหาผีสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ไม่มีเสียงตอบรับมีเพียงเสียงของหมู่สัตว์กลางคืนที่ออกหากินยามวิกาลเท่านั้นที่ขับรับ ปกรณ์เอนตัวพิงโคนต้นไม้เขาปวดมากจนนิ่วหน้ามือกุมท้องจนหมดสติไป

บนกิ่งไทรใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านออกปกคลุมนางพรายสาวนั่งมองร่างของปกรณ์ที่นอนคุดคู้กุมท้องจนหมดสติไปอย่างเงียบๆหยาดน้ำตาใสๆไหลลงข้างแก้มทั้งสอง ในใจหล่อนอยากจะลงไปเพื่อดูแลชายอันเป็นที่รักยิ่งจนแทบขาดใจแต่เมื่อหากเธออยู่ใกล้เขาแล้ว พลังชีวิตของชายหนุ่มจะถูกดูดกลืนกินจนอ่อนลงจนกระทั่งเสียชีวิต นางพรายสาวจึงเลือกที่จะหนีหน้าปกรณ์เพื่อตัดใจ เมื่อแรกเจอผีสาวเพียงแค่พึงใจในรูปลักษณ์หน้าตาของชายหนุ่มเท่านั้น แต่เมื่อยิ่งได้ใกล้ชิดหญิงสาวกลับนึกรัก ห่วงใยชายหนุ่มเข้าอย่างจริงใจโดยไม่อยากให้ชายหนุ่มต้องตายเพราะเธอ นางพรายสะอื้นไห้เงียบๆลอยลงมาใกล้ร่างของปกรณ์ มือน้อยลูบไล้ใบหน้าชายหนุ่มก่อนก้มลงจุมพิตอย่างแผ่วเบา

"ความรักที่เป็นไปไม่ได้ ก็ต้องมีคนที่เจ็บและไป ลาก่อนนะจ๊ะชาติหน้าหนูขอเกิดเป็นคนและได้รักกับพี่อีก"ผีพรายสาวกระซิบที่ของหูชายหนุ่มน้ำตาใสๆหยดลงเปื้อนแก้มของปกรณ์ มือทั้งสองของหล่อนจับมือชายหนุ่มขึ้นเพื่อถ่ายโอนพลังของตนให้ปกรณ์ ร่างผีพรายสาวโปร่งใสขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นแค่ดวงไฟดวงเล็กๆลอยขึ้น

"ขอให้ความรักของหนูอยู่กับพี่ตลอดไป"เสียงหวานดังขึ้นแผ่วเบาก่อนดวงไฟจะลอยหายไป ดอกโมกสีขาวปลิวลมตามลมลงตามที่ชายหนุ่มนอนอยู่กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณแต่แทรกด้วยกลิ่นไอของความเศร้าโศกเสียใจ


ฟ้าเริ่มมืดสนิท ต้นไม้ใหญ่หนาทึบบัดนี้เหมือนแปรเปลี่ยนรูปร่างได้คล้ายอสูรร้ายในนรกภูมิ เสียงหวีดร้องโหยหวนของอะไรบางอย่างที่ืเมื่อได้ยินแล้วขนลุกไปทั่วร่างลำไฟฉายทั้งสามกระบอกถูกเปิดขึ้น การเดินขบวนมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คืออูซอเดินเป็นผู้นำส่องไฟไปด้านหน้าให้เกรอะลูกน้องตัวผอมแห้งเดินตรงกลางคอยส่องไฟไปด้านข้างทั้งสองฝั่งและนรินทร์ย้ายมาเดินรั้งท้ายขบวนเพื่อระวังหลัง การเดินทางยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องไม่มีการหยุดพัก หลายครั้งที่นายทหารหนุ่มหันกลับไปมองด้านหลังเพราะเหมือนมีใครหรืออะไรคอยสะกดรอยตามพวกเขาอยู่ บางที่ก็รู้สึกถึงสายตาประสงค์ร้ายที่จ้องมองผู้บุกรุกต่างถิ่นอย่างพวกเขา บางครั้งก็รู้สึกเหมือนมีลมหายใจร้อนๆมาหายใจใกล้ๆที่ต้นคอจนเจ้าเกรอะต้องขอเปลี่ยนตำแหน่งเดินเพราะเหมือนจะประสาทหลอนในคราแรกแล้วชายหนุ่มก็เริ่มรู้สึกอย่างนั้นเช่นกัน

เสียงหมาป่าหอนรับกันเกลียวแทรกเข้าไปในโสตประสาทเย็นจนจับขั่วห้วใจ แม้นรินทร์ผู้ที่ได้ชื่อว่าอยู่วัดมาตั้งแต่จำความได้ยังรู้สึกว่าคืนนี้มันเป็นค่ำคืนที่แสนจะน่ากลัวเสียจริงๆ กอไผ่กอใหญ่แต่ละลำขนาดเท่าโคนขาของเขาสูงสุดสายตาเอนลู่ลมเสียดสีกันไปมาเสียงดัง ลมพัดแรงขึ้นเมื่อทั้งสามเหยียบย่างเข้าพ้นแนวป่าใหญ่ เบื้องหน้าที่แสงจันทร์สาดส่องมีซากปรักหักพังคล้ายกำแพงของนครโบราณ มีเสียงเหมือนผู้คนมากมายคุยกันแว่วๆอยู่ด้านใน บ้างครั้งก็เป็นเสียงคนร้องไห้คร่ำครวญโหยหวนน่าเวทนาบ้างครั้งก็เป็นเสียงคนกรีดร้องราวกับเจ็บปวดเจียนตาย แต่เมื่อมองเข้าไปด้านในก็ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย

"นายทหารพวกเรามาถึงแล้ว"

พิมพลอยและคะฉิ่นต่างพยุงกันและกันเดินมาตามเส้นทางแคบๆในถ้ำ มีแสงจากไฟฉายที่ให้แสงสว่าง อากาศภายในถ้ำที่อับชื้นในต้นแรกเริ่มหายใจโล่งขึ้น โพรงถ้ำแม้จะบีบต้ำลงแต่ก็เหมือนทั้งสองกำลังเดินขึ้นมาจากด้านล่างเพราะมีบางครั้งที่ต้องปีนป่ายก้อนหินขึ้นไป คะฉิ่นยังคงเป็นผู้ช่วยเหลือเธอในยามลำบากได้ดีเสมอแม้จะแขนเจ็บไปข้างหนึ่ง แต่ทั้งคู่ก็ไม่ย่อท้อต่างฝ่ายต่างช่วยกัน

"ฉันว่าเราน่าจะใกล้ออกจากถ้ำนี้ได้แล้วนะหมอ ฉันได้กลิ่นดอกไม้ป่า"

"จริงหรอคะฉิ่น"

"จ้ะ"คะฉิ่นส่ายจมูกขึ้นสูดดมกับอากาศอย่างที่พ่อของเขาเคยสอนตามวิถีของลูกไพร พิมพลอยเริ่มใจชื่นขึ้นมีความหวังเล็กๆผุดขึ้นรีบเดินต่ออย่างลืมความเหน็ดเหนื่อย และก็จริงดังที่คะฉิ่นว่าโพรงถ้ำแคบค่อยๆขยายกว้างขึ้นพิมพลอยส่องไฟไปรอบๆเห็นต้นไม้ใหญ่ยืนต้นอยู่หน้าปากถ้ำ แต่หญิงสาวก็ต้องตกใจเมื่อเห็นร่างของใครหนึ่งคนที่ยืนอยู่ในเงามืดตาแดงก่ำ

"อาเช"

"พี่อาเช"


***มาคอมเม้นรอตอนต่อไปกันเยอะๆนะคะ ผู้เขียนชอบอัพดึกๆได้บรรยากาศดี อิอิ ที่สำคัญไปอ่านเพลิงไพรีกันด้วยน๊า รักผู้อ่านทุกคนนะคะ ฝันดีผีรอบเตียง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น