มณีน้ำเพชร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 หน้าที่และความต้องการ # 2

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 หน้าที่และความต้องการ # 2

คำค้น : ทะเลทราย , ชีค , จาฟาร์ , เซ็กซ์ , องครักษ์

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2560 20:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 หน้าที่และความต้องการ # 2
แบบอักษร

“ถ้าข้าเป็นสาเหตุทำให้เจ้าต้องร้องไห้ ข้าก็ขอโทษเจ้าด้วย และข้าจะปลอบโยนเจ้าให้หายเศร้าโศกเสียใจ”

จาฟาร์กดริมฝีปากบนเรียวปากนุ่มชุ่มชื้น ก่อนสอดปลายลิ้นร้อนสากเข้าไปในโพรงปากนุ่มแสนหวาน มือใหญ่ลูบไล้ผิวกายนวลเนียนผ่านเนื้อผ้าบางเบา ริมฝีปากร้อนผ่าวถอนจุมพิตออก แล้วไล้เรื่อยต่ำลงมาตามลำคอขาวผ่อง ก่อนจะซุกซบที่ทรวงอกอวบ

ชีคหนุ่มดูดกลืนยอดถันสีสวยเข้าปาก แม้จะมีเนื้อผ้าโปร่งบางขวางกั้นอยู่ แต่มิอาจกั้นความร้อนจากริมฝีปากที่เป่ารดได้ ปลายลิ้นสากตวัดถี่รัวทิ้งความเปียกชื้นผ่านเนื้อผ้าให้ผิวกายได้สัมผัส พีรกานต์หลับตาพริ้ม อีกครั้งที่หญิงสาวไม่อาจปฏิเสธสิ่งที่หัวใจเรียกร้องได้ เพียงแค่จาฟาร์แนบกายใกล้ชิดสนิทสนม ร่างกายของเธอก็ตอบสนองอย่างเร่าร้อน

มือบางกดศีรษะทุยของชีคหนุ่มให้แนบชิดทรวงอกนุ่มมากกว่าเดิม หญิงสาวกำลังต้องการบางสิ่งที่มากกว่านี้ บางสิ่งที่ใกล้ชิดกันมากกว่านี้ บางสิ่งที่ผสานร่างของคนทั้งคู่เข้าไว้ด้วยกัน

จาฟาร์รับรู้ความต้องการของหญิงสาว มือใหญ่เคล้นคลึงทรวงอกอวบหยุ่นนุ่มนิ่มทั้งสองข้าง ก่อนจะปลดเข็มขัดคาดเอวบางออก และสอดฝ่ามือใหญ่เข้าไปสัมผัสเนื้อแท้ที่อยู่ภายใน ชีคหนุ่มลูบไล้ผิวเนื้อนวลเนียนไปมา ผิวเนียนนุ่มเรียบลื่นนั้นเรียกเลือดหนุ่มของจาฟาร์ให้เดือดพล่าน กลิ่นหอมจากกายสาวฉุดรั้งความเป็นชายให้ลุกชันขึ้นทันที

ชีคหนุ่มดึงผ้าโปร่งบางออกจากเรือนร่างระหงทั้งสองชิ้น จนร่างงามเปิดเปลือยปรากฏสู่สายตาคมกริบที่กวาดไล้ไปทั่วความงามตรงหน้าอย่างหลงใหล ก่อนที่มือใหญ่จะสำรวจไปทั่วร่าง ปทุมถันคู่งามถูกมือใหญ่ช้อนขึ้น ริมฝีปากร้อนๆ ขบเม้มยอดทรวงที่แข็งชัน แสดงถึงความต้องการทางร่างกายของหญิงสาว

จาฟาร์แยกต้นขาขาวผ่องออกกว้าง ปลายนิ้วเรียวสัมผัสเนินสวาทแสนสวย กรีดไล้ไปตามรอยแยกของกลีบกุหลาบดอกงาม พีรกานต์ครวญครางเสียงกระเส่า ใบหน้างามเหยเกด้วยความเสียวซ่าน ชายหนุ่มเคลื่อนริมฝีปากลงต่ำไปยังหน้าท้องแบนราบ ทักทายสะดือบุ๋มด้วยเรียวลิ้นร้อนสากทิ้งความเปียกชื้นเอาไว้เป็นร่องรอยของไฟพิศวาส ปลายนิ้วเรียวสอดเข้าไปในความอบอุ่นที่คับแน่นของหญิงสาว

ร่างบางของพีรกานต์ผวาเฮือก แอ่นหยัดร่างกายเข้าหาร่างหนาอย่างไม่อาย สะโพกส่ายไหวไปมาอย่างเชิญชวน ปลายนิ้วเรียวขยับเข้าออกเป็นจังหวะ เรียวลิ้นร้อนสากไล้ต่ำลงมาจนถึงเนินสวาท มือใหญ่อีกข้างช้อนสะโพกผายขึ้นจนลอยเด่น ปลายลิ้นร้อนสากตวัดไล้เกสรสาวที่ขยายนูนสีชมพูสวย

พีรกานต์หยัดสะโพกตอบรับเรียวลิ้นร้ายกาจทันที อย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่ มือบางขยุ้มผ้าปูที่นอนจนยับย่น ก่อนจะทุบตีอย่างทรมาน แต่เป็นการทรมานที่แสนหวาน ใบหน้างามสะบัดส่ายไปมาจนผ้าที่คลุมผมหลุดออก เส้นผมสลวยกระจายเต็มหมอน ริมฝีปากอิ่มเปล่งเสียงครวญครางราวกับคนจะขาดใจ

จาฟาร์ดูดดื่มน้ำหวานจากเกสรสาวเข้าปาก ถอดถอนปลายนิ้วเรียวออกจากกลีบกุหลาบ ชายหนุ่มยันตัวขึ้นปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากร่างกำยำอย่างรีบเร่ง จดจ่อแก่นกายเคล้าคลึงกุหลาบดอกงาม ก่อนกดเข้าไปจนสุดทางรัก ชายหนุ่มครางในลำคอ เมื่อถูกกุหลาบงามตอดรัดจนแทบแตะขอบสวรรค์ ร่างสูงขยับร่างเข้าออกอย่างเชื่องช้า โน้มตัวประกบริมฝีปากร้อนผ่าวลงบนเรียวปากนุ่ม ปิดกั้นเสียงครางของพีรกานต์และเสียงครางของตนเองเอาไว้

ชีคหนุ่มเร่งความเร็วมากขึ้น ไม่นานมือใหญ่ก็จับจูงมือเล็กก้าวข้ามขอบสวรรค์ไปพร้อมๆ กัน จาฟาร์ทรุดร่างลงทาบทับร่างบาง แต่ยังไม่ถอดถอนแก่นกายออก เขายังอยากอยู่ในร่างเธอแบบนี้ เพราะมันช่างให้ความรู้สึกดีเหลือเกิน

“ฮันนี่ เจ้าเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ให้ความสุขแก่ข้าได้มากขนาดนี้”

“ฉัน...” พีรกานต์อยากจะบอกเขาว่า ให้ลงไปจากตัวเธอซะที แต่ก็พูดไม่ออก เพราะสิ่งแปลกปลอมที่ยังคงอยู่ในร่างของเธอ มันเริ่มขยายตัวขึ้นอีกครั้งแล้ว

“ฮันนี่ เจ้ากำลังร่ายมนตร์อะไรใส่ข้า” จาฟาร์ถามเสียงเบา “รู้มั้ย ว่าข้าอยาก...ขยับกาย...อยู่ในร่างที่งดงามของเจ้า” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า แต่ยังขยับเรือนกายตามคำพูดด้วย

“ท่านชีค...” ความเสียวกระสันครั้งเก่ายังจางหายไม่หมด ความเสียวกระสันครั้งใหม่ก็มาเยือนหญิงสาวต่อทันที

“ข้าบอกเจ้าแล้วไงฮันนี่ ว่าข้าจะพาเจ้าออกกำลังกายให้อาหารย่อย”

“ท่าน...ชีค” พีรกานต์ครางเสียงกระเส่าติดขัด เพราะความเสียวซ่านที่ส่วนกลางลำตัว

“จำเอาไว้นะฮันนี่ ตราบใดที่เจ้าอยู่กับข้า ข้าจะไม่หนีห่างจากกายของเจ้าเด็ดขาด”

จาฟาร์ขยับร่างหนาเนิบนาบ ใบหน้าคมคายก้มต่ำลงและครอบครองยอดทรวงสีสวยเข้าปาก ดูดกลืนอย่างจาบจ้วงรุนแรงตามอารมณ์ปรารถนาที่คุกรุ่นในจิตใจ

ชีคหนุ่มถอนริมฝีปากออกจากยอดทรวงสีสวย และถอดถอนแก่นกายออก จากนั้นพลิกร่างบางให้นอนคว่ำหน้าลงบนที่นอน มือใหญ่ช้อนสะโพกผายขึ้นให้หญิงสาวอยู่ในท่าคุกเข่า มือบางยันที่นอนเอาไว้มั่น จาฟาร์มองกลีบกุหลาบแสนสวยตรงหน้าอย่างหลงใหล ก่อนจะก้มลงตวัดปลายลิ้นกรีดไล้ตรงรอยแยกของกลีบกุหลาบ

“ทะ...ท่านชีค” พีรกานต์ครางออกมาทันที ลำแขนอ่อนแรงจนแทบจะพยุงร่างเอาไว้ไม่อยู่

จาฟาร์ดูดดื่มยอดเกสรดอกไม้สีแดงอวบอย่างหิวกระหาย ดื่มด่ำน้ำหวานที่ขับออกจากเกสรงามทุกหยาดหยด ร่างบางกระตุกค้างก่อนจะทรุดฮวบลงบนที่นอนอย่างอ่อนแรง ชีคหนุ่มใช้มือใหญ่ช้อนสะโพกงอนงามขึ้น จดจ่อแก่นกายกับกลีบกุหลาบ ก่อนจะเคล้าคลึงและกดลึกจนสุดทางสวาท

“ฮันนี่...เจ้าช่างคับแน่นเหลือเกิน” จาฟาร์เริ่มขยับร่างอีกครั้ง เขาขบริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เพราะความเสียวซ่านรัญจวนใจ

ร่างสูงควบขับอย่างรุนแรง ความอบอุ่นบีบตัวตอดรัดถี่ระรัว จนในที่สุดร่างสูงก็ผวาเฮือกเกร็งกระตุก พร้อมเสียงคำรามลั่นอย่างสุขสม ก่อนจะทรุดตัวลงทาบทับร่างบางอีกครั้ง ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระเส่า ร่างกำยำชื้นเหงื่อพลิกกายนอนหงาย เมื่อคิดว่าหญิงสาวอาจจะหนัก ดวงตาคมปรายตามองร่างบางที่ยังคงนอนคว่ำหน้าอยู่เช่นเดิม

ชีคหนุ่มกดริมฝีปากจุมพิตขมับบางของพีรกานต์ ก่อนจะหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน

     “ท่านพี่อยู่ไหน”

     เสียงใสๆ ที่ดังขึ้นนั้น ทำให้องครักษ์และหญิงรับใช้ต่างมองหน้ากันเลิกลั่ก เสียงแบบนี้ทุกคนต่างรู้ดี ว่าองค์หญิงจัสมิน อับดุล บิน ฮัสซาร์ กำลังโกรธอีกแล้ว และเหตุที่ทำให้น้องสาวแสนสวยของท่านชีคโกรธ ก็คงเป็นเพราะการดูตัวที่ท่านชีคขยันหาชายหนุ่มจากแคว้นต่างๆ มาให้หญิงสาวดูตัว

     “ข้าถามว่า ท่านพี่อยู่ไหน” จัสมินถามอีกครั้ง พร้อมกับกวาดตาคมที่เปล่งประกายแวววาวไปรอบๆ

     “ท่านชีคกำลังอยู่ในห้องขอรับ” องครักษ์หนุ่มคนหนึ่งเป็นคนบอก และก้าวขวางหน้าเอาไว้แทบไม่ทัน เมื่อร่างบางขององค์หญิงจัสมินจะเดินไปทางห้องนอนของผู้เป็นพี่ชาย

     “เจ้ามาขวางทางข้าทำไม หลีกไป”

     “เอ่อ...ตอนนี้ท่านชีคไม่ได้อยู่ในห้องนอนนะขอรับ แต่อยู่ในห้องของนางฮาเร็มคนใหม่”

     “อะไรนะ ที่ท่านพี่มีนางฮาเร็มคนใหม่งั้นเหรอ”

     “ขะ...ขอรับ”

     จัสมินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนถอนหายใจออกมาแรงๆ ใบหน้างดงามพยักขึ้นลงช้าๆ

     “ดีล่ะ พวกเจ้าทุกคน ไม่ต้องบอกท่านพี่นะว่าข้ามา” หญิงสาวบอก “ถ้าใครปากโป้งไปบอกท่านพี่ล่ะก็...ได้เจอดีแน่” จัสมินคาดโทษเอาไว้ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

     “เฮ้อ...น่าเห็นใจองค์หญิงจัสมินอยู่นะ ท่านชีคไม่น่าต้องบังคับน้องอย่างนี้เลย” หญิงรับใช้คนหนึ่งพูด

     “นั่นสิ แต่ข้าก็เข้าใจท่านชีคหรอกนะ องค์หญิงควรจะมีคู่ครองได้แล้ว แต่องค์หญิงกลับไม่ยอมมีใจให้ใครสักที เห็นบอกว่าจะอยู่เป็นเพื่อนท่านพี่จนตายจากกันไปข้างหนึ่งเลย” หญิงรับใช้อีกคนบอก

     “มิน่าล่ะ ท่านชีคถึงต้องให้ดูตัวอยู่เรื่อย คงไม่อยากให้น้องสาวอยู่เป็นโสดจนตายนั่นล่ะ”

     “อืม...ข้าว่าน่าเห็นใจทั้งคู่นั่นล่ะ”

     จากนั้นสาวใช้ทั้งสองจึงเดินไปทำหน้าที่ของตนที่ค้างไว้ต่อ

     องค์หญิงจัสมินเดินกลับเข้าไปในที่พักของตน ซึ่งเป็นตึกสีชมพูหวานเพราะเจ้าของชอบสีชมพูนั่นเอง ร่างบางเดินวนไปเวียนมาอยู่ในห้อง ครุ่นคิดถึงแผนการหนีออกไปจากวัง และในช่วงเวลานี้คงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด หญิงสาวหมุนตัวเดินเข้าไปในส่วนที่แยกถัดไปจากห้องนอน 10 นาทีต่อมา ร่างบางขององค์หญิงจัสมิน ออกมาอีกครั้งในชุดสีดำสนิทมีเข็มขัดคาดเอวเป็นสีเดียวกับชุด เส้นผมสลวยสีน้ำตาลแดงยาวถึงกลางหลัง บัดนี้ถูกรวบขึ้นเป็นมวยสูง และซ่อนตัวอยู่ในผ้าสีดำที่เธอใช้โพกศีรษะ ริมฝีปากอิ่มสีชมพูสดและปลายจมูกโด่งสวยถูกปิดบังด้วยผ้าสีดำเช่นเดียวกัน เหลือเอาไว้แต่ดวงตาคู่งามที่เปล่งประกายแวววาวตลอดเวลา

     “องค์หญิงจัสมินเจ้าคะ อุ๊ย! องค์หญิงทำไมแต่งตัวแบบนี้ล่ะเจ้าคะ” รอบีอะห์นางต้นห้องขององค์หญิงจัสมินอุทานอย่างตกใจ เมื่อเห็นร่างบางในชุดสีดำสนิท แต่รอบีอะห์ไม่ทันได้พูดอะไรต่อ สติสัมปชัญญะของเธอก็ดับวูบไป

     “ขอโทษนะรอบีอะห์ ข้าจำเป็นต้องทำ” จัสมินย่อตัวลงนั่งยองๆ และแตะปลายนิ้วมือลงบนบ่าของรอบีอะห์ พร้อมกล่าวขอโทษที่ต้องทำให้หลับใหล ไม่มีใครล่วงรู้ว่าจัสมินเรียนรู้มนตราแห่งการหลับใหลมาจากชีคจาฟาร์ เธอลงทุนอ้อนวอนขอร้องให้พี่ชายสอนการใช้มนตร์ขลังแห่งบาร์ยาเนียให้ และชีคจาฟาร์ก็ใจอ่อนยอมสอนมนตร์แห่งการหลับใหล แม้จะไม่ใช่มนตร์ที่เธอต้องการ แต่ได้แค่นี้หญิงสาวก็พอใจมากแล้ว

     จัสมินรีบเดินอ้อมร่างของรอบีอะห์ที่หลับใหลอยู่บนพื้นไปยังประตูห้อง ก่อนจะเปิดออกและย่องออกไปอย่างรวดเร็ว หญิงสาวหลบเร้นหนีองครักษ์และสาวใช้ออกมาจนถึงกำแพงที่ห้อมล้อมวังสีชมพูของเธอ จัสมินมองซ้ายมองขวาเท้าบางๆ ในรองเท้าหนังหุ้มข้อแบบผู้ชายกำลังจะเดินออกไปทางประตูใหญ่ แต่แล้วต้องหยุดชะงัก เมื่อคิดได้ว่าบริเวณประตูใหญ่มีทหารองครักษ์เฝ้าอยู่ตลอดเวลา ร่างบางคิดหาหนทางอื่น แล้วสายตาก็พลันเห็นกำแพงที่สูงประมาณ 4 เมตร ข้างหน้าเธอนั้นมีช่องเล็กๆ ที่เท้าบางๆ เล็กๆ ของเธอจะใช้ปีนป่ายขึ้นไปได้ องค์หญิงแสนสวยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ถ้าเธอปีนข้ามไปได้อย่างปลอดภัยก็ดี แต่ถ้าเธอตกลงมาล่ะ พื้นดินฝั่งนี้เป็นปูนถ้าเธอตกลงมาคงเจ็บ หรือไม่ก็อาจมีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายแตกหัก แต่ถ้าเธอตกลงไปฝั่งโน้นซึ่งเป็นพื้นทรายล้วนๆ ล่ะก็ ร่างบางของเธอก็แค่เจ็บและถลอกปอกเปิกเล็กน้อยเท่านั้น คงไม่มีอะไรแตกหัก

     องค์หญิงจัสมินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ เป็นการเรียกกำลังใจให้ตัวเอง ก่อนจะเดินเข้าไปชิดกำแพง และค่อยๆ ปีนป่ายขึ้นไปช้าๆ ในวัยเด็กจัสมินขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กแก่นแก้วแสนซน ชอบปีนป่ายต้นไม้ตลอดเวลา แต่ก็ไม่มีต้นใดที่สูงขนาดนี้

     ร่างบางหอบแฮ่กๆ เมื่อขึ้นไปอยู่บนสันกำแพง ดวงตาคู่สวยมองลงไปที่พื้นทรายด้านล่าง และใบหน้างามก็ต้องซีดเผือดเมื่อรู้สึกเสียววูบขึ้นมา จัสมินอยากเปลี่ยนใจและกลับลงไปยืนที่จุดเดิม แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว จะให้เธอลงไปอย่างตอนขาขึ้นมาง่ายๆ คงทำไม่ได้ เพราะตอนนี้ขาของเธอสั่นพั่บๆ อย่างกลัวตก

     จัสมินค่อยๆ ก้าวขาข้ามฝั่ง ปลายเท้าบางในรองเท้าหนังสอดเข้าไปในช่องกำแพง จากนั้นค่อยๆ ไต่ลงมา แต่แข้งขาของเธอสั่นจนหญิงสาวไต่ลงต่อไปไม่ได้ และเมื่อร่างบางสั่นมากๆ เข้า เท้าบางที่เหยียบในช่องกำแพงก็ลื่นพรืด ร่างบางห้องต่องแต่งอยู่ที่กำแพง เพราะมือบางยังจับสันกำแพงเอาไว้แน่น

     “ว้าย!” หญิงสาวกรีดร้องอย่างตกใจสุดขีด มือบางเกาะขอบกำแพงได้ไม่นานก็หมดแรง ร่างบางร่วงลงสู่เบื้องล่างทันที

     ร่างของจัสมินไม่ได้ตกลงสู่พื้นทรายอย่างที่คิด แต่กลับอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงอบอุ่นของใครคนหนึ่งเข้า ดวงตาคู่งามจ้องมองใบหน้าของบุคคลที่เป็นเจ้าของอ้อมแขนอันอบอุ่น กลิ่นกายผสมกับกลิ่นเหงื่อนั้น ไม่ทำให้จัสมินรู้สึกคลื่นเหียนเหมือนในเวลาที่เธอได้กลิ่นเหงื่อของเหล่าทหารองครักษ์ แต่กลับทำให้เธอต้องเผลอสูดดมอย่างไม่เข้าใจตัวเอง แล้วหญิงสาวก็ต้องเบิกตากลมโตกว้างขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่ช่วยเหลือเธอเอาไว้ได้อย่างชัดเจน

     “หัวหน้าองครักษ์ไฮซาน!”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น