มณีน้ำเพชร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 ผู้หญิงของชีค # 2

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ผู้หญิงของชีค # 2

คำค้น : ทะเลทราย , ชีค , จาฟาร์ , เซ็กซ์ , องครักษ์

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 11k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2560 21:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ผู้หญิงของชีค # 2
แบบอักษร

พีรกานต์หลุบตาลงมองผ้าสีแดงในมือ ก่อนจะคลี่ออกและยกขึ้น ดวงตากลมโตมองผ่านผืนผ้าเนื้อบาง ออกไปเห็นฮาดาและสาวน้อยได้อย่างชัดเจน พีรกานต์รีบลดผ้าในมือลง

     “บางเฉียบขนาดนี้จะใส่ไปได้ยังไงกัน” หญิงสาวถามอย่างสงสัย

     “ต่อไปนี้คุณจะต้องใส่ชุดแบบนี้ทุกวันค่ะ แม้คุณจะไม่ได้อยู่ในฮาเร็มรวมกับคนอื่นๆ แต่การแต่งกายก็ยังคงเหมือนกันค่ะ” สาวน้อยคนนั้นตอบ

     พีรกานต์ถึงกับทำหน้าไม่ถูกเลยทีเดียวกับคำตอบที่ได้รับ เธอเห็นนางฮาดาหันไปพูดบางอย่างกับสาวน้อยอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเดินออกไป

     “คุณรีบอาบน้ำเถอะค่ะ เดี๋ยวต้องเข้าไปหาท่านชีคที่ห้องโถง”

     “ห้องโถง นี่เธอกำลังจะบอกฉันว่า ให้ฉันแต่งชุดนี้ไปที่ห้องโถงงั้นเหรอ”

     “ใช่ค่ะ ท่านชีคต้องการให้คุณร่วมรับประทานอาหารด้วยกันในตอนเช้า”

     “เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหามันอยู่ที่ชุดนี่ บางขนาดนี้จะปิดบังอะไรได้ อ้อ...แล้วชุดชั้นในของฉันล่ะ มีมั้ย” พีรกานต์ถาม

     “ไม่มีค่ะ ผู้หญิงของชีคจะไม่สวมชุดชั้นใน นอกจากจะต้องออกไปพ้นจากบริเวณวังนี้เท่านั้น แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ไม่มีใครได้ออกไปหรอกค่ะ”

     “ขอถามชื่อเธอหน่อยเถอะ ฉันจะได้เรียกถูก”

     “ฉันชื่อฟารีดาค่ะ” สาวน้อยตอบยิ้มๆ

     “ฟารีดา ฉันคงจะแต่งตัวแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ ไม่มีชุดที่ปกปิดร่างกายมากกว่านี้หรอกเหรอ”

     “ไม่มีค่ะ ผู้หญิงของชีคต้องแต่งชุดแบบนี้กันทุกคน คุณไม่ต้องอายหรอกค่ะ รูปร่างของคุณสวยออก ผิวพรรณก็ขาวเนียนไม่มีที่ติ คุณน่าจะภูมิใจที่มีของดีๆ แบบนี้นะคะ”

     “ฟารีดา แต่ว่าฉันอยากจะแต่งตัวแบบเธอ ไม่ได้เหรอ” แต่งตัวแบบฟารีดานั้น ก็คือ แต่งด้วยชุดคลุมสีดำยาว หรือที่เรียกว่าอาบายะห์ปกปิดร่างกายได้มิดชิด เพราะเนื้อผ้าที่หนาพอสมควร อาจจะร้อนบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าสวมผ้าบางๆ ให้คนมองทะลุเข้าไปถึงข้างในได้

     “ไม่ได้จริงๆ ค่ะ ฉันว่าคุณรีบอาบน้ำแต่งตัวก่อนที่คุณฮาดาจะเข้ามาอีกครั้งดีกว่านะคะ” ฟารีดาบอก

     พีรกานต์เบ้ปาก เธอไม่ชอบหญิงชราที่ชื่อฮาดานี่เลยจริงๆ เพราะทุกครั้งที่ถูกหญิงชรามอง หญิงสาวมักจะเห็นประกายตาของความไม่พอใจเธออยู่เต็มเปี่ยม

     หญิงสาวลุกขึ้นอย่างเซ็งๆ ร่างบางลืมตัวว่าไม่มีเสื้อผ้าติดกายอยู่ จึงอวดโฉมงามของตนให้ฟารีดาเห็นอย่างไม่ตั้งใจ

     “อุ๊ย” เมื่อนึกขึ้นได้ พีรกานต์ก็ดึงผ้าห่มปิดร่างเปลือยเปล่าของตนเอาไว้ทันที

     “บอกแล้วไงคะ ว่าอย่าอายรูปร่างที่งดงามของคุณ ขนาดฉันเป็นผู้หญิงด้วยกัน ยังอดชื่นชมคุณไม่ได้เลยนะคะ นางในฮาเร็มก็เห็นมาทุกคนแล้ว แต่ยังไม่มีใครสวยสู้คุณได้เลยนะคะ”

     “เฮ้อ...เธอชมฉันจนฉันจะลอยได้อยู่แล้วนะฟารีดา ตกลงว่าต่อไปนี้ ฉันคงต้องทำหน้าให้ด้านมากที่สุด เพื่อจะได้ไม่อายเวลาที่อยู่ต่อหน้าคนอื่นในชุด เอ่อ...วาบหวิวแบบนี้” พีรกานต์โครงศีรษะไปมา ก่อนจะชี้นิ้วไปยังชุดสีแดงที่วางอยู่บนเตียง

     “ใช่ค่ะ” ฟารีดาตอบสั้นๆ และยิ้มกว้างให้พีรกานต์

     พีรกานต์ถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะปล่อยมือจากผ้าห่ม และหันหลังเดินเข้าไปในส่วนที่จัดไว้เป็นห้องอาบน้ำที่ซ่อนอยู่ด้านใน

     ในอ่างน้ำมีน้ำเตรียมพร้อมอยู่เต็มอ่าง พีรกานต์หันไปมองฟารีดาที่เดินตามเข้ามาเรื่อยๆ นิดหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องถาม เธอก็รู้ว่าคงจะเป็นฟารีดานั่นเอง ที่เตรียมน้ำให้เธอ

     พีรกานต์ก้าวลงไปแช่น้ำในอ่างอาบน้ำ กลิ่นหอมอ่อนๆ ในสายน้ำทำให้สมองและจิตใจของหญิงสาวปลอดโปร่ง โล่งสบายอย่างบอกไม่ถูก

     “หอมจัง กลิ่นพวกนี้มาจากไหนกันนะฟารีดา” พีรกานต์หลับตาลง สูดความหอมเข้าไปในปอดและถามฟารีดาถึงสิ่งที่อยากรู้

     “มนตร์เสน่ห์ของบาร์ยาเนียค่ะ บางกลิ่นก็ทำให้ผ่อนคลาย บางกลิ่นก็ทำให้เคลิบเคลิ้ม และบางกลิ่นก็เป็นอันตรายหากต้องสูดดมเข้าไป”

     พีรกานต์ลืมตาขึ้นทันทีเมื่อได้ยิน

     “อันตรายงั้นเหรอ ถ้าเรารู้ว่าอันตรายแล้วจะทำให้มีกลิ่นนั้นทำไมล่ะ” หญิงสาวถามอย่างกังขา

     “กลิ่นที่ทำให้เคลิบเคลิ้มและกลิ่นที่ทำอันตราย จะมีเพียงคนเดียวที่ทำให้ได้กลิ่นได้ คนนั้นก็คือท่านชีคจาฟาร์ค่ะ” ฟารีดาตอบ ยื่นมือบางออกไปขัดถูเบาๆ ที่ร่างเปลือยเปล่าของพีรกานต์

     “เอ๊ะ...เหรอจ๊ะ”

     “ค่ะ”

     พีรกานต์ก็นิ่งคิดอยู่นาน จนกระทั่งได้ยินเสียงใสๆ บอกว่า

     “เสร็จแล้วค่ะ แต่งตัวได้แล้ว ป่านนี้ชีคคงรอแย่แล้ว”

     ชีคจาฟาร์ที่ทอดกายกึ่งนั่งกึ่งนอนตะแคง พิงลำตัวด้านข้างกับหมอนอิงใบหนา เท้าแขนคร่อมหมอนเอาไว้ ด้วยท่วงท่าสบายๆ ชายหนุ่มผู้ปกครองนครบาร์ยาเนีย และเป็นผู้กุมอำนาจกฎหมายไว้ในมือทั้งหมด กำลังรอคอยการมาเยือนของสาวงามต่างแดน ที่ถูกตาต้องใจตั้งแต่แรกพบ และอุตส่าห์นำพาหรือจะเรียกว่าลักพาตัวกลับมาที่นครบาร์ยาเนียแห่งนี้

     แล้วชีคหนุ่มก็ต้องทรงตัวขึ้นนั่งช้าๆ เมื่อร่างของสาวงามค่อยๆ ปรากฏกายให้เห็น ดวงตาคมกริบราวมีดโกนชั้นดีหรี่ตาลงมองร่างระหงงดงาม ในชุดสีแดงเพลิงแยกชิ้นเป็นเสื้อตัวยาวและมีเข็มขัดคาดเอวบางสีทอง กับกางเกงขายาวจั๊มที่ปลายขา ข้อเท้าเรียวประดับด้วยกำไลทองที่มีกระพรวนเล็กติดอยู่ยามที่หญิงสาวก้าวย่างกายเข้ามาจะได้ยินเสียง “กรุ๊ง กริ๊ง” ราวกับเสียงของเครื่องดนตรีไพเราะน่าฟัง ตัวเสื้อมีแขนยาวลงแค่ข้อศอก และที่ข้อมือบางทั้งสองข้างประดับไว้ด้วยกำไลทองวงเล็กๆ ซ้อนกันหลายวง

     ดวงตาคมกวาดไล้ไปทั่วร่างเปลือยเปล่า ชีคหนุ่มสามารถมองผ่านเนื้อผ้าบางเบาได้อย่างชัดเจน จาฟาร์รู้สึกคอแห้งผากขึ้นมา จนต้องกลืนน้ำลายลงคอเอื้อกใหญ่ เมื่อมองเห็นทรวงอกอวบอิ่มที่ประดับด้วยยอดเชอร์รี่สีสวย อกอวบนั้นเต่งตึงดันเนื้อผ้าออกมา พีรกานต์ในตอนนี้แม้ว่าจะสวมเสื้อผ้า แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับการเปลือยเปล่าดีๆ นี่เอง

     ชีคจาฟาร์เลื่อนสายตาขึ้นไปตามลำคอระหง ใบหน้างดงามไม่มีที่ตินั้นถูกแต่งแต้มเพียงบางเบา แต่ที่เห็นเด่นชัดก็คงเป็นริมฝีปากอิ่มถูกทาด้วยขี้ผึ้งสีแดงระเรื่อ ติ่งหูเล็กๆ ทั้งสองข้าง มีต่างหูทองห้อยระย้าลงมางดงาม เส้นผมสลวยถูกปล่อยทิ้งตัวลงมา หากก็มีผ้าคลุมสีแดงที่ร้อยเลื่อมและลูกปัดทองติดอยู่คลุมทับเอาไว้อีกที

     พีรกานต์ขาแทบขวิดเมื่อเห็นสายตาแสดงความชื่นชมและความปรารถนาออกมาชัดเจนของชีคจาฟาร์ หญิงสาวค่อยๆ สาวเท้าตามนางฮาดาเข้าไปใกล้ๆ ชีคหนุ่ม

     “นั่งลง” นางฮาดาหันมาบอกพีรกานต์ เมื่อนำพาเธอมาหยุดอยู่ตรงหน้าชีคหนุ่ม

     พีรกานต์หันซ้ายหันขวาหาที่นั่งของเธอ แต่ก็ไม่เห็นว่าในห้องนี้จะมีเก้าอี้ให้เธอนั่งเลยสักตัว

     “นั่งที่พื้นนั่นล่ะ” นางฮาดาบอก เหมือนจะอ่านใจของพีรกานต์ออก

     หญิงสาวหันไปมองหน้านางฮาดาอยู่ชั่วครู่ และเกือบจะถามออกไปว่า ‘ไม่มีเก้าอี้ให้นั่งเลยสักตัวเหรอ’ แต่แล้ว พีรกานต์ก็ต้องเปลี่ยนใจไม่ถาม เมื่อคิดได้ว่า ธรรมเนียมของที่นี่ คงไม่มีใครได้นั่งเสมอท่านชีค นอกจากแขกผู้มาเยือนที่มีศักดิ์เท่าเทียมกัน หรือสหายที่ใกล้ชิดกัน พีรกานต์ค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งพับเพียบบนพรมนุ่มลวดลายงดงาม

     “ฮาดา เดี๋ยวเจ้าไปบอกให้ใครหาเก้าอี้เข้ามาให้ข้าสักตัว ข้าไม่อยากให้นางเห็นว่าบ้านเมืองของเรา ยังคงความป่าเถื่อนเอาไว้อยู่อีก” จาฟาร์บอกกับนางฮาดา

     “แต่ว่า...ท่านชีคเจ้าคะ ธรรมเนียมของชนเผ่าเรา ได้ปฏิบัติกันมาเช่นนี้หลายชั่วอายุคนแล้วนะเจ้าคะ” นางฮาดาคัดค้าน

     “เผ่าบาร์ยาเนียเจริญเติบโต และมั่งคั่งกว่าเผ่าอื่นๆ ดินแดนที่เป็นของเผ่าบาร์ยาเนียก็กว้างไกลจนเปลี่ยนเป็นแคว้นหรือนครบาร์ยาเนียไปแล้ว รวมทั้งความเจริญอื่นๆ ทุกด้าน เช่น ด้านการศึกษา การค้าขาย ก็ก้าวไกลล้ำหน้าเผ่าอื่นๆ อยู่มากมาย ทุกอย่างไม่ใช่เพราะข้าหรอกหรือ ที่ทำให้ทุกคนอยู่ดีมีสุขมากขึ้นกว่าเดิม แล้วทำไมข้าจะเปลี่ยนแปลงขนบธรรมเนียมประเพณีบางอย่างไม่ได้ ในเมื่อข้าเป็นผู้กุมอำนาจกฎหมายของนครบาร์ยาเนียทั้งหมด” น้ำเสียงกร้าวกังวาน เอื้อนเอ่ยออกมาดังไปทั่วห้องโถง

     “ข้าแค่หวังดีต่อท่านชีค แต่ในเมื่อท่านพอใจจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ข้าก็คงขัดใจท่านไม่ได้อยู่แล้วเจ้าค่ะ ถ้างั้นข้าขอตัวก่อน จะต้องไปบอกให้ทหารนำเก้าอี้มาให้ตามคำบัญชาของท่าน” นางฮาดาบอก ก่อนจะก้มศีรษะลงทำความเคารพ และถอยฉากออกไป

     ชีคจาฟาร์ถอนลมหายใจออกมาแรงๆ จนพีรกานต์ได้ยิน หญิงสาวเหลือบตาขึ้นมองใบหน้าคมเข้ม ที่มีสีหน้าไม่พอใจเต็มเปี่ยม จาฟาร์เบนสายตาจากนางฮาดามามองที่พีรกานต์ ดวงตาคมกริบสบกับดวงตาคู่สวยนิ่งๆ ก่อนจะพยักหน้าให้เธอ

     “มานั่งใกล้ๆ ข้าสิฮันนี่”

     พีรกานต์เขยิบร่างขึ้นไปนั่งบนพื้นที่ยกขึ้นสูงกว่าพื้นห้องที่เธอนั่งอยู่ชั่วครู่ ร่างบางอยู่ห่างจากร่างสูงเพียงแค่เอื้อม หญิงสาวช้อนดวงตากลมโตขึ้นมองชีคหนุ่มรูปงาม วันนี้จาฟาร์แต่งกายดูแปลกตาไปจากที่เธอเคยเห็น

     เสื้อตัวยาวสีขาวปักดิ้นทองงดงามทิ้งตัวยาวลงมา และมีผ้าคาดเอวสีทองคาดทับเป็นเข็มขัด สาปเสื้อด้านบนเปิดกว้างแค่เพียงจาฟาร์ขยับกาย เห็นขนอ่อนรำไรน่าลูบไล้ และสวมกางเกงขายาวสีขาวเข้าชุดกัน

     “ก่อนอื่นเลย ข้าจะขอเจ้าเรื่องหนึ่ง คิดว่าเจ้าคงจะรับได้” ชีคหนุ่มเปิดฉากคำพูด

     “ฉันเจอเรื่องที่ยุ่งยากใจนัก เมื่อต้องลืมตาตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ ยังจะมีเรื่องอะไรที่ยุ่งยากใจมากกว่าเรื่องนั้นอีกล่ะคะ” พีรกานต์ถาม

     จาฟาร์กระตุกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างขำๆ

     “เรื่องที่ข้าจะพูดกับเจ้าไม่ยุ่งยากเท่าเรื่องเมื่อวานนี้หรอก”

     “อะไรหรือคะ”

     “ข้าจะขอใช้คำพูดที่เรียกกันระหว่างเราแบบที่พูดกับคนอื่น เพราะเมื่ออยู่ที่นี่ ข้าไม่ชอบพูดว่าฉันและเธอ อย่างที่เวลาไปต่างประเทศหรือในเมืองไทย แต่จะขอเรียกเธอว่า “เจ้า” และเรียกแทนฉันว่า “ข้า” จะได้ไหม” จาฟาร์บอก

     “ได้สิคะ แต่ฉันคงไม่เปลี่ยนแปลงในคำเรียกอย่างคุณหรอกนะ เพราะถนัดเรียกแบบนี้มากกว่า อีกอย่างฉันไม่ใช่คนที่นี่” พีรกานต์บอก

     “ไม่มีปัญหา และอยากจะบอกให้รู้ว่า ขนบธรรมเนียมประเพณีของเรายังคงล้าหลังหลักสากลอีกเยอะ แม้ว่าข้าจะพยายามเปลี่ยนแปลงแล้วก็ตาม อย่างที่เจ้าเห็น แค่สิ่งที่ควรทำเพียงเล็กน้อย ความคิดของข้าก็ถูกคัดค้านเสียแล้ว แต่โชคดีที่ข้าเป็นชีค เลยไม่มีใครกล้าปฏิเสธ”

     “ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องขนบธรรมเนียมแบบนี้เท่าไหร่หรอกค่ะ แต่ในเมื่อคิดจะอยู่ที่นี่กับคุณแล้ว ก็คงต้องทำตามขนบธรรมเนียมของที่นี่ อย่างที่สุภาษิตไทยได้กล่าวไว้ว่า เข้าเมืองตาหลิ่วให้หลิ่วตาตาม”

     เมื่อได้ยินคำกล่าวอย่างยินดีทำตามของพีรกานต์ จาฟาร์ก็หัวเราะร่วนอย่างชอบใจ

     “ข้าชอบเจ้าจริงๆ ฮันนี่ เจ้า...” ดวงตาคมหลุบลงมองทรวงอกอวบอิ่ม “ช่างงดงาม น่ารัก น่าปรารถนากว่าหญิงอื่นที่ข้าเคยเจอมา”

     “ฉันยินดีจะทำตามที่คุณขอทุกอย่าง แต่คุณเองก็อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้กับฉันแล้วกัน ว่าจะไม่ส่งฉันเข้าไปรวมอยู่ในฮาเร็มของคุณเด็ดขาด”

     “ไม่ ข้าไม่ลืมแน่นอน บอกตรงๆ ข้าเองก็ไม่ได้เข้าไปใช้บริการของสาวๆ ในนั้น มานานแล้ว และยิ่งได้เจ้ามาอยู่ด้วยแบบนี้ ข้าคงไม่มีวันเข้าไปหาของเก่าอีก ในเมื่อมีของสด ใหม่ และหอมหวานนักอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ แต่ก็อย่าลืมว่าเจ้าก็เป็นผู้หญิงของข้าคนหนึ่ง เช่นเดียวกับหญิงสาวที่อยู่ในฮาเร็ม”

     วาจาที่เปล่งออกมาของชีคหนุ่ม ทำให้ใบหน้านวลนั้นเปลี่ยนสีลงไปนิด เมื่อถูกตอกย้ำให้รู้ฐานะของตน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}