มณีน้ำเพชร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 ดินแดนอันไกลโพ้น # 1

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ดินแดนอันไกลโพ้น # 1

คำค้น : ทะเลทราย , ชีค , จาฟาร์ , เซ็กซ์ , องครักษ์

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2560 21:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ดินแดนอันไกลโพ้น # 1
แบบอักษร

ตอนที่ 2 ดินแดนอันไกลโพ้น

     เปลือกตาบางกะพริบติดกันถี่ๆ ก่อนจะลืมตาขึ้น ภาพที่มองเห็นยังเบลอพร่ามัวไปหมด พีรกานต์ต้องหลับตาลงอีกครั้ง จมูกได้รับรู้ถึงกลิ่นแปลกๆ เป็นกลิ่นหอมที่ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน หอมประหลาด ร่างกายของเธอร้อนผ่าวราวกับจะเป็นไข้ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นมาจากรูขุมขนไปทั่วร่างกาย ‘ทำไมมันร้อนมากขนาดนี้นะ ร้อนระอุจนอยากจะถอดเสื้อผ้าออกให้หมด’ เมื่อคิดได้ดังนั้นมือบางก็ยกขึ้นหมายจะถอดเสื้อผ้าของตนเองออก แม้ยังคงหลับตาอยู่ก็ตาม

     แต่หญิงสาวก็ทำไม่ได้ดังใจคิด เมื่อมีมือใหญ่คู่หนึ่งจับข้อมือบางไว้มั่น จนหญิงสาวกระดุกกระดิกไม่ได้

     พีรกานต์ลืมตาขึ้นอีกครั้งอย่างช้าๆ และฝืนตาให้เพ่งมองไปยังร่างสูงใหญ่ของคนที่จับข้อมือของเธออยู่

     “คุณเป็นใคร” หญิงสาวเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก เพราะลำคอที่แห้งผากจนแทบจะเป็นผงอยู่รอมร่อ “ขอน้ำ” หญิงสาวอ้อนวอนขอสิ่งที่ต้องการจากเจ้าของร่างสูงใหญ่

     ไม่กี่อึดใจต่อมา แก้วน้ำก็ถูกจ่อลงที่ริมฝีปากอิ่ม พีรกานต์รีบดื่มน้ำอย่างหิวกระหาย จนหมดแก้ว

     “ขออีก ขอน้ำอีก” เธอขอน้ำเป็นแก้วที่สอง และได้รับมาดื่มกินอีกอย่างรวดเร็ว “แอ๊ก...แอ๊ก” หญิงสาวสำลักน้ำเพราะความใจร้อนของตัวเอง

     “ระวังหน่อย ค่อยๆ จิบทีละนิด จะทำให้เธอรู้สึกดีมากกว่าดื่มรวดเดียวหมดแก้ว” เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังดังขึ้นเตือน พีรกานต์ และไม่ช้าแก้วน้ำก็ถูกจ่อลงที่ปากอิ่มอีกครั้ง

     พีรกานต์ค่อยๆ จิบตามที่เขาบอก และก็เป็นจริงอยากที่บอก เธอรู้สึกดีขึ้นจริงๆ หญิงสาวเพ่งมองใบหน้าของผู้ชายร่างสูงที่อยู่ตรงหน้า ดวงตาที่พร่ามัวเริ่มมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น ความร้อนในร่างกายลดลงไปบ้าง แต่ยังคงมีให้รู้สึกอยู่ ดวงตาคู่หวานจับจ้องไปที่ใบหน้าคมคายที่เป็นเจ้าของดวงตานิลวาว จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบสีชมพูระเรื่ออย่างคนที่มีสุขภาพดี และคงไม่ได้แตะต้องบุหรี่หรือยาสูบที่เป็นสาเหตุทำให้ปากมีสีคล้ำเลย ปลายคางบึกบึนมีเคราที่เริ่มขึ้นเป็นสีเขียวยาวไปจนถึงจอนผม

     และเมื่อสมองเริ่มลำดับภาพความทรงจำต่างๆ ได้แล้ว ใบหน้านวลสวยก็ต้องซีดเผือดเนื้อตัวสั่นเร่าอย่างตกใจ หญิงสาวจำได้ว่าผู้ชายสุดหล่อคนนี้เป็นคนเดียวกับที่กระทำการลวนลามและปลุกเร้าเรือนร่างของเธอในผับเมื่อคืนนี้

     “คุณ!”

     “จำกันได้แล้วเหรอ ดีจริง จะได้ไม่ต้องฟื้นความทรงจำกันให้มากเรื่อง แต่ถ้าเธอยังจำเหตุการณ์บางอย่างไม่ได้ ก็บอกนะ ฉันจะช่วยฟื้นความจำของเธอให้เอง” จาฟาร์บอกอย่างอารมณ์ดี เพราะในที่สุดเขาก็ได้เธอมาอยู่ในอ้อมกอดจนได้

     “คนเลว คุณเองก็ไม่ต่างอะไรกับไอ้พวกสวะพวกนั้น รังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิงไม่มีทางสู้” พีรกานต์ตวาดแว๊ดใส่ใบหน้ายิ้มๆ ที่น่าตบของเขา

     “โอ้...คนสวย เธอพูดผิดพูดใหม่ได้นะ ฉัน...จาฟาร์ไม่เคยรังแกผู้หญิง”

     “ก็ฉันไงล่ะ คุณรังแกฉันทะ...ที่ผับ”

     “อืม...นั่นน่ะเหรอที่เธอเรียกว่าเป็นการรังแก ฉันบังคับเธอก็จริง แต่ร่างกายเธอมันตอบสนองฉัน ทุกส่วนสัดของเธอมันเรียกร้องให้ฉันได้แตะต้อง สัมผัส และปลุกเร้า” จาฟาร์ทวนความจำให้เธอด้วยเสียงพร่าเบา

     “คนชั่ว ไปตายซะ” พีรกานต์เลือดขึ้นหน้า เธอบริภาษชายหนุ่มเสียงดัง

     ดวงตาคมกริบของจาฟาร์เปลี่ยนประกายเป็นดุดันขึ้นมา ริมฝีปากบางกระตุกขึ้นอย่างหยันๆ

     “เสียใจด้วยคนสวย คนชั่วคนนี้ยังไม่ยอมตายแน่ ถ้าฉันยังไม่ได้เข้าไปอยู่ในร่างนุ่มนิ่มที่หอมหวานของเธอเสียก่อน”

     “ไอ้คนชั่ว! อย่างแกมันต้องไม่ตายดีแน่” พีรกานต์ตวาดเสียงแหลม

     “ท่านชีค” ทหารองครักษ์ที่ยืนมองอยู่เริ่มรู้สึกทนไม่ได้ ที่หญิงสาวนางนี้ใช้คำพูดด่าทอเจ้าเหนือหัวของตน “นางคงต้องได้รับการสั่งสอนให้รู้จักที่ต่ำที่สูงบ้างนะครับ” ทหารคนนั้นเปล่งเสียงออกมาเป็นภาษาอังกฤษซึ่งพีรกานต์ไม่ค่อยเข้าใจมากนัก แต่เนื่องจากหญิงสาวทำงานในผับและมีแขกต่างชาติเข้ามาเที่ยวกันเยอะ ก็เลยทำให้ได้รู้ภาษาอังกฤษบ้าง และที่สำคัญคำที่ทหารคนนั้นบอกออกมาชัดเจนก็คือ “ชีค”

     “ปล่อยนางเถอะ พยศอย่างนี้ข้าชอบ” จาฟาร์บอก “แล้วคราวหลังอย่าใช้ภาษาอังกฤษกับข้าต่อหน้าคนอื่น ที่ไม่ใช่พวกเราจำไว้” ชีคหนุ่มบอกกับทหารคนนั้นเป็นภาษาท้องถิ่นของตน

     “ชีคเหรอ” พีรกานต์ทวนคำ ก่อนจะเหลียวมองไปรอบๆ บริเวณ และพบว่ารอบๆ นั้นเต็มไปด้วยผ้าโปร่งหลากสีสัน ที่มีปลายข้างหนึ่งติดอยู่กับด้านบน และทิ้งตัวลงมาก่อนจะตวัดชายติดเข้ากับเสาเล็กๆ ที่ตั้งอยู่เป็นมุม 4 มุม

     ดวงตาคู่สวยมองผ่านผ้าโปร่งออกไปจะพบชายฉกรรจ์ที่แต่งตัวแปลกประหลาด พวกเขาทุกคนแต่งชุดดำ เสื้อตัวยาวปล่อยชายและกางเกงขายาวรัดปลายขา มีปืนเหน็บอยู่ที่เอว และมีดาบที่สวมฝักอยู่ด้านหลัง และทุกคนก็มีผ้าโพกหัวสีดำด้วย ลักษณะของทุกคนเหมือนกับทหาร แต่ไม่ใช่คนไทยและไม่ใช่ฝรั่งแน่ แล้วเธอกำลังอยู่ที่ไหนนี่

     จาฟาร์พยักหน้าให้สาวใช้ดึงม่านกั้นสายตาที่เป็นผ้าสีทองหนาหนักปักลวดลายงดงามลงมา ในตอนนี้พีรกานต์จึงรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องเล็กๆ ที่มีความกว้างแค่เตียงนุ่มที่เธอนั่งอยู่

     “ที่นี่ที่ไหนกัน” ในที่สุดพีรกานต์ก็ถามคำถามที่เธอสงสัยอยู่ออกไป

     ชีคจาฟาร์สบตาคู่สวยของพีรกานต์นิ่ง ก่อนจะยิ้มบางๆ ออกมาให้เธอ

     “นครบาร์ยาเนีย หนึ่งในเมืองที่มั่งคั่งที่สุดทางตอนใต้ของคาบสมุทรอาหรับ เมืองแห่งทะเลทราย”

     พีรกานต์ถึงกับเบิกตากว้าง ริมฝีปากอิ่มเผยอออกอย่างตกใจ คำถามต่อมาคือเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ในเมื่อเมื่อคืนนี้หญิงสาวยังอยู่ที่ผับอยู่เลย

     “ฉันอยู่ที่นี่ได้ยังไง ก็ในเมื่อ เมื่อคืนนี้เรา เอ่อ...ฉันอยู่ที่ผับนี่นา”

     จาฟาร์หัวเราะลั่น กับความไร้เดียงสาของหญิงสาว พีรกานต์มองคนที่กำลังหัวเราะเยาะเธออยู่อย่างขุ่นมัว ใบหน้าสวยนั้นงอง้ำลง ดวงตาที่มองจาฟาร์เขียวปั๊ด

     “ถามแค่นี้ทำไมต้องหัวเราะเยาะกันด้วย” หญิงสาวแหวใส่ชายหนุ่มอย่างโมโห

     ชีคจาฟาร์ต้องลดเสียงหัวเราะลง ก่อนจะค่อยๆ หยุดหัวเราะเมื่อเห็นท่าทีโกรธขึงน่ารักของพีรกานต์

     “หึ...หึ เอางี้แล้วกันนะสาวน้อย ฉันจะเล่าเรื่อง เอ่อ...จะเรียกว่าอะไรดีล่ะ ถูกลักพาตัวหรือถูกอุ้มดี”

     “จะถูกอะไรก็เหมือนกันทั้งนั้นล่ะ รีบๆ เล่ามาเถอะ”

     ชีคจาฟาร์ยักคิ้วเข้มขึ้นให้หญิงสาวข้างหนึ่ง กิริยานั้นทำให้พีรกานต์ต้องกำหมัดแน่น เพราะอยากตบใบหน้ายียวนกวนประสาทนั้นเต็มที

     “สั้นๆ แล้วกัน ฉันอุ้มเธอขึ้นเครื่องบินมา โดยที่เธอสลบไปนาน 1 วัน 1 คืนเต็มๆ”

     “อะไรนะ 1 วัน 1 คืนเต็มๆ เลยเหรอ” พีรกานต์ครางออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ “แล้วคุณจับฉันมาไกลถึงที่นี่ทำไมกัน ส่งฉันกลับเดี๋ยวนี้นะไอ้คนชั่ว” หญิงสาวตะคอกใส่จาฟาร์อีกครั้ง

     “คำก็ชั่ว สองคำก็ชั่ว ได้...ถ้าอยากให้ชั่วนัก ฉันจะเป็นคนชั่วให้เธอดู” ชีคจาฟาร์บอกเสียงเย็น ก่อนจะกดข้อมือบางลงกับฟูก ใบหน้าคมก้มลงบดขยี้จุมพิตที่หนักหน่วงและร้ายกาจให้เธอ

     ริมฝีปากร้อนผ่าวบดขยี้ริมฝีปากอิ่มแรงๆ ปลายลิ้นอุ่นไล้ไปตามไรฟันขาวสะอาดอย่างหยอกเย้า แต่พีรกานต์ก็อดทนไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อความรัญจวนที่จาฟาร์สร้างขึ้น หญิงสาวกัดฟันแน่นไม่ยอมให้ลิ้นร้อนๆ ผ่านเข้าไป

     ชีคหนุ่มเปลี่ยนวิธีใช้มือใหญ่รวบมือบางทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะของหญิงสาว และมืออีกข้างดึงทึ้งผ้าต่วนสีขาวที่ห่อหุ้มร่างบางเอาไว้ กระชากทีเดียวขาดติดมือ เผยความงามที่ซุกซ่อนอยู่ข้างในให้ประจักษ์แก่สายตา ดวงตาคมกริบหลุบมองทรวงอกอวบงามที่ประดับยอดด้วยตุ่มไตสีชมพูระเรื่อ

     “อย่า” พีรกานต์ร้องออกมาอย่างอับอาย

     จาฟาร์ละสายตาจากทรวงอกอวบประกบริมฝีปากเข้ากับเรียวปากนุ่มอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ไรฟันที่กำลังจะกัดเรียวลิ้นร้อนต้องค้างเปิดอ้าขึ้น เมื่อมือใหญ่บีบเข้าที่กระพุ้งแก้มนวลเนียนได้ทันเวลา

     “ถ้าเธอกัดฉันอีกครั้ง ฉันจะกัดเธอให้ทั่วทั้งตัวเลย” ชายหนุ่มบอกชิดเรียวปากนุ่ม

     “ได้โปรด อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันขอร้อง ฉันจะไม่ว่าไม่ด่าคุณแล้ว อย่าทำอะไรฉันเลยนะ”  พีรกานต์อ้อนวอนอย่างน่าสงสาร น้ำใสๆ ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยเป็นสายผ่านแก้มนวลไป

     จาฟาร์มองน้ำตานั้นแล้วก็นิ่งงันไป เขาเป็นโรคแพ้น้ำตา และไม่ชอบเห็นมันอย่างมาก

     “หยุดร้องไห้คร่ำครวญได้แล้ว ฉันพาเธอมาอยู่ด้วยกันที่นี่ ที่ที่เธอไม่ต้องทำงานอะไรเลย เธอก็จะมีกินมีใช้ตลอดจนกว่าชีวิตจะหาไม่ แค่เธอมอบความสุขให้ฉันเท่านั้นเอง”

     ยิ่งได้ยินพีรกานต์ก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นไปอีก

     “บ้าเอ้ย! ฉันบอกให้เธอหยุดร้องไห้ไงเล่า” จาฟาร์สบถเสียงลั่น

     “กะ...ก็คุณจะให้ฉันอยู่ในฐานะอะไร ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ ฉันอยากกลับบ้าน อยากกลับเมืองไทย” พีรกานต์สะอื้นฮัก

     “เป็นผู้หญิงของฉัน ชีคจาฟาร์ อับดุล บิน ฮัสซาร์” จาฟาร์บอก ดวงตาคมตกลงที่ปทุมงามล่อตาล่อใจอยู่ ก่อนจะส่งมือใหญ่ทักทายด้วยการบีบคลึงเบาๆ

     “เป็นผู้หญิงของคุณ คุณเป็นชีคเหรอ” พีรกานต์ครางออกมาทันที เมื่อมือใหญ่สัมผัสกับทรวงอกอวบของเธอ

     “ใช่” จาฟาร์ตอบ เขาก้มลงแตะริมฝีปากร้อนผ่าวกับยอดทรวงสีสวย และตั้งขึ้นรับการทักทายทันที ดวงตาคมแวววาวอย่างชอบใจ

     “ถะ...ถ้างั้น ฉะ...ฉัน ก็ต้องอยู่ในฮาเร็มของคุณเหรอ” พีรกานต์ถามก่อนจะกัดริมฝีปากกลั้นเสียงครางของตัวเอง เมื่อชายหนุ่มแตะปลายลิ้นที่ยอดทรวง

     “ถ้าเธอน่ารักแบบนี้ และให้ความสุขฉันได้มากกว่าคนอื่น เธอก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ในนั้น ฉันจะแยกเธอเอาไว้ต่างหาก” ชีคหนุ่มบอก ตวัดลิ้นเลียไล้ยอดทรวงสีสวยไปมาสลับกันทั้งสองข้าง

     ร่างบางของพีรกานต์แอ่นหยัด เสนอกายให้ชายหนุ่มสนองได้ถนัดถนี่อย่างไม่รู้ตัว

     “คิดดูให้ดีนะ ถึงยังไงฉันก็ไม่ส่งเธอกลับเมืองไทยอยู่แล้ว แทนที่เธอจะต่อต้านฉัน แล้วฉันก็ต้องบังคับเธออยู่ดี สู้เธอเต็มใจเอาอกเอาใจฉันอย่างน่ารักแบบนี้ เธอก็จะสบายไปทั้งชาติ ที่เมืองไทยเธอก็ไม่มีญาติพี่น้องอยู่อีกนี่นา จะอยากกลับไปทำไมกัน กลับไปก็ต้องทำงานในผับ ยอมให้หัวหงอกหัวดำลวนลาม วันดีคืนดีเธออาจจะถูกบังคับขืนใจก็ได้” จาฟาร์ละคำพูดเอาไว้ ก่อนจะเลื่อนตัวขึ้นมาจ้องสบตาคู่หวานที่เริ่มหรี่ปรือลงด้วยไฟพิศวาสที่เขาจุดให้ “แต่ถ้าเธออยู่ที่นี่กับฉัน เธอก็เป็นของฉันคนเดียว บอกตามตรงนะ ฉันไม่เคยถูกใจใครตั้งแต่แรกเห็นแบบเธอเลย...สาวน้อย” ชายหนุ่มเกลี้ยกล่อม ก่อนจะฝังปากและจมูกลงที่ซอกคอหอมละมุนของพีรกานต์

     พีรกานต์คิดทบทวนไปมากับสิ่งที่จาฟาร์เสนอ ถ้าเธอไม่อยู่กับเขา แล้วเธอจะกลับเมืองไทยได้อย่างไรกัน ที่แห่งนี้เคยได้ยินแต่ชื่อ แต่ไม่รู้ว่ามันอยู่ส่วนไหนของแผนที่โลกด้วยซ้ำ แล้วที่เมืองไทยเธอก็ไม่มีใครให้ห่วง เพราะไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน หญิงสาวอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด ตั้งแต่พ่อกับแม่ตายพร้อมกัน ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ชีวิตที่ต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบ หญิงสาวผจญมาหมดแล้ว แต่โชคดีที่พีรกานต์มีความสวย หญิงสาวจึงหางานทำได้ง่ายกว่าคนอื่น

     พีรกานต์ตั้งปณิธานไว้กับตัวเองว่า จะไม่ขายตัวกินเด็ดขาด แต่ตอนนี้...เอ...เธอก็ไม่ได้ขายตัวนี่นา หญิงสาวถูกจับตัวมาต่างหาก และหาทางกลับบ้านไม่ถูกซะด้วย ที่สำคัญไม่มีเงินติดตัวเลยสักแดงเดียว

     มือบางเลื่อนลงจากการเกาะกุมจากมือใหญ่ที่คลายออกเมื่อเห็นท่าทีของหญิงสาวเริ่มคล้อยตาม พีรกานต์เลื่อนมือลงแตะใบหน้าหล่อเหลา ที่ซุกไซ้ไปทั่วลำคอระหงของเธอ ทำให้จาฟาร์ต้องเงยหน้าจากความหอมหวาน

     “คุณต้องสัญญากับฉันสองข้อ ข้อหนึ่ง ฉันจะไม่อยู่รวมในฮาเร็มของคุณเด็ดขาด ข้อสอง ถ้าคุณเบื่อฉัน ขอให้คุณส่งฉันกลับเมืองไทยทันที ฉันจะไม่อยู่ที่นี่ไปจนตายโดยขาดความรัก ถ้าคุณสัญญากับฉัน ฉันก็จะตกลงยอมทำทุกอย่างที่คุณต้องการ” พีรกานต์บอก

     ชีคจาฟาร์ยิ้มบางๆ อย่างยินดี

     “ตกลงฉันสัญญา” ชายหนุ่มตอบตกลงทันทีด้วยใจที่สมหวัง ก่อนจะแนบริมฝีปากร้อนๆ ลงบนเรียวปากนุ่มอีกครั้ง และครั้งนี้เรียวลิ้นเล็กๆ ก็ตอบรับปลายลิ้นอุ่นซุกซอนเกี่ยวพันดูดดื่มความหวานอย่างเต็มใจ

     มือใหญ่ลดลงเกาะกุมนวดคลึงทรวงอกอวบเบาๆ อย่างทะนุถนอมอ่อนโยน ปลายนิ้วเรียวปัดแผ่วที่ยอดทรวงเคร่งครัด พีรกานต์ผวาเฮือก มือบางจิกปลายเล็บยาวคมลงบนบ่าแข็งแรง แต่ก็ไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้เกิดกับจาฟาร์เลยแม้แต่น้อย

     พีรกานต์ครวญครางออกมาอย่างรัญจวน ดวงตาคู่สวยหรี่ปรือลง แต่แล้วก็ต้องเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง

     “เดี๋ยว” หญิงสาวเบี่ยงใบหน้าหนีริมฝีปากร้อนๆ “คุณต้องสัญญากับฉันอีกข้อหนึ่ง” ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบๆ หญิงสาวยังคงเห็นทหารที่ยังยืนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน ก็หน้าแดงซ่าน

     “อะไร” จาฟาร์ถามเสียงพร่า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}