มณีน้ำเพชร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 ฉันต้องการเธอ # 1

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 ฉันต้องการเธอ # 1

คำค้น : ทะเลทราย , ชีค , จาฟาร์ , เซ็กซ์ , องครักษ์

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2560 21:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 ฉันต้องการเธอ # 1
แบบอักษร

ตอนที่ 1 ฉันต้องการเธอ

     “อะไรนะคะเสี่ย จะให้น้ำหวานไปเต้นโยกซ้ายโยกขวาโยกหน้าโยกหลังยั่วยวนอารมณ์เปลี่ยวของแขกทั้งหัวหงอกหัวดำอยู่บนเวทีน่ะนะ ไม่เอาหรอกค่ะ” เสียงใสๆ ของผู้หญิงสาวหน้าตาสะสวย ไม่แพ้รูปร่างงดงาม ดังลั่นออกมานอกห้องผู้จัดการร้านและเป็นเจ้าของร้านด้วย

     “เอาน่าน้ำหวาน มันไม่ได้ยากเย็นอะไรหรอก ถ้านังเกดมาทำงานเสี่ยก็คงไม่ต้องมาขอร้องหนูแบบนี้หรอก” เสี่ยมานพบอก

     วันนี้นักเต้นโคโยตี้สาวที่ชื่อการะเกดลาป่วยหนึ่งวัน ตำแหน่งที่การะเกดเคยยืนอยู่บนเวทีก็ว่างเปล่า ไม่มีใครทำแทนได้ นอกจากพีรกานต์ มธุดำรง สาวสวยวัย 21 ปีคนนี้

     “น้ำหวานเต้นไม่เป็นหรอกค่ะ อย่ามาเกลี้ยกล่อมเสียให้ยากเลย”

     “ก็หนูเคยเป็นแดนเซอร์มาก่อนนี่นา น่านะ ช่วยเสี่ยหน่อยเถอะ แค่วันนี้วันเดียวเท่านั้น หนูก็รู้ว่าตำแหน่งของการะเกดนั้นอยู่หน้าสุด ถ้าว่างไปแขกก็จะว่าเราได้ ดีไม่ดีแขกอาจจะหายหมดอีก ร้านเราก็จะขาดรายได้นะหนูน้ำหวาน” เสี่ยมานพพยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมหญิงสาว

     “ฮึ แล้วทำไมเสี่ยไม่ลองถามคนอื่นดูล่ะคะ หนูเห็นแต่ละคนเวลาแขกชวนออกไปดิ้น ก็โยกซ้ายโยกขวาอย่างเมามันนี่นา” ใบหน้าสวยเฉี่ยวงอง้ำ มือบางยกขึ้นกอดอกอย่างตั้งแง่

     “แหม...ก็พวกนั้นไม่มีใครสวยเท่าน้ำหวานสักคนนี่ น่านะ เอางี้วันนี้เสี่ยจะเพิ่มค่าแรงให้น้ำหวานอีกเท่าตัวเลย ตกลงมั้ย”

     พีรกานต์หันขวับมามองเสี่ยมานพตาโต เงินเป็นสิ่งที่หญิงสาวปรารถนายิ่งนัก แต่ต้องได้มาอย่างบริสุทธิ์ไม่ใช่เอาตัวเข้าแลกเหมือนอย่างคนอื่นๆ

     “ค่าตัวรีเซฟชั่นอย่างน้ำหวานได้วันละ 500 บาท ฉะนั้นวันนี้น้ำหวานก็ต้องได้ 1,000 บาท ใช่มั้ยคะ” พีรกานต์ถามซ้ำเพื่อความแน่ใจ

     “ใช่ ตกลงหนูน้ำหวานจะช่วยเสี่ยแล้วใช่มั้ยจ๊ะ” เสี่ยมานพถามอย่างมีความหวังขึ้นมาทันที

     “ก็ได้ค่ะ แต่แค่วันนี้วันเดียวเท่านั้นนะคะ”

     “จ้ะ”

     จากนั้นพีรกานต์ก็ลุกขึ้นตรงไปที่ห้องแต่งตัว แล้วหยิบชุดของการะเกดที่อยู่ใน ล็อกเกอร์และไม่ได้ ล็อกกุญแจออกมาใส่

     “แขกผู้มีเกียรติทุกท่านโปรดทราบ ขณะนี้ได้เวลา...โค...โย...ตี้” ดีเจประกาศขึ้น ก่อนจะเปิดเพลงแดนซ์กระจายหลุดโลกตามมา โคโยตี้สาวสวย 4 คนก็ออกมาวาดลวดลายบนเวที

     พีรกานต์โยกย้ายส่ายสะโพกด้วยท่าทางที่ยั่วยวนสุดฤทธิ์ หญิงสาวงัดฝีมือจากการที่เคยเป็นแดนเซอร์เก่าออกมาใช้ชนิดที่เรียกว่าเกือบทุกกระบวนท่าก็ว่าได้ ดวงตาคู่งามสอดส่ายไปที่แขกในร้านเกือบทุกโต๊ะ แต่หญิงสาวไม่ได้มองเปล่า หากกำลังเชิญชวนเรียกร้องแขกทุกคนให้ต้องย้อนกลับมาที่ร้านนี้อีก ความที่วันนี้ภายในร้านนั้นมีแขกแน่นขนัด ทำให้หญิงสาวไม่รู้ตัวว่ามีดวงตาคมกริบสีนิลเนื้อดีจ้องเขม็งมาที่เธอตลอดเวลา

     “ชะ...เอ่อ จาฟาร์ ดูเหมือนท่านจะสนใจนางเป็นพิเศษ” ไฮซาน ดารุส อิสมานี องครักษ์หนุ่มวัย 32 ปี รูปร่างสูงใหญ่ไล่เลี่ยกัน และแต่งกายด้วยชุดสูทสีดำเหมือนกันถามขึ้น เมื่อเห็นชายหนุ่มที่เป็นทั้งเจ้าผู้ครองนครและเพื่อนรัก มองจ้องไปที่ร่างอรชรของโคโยตี้สาวสวยที่อยู่บนเวที

     “ใช่ นางสวยยิ่งกว่าหญิงใดที่ข้าเคยเจอมาเสียอีก” จาฟาร์ อับดุล บิน ฮัสซาร์ ชีคหนุ่มวัย 33 ปีตอบ โดยไม่ได้หันมามองไฮซานเลย ดวงตาคมยังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างบางบนเวที

     “ถ้าท่านชอบ ข้าจะติดต่อนางให้” ไฮซานอาสา

     จาฟาร์ไม่ตอบ แต่ยังคงจ้องมองไปที่ร่างบางไม่วางตา เขาไล่สายตาไปตามเรือนร่างอรชรในเสื้อผ้าน้อยชิ้นนั่น ก็คือเสื้อยืดสีขาวตัวบางเจี๊ยบมองเห็นเข้าไปถึงบราเซียตัวจิ๋วที่ห่อหุ้มทรวงอกอวบงามไว้ไม่มิด แถมยังผูกชายเสื้อเอาไว้แค่ใต้อกอวบเท่านั้น และถ้าเสื้อตัวนั้นเปียกน้ำล่ะก็ มันจะงดงามเพียงใดกัน ผู้เป็นชีคแห่งนครบาร์ยาเนียวาดสายตาลงต่ำผ่านหน้าท้องแบนราบ สะดือเรียวตื้นๆ สะโผกผายงอนงามที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงสีดำยาวแค่คืบ ที่ปิดบังจงอยก้นสวยเอาไว้ไม่หมด ยิ่งเวลาเธอหันหลังและแอ่นก้นยั่วยวน เลือดหนุ่มของเขามันเดือดพล่านจนแก่นกายของเขาปวดหนึบไปหมด

     “จะขัดอารมณ์ท่านไปรึเปล่า ถ้าข้าจะบอกให้ท่านลองมองไปที่โต๊ะริมโน้นหน่อย” ไฮซานบอก

     จาฟาร์เลิกคิ้วเข้มขึ้น ก่อนจะหันไปมองตามที่ไฮซานบอก

     “ดูเหมือนว่าท่านกำลังจะมีคู่แข่งเสียแล้ว” เสียงของไฮซานดังสำทับมาอีก

     จาฟาร์มองไปยังโต๊ะที่ไฮซานบอก และได้เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีแต่จืดกว่าเขา แต่งกายด้วยสูทภูมิฐานเช่นเดียวกัน กำลังมองจ้องไปยังร่างงามของโคโยตี้คนหน้าสุด คนเดียวกับที่เขามอง ถ้าเป็นชายอื่นที่อยู่ในร้านนี้ จาฟาร์อาจจะไม่สน แต่ผู้ชายคนนี้ดูท่าจะกระเป๋าหนักกว่าใครๆ ในร้าน แต่คงไม่เท่าเขาแน่ และถ้าหญิงงามคนนั้นอยากได้เงินมากๆ ล่ะก็ แน่นอนเขามีคู่แข่งเข้าแล้ว

     “ไฮซาน จัดการให้นางมาหาข้า หลังจากที่นางลงจากเวที” จาฟาร์มีคำสั่งให้ไฮซานทันที

     และเมื่อจบการแสดงโชว์โคโยตี้ ซึ่งก็กินเวลาจนเกือบร้านปิด พีรกานต์ก็ลงจากเวที โดยการเหวี่ยงตัวลงมาด้านล่าง เพราะจะเร็วกว่าเดินตามกันลงบันไดมา

     “หนูจ๋า...ชื่ออะไรจ๊า ต้องการคนเลี้ยงรึเปล่าจ๊ะ เสี่ยมีเงินเป็นฟ่อนเลยนะ รับรองหนูสบายแน่ๆ ไม่ต้องมาทำงานให้เหนื่อยด้วย แค่อยู่บ้านเฉยๆ ก็พอ” เสี่ยหัวล้าน ร่างท้วมเตี้ย เดินเข้ามาประกบพีรกานต์และเสนอสิ่งที่หญิงสาวได้ฟังมาตลอดตั้งแต่เริ่มทำงานที่นี่

     “เก็บเงินไว้ในกระเป๋าเสี่ยเถอะค่ะ หนูอยากแก่ตายมากกว่าอยากถูกเมียเสี่ยฉีกอกหรือไม่ก็เอาปืนไล่ยิงจนตาย” พีรกานต์ตอบ

     “เมียเมออะไรที่ไหนมี เสี่ยยังโสดไม่มีเมียให้ปวดหมองหรอกจ้ะ”

     “เหรอคะ แต่ถึงยังไง ก็ไม่ดีกว่าค่ะ เชิญเสี่ยหาคนอื่นแทนล่ะกัน” หญิงสาวตอบอย่างสุภาพเพราะไม่อยากเสียลูกค้า ก่อนจะรีบเดินเลี่ยงมา แต่ก็ยังไม่วายมีมือหนาของใครบางคนมาจับก้นงอนงามของเธออีก

     พีรกานต์หันขวับไปมองไอ้แขกชีกอคนนั้นอย่างฉุนกึก

     “ไง น้องสาว มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะคนสวย” คนพูดท่าทางเมามายกลิ่นเหลาฉุนกึก แถมยังเดินเซแซดๆ แทบจะทรงตัวไม่อยู่แล้วด้วยซ้ำ

     พีรกานต์ไม่อยากมีเรื่องกับคนเมา เธอจึงสะบัดหน้าพรืดจะเดินหนีไป แต่มือหนาๆ นั้นก็ยังมาฉุดแขนเรียวเอาไว้อีก

     “ปล่อยค่ะ”

     “ไม่ปล่อย มีอะไรมั้ยจ๊ะคนสวย” คนเมาไม่พูดเปล่ายังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ จนหญิงสาวต้องเบนหน้าหนีเพราะขยะแขยงและเหม็นกลิ่นเหล้าที่คละฟุ้ง

     “ทำเป็นรังเกียจ พี่มีเงินเยอะนะ ไม่สนหน่อยเหรอ”

     “ไม่ค่ะ แล้วก็กรุณาปล่อยมือออกจากแขนของฉันได้แล้ว” พีรกานต์บอก ข่มความโกรธเอาไว้ในใจ

     “อย่าเล่นตัวนักเลย ต้องการเท่าไหร่ พี่ให้ได้ทั้งนั้น” คนเมาบอก คราวนี้หญิงสาวสะบัดแขนแรงจนหลุดออกจากการเกาะกุม ในขณะที่คนเมาเซถลาไปอีกทาง ก่อนจะรีบเดินจ้ำอ้าวเข้าข้างในไป

     พีรกานต์กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ยุพาสาวเสิร์ฟที่อายุมากกว่าก็เข้ามาตาม

     “น้ำหวาน เสี่ยเรียกให้เข้าไปพบที่ห้องน่ะ”

     “จ้ะ เดี๋ยวไป” พีรกานต์บอก เพราะคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องเงินค่าจ้างที่ตกลงกันเอาไว้

     หญิงสาวจึงรีบเปลี่ยนชุด และเดินเข้าไปพบเสี่ยมานพในห้องทำงานทันที แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป กลับพบว่าเสี่ยมานพไม่ได้อยู่คนเดียว แต่มีชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มรูปร่างสูงใหญ่ใส่สูทสีดำสนิทนั่งอยู่ด้วย

     “เสี่ยเรียกน้ำหวานหรือคะ” หญิงสาวเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ที่ชายหนุ่มคนนั้นนั่งอยู่

     “ใช่ คือว่ามีคนต้องการพบน้ำหวานน่ะ” เสี่ยมานพบอก สีหน้ากระอักกระอ่วนใจ

     “ใครคะ” พีรกานต์ถาม

     เสี่ยมานพลุกขึ้นยืนเดินมาหาหญิงสาว และกระซิบบอกเธอ

     “แขกคนพิเศษ เขาบอกด้วยว่าถ้าน้ำหวานไม่ออกไปพบเขา เขาจะปิดร้านนี้”

     “อะไรนะคะ!” หญิงสาวถามเสียงดัง ตวัดตาคมดุมายังชายหนุ่มที่นั่งเฉยอยู่ทันควัน “นี่คุณ...คุณจะทำอย่างนี้ไม่ได้นะ คุณมีสิทธิ์อะไรจะมาปิดร้านนี้ บ้านเมืองมีขื่อมีแปนะคุณ ไม่ใช่นึกอะไรก็ทำแบบนี้” เธอโวยวายใส่เขา

     “นี่...หนูน้ำหวานอย่ามีเรื่องกันเลยนะ เขาแค่มาเชิญหนูไปพบคนๆ หนึ่งเท่านั้นจ้ะ” เสี่ยมานพบอก เขาอาจจะเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ไม่อยากเสียลูกค้ากระเป๋าหนักแบบนี้ไป แต่เพื่อความอยู่รอดของร้านและทุกชีวิตที่ทำงานอยู่ในนี้แล้ว เขาจำเป็นต้องทำ

     พีรกานต์มองหน้าเสี่ยมานพ และได้เห็นความกังวลเต็มเปี่ยมในดวงตาคู่นั้น เธอก็ใจอ่อน แม้ว่าหญิงสาวจะทำงานที่นี่มาไม่กี่เดือน แต่เธอก็รู้สึกรักและเคารพเสี่ยมานพเหมือนญาติผู้ใหญ่คนนึง รวมถึงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่ทำงานด้วยกัน เธอก็รักและผูกพันกับทุกคน

     พีรกานต์ถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะพยักหน้าให้เสี่ยมานพ

     “ก็ได้ค่ะ เห็นแก่เสี่ยที่น้ำหวานเคารพรักหรอกนะ ถ้าไม่ใช่เสี่ยขอร้องอย่าหวังเลยว่าน้ำหวานจะยอม” พีรกานต์บอก

     ไฮซานที่นั่งรอท่าอยู่ลุกขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบรับ ก่อนจะเดินนำหน้าหญิงสาวไป เขาแอบซ่อนรอยยิ้มเอาไว้บนใบหน้า เมื่อคิดว่าชีคหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่กำลังจะเจอคู่ปรับที่มีท่าว่าจะแรงพอกันเสียแล้ว

     พีรกานต์เดินตามร่างสูงของไฮซานไปจนถึงโต๊ะที่อยู่มุมสุด ตรงนั้นมีผู้ชายอีกคนนั่งอยู่ เขาแต่งกายแบบเดียวกับคนที่เดินนำเธอ และรูปร่างที่คงใกล้เคียงกัน ทว่าใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มนั้นที่แตกต่างกัน รวมถึงดวงตาคมกริบของเขาที่สวยสะดุดตา สองคนนี้ไม่ใช่คนไทย พีรกานต์สรุปในใจเงียบๆ

     จาฟาร์มองร่างบางที่เดินตามไฮซานมาจนถึงโต๊ะที่เขานั่งอยู่ ดวงตาคมฉายแววปรารถนาออกมาเต็มเปี่ยมอย่างไม่ปิดบัง เมื่อหญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ มือใหญ่ของคนที่นั่งอยู่ก็กระตุกมือบางจนร่างบางเซถลาลงบนตักแข็งๆ ของเขา

     “อุ๊ย! นี่คุณ จะทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ” พีรกานต์ร้องโวยวาย ดิ้นรนลงจากตักแข็งๆ

     ร่างบางที่ดิ้นส่ายไปมาเบียดเสียดสะโพกงอนงามกับแก่นกายแข็งชันอยู่ใต้กางเกงสแล็คที่สวมอยู่ เพราะภาพของร่างบางที่เต้นยั่วยวนบนเวทีนั้น ทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้ จาฟาร์นั้นแทบทนไม่ไหวอยากร่วมรักกับเธอเสียเดี๋ยวนี้และตอนนี้เลยด้วยซ้ำ

     ชายหนุ่มรวบร่างบางแน่นขึ้น ก่อนเอนร่างบางลงกับโซฟาสีดำที่ตนนั่งอยู่ โดยที่สะโพกมนยังอยู่บนตักแข็ง จาฟาร์ใช้แรงที่มีมากกว่ากดจุมพิตบนเรียวปากนุ่ม เพื่อควานหาความหวานที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน เมื่อริมฝีปากนุ่มเผยอออกและเขาสอดแทรกเรียวลิ้นอุ่นเข้าไป หญิงสาวก็งับเรียวลิ้นนั้นแรงๆ ทันที

     “โอ้ย” จาฟาร์ร้องลั่น และถอนเรียวลิ้นอุ่นออกมาทันควัน เขาใช้มือใหญ่บีบแก้มนุ่มไว้ ก่อนกระแทกริมฝีปากลงไปอย่างรุนแรงอีกครั้ง

     พีรกานต์ยกมือไล่ทุบไปตามอกกว้างและบ่าแข็งแรงของเขา ทว่าเหมือนเขาจะไม่รู้สึกอะไรกับแรงเท่ามดของเธอ หญิงสาวได้แต่ดิ้นขลุกขลักไปมาอยู่บนตักกว้าง

     “ถ้าเธอไม่หยุดดิ้น ฉันจะปล้ำเธอซะที่นี่ตอนนี้เลย” จาฟาร์บอกออกมาด้วยภาษาไทยสำเนียงแปร่งปร่า ทำให้หญิงสาวหยุดดิ้นทันที

     “ปล่อย” พีรกานต์บอก เธอทำตาดุเขียวปั๊ดใส่คนที่เธอไม่รู้ว่าเป็นชีคผู้ครองนครบาร์ยาเนีย จาฟาร์อยากหัวเราะออกมาให้ดังสุดๆ เลยจริงๆ เกิดมายังไม่มีผู้หญิงคนไหนทำตาดุใส่เขาเลยสักคน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น