น้ำมิ้ม

โรแมนติก เนื้อเรื่องเบาๆ อ่านแล้วอมยิ้มตามค่ะ เป็นอีกเรื่องที่ฉีกแนวของไรท์นะ แต่รับรองว่าสนุกค่า ^^

รีไรท์ / ตอนที่ 6 - 2 (ก้าวลงกับดัก)

ชื่อตอน : รีไรท์ / ตอนที่ 6 - 2 (ก้าวลงกับดัก)

คำค้น : เดิมพันรักเจ้านายสุดแสบ, เจ้านาย , หัวใจ , แต่งงาน , เพลย์บอย , สัญญารัก , มรดก , 18+ , เจ้านายลูกน้อง , เลขา

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 547

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2560 21:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ / ตอนที่ 6 - 2 (ก้าวลงกับดัก)
แบบอักษร

​มินทิรากลับมาที่บริษัทแบบคว้าน้ำเหลวอีกครั้ง อุตส่าห์ได้โอกาสงามๆแล้วแต่สุดท้ายก็ปล่อยให้เสียเปล่า ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรขึ้นมาเลยสักนิดเดียว แถมยังติดค้างข้อแลกเปลี่ยนตัวช่วยเพิ่มกับประธานเกื้ออีก

“ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ มินทิราเอ๋ย ...ไม่น่าใจอ่อนสงสารคุณกานต์เลย รู้งี้น่าจะลากตัวมาเซ็นเอกสารก่อน ค่อยพาส่งโรงพยาบาลเสียก็ดี”

หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ  ก่อนจะรีบเดินหลบหน้าประธานเกื้อที่คอยเมียงๆมองๆมาในยามเดินผ่านหน้าห้องทำงานของเธอ เหมือนกับจะตอกย้ำสัญญาแลกเปลี่ยนที่เธอขอใช้สิทธิ์ตัวช่วยไปแล้ว

“ทำยังไงดี ...เอาไงดี”  มินทิราถามตัวเองเป็นครั้งที่ร้อย ก่อนที่ขาเรียวเล็กจะพาเจ้าของร่างเดินมายืนตรงหน้าประตูห้องทำงานของเกื้อจนได้ ... ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ยังไงเธอก็หนีไม่พ้นอยู่ดี เผชิญหน้ากับปัญหาเลยดีกว่า!

 “ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าข้อตกลงของเรามันยังไม่ประสบผลสำเร็จ ดิฉันขอเลื่อนข้อตกลงแลกเปลี่ยนไปก่อนได้มั้ยคะ”

“อะไรที่ทำให้เธอคิดว่าไม่สัมฤทธิ์ผล ในเมื่อฉันทำให้เธอสำเร็จทุกอย่าง ทั้งเรื่องบัตรเครดิต แล้วก็เรื่องแต่งตั้งเธอเป็นผู้ช่วยเจ้ากานต์มัน”

เกื้อเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าเรียวคมที่ยืนเม้มปากนิ่งและหน้าซีดไปอย่างกะทันหันเมื่อเขาพูดจบ หากร่างสูงที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานนั้นยังคงจ้องมองหญิงสาวราวกับรอคำตอบของเธอ มินทิราจึงได้แต่พยักหน้าอย่างจำยอม

“เรื่องนั้น ดิฉันไม่มีข้อโต้แย้งท่านประธานค่ะ”

“ถ้าเธอไม่มีข้อโต้แย้ง ...คืนนี้ก็ไปเจอกันที่คอนโดของเจ้ากานต์ เธอมีกุญแจอยู่แล้วนี่”

“คอนโดคุณกานต์...ทำไมต้องไปที่นั่นคะ” มินทิราถามกลับอย่างตื่นตะลึง ความคิดในหัวประมวลผลอย่างฉับไว หรือว่าที่ท่านประธานบอกว่าเบิ้ลนี่ คือ ดับเบิ้ลพ่อลูกอย่างนั้นเหรอ?

“คืนนี้เดี๋ยวก็รู้เองแหละมินทิรา ...คุณไปเตรียมตัวให้พร้อมก็แล้วกัน”

เกื้อบอกยิ้มๆอย่างเป็นปริศนา ... หากเวลานี้มินทิราไม่มีกะจิตกะใจจะมาหลงเสน่ห์เพลย์บอยตัวพ่ออีกแล้ว สงสัยเธอจะโดนเอารัดเอาเปรียบเปลืองเนื้อเปลืองตัวก็งานนี้แหละ

มินทิรามาถึงคอนโดของกานต์ตอนค่ำตามนัดของประธานเกื้อ มือของหญิงสาวสั่นน้อยๆเมื่อหยิบกุญแจมาไขเปิดประตูเข้าไป ก่อนจะก้าวถอยหลังออกมาอย่างลังเล...หรือเธอจะบอกเรื่องโจรดี เผื่อว่าท่านประธานจะเห็นใจและยกเลิกเงื่อนไขนั่น

หญิงสาวยืนลังเลอยู่พักใหญ่ หากแล้วภายในห้องที่เธอเปิดประตูแง้มไว้ ดูเหมือนจะเงียบผิดปรกติ มินทิราจึงตัดสินใจเดินเข้าไปช้าๆในขณะที่สายตาก็มองสำรวจไปยังรอบๆอย่างประหลาดใจ เพราะเธอเห็นเพียงแต่กานต์ที่นอนหลับอยู่เท่านั้น ซึ่งชายหนุ่มเองก็ดูเหมือนจะไม่มีแรงลุกขึ้นมาโวยวายเธอเหมือนเคย จนหญิงสาวต้องเดินไปดูอย่างแปลกใจ

“คุณกานต์....เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”

มินทิราเดินอ้อมมาดูชายหนุ่มที่หลับสนิทอยู่บนเตียง พลางแตะเบาๆไปบนแผลฟกช้ำบนใบหน้าคมสันที่ตอนนี้เริ่มแสดงผลของมันแล้ว รอยช้ำในหลายจุดเริ่มกลายเป็นสีม่วงๆเขียวๆดูน่ากลัว ทำให้หญิงสาวมองคู่ปรับพลางถอนหายใจอย่างอดใจอ่อนอีกไม่ได้ ก่อนจะเหลือบสายตาไปยังถุงยาที่ไม่มีการเปิดแม้แต่นิดเดียวแล้วก็ขมวดคิ้ว...แสดงว่าตั้งแต่ที่เธอมาส่งเขาที่คอนโดเมื่อกลางวัน เขายังไม่ได้กินยาที่หมอสั่งเลยสักเม็ดเดียว

“คุณกานต์ ตื่นมาทานยาเถอะค่ะ...คุณกานต์”  มินทิราเรียกปลุก พลางเอื้อมมือไปเขย่าตัวชายหนุ่มอย่างเบามือ เป็นผลให้คนที่นอนหลับสนิทค่อยๆปรือตาตื่นขึ้นมา

“หืม ... อ้าว ยัยเตี้ย มาทำไม” เสียงงัวเงียทักขึ้นหากยังไม่มีทีท่าว่าจะขยับส่วนอื่นๆนอกจากปากและนัยน์ตาที่เหลือบมองตามมือเรียวของหญิงสาวที่หยิบยาขึ้นมาอ่านตามฉลากและเตรียมป้อนให้เขา  

“ฉันมีนัดกับท่านประธานที่นี่ค่ะ ... แต่พอเปิดประตูเข้ามาก็ไม่เห็นมีใครนอกจากคุณ”

“จะใช้เตียงเหรอ...เดี๋ยวฉันไปนอนห้องแซนดี้ก่อนก็ได้ ช่วงนี้แซนดี้มีไปถ่ายแบบต่างจังหวัด คงไม่กลับมานอนห้องหรอก”

กานต์ว่าพลางจะลุก หากมินทิราทุบไหล่ไปหนึ่งทีอย่างโมโห

“จะบ้าเหรอคุณ....”

“โอ๊ยยย”

กานต์ร้องพลางกุมไหล่ข้างที่โดนหญิงสาวทุบให้  มินทิราเห็นอาการโอเวอร์แอคติ้งแล้วก็แปลกใจ จึงจัดการแหวกคอเสื้อชายหนุ่มที่ร้องเสียงหลง

“เฮ้ยๆๆ ใจเย็นคุณ อย่าเพิ่งปล้ำผม”

“ไม่ปล้ำหรอกน่ะ ขอดูหน่อยเดียว...นั่นไง เป็นแผลจริงๆด้วย เห็นมั้ยล่ะผลของการเห็นแก่เงินน่ะ”

มินทิราบ่นไปพลางมองค้อนชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว พลางหยิบยาทาแผลฟกช้ำตามที่หมอจ่ายมาให้ส่งให้ชายหนุ่ม หากอีกฝ่ายยังคงนิ่งไปเหมือนคนสะลึมสะลือ หญิงสาวจึงจัดการละเลงยาทาภายนอกให้ชายหนุ่มก่อน ใจจริงก็อยากจะกดลงน้ำหนักมือให้หนักๆ เขาจะได้จำและเข็ด หากพอเธอเห็นรอยช้ำสีคล้ำแล้วก็ใจอ่อนเหมือนเคย ดังนั้นนั้นปลายนิ้วที่แตะยาทาให้จึงอ่อนโยนตามไปด้วย

“ถ้ารู้ว่าตัวเองยังดูแลตัวเองไม่ได้ คุณก็ควรจะหัดท่องบ่อยๆว่า อย่าทำตัวซ่า!...หัดเป็นห่วงตัวเองมั่งสิคุณ”

“ปรกติก็มีสาวๆคอยเป็นห่วงผมอยู่นะ”

“ไหนล่ะ...ฉันไม่เห็นโผล่มาสักคน”

“อย่างน้อยตอนนี้ก็มีคุณไง ถึงจะปากร้ายไปสักหน่อย แต่แค่คุณยอมทายาให้ผม แทนที่จะซ้ำผมนี่ผมก็ดีใจจนน้ำตาแทบไหลแล้ว”

กานต์เอ่ยเย้าอีกฝ่ายพลางยิ้มกว้าง เป็นผลให้มือบางที่ค่อยแตะแต้มยาให้เบาๆ แกล้งออกแรงกดจนชายหนุ่มต้องรีบคว้ามืออีกฝ่ายไว้พลางร้องโอดโอย

“โอ้ย!คุณ ผมเจ็บนะ เรามาสงบศึกกันชั่วคราวก่อนเถอะ วันนี้ผมยอมคุณทุกอย่างเลย ผมไม่ไหวจริงๆ”

“งั้นก็กินยาแล้วก็นอนพักซะเถอะค่ะ”

มินทิราว่าพลางถลึงตาดุและดึงมือออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย ก่อนจะจัดยาชนิดรับประทานให้กับคนที่ยังนั่งหน้ามึนที่พอเห็นปริมาณยาในมือหญิงสาวแล้วรีบส่ายหน้าอย่างแรง

“ผมไม่กิน คุณเอายาให้ผมกินเยอะขนาดนี้ กะจะฆ่าผมใช่มั้ย”

“ยาจากหมอ...ฉันจัดตามฉลากหน้าซองแล้ว อ้าปากเดี๋ยวนี้....”

“กินยาเยอะๆ มันไม่ดีต่อตับไตไส้พุงนะคุณ”

กานต์ยังคงต่อรองเมื่อมือเรียวนั้นกำยาไม่ต่ำกว่า 4 เม็ดยื่นมาตรงหน้า

“ดูปากดิฉันชัดๆนะคะ อ้า-ปาก”

“ไม่-อ้า...อุ๊บบบ” ทันทีที่กานต์อ้าปากตอบ มินทิราก็จัดการบีบปากแล้วยัดยาทั้งหมดใส่เข้าไปทันที ก่อนจะรีบส่งน้ำให้ชายหนุ่มที่ดื่มไปสำลักไป

“แค่ก แค่ก...คุณ...แค่ก แค่ก”

“ห๊า...อะไรนะ  อ๋อ...ขอบคุณเหรอคะ ไม่เป็นไรๆๆ”

มินทิราแกล้งเอามือป้องหูพลางยิ้มกว้างอย่างขบขันที่แกล้งเอาคืนชายหนุ่มได้สำเร็จ หากกานต์ที่หยุดไอทันควันเพราะกำลังจ้องรอยยิ้มแสนหวานนั้นจนลืมสำลักไปแล้ว จนกระทั่งหญิงสาวเปลี่ยนอิริยาบถพลางเอื้อมมือมากดไหล่ชายหนุ่มให้นอนลง

“เอาล่ะ คุณนอนพักผ่อนได้แล้ว ... ฉันจะไปรอท่านประธานที่โซฟาข้างนอก”

 “เดี๋ยวก่อนคุณ ... นั่งคุยเป็นเพื่อนก่อนไม่ได้เหรอ”

“จะคุยอะไรล่ะ บอกไว้ก่อนนะสมองฉันมีแต่เรื่องงาน ฉันคุยเรื่องอื่นๆไม่รู้เรื่องหรอก”

มินทิราแกล้งขู่ หากก็ยอมนั่งลงตามคำขอของคนป่วยแต่โดยดี กานต์เลยขยับตัวนั่งเอนๆ พลางมองตรงมาที่หญิงสาวในขณะที่เอ่ยถามสิ่งที่สงสัยมาตลอด

“ทำไมคุณถึงยอมทำข้อตกลงบ้าดีเดือดแบบนั้นกับพ่อของผม ... หรือจะเป็นเรื่องหนี้ที่คุณพูดเมื่อกลางวันงั้นเหรอ”

“ใช่ค่ะ..” มินทิราตอบชายหนุ่มไปตามตรง ก่อนจะเล่าให้อีกฝ่ายฟังไปพลางถอนหายใจไป

“พ่อของฉันทำให้บริษัทคุณเสียหาย แต่ฉันไม่เชื่อว่าเป็นความผิดของพ่อ ก็เลยขอโอกาสท่านประธานเข้ามาพิสูจน์ตัวเองลบล้างความผิดให้พ่อ... แต่กลับกลายเป็นว่าฉันดันพลาดท่าตกหลุมกับดักเสียเอง”

 “กับดัก? ... คุณเลยต้องมาเจอท่านวันนี้ ที่นี่อย่างนั้นเหรอ”

มินทิราพยักหน้าแทนคำตอบ ใบหน้าเรียวที่ซีดลงกะทันหันทำให้กานต์อดใจอ่อนสงสารไม่ได้ ถึงอย่างไรเธอก็ยังเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งที่กำลังทำเพื่อพ่อ เพื่อครอบครัวอย่างสุดกำลัง

“ผมว่า ...เรามารอมชอมเจอกันคนละครึ่งทางไหมมินทิรา”

“คะ? ยังไงคะ”

“ก็เรื่องเดิมพัน แล้วก็เรื่องหนี้ของคุณ เรามาแต่งงานกันตามที่พ่อผมต้องการ แล้วแบบต่างคนก็ต่างใช้ชีวิต คุณก็ทำงานใช้หนี้ไปชิลๆ เรื่อยๆ ไม่ต้องเหนื่อยทำงานหนักแบบตอนนี้ ผมสัญญาว่าจะไม่เผลอปล้ำคุณ ถ้าคุณไม่เข้าหาผมก่อน”

มินทิรามองหน้าชายหนุ่มที่ยื่นข้อเสนอให้เธอแล้วก็ถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันมามองเขาตรงๆจนแทบจะเอามือมาจับเข่าคุยเสียให้รู้แล้วรู้รอด

“คุณกานต์คะ ฉันจะพยายามเข้าใจนะคะว่าคุณแนะนำด้วยความหวังดีจริงๆ แต่ว่า สำหรับฉันแล้ว มันคือการยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ลงแข่งเลยด้วยซ้ำ เดิมพันของคุณพ่อคุณกับฉันครั้งนี้ มีศักดิ์ศรีของพ่อฉันเป็นเดิมพัน และฉันก็ไม่นิยมเอาศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจที่ฉันมีไปแลกกับข้อเสนออย่างที่คุณว่า”

ดวงตากลมโตที่จ้องสบประสานสายตาสนเท่ห์ของอีกฝ่ายนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าไม่แพ้น้ำเสียงที่เปล่งออกมา

 “และเดิมพันครั้งนี้ ฉันมั่นใจในมันสมองและสองมือของฉัน และฉันจะไม่ยอมแพ้ ตั้งแต่ยังไม่ลงมือทำ”

ชายหนุ่มมองใบหน้าเรียวเล็กที่แสนจะไฟแรงนั้นอย่างทึ่งๆ แม้จะรู้ว่าเดิมพันนี้มีความเสี่ยงสูง และมีโอกาสแพ้มากกว่าชนะ แต่มินทิราก็ยังคงมุ่งมั่นด้วยความหวังที่เกินร้อย

“แล้วคุณไม่กลัวว่าคุณจะแพ้เดิมพันเหรอมินทิรา”

คำถามสั้นๆจากชายหนุ่ม หากคงกระทบใจอีกฝ่ายไม่น้อยเพราะนอกจากดวงหน้าจะซีดลงเล็กน้อยแล้ว ดวงตากลมโตนั้นวาวขึ้นอย่างคนที่ตัดสินใจได้เด็ดขาดและมีเป้าหมายในใจที่ชัดเจน

“ถ้าฉันจะแพ้ อย่างน้อยฉันก็ลงมือสู้จนถึงที่สุดแล้ว ต่อให้เสียใจ แต่ฉัน.... ไม่เสียดาย!”

กานต์อดไม่ได้ที่จะคลี่รอยยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ สิ่งที่หญิงสาวพูดมานั้นไปสะกิดตะกอนในหัวใจที่เขาลืมไปแล้วให้ฟุ้งขึ้นมาอีกครั้ง ...ต่อให้เสียใจ แต่ไม่เสียดายที่ได้ทำลงไปอย่างนั้นหรือ? เขาอิจฉาที่เธอเข้มแข็งมากถึงขนาดนั้น มากถึงขนาดที่จะยอมรับความเสียใจได้ ในขณะที่เขาได้แต่กลัว และไม่กล้าที่จะคาดหวังอะไรอีกแล้ว  พลางเอื้อมมือมาตบหลังมืออีกฝ่ายอย่างให้กำลังใจ

“ผมจะพยายามช่วยคุณอย่างเต็มที่ ...เอางี้ เริ่มจากเรื่องคืนนี้ก่อนเลย  ถ้าคุณไม่เต็มใจ ผมจะคุยกับพ่อให้เอง”

“คุณพูดจริงหรือเปล่าคุณกานต์”

มินทิราเงยหน้าถามอย่างมีความหวัง น้ำเสียงที่สดใสขึ้นไม่ต่างจากดวงตาที่เปล่งประกายระยิบระยับ จนกานต์ตาพร่า หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น

“ผมพูดจริงๆ...ถึงผมจะดูไม่เอาไหนอยู่บ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมกับพ่อเหมือนกันก็คือ เราจะไม่ฝืนใจใคร ...คุณกลับบ้านไปเถอะ พรุ่งนี้ผมจะเข้าบริษัทไปคุยกับคุณพ่อให้”

“คุณกานต์ คุณจะเข้าบริษัทอย่างนั้นเหรอคะ ....”  มินทิราถามอย่างตื่นเต้น เมื่อกานต์ยืนยันอีกครั้งหญิงสาวจึงแทบจะกระโดดโลดเต้นด้วยความยินดี

“ขอบคุณมากเลยค่ะคุณกานต์ ....คราวนี้งานจะได้เริ่มทำสักที ฉันสัญญาว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยภายใน 3 เดือน”

“คุณนี่ยังโชคดีแค่สามเดือนก็หลุดพ้นแล้ว แต่ผมนี่สิ พ่อไม่มีทางปล่อยผมไปแน่ๆ”

“เป็นเจ้าของบริษัทไม่ดีหรือคุณ  คุณนี่ก็แปลกพ่อจะยกสมบัติให้ก็ไม่เอา”

“สมบัติเมียแก่เขาน่ะซี ผมไม่เห็นอยากได้ ผมเองก็อยากไปใช้ชีวิตเอง ไม่อยากเป็นทายาทอสูรที่พ่อสั่งยังไงก็ต้องทำ ผมเองก็มีชีวิตของผม ไม่อยากใช้ชีวิตใต้จมูกใคร”

“คุณไม่เคยทำงานเป็นลูกจ้างใครคุณไม่รู้หรอกว่า การไปเป็นลูกน้องคนอื่นมันลำบากยิ่งกว่าการยืมจมูกพ่อคุณหายใจอีก ถ้าเป็นฉัน พ่อให้บริษัทมา ฉันก็จะรับ ถ้ารับมาแล้ว บริษัทเป็นของเราแล้ว ฉันก็จะขายทิ้ง เอาเงินไปเสวยสุข ไม่ไปเป็นลูกจ้างใครให้ลำบากเหมือนคุณหรอก”

“ไอเดียดีนะ” กานต์ว่าพลางทำตาโต ในขณะที่คนตัวเล็กกว่ายิ่งยืดอกอย่างภาคภูมิ

“แน่นอน! ไม่งั้นฉันไม่อยู่รอดปากเหยี่ยวปากกามาจนถึงวันนี้หรอก แต่คุณจะไม่รับตำแหน่งไม่ใช่เหรอ งั้นก็ข้ามวิธีนี้ไป ไปหาวิธีอื่นที่ลำบากกว่านี้อีกนิด” หญิงสาวพูดไปตาก็แอบเหลือบมองคนข้างๆพลางยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์... เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ความรู้เจ้ายังด้อย เร่งศึกษา

“งั้นในเมื่อผมช่วยคุณแล้ว คุณก็ช่วยผมมั่งเป็นไง ถือซะว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่เราจะได้ไม่ติดค้างกันไง...”

“อีกละ....” มินทิรากลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่าย รอยยิ้มราวดอกไม้บานเมื่อกี้หุบลงทันควัน จนกานต์อดหัวเราะกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของหญิงสาวไม่ได้

“ฉันจะแย่งตำแหน่งประธานบริษัทจากพ่อ และก็จะขายบริษัทนี้ทิ้งซะ และเธอก็ต้องช่วยฉัน ฉันจะไม่ยอมรับบริษัทนั้นเป็นมรดกจากพ่อเด็ดขาด” 

“ได้อยู่แล้ว...จับมือสัญญาเลย”

มินทิรารับปากชายหนุ่มพลางยื่นมือนิ่มไปสัมผัสกับอีกฝ่ายอย่างเป็นมิตรครั้งแรก ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างสมใจ ค่อยคุ้มกับที่ต้องเค้นมันสมองและใช้สองมืออย่างสุดฤทธิ์ในการทำให้ชายหนุ่มยอมทำงานหน่อย แม้ว่าจะดูเหมือนหลอกอีกฝ่ายอยู่น้อยๆ แต่มันก็เป็นผลดีกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะเธอจะได้หลุดพ้นจากข้อตกลงจากประธานเกื้อเสียที

หากสำหรับกานต์ที่นั่งจ้องคนที่ส่งยิ้มหวานให้แทนจะแยกเขี้ยวเช่นเคยแล้วก็ชักจะรู้สึกไม่ค่อยลำบากใจสักเท่าไหร่ ถ้าหากว่าข้อตกลงที่พ่อเคยบอกเขาเรื่องแต่งงานมันจะถูกนำกลับมาพิจารณาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง และจะถือโอกาสใช้เรื่องนี้เป็นการเริ่มต้นเคลียร์กับพ่อเขาเสียให้ชัดเจน... เขาจะไม่ให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่พ่อต้องการอีกแล้ว!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น