น้ำมิ้ม

โรแมนติก เนื้อเรื่องเบาๆ อ่านแล้วอมยิ้มตามค่ะ เป็นอีกเรื่องที่ฉีกแนวของไรท์นะ แต่รับรองว่าสนุกค่า ^^

รีไรท์ / ตอนที่ 6 - 1 (อย่างเธอต้องเจอ...ตัด!)

ชื่อตอน : รีไรท์ / ตอนที่ 6 - 1 (อย่างเธอต้องเจอ...ตัด!)

คำค้น : เดิมพันรักเจ้านายสุดแสบ, เจ้านาย , หัวใจ , แต่งงาน , เพลย์บอย , สัญญารัก , มรดก , 18+ , เจ้านายลูกน้อง , เลขา

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 283

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2560 18:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ / ตอนที่ 6 - 1 (อย่างเธอต้องเจอ...ตัด!)
แบบอักษร

เสียงกดกริ่งหน้าห้องที่ดังขึ้นถี่ๆ ทำให้ร่างขาวผ่องเผือดของนางแบบที่กำลังลงสนามควบม้าแข่งบนตัวกานต์ชะงักไปอย่างแปลกใจ ....

“ใครมากดกริ่งห้องแซนดี้ก็ไม่รู้ค่ะฮันนี่”

 “ช่างหัวมันเถอะจ้ะแซนดี้จ๋า...ต่อเร็วๆเลยที่รัก ม้าของผมยังไม่เข้าเส้นชัยเลย” ร่างล่ำสันที่เป็นม้าให้ควบอยู่ข้างล่างสูดริมฝีปากพลางร้องเรียกหาจ๊อกกี้เสียงกระเส่า หากเสียงกริ่งที่ดังไม่ยอมหยุดทำให้นางแบบสาวหงุดหงิด

 “แต่แซนดี้รำคาญ...”

แม่สาวลูกครึ่งบ่นพลางลุกขึ้นพรวดพราดจนพ่อม้านอนร้องครวญครางอย่างแสนเสียดาย ก่อนจะดีดดิ้นอย่างขัดใจบนเตียง

“โธ่..แซนดี้อ้ะ อย่าให้รู้นะว่าใคร...”

กานต์บ่นงึมงำอย่างหัวเสีย พลางพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากเย็น  ครั้นพอเห็นหน้าคนที่เดินตามแซนดี้เข้ามา ชายหนุ่มก็ต้องร้องเสียงหลงพลางคว้าผ้าห่มมาคลุมจุดสำคัญไว้

“นี่เธอยังตามมารังควานฉันอีกเหรอเนี่ยยัยเตี้ย”

มินทิรากวาดสายตาไล่มองชายหนุ่มอย่างให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอ..รังเกียจ! แม้ว่ารูปร่างของกานต์จะแข็งแกร่งไปด้วยมัดกล้ามที่น่าสัมผัสไปทุกส่วนตั้งแต่อกกว้างที่ผึ่งผาย ไล่เรื่อยลงมายังกล้ามหน้าท้องที่ยังชื้นเหงื่อน้อยๆจนพาลทำให้คนที่มองด้วยสายตารังเกียจเมื่อครู่ต้องรีบเบือนหน้าหนี ก่อนที่จะห้ามสายตาตัวเองไม่ให้มองลงต่ำกว่านั้น  พลางเอ่ยเสียงเยาะทั้งๆที่ใบหน้าตัวเองเป็นสีจัดขึ้น

“ฉันเจอคุณทีไรไม่เคยมีเสื้อผ้าอยู่ครบเลยนะคะคุณกานต์....ลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วไปทำงานได้แล้วค่ะ”

“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ไป ขนาดไล่ให้ไปหาพ่อฉันแล้วยังกล้ากลับมาที่นี่อีกเหรอ”

 “ฉันไปหาคุณพ่อของคุณมาแล้วต่างหาก .... สวัสดีคุณแม่หรือยังล่ะคุณลูกเลี้ยง

 “อย่างเธอน่ะเหรอ จะมาเป็นแม่เลี้ยงฉัน ฝันไปเถอะ พ่อฉันไม่มีวันแต่งงานกับใครเด็ดขาด อย่างมากก็แค่...คุณแม่ข้ามคืน”

“คุณกานต์!.... มันจะมากไปแล้วนะ”

มินทิราโมโหเลือดขึ้นหน้า ก่อนจะพุ่งกระโจนเข้าตะปบหน้าชายหนุ่ม หากแซนดี้ที่ยืนฟังทั้งคู่เถียงกันอยู่นานรีบถลาเข้ามาขวางไว้ พลางเข้ามายืนประจันหน้ากับหญิงสาวเสียเอง

“นี่เธอ....ฉันว่าเธอเลิกยุ่งกับคุณกานต์ดีกว่า เขาระดับไหนแล้ว ลูกจ้างอย่างเธออย่ามาก้าวก่ายเรื่องเจ้านายดีกว่า”

“ฉันไม่ได้อยากจะยุ่งแค่จะมาเตือนดีๆเท่านั้น ... ถ้าคุณไม่ไปทำงานระวังจะถังแตกเอา ถ้าอยากมีเงินใช้แล้วละก็ ให้มาทำงานกับฉัน...ฉันจะให้เงินไว้ใช้เป็นครั้งคราว”

มินทิราเอ่ยเสียงเยาะ หากกานต์ยังฟังแล้วงงๆ

“หมายความว่ายังไง ... นี่เธอคงไม่ได้ไปบอกพ่อฉัน....”

“บอกลาบัตรเครดิตของคุณได้เลย พ่อเพลย์บอยสายเปย์ อย่าลืมพกเหรียญล่ะ เผื่อฉุกเฉิน”

มินทิราอมยิ้มอย่างแสนสำราญเมื่ออีกฝ่ายหน้าเปลี่ยนสีได้ราวกับฉายแสงใส่ ก่อนจะเดินโบกมือลาให้ราวกับนางงามเป็นการทิ้งท้าย

มินทิรายืนรออยู่ล็อบบี้ด้านล่างแค่ 15 นาที กานต์ก็พาร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยไอความแค้นแน่นอกลงมา หญิงสาวลุกขึ้นยืนพลางยืดจนสุดตัวเพื่อหวังจะให้ตัวเองดูเท่าเทียมกับอีกฝ่ายบ้าง เพราะแม้มินทิราจะเสริมส้นสูงมาแล้วแต่ก็ยังสูงไม่พ้นไหล่ชายหนุ่มอยู่ดี ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส อารมณ์ดีสุดๆ

“ฉันพร้อมแล้ว เราเข้าบริษัทพร้อมกันเลยนะคะ”

“ไม่!....เธอคิดว่าให้พ่อตัดบัตรเครดิตฉันแล้ว จะทำให้ฉันยอมแพ้ได้เหรอ...No No No โน่ โน โน่ ...”

ชายหนุ่มร้องเอื้อนเป็นทำนอง พลางชูสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารหลายเล่มพัดโบกต่อหน้าหญิงสาว

“ฉันจะไปเบิกเงินที่ธนาคาร .... วันนี้คงไม่ว่างเข้าไปที่บริษัทกับเธอ”

กานต์ยิ้มเยาะเย้ย ก่อนจะเดินโบกสมุดบัญชีผ่านหน้าหญิงสาวไปอย่างสาสมใจ

“ฉันก็จะคอยดูว่าคุณจะขยันพกเงินสดไปเริงร่าได้สักกี่น้ำคุณกานต์”

มินทิราตะโกนไล่หลังพลางวิ่งตามชายหนุ่มขึ้นรถมาด้วยกัน  แม้ชายหนุ่มจะออกปากไล่ก็ไม่ยอมไป

“นี่ลงไปเลย...ฉันจะไปธุระเรื่องเงินๆทองๆ ไม่ไว้ใจให้คนอื่นไปด้วย”

“ฉันมีหน้าที่ตามประกบคุณ ...ตามติดคุณไปทุกหนทุกแห่ง และจะตามประกบไปอย่างนี้จนหมดเวลางาน”

 “ได้..จนหมดเวลางานใช่มั้ย ได้เลยคุณเลขา...”

มินทิราพยักหน้ารับแทนการตอบ ในเมื่อใช้วิธีไหนก็ไม่ได้ผล ก็ต้องตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก!

กานต์ออกรถกระชากจนมินทิราสะดุ้ง หากยังคงทำใจแข็งไม่ยอมลง ก่อนที่ชายหนุ่มมุ่งหน้าไปยังธนาคารที่เป็นที่หมาย ...งานนี้เขาจะปล่อยให้พ่อแท็คทีมกับยัยเลขาจอมโหดคนนี้เล่นงานเขาไม่ได้!

กานต์พาหญิงสาวเดินไล่ถอนเงินสดออกจากบัญชีหลายธนาคารจนรวบรวมมาได้หนึ่งแสนบาท หากมินทิราแอบเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้

“นี่อยู่มาจนปูนนี้คุณมีเงินเก็บส่วนตัวแค่แสนเดียวเองเหรอคุณกานต์ บอกใครก็คงไม่เชื่อทั้งๆที่พ่อคุณเป็นประธานบริษัทใหญ่โตขนาดนั้น”

มินทิราเอ่ยเสียงเยาะๆในขณะที่ชายหนุ่มเดินกอดเงินที่บรรจุใส่กระเป๋าสีน้ำตาลใบย่อมออกมาอย่างอารมณ์ดีที่ได้เงินต่อชีวิตได้อีกหลายวัน

“ปรกติผมเป็นคนมีเครดิต ไม่ชอบพกเงินสด มันหนักกระเป๋าน่ะ แต่ถ้าผมรู้มาก่อนนะว่าพ่อจะส่งคุณมาประจัญบาน แถมยังตัดบัตรเครดิตของผมแบบนี้ ผมจะแอบยักยอกเงินพ่อมาฝากธนาคารไว้เยอะๆ”

ชายหนุ่มเอ่ยกับร่างเล็กๆที่ยังคงเดินตามเขาอย่างไม่ยอมแพ้ พลางแอบอมยิ้มอย่างสะใจเมื่ออีกฝ่ายเริ่มเดินเขยกๆเพราะรองเท้าส้นสูงกัด ... กานต์อยากจะแกล้งอีกฝ่ายคืนบ้าง ในเมื่อหญิงสาวอยากตามเขาดีนัก จึงแกล้งพาเจ้าหล่อนเดินอ้อมตึกเสียให้เข็ด

“ก็ถ้าคุณยอมมาทำงานดีๆ พ่อคุณเขาก็คงไม่จัดการกับคุณแบบนี้หรอก แล้วนี่จะต้องเดินอีกไกลไหม ฉันว่าแถวๆนี้มันเงียบๆนะ”

มินทิราเอ่ยขึ้นพลางอดเหลียวมองรอบๆอย่างระแวงไม่ได้ และเหมือนความซวยจะมาเยือน เพราะทางที่กานต์พาเดินอ้อมนั้นไม่ใช่ทางสะดวกสำหรับพวกเขาสองคน หากเป็นทางสะดวกของโจรที่ตามชายหนุ่มมาตั้งแต่ธนาคาร ที่พอสบจังหวะปลอดคน ก็วิ่งตรงดิ่งเข้ามากระชากกระเป๋าใส่เงินของเขาโกยแน่บไปทันที

“เฮ้ย! แก...เอาเงินฉันคืนมานะโว้ย”

กานต์วิ่งตามเงินสดก้อนสุดท้ายของเขาอย่างไม่คิดชีวิต ในขณะที่มินทิรารีบวิ่งย้อนกลับเข้าไปแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของธนาคารให้เข้าไปช่วยกานต์

“พี่คะ ช่วยด้วยค่ะ มีโจรกระชากกระเป๋า ฉกเงินไปแล้วค่ะพี่”

มินทิราว่าพลางลากแขนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้วิ่งตามเธอไปหากานต์ หากกว่าทั้งคู่จะตามมาถึงชายหนุ่มก็กำลังยื้อยุดกระเป๋าใส่เงินอย่างไม่กลัวตาย

“เอาเงินฉันคืนมา ไอ้โจรห้าร้อย”

กานต์ถีบไปสุดแรงในขณะที่พยายามหลบหมัดของคนร้ายไปด้วย หากฝ่ายโจรที่พอเห็นมินทิราและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาช่วยก็ตัดสินใจปล่อยกระเป๋าในมือก่อนจะวิ่งหนีไปโดยมีเจ้าหน้าที่ รปภ.วิ่งกวดตามไป

กานต์ที่สู้กับคนร้ายเหนื่อยจนหมดแรงก็นั่งแปะลงกับพื้นเอาดื้อๆ ในขณะที่มือก็กอดกระเป๋าใส่เงินไว้กับตัวไว้ไม่ห่าง มินทิราที่เห็นโจรวิ่งหนีไปแล้วจึงรีบวิ่งเข้ามาหาชายหนุ่มอย่างตกใจ

“คุณกานต์ เป็นยังไงบ้างคะ เจ็บตรงไหนบ้าง”

มินทิราถามเสียงสั่น พลางพลิกซ้ายพลิกขวาดูอาการบาดเจ็บของกานต์อย่างเป็นห่วง ...เธอไม่คิดเลยว่าผู้ชายตรงหน้าจะบ้าเลือดกว่าที่คิดไว้เยอะ เห็นก่อนหน้านี้เป็นผู้ชายชิลๆ จีบสาวไปวันๆ ใครจะไปคิดว่าจะกล้าเข้าไปฟัดกับโจรแบบนั้น

“คุณหัวแตกด้วยค่ะคุณกานต์”

“นิดหน่อยน่ะ... แผลแค่นี้ไม่เจ็บเท่าไหร่หรอก” กานต์เอ่ยปลอบขึ้นเมื่อเห็นว่าใบหน้าของคู่ปรับซีดลง ก่อนที่จะมินทิราเปิดกระเป๋าหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองกดแผลที่ศีรษะของชายหนุ่มเอาไว้

“ฉันว่าเราไปหาหมอที่คลินิกไปทำแผลก่อนดีกว่าค่ะ คุณเจ็บตัวแบบนี้ไม่รู้จะมีแผลตรงไหนอีกหรือเปล่า ...ไปค่ะค่อยๆลุก”

หญิงสาวเอ่ยพลางเข้ามาประคองร่างสูงใหญ่ของอีกฝ่ายอย่างเป็นกังวลเมื่อเห็นเลือดที่ยังคงไหลไม่หยุด ในขณะที่กานต์ได้แต่ยอมเดินตามคนตัวเล็กไปอย่างไม่อิดออดเหมือนเคย ...อาจจะเพราะเขายังเจ็บแผล หรือเพราะน้ำเสียงของหญิงสาวที่ไม่ได้ฟาดฟันจิกกัดเขาอย่างเคย จนเขาไม่ชินก็ไม่รู้ ทำให้กานต์ไม่มีข้ออ้างในการทำตัวดื้อกับมินทิรา และยอมไปหาหมอตามที่หญิงสาวสั่งเขาแต่โดยดี

มินทิรายอมทำหน้าที่สารถีพากานต์ไปหาหมอและจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้กับชายหนุ่มเสียเองเพราะรู้ดีว่ากานต์ในวินาทีนี้งกเงินมากกว่าสิ่งใด ก่อนจะขับรถพาชายหนุ่มไปส่งที่คอนโดฯถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ หากในระหว่างทางหญิงสาวก็ยังคงบ่นกานต์ไม่ยอมหยุด

“ทำไมคุณไม่หัดดูสถานการณ์บ้างคะ วิ่งตามโจรไปคนเดียวแบบนั้น ถ้าเกิดมันมีมีดหรือมีปืนขึ้นมาจะทำยังไง”

“ผมไม่สนหรอก...ก็มันขโมยเงินผมไป ผมก็แค่ไปเอาเงินคืน”

“แต่มันอันตราย ...อันตรายมากๆด้วย คราวหลังต้องรีบแจ้งตำรวจนะคะ อย่าเสี่ยงแบบนี้อีกเด็ดขาด ถ้าเกิดคุณพ่อคุณรู้เข้า...”

“แต่ตอนนี้ก็ปลอดภัยแล้วไง เลิกบ่นเถอะน่ะคุณ ผมชักปวดหัวแล้วนะเนี่ย”

“ดิฉันถามจริงๆเถอะคุณกานต์ ...คุณพ่อคุณทำถึงขนาดนี้แล้ว คุณยังจะต่อต้านท่านไปทำไมกัน ฉันรู้ว่าท่านหวังดีกับคุณนะคะถึงจะให้คุณมาทำงานด้วยกัน”

มินทิราเอ่ยพลางเหลือบมองคนนั่งข้างๆที่ดูเหมือนจะนิ่งเงียบไปจนผิดปรกติ ครู่ใหญ่ชายหนุ่มจึงยอมเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่ฟังแล้วคล้ายกับกัดฟันพูด

“ผมไม่อยากเข้าไปทำงานที่บริษัทนั่น บริษัทที่พ่อต้องแลกมากับการที่ต้องแต่งงานกับผู้หญิงแก่ใกล้ตาย ผมขยะแขยง...คุณเข้าใจมั้ย”

กานต์ระบายสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจออกมาอย่างหงุดหงิด .... ถึงแม้ว่ามันจะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่กานต์ก็ยังคงจำฝังใจ พ่อเลือกแต่งงานกับนางสุพัตรา และเลิกคิดที่จะกลับไปคืนดีกับแม่ของเขา จนสุดท้าย สิ่งที่เขาคาดหวังไว้ก็ต้องพังทลาย และกลายเป็นความเกลียดชังต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้หญิงคนนั้นทิ้งไว้ให้

“แต่คุณก็ยังใช้เงินได้อย่างไม่เห็นขยะแขยงนี่คะ ... คุณคิดว่าพ่อคุณเอาเงินมาจากไหน ถ้าไม่ได้มาจากบริษัทที่คุณขยะแขยงนั่น ... “

มินทิราพูดไปตรงๆอย่างที่ใจคิด เป็นผลให้กานต์หันขวับมาอย่างไม่พอใจ

“แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง ... ถ้าผมมีทางเลือก ผมคงไม่รับเงินที่มาจากบริษัทนั่นหรอก”

“นั่นเป็นเหตุผลที่จริงแท้ที่สุด ...คนเรา เพราะไม่มีทางเลือก เลยต้องฝืนทำบางสิ่งบางอย่าง แม้ว่าตัวเองจะไม่ต้องการ คุณไม่รู้เหตุผลของคุณพ่อ ดังนั้นอย่าเพิ่งตั้งแง่รังเกียจเลยค่ะ บริษัทนี้ถึงจะเคยเป็นของอดีตแม่เลี้ยงคุณ แต่คุณพ่อของคุณก็สร้างมันมาด้วยสองมือของท่านเอง ถ้าคุณคิดว่าแค่ที่มาที่ไปจากเงินของผู้หญิงคนนั้น สำคัญกว่าน้ำพักน้ำแรงของพ่อคุณ ก็ตามใจ”

มินทิราเลี้ยวรถเข้าลานจอดรถของคอนโดมิเนียมของชายหนุ่ม แม้ว่าจะยังไม่หมดเวลางาน แต่ทั้งคู่ก็ดูเหมือนจะหมดใจในการทำงานในวันนี้แล้ว หญิงสาวจึงก้าวลงจากรถพลางส่งกุญแจให้ชายหนุ่มแต่โดยดี

“เลิกอคติกับเรื่องคุณพ่อของคุณ แล้วกลับไปคิดให้ดีๆนะคะคุณกานต์ ยังไงสักวันหนึ่งสมบัติที่คุณเกลียดพวกนั้นมันก็จะกลายเป็นของคุณ ไม่ว่าคุณจะอยากได้หรือไม่อยากได้ก็ตาม...แต่คุณยังโชคดี ที่สิ่งที่ตกมาถึงคุณคือสมบัติที่เป็นเงินทอง ...ไม่ใช่หนี้เหมือนอย่างฉัน”

มินทิราหันมาพูดกับชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้า ก่อนที่จะหันกลับไปขึ้นรถตัวเอง ปล่อยให้กานต์ยืนกอดกระเป๋าเงินมองตามหญิงสาวไปอย่างครุ่นคิด...เลิกอคติ อย่างนั้นหรือ มันทำไม่ได้ง่ายๆเลยจริงๆ...  ..............................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น